หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 03 ก.พ. 2013, 21:44
โดย EK-UT
ด้วยความเร็วสูง ผมเห็นนักปั่นTT ใช้รอบขาไม่สูงมากแสดงว่าใช้เกียร์หนักได้ยาวนานโดยไม่ต้องใช้รอบขาช่วย จึงอยากรู้ว่าซ้อมกันยังงัยให้กล้ามเนื้อต้นขาแข็งแรงขนาดนั้น เพราะผมปั่นหมอบใช้เกียร์หนักได้สักพักก็ต้องกลับมาใช้รอบขาช่วยเนื่ิองจากเริ่มปวดต้นขาใช้รอบเร็วมากๆก็หายใจไม่ทันลดรอบลงความเร็วก็ตก จึงอยากรู้วิธีการซ้อมของพวกTT เพื่อยืนระยะเกียร์กนักได้นานๆ

Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 03 ก.พ. 2013, 22:52
โดย Lange
อยู่ที่เซทรถท่านั่งกับองศารถ
TTจะมีท่านั่งที่ลู่ลมกว่า
สามรถกระทืบเกียร์หนักได้โดยที่สบายขากว่าหมอบมาก
ลองง่ายๆครับหาAero barมาใส่แล้วนั่งปลายๆหัวเบาะครับ
แค่นี้ความเร็วก็พุ่งกว่าเดิมอย่างน้อยก็4-5แล้วละครับแต่หัวเบาะทิ่มตูดเด้อครับ
ถ้าอยากฝึกแบบTTแนะนะเล่นTTเลยดีกว่าครับตรงกว่า

เปิดประเด็นให้เสียตัง
แต่TTข้อเสียก็มีคือความคล่องตัวสสู้หมอบไม่ได้
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 03 ก.พ. 2013, 23:08
โดย EK-UT
Lange เขียน:อยู่ที่เซทรถท่านั่งกับองศารถ
TTจะมีท่านั่งที่ลู่ลมกว่า
สามรถกระทืบเกียร์หนักได้โดยที่สบายขากว่าหมอบมาก
ลองง่ายๆครับหาAero barมาใส่แล้วนั่งปลายๆหัวเบาะครับ
แค่นี้ความเร็วก็พุ่งกว่าเดิมอย่างน้อยก็4-5แล้วละครับแต่หัวเบาะทิ่มตูดเด้อครับ
ถ้าอยากฝึกแบบTTแนะนะเล่นTTเลยดีกว่าครับตรงกว่า

เปิดประเด็นให้เสียตัง
แต่TTข้อเสียก็มีคือความคล่องตัวสสู้หมอบไม่ได้
อ่อ เข้าใจแล้วครับเป็นอย่างนี้นี่เอง เบาะทิ่มตูดนี่แค่คิดก็ไม่กล้าลองแล้วครับกลัวติดใจไม่ยอมถอดครีทลงจากรถ
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 03 ก.พ. 2013, 23:27
โดย nuanchan
โดนลมต้าน ขึ้นสะพาน ปรับเกียร์เบาช่วยละ
แต่ทางราบ เกียร์หนักสุดก้ไม่เหนื่อยนะ
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 03 ก.พ. 2013, 23:35
โดย EK-UT
nuanchan เขียน:โดนลมต้าน ขึ้นสะพาน ปรับเกียร์เบาช่วยละ
แต่ทางราบ เกียร์หนักสุดก้ไม่เหนื่อยนะ
สงสัยขาผมจะยังอ่อนอยู่อะครับ

Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 04 ก.พ. 2013, 13:19
โดย เป้(MAHACHAI)
ที่นักปั่น TT ปั่นโดยใช้เกียร์ค่อนข้างหนักนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าการปั่นจับเวลา ส่วนมากเป็นการปั่นระยะทางสั้นๆครับ เช่น 10 ,20 และโดยมากจะไม่ค่อยเกิน 40 กม. ถ้ามากกว่านี้ การใช้เกียร์หนักตลอด ทำให้กล้ามเนื้อล้าแน่นอนครับ. ประกอบกับท่านั่งที่เซ็ทมาเพื่อเน้นทำความเร็วสูงๆทำให้ปั่นไม่สบาย หายใจไม่สะดวก ถ้าปั่นเป็นระยะทางไกลแบบรถถนนก็แย่เหมือนกันครับ
...การใช้เกียร์หนัก รอบขามักช้าตามไปด่วยเป็นเหตุให้หัวใจเต้นไม่สูงมาก ทำให้ไม่เหนื่อยมากนัก แต่การใช้แรงกดลงลูกบันไดหนักทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้าเร็วครับ ถ้าปั่นกันยาวๆไม่ไหวแน่
...ปัจจุบันระดับนักปั่นอาชีพ ก็ใช้รอบขาในการปั่น tt สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้ว คือปั่น tt ก็ว่ากันที่ 100 รอบแล้วครับ (ปั่นรถถนนนักปั่นอาชีพใช้รอบขากันประมาณ 100-110 รอบไม่รวมช่วงเร่งความเร็วหรือ การ sprint)
***การซ้อมปั่น time trial ลองเข้าไปอ่านดูตามรายเซ็นต์ด้านล่างนะครับ

Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 04 ก.พ. 2013, 13:25
โดย EK-UT
เป้(MAHACHAI) เขียน:ที่นักปั่น TT ปั่นโดยใช้เกียร์ค่อนข้างหนักนั้น ต้องเข้าใจก่อนว่าการปั่นจับเวลา ส่วนมากเป็นการปั่นระยะทางสั้นๆครับ เช่น 10 ,20 และโดยมากจะไม่ค่อยเกิน 40 กม. ถ้ามากกว่านี้ การใช้เกียร์หนักตลอด ทำให้กล้ามเนื้อล้าแน่นอนครับ. ประกอบกับท่านั่งที่เซ็ทมาเพื่อเน้นทำความเร็วสูงๆทำให้ปั่นไม่สบาย หายใจไม่สะดวก ถ้าปั่นเป็นระยะทางไกลแบบรถถนนก็แย่เหมือนกันครับ
...การใช้เกียร์หนัก รอบขามักช้าตามไปด่วยเป็นเหตุให้หัวใจเต้นไม่สูงมาก ทำให้ไม่เหนื่อยมากนัก แต่การใช้แรงกดลงลูกบันไดหนักทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้าเร็วครับ ถ้าปั่นกันยาวๆไม่ไหวแน่
...ปัจจุบันระดับนักปั่นอาชีพ ก็ใช้รอบขาในการปั่น tt สูงขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้ว คือปั่น tt ก็ว่ากันที่ 100 รอบแล้วครับ (ปั่นรถถนนนักปั่นอาชีพใช้รอบขากันประมาณ 100-110 รอบไม่รวมช่วงเร่งความเร็วหรือ การ sprint)
***การซ้อมปั่น time trial ลองเข้าไปอ่านดูตามรายเซ็นต์ด้านล่างนะครับ

คำตอบพี่เป้ กระจ่างสุดๆ ขอบคุณมากครับ

Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 04 ก.พ. 2013, 20:09
โดย katavut002
สุดยอดเลยพี่เป้
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 04 ก.พ. 2013, 21:31
โดย เป้(MAHACHAI)
แก้ไขข้อมูลหน่อยนะครับ. การปั่นแบบ tt ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย. แต่ผมหมายความว่า การปั่น tt ด้วยรอบขาช้า จะรู้สึกหนื่อยน้อยกว่าการปั่นด้วยรอบขาสูงๆครับ
...แต่สรุปให้ว่าการปั่นแบบ Time Trial เป็นอะไรที่เหนื่อยสุดๆแต่ก็มันส์สุดๆด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการเข้าร่วมการแข่งขันครับ

Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 08 ก.พ. 2013, 11:34
โดย shamankings
แล้วถ้าเป็นการปั่นทางไกล จะสนุกกว่าหมอบมั้ยครับน้าเป้ คือไม่ต้องอัดมากจนหมด แต่ไปเร็ว เรื่อยๆ ตามแบบของ TT
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 08 ก.พ. 2013, 14:41
โดย เป้(MAHACHAI)
shamankings เขียน:แล้วถ้าเป็นการปั่นทางไกล จะสนุกกว่าหมอบมั้ยครับน้าเป้ คือไม่ต้องอัดมากจนหมด แต่ไปเร็ว เรื่อยๆ ตามแบบของ TT
ถ้าจะปั่นทางไกลโดยรถ tt ช่วงแรกก็จะสนุกและมันส์มากครับ แต่พอสัก 30 กม. ไปแล้ว จะเริ่มเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว โดยเฉพาะคอด้านหลัง ต่อด้วย หลังส่วนบน ส่วนล่าง ไหล่ กล้ามเนื้อไทรเซบ พอใกล้ 100 กม. แล้วจะรู้ว่านรกมีจริงครับ
...มีข้อแม้ว่า ถ้าเราไม่ได้เซทรถ tt เพื่อการแข่งขัน แค่เอามันส์หรือแนวปั่นเล่น เราก็เซ็ทรถออกแนวที่ปั่นสบายๆได้ครับ แบบนี้สามารถปั่นทางไกลได้และสนุกด้วย แต่ถ้าเอาไปปั่นกลุ่มก็ไม่ค่อยเหมาะอยู่ดีครับ มีรถ tt ต้องปั่นเดี่ยว หรือถ้าเข้ากลุ่มก็ต้องเป็นหัวลากครับ
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 08 ก.พ. 2013, 20:51
โดย shamankings
แล้วพวกที่เอา tt ไปลงแข่ง iron man กับสเตจจักรยานตั้ง 180 กิโล นั่นเค้าไม่เมื่อยตัวเลยหรอครับ หรือว่าเค้าเซ็ตรถให้ปั่นสบาย แต่ถ้าเซ็ตแบบนี้ความเร็วก็จะลดลงใช่ไหมครับ
ตอนนี้ยัง 2 จิต 2 ใจอยู่เลยครับน้าเป้ ว่าจะไปหมอบหรือ tt ดี ผมปั่นหมอบมาได้ 2 ปีล่ะครับ รถที่ใช้อยู่ก็หนักประมาณ 9 กิโล ตอนนี้มีงบอยู่ประมาณ 7 หมื่น ทีนี้ก็เลยลังเลว่า เอ...ถ้าประกอบรถใหม่โดยไปเล่นคาร์บอนเลย น้ำหนักน่าจะประมาณ 7.5 กิโล (ผมมีล้อขอบสูงอยู่แล้วครับ) มันน่าจะปั่นเร็วกว่ารถเก่านะ อีกใจนึงก็ ถ้ารถเก่าหนัก 9 กิโล แล้วไปซื้อ tt มาปั่นเลย มันก็น่าจะเร็วขึ้นนะเพราะแอร์โร่กว่าเดิม

ผมเพิ่งเล่นไตรกีฬาด้วยครับ แต่ยังเป็นระยะโอลิมปิคอยู่เลย

Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 09 ก.พ. 2013, 14:40
โดย เป้(MAHACHAI)
shamankings เขียน:แล้วพวกที่เอา tt ไปลงแข่ง iron man กับสเตจจักรยานตั้ง 180 กิโล นั่นเค้าไม่เมื่อยตัวเลยหรอครับ หรือว่าเค้าเซ็ตรถให้ปั่นสบาย แต่ถ้าเซ็ตแบบนี้ความเร็วก็จะลดลงใช่ไหมครับ
รถ tt แต่เซ็ทรถแบบรถไตรครับ คือชุดเบสบาร์และแอโรบาร์ ไม่ต่ำมากนัก ส่วนการเซ็ทเบาะตำแหน่งก็ไม่เหมือนกัน คือรถ tt ระยะ saddle setback ตามกฏของ UCI ต้องไม่ต่ำกว่า 5 cm. ส่วนรถไตร ส่วนมากจมูกอานจะเท่ากับระยะ BB หรือมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นรถไตรจะไม่ก้มต่ำมากนัก เน้นการปั่นแบบสบายตัวมากกว่า ถ้าที่นั่งปั่นก็ใกล้เคียงกับท่าวิ่งครับ แลกมาด้วยความสบาย ความเร็วย่อมลดลงแน่นอนครับ
shamankings เขียน:ตอนนี้ยัง 2 จิต 2 ใจอยู่เลยครับน้าเป้ ว่าจะไปหมอบหรือ tt ดี ผมปั่นหมอบมาได้ 2 ปีล่ะครับ รถที่ใช้อยู่ก็หนักประมาณ 9 กิโล ตอนนี้มีงบอยู่ประมาณ 7 หมื่น ทีนี้ก็เลยลังเลว่า เอ...ถ้าประกอบรถใหม่โดยไปเล่นคาร์บอนเลย น้ำหนักน่าจะประมาณ 7.5 กิโล (ผมมีล้อขอบสูงอยู่แล้วครับ) มันน่าจะปั่นเร็วกว่ารถเก่านะ อีกใจนึงก็ ถ้ารถเก่าหนัก 9 กิโล แล้วไปซื้อ tt มาปั่นเลย มันก็น่าจะเร็วขึ้นนะเพราะแอร์โร่กว่าเดิม ผมเพิ่งเล่นไตรกีฬาด้วยครับ แต่ยังเป็นระยะโอลิมปิคอยู่เลย
มีอยู่สองกรณีครับ กรณีแรกถ้าทำรถใหม่โดยไม่แปลเปลี่ยนรถเก่า(หมอบ)เป็นทุนทรัพย์ คือทำรถใหม่แต่รถเก่ายังอยู่ แนะนำว่า ทำใหม่เป็นรถ tt ไปเลยครับ คันเก่าเก็บไว้เข้ากลุ่มได้ คันใหม่ไว้ปั่นอีกแนวนึง
...ถ้าต้องขายคันเก่าแล้วไปรวมกับคันใหม่ แนะนำให้หารถถนนที่เฟรมเป็นแบบแอร์โร่จะดีกว่าครับ เช่น Venge , S 5 หรือรุ่นอื่นๆซึ่งเดี๋ยวนี้มีเกือบทุกยี่ห้อแล้ว อยากได้อารมณ์แบบรถ tt ก็ใส่แอโร่บาร์แบบ clip on ก็ใกล้เคียงแล้วครับ
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 11 ก.พ. 2013, 09:13
โดย vector2
เข้ามาเก็บ
Re: ทำไมนักปั่น T T เค้าไม่ค่อยใช้รอบขาสูงๆเค้าซ้อมกันยังไง
โพสต์: 11 ก.พ. 2013, 10:44
โดย EK-UT
vector2 เขียน:เข้ามาเก็บ
จัด TT กันซักคนละคันไหมละครับ
