หน้า 1 จากทั้งหมด 3

ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 08:32
โดย beng
:( ขอสอบถามคนในวงการจักรยาน คิดยังไงกับรางวัลของ การแข่งขันจักรยานที่เดี๋ยวนี้ผู้จัดการแข่งขันจะให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับถ้วยรางวัล จนเดี๋ยวนี้การจัดลักษณะอย่างนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ขอแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยครับ

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 10:53
โดย ztandalone
กีฬายังไงก็ดี ถ้วยหรือไม่ถ้วยดีทั้งนั้น

แต่ที่แย่คือ คนที่ไม่เคยแยกกีฬาออกจากชีวิตประจำวัน

เลยมาปั่นเอาโล่ห์กันบนถนนที่ผู้คนเค้าใช้สัญจรไปมา

ล้มไปโครมนึง นอกจากตัวเองเจ็บตัวแล้ว บางทีรถคันข้างเคียงเสียหาย สายตาคนนอกเค้ายังมองว่า

ปั่นจักรยาน อันตรายกับชีวิต อีกต่อนึง....ส่วนคนล้มก้อไม่รู้สึกสำนึกอาไร บางทีมาตั้งกระทู้สำทับด้วยว่า

นี่ถ้าผมไม่ได้หมวกกันน็อกและชุดแหนมช่วยชีวิตไว้คงแย่กว่านี้ บลา บลา บลา ก้อว่ากันไป

:lol:

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 12:02
โดย Nonranong
ดี..ชอบ...ไม่มีถ้วยไม่ไป

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 12:31
โดย su000
ztandalone เขียน:กีฬายังไงก็ดี ถ้วยหรือไม่ถ้วยดีทั้งนั้น

แต่ที่แย่คือ คนที่ไม่เคยแยกกีฬาออกจากชีวิตประจำวัน

เลยมาปั่นเอาโล่ห์กันบนถนนที่ผู้คนเค้าใช้สัญจรไปมา

ล้มไปโครมนึง นอกจากตัวเองเจ็บตัวแล้ว บางทีรถคันข้างเคียงเสียหาย สายตาคนนอกเค้ายังมองว่า

ปั่นจักรยาน อันตรายกับชีวิต อีกต่อนึง....ส่วนคนล้มก้อไม่รู้สึกสำนึกอาไร บางทีมาตั้งกระทู้สำทับด้วยว่า

นี่ถ้าผมไม่ได้หมวกกันน็อกและชุดแหนมช่วยชีวิตไว้คงแย่กว่านี้ บลา บลา บลา ก้อว่ากันไป

:lol:



:o :o

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 12:57
โดย pskorat
beng เขียน::( ขอสอบถามคนในวงการจักรยาน คิดยังไงกับรางวัลของ การแข่งขันจักรยานที่เดี๋ยวนี้ผู้จัดการแข่งขันจะให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับถ้วยรางวัล จนเดี๋ยวนี้การจัดลักษณะอย่างนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ขอแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยครับ
แบบ...ใจเกินร้อย...ที่โคราชที่เป็นต้นแบบใช่ไหมครับ

ถ้าใช่... ความเห็นส่วนตัว...มันถึงเวลาที่ต้องทบทวนกันแล้วจริงๆครับ

กิจกรรมหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์หนึ่ง ที่ ณ เวลานั้น(เมื่อ 10 ปีล่วงแล้ว) กิจกรรมเน้นรูปแบบเพียงการแข่งขันเท่านั้น บรรดานักแข่งก็เดินสายล่าถ้วย ล่ารางวัลเหมือนกับจัดงานเพียงเพื่อสนองให้นักกีฬากลุ่มนี้เพียงกลุ่มเดียว ยืนแป้นรับรางวี่รางวัลกันตลอด 3-4 ปีที่ผมยืนอยู่หลังจนท.รับสมัคร เพียงแค่เห็นชื่อก็พอเรียงลำดับคนที่จะยืนแป้นรับรางวัลได้คร่าวๆแล้ว...จริงๆ (โดยไม่ต้องมาแข่งกันให้เสียเวลา)

...ใจเกินร้อย...จึงถูกเสนอแนวคิด/หลักการ/เหตุผล เพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ ณ เวลานั้นยังไม่มากมายขยายตัวเช่นในปัจจุบัน กว่าแนวคิดจะเป็นที่ยอมรับก็ต้องผ่านเวลา 3 ขวบปี

ปัจจุบันถ้านับอายุกิจกรรมแนวนี้ก็ 10 ปีพอดิบพอดี

สำหรับผม...นั่งพินิจพิจารณามองถ้วยรางวัลที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 3 ใบ(เฉพาะที่รับมาในปีแรกๆ และขอไม่รับในอีกหลายปีต่อมาด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ ใจเกินร้อยและรางวัล ไปแล้ว)...แล้วก็ต้องตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงกับตัวเองเช่นกัน...

ช่วงที่ผมหวนกลับขึ้นหลังอานจักรยานอีกครั้ง เมื่อเร็วๆนี้ ภาพหนึ่งที่หวนนึกขึ้นได้และติดตรึงตรา...ขณะที่เราผ่านเส้นทางที่ใช้ทำกิจกรรมซึ่งก็ไม่ห่างไกลความเจริญนัก ขณะที่เราๆท่านๆนั่งปั่นกันอยู่บนจักรยานคันละอย่างน้อยก็ครึ่งแสน ค่อนแสน จนถึงเกินแสน และอาจจะถึงสอง-สามแสน เด็กน้อย 2 คนเดินอยู่ข้างทางด้วยชุดนักเรียนที่ไม่เต็มชุด คนหนึ่งใส่รองเท้าแตะแบบนิ้วคีบ อีกคนหนึ่งมอมแมมกว่าเดินเท้าเปล่าสะพายย่ามกอดคอกันไป หันมาโบกไม้โบกมือให้เราที่กำลังผ่านทางคันแล้วคันเล่า(อาจจะเป็นปีแล้วปีเล่าก็ได้ ผมไม่รู้ ) แล้วก็ผ่านเลยไป

สำหรับพวกเรา ถึงที่หมายแล้ว รับถ้วยรางวัล(ทั้งส่วนตน/ส่วนกลุ่ม) สังสรรเฮฮา เลิก-ลากันกลับ ปีหน้าเจอกันใหม่ ที่เก่า เวลาเดิม ย้อนรอยเดิม เหมือนเดิม เท่านั้นหรือกับกิจกรรมที่ทุ่มกันกว่าครึ่งล้านบาทเท่าที่นับเป็นตัวเงินได้(ตามที่เขาแถลง หักด้วยค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกันอีกเกือบครึ่งล้านบาทเช่นกัน ....) ยังไม่นับรวมกับค่าใช้จ่ายแฝงของแต่ละท่านที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางกันมาร่วมงานจากทั่วทุกสารทิศซึ่งนับวันก็จะมากขึ้นและมากขึ้น...

คำถามที่คิดถามตัวเองมาตลอดคือ

เมื่อรอยล้อยาง(ทั้งจากรถยนต์และจักรยานที่เข้าร่วมกิจกรรม)จางหาย...สังคมโดยส่วนรวมทั้งหมดได้อะไร...

หากรูปแบบ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมยังเป็นเช่นที่เป็นอยู่ เราชาวจักรยานซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สังคมมองว่าน่าจะเป็นผู้ที่เกื้อหนุนโลกในระดับที่แน่นอนหนึ่งๆน่าจะมีบทบาทขับเคลื่อนทางสังคมที่ระดับใดระดับหนึ่งมากกว่าที่จะเมื่อออกจากเส้นปล่อยตัวแล้ว

...เสือหมอบมองเห็นแต่ล้อกับแผ่นหลังของคันหน้า...เสือภูเขา ก็เข้าป่าตามทางกันไป...

ถึงเวลาที่(อย่างน้อยที่...โคราช...ฯ) ต้องร่วมกันทบทวนแล้วล่ะครับ

จะมีประโยชน์อะไรที่หลังความยิ่งใหญ่แบบเป็นตำนาน...ปิดฉากลงปีแล้วปีเล่า...แต่ยังไม่สามารถบรรลุความสามัคคีในระดับพึงมีในพื้นถิ่นได้... มิหนำซ้ำยังซึมลึกความขัดแย้งภายในยาวนาน

ดังนั้น...พักสักปี...ก็ดีเหมือนกัน เพื่อหันมามองดูพวกเรากันเองอย่างสามัคคีสร้างสรรกันก่อน

เคยมีคำกล่าวว่า...3ปี ก็ไม่เร็ว 7ปีก็ไม่ช้า...สำหรับการทำงานความคิดให้ตกผลึกร่วมกัน

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ ครับ

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 14:24
โดย atom_000
ถือว่าเป็นถ้วยที่ระลึกครับ
เหมือนสมัยก่อนที่มีเหรียญที่ระลึกให้

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 14:26
โดย arthome
ผ่านไป 10 ปี นั่งมองถ้วยก้อจะจดจำเรื่องราวที่ผ่านมาได้..มันเป็นความทรงจำ

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 14:55
โดย alex.wasan
เห็นด้วยอย่างมาก.....
pskorat เขียน:
beng เขียน::( ขอสอบถามคนในวงการจักรยาน คิดยังไงกับรางวัลของ การแข่งขันจักรยานที่เดี๋ยวนี้ผู้จัดการแข่งขันจะให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับถ้วยรางวัล จนเดี๋ยวนี้การจัดลักษณะอย่างนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ขอแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยครับ
แบบ...ใจเกินร้อย...ที่โคราชที่เป็นต้นแบบใช่ไหมครับ

ถ้าใช่... ความเห็นส่วนตัว...มันถึงเวลาที่ต้องทบทวนกันแล้วจริงๆครับ

กิจกรรมหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์หนึ่ง ที่ ณ เวลานั้น(เมื่อ 10 ปีล่วงแล้ว) กิจกรรมเน้นรูปแบบเพียงการแข่งขันเท่านั้น บรรดานักแข่งก็เดินสายล่าถ้วย ล่ารางวัลเหมือนกับจัดงานเพียงเพื่อสนองให้นักกีฬากลุ่มนี้เพียงกลุ่มเดียว ยืนแป้นรับรางวี่รางวัลกันตลอด 3-4 ปีที่ผมยืนอยู่หลังจนท.รับสมัคร เพียงแค่เห็นชื่อก็พอเรียงลำดับคนที่จะยืนแป้นรับรางวัลได้คร่าวๆแล้ว...จริงๆ (โดยไม่ต้องมาแข่งกันให้เสียเวลา)

...ใจเกินร้อย...จึงถูกเสนอแนวคิด/หลักการ/เหตุผล เพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ ณ เวลานั้นยังไม่มากมายขยายตัวเช่นในปัจจุบัน กว่าแนวคิดจะเป็นที่ยอมรับก็ต้องผ่านเวลา 3 ขวบปี

ปัจจุบันถ้านับอายุกิจกรรมแนวนี้ก็ 10 ปีพอดิบพอดี

สำหรับผม...นั่งพินิจพิจารณามองถ้วยรางวัลที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 3 ใบ(เฉพาะที่รับมาในปีแรกๆ และขอไม่รับในอีกหลายปีต่อมาด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ ใจเกินร้อยและรางวัล ไปแล้ว)...แล้วก็ต้องตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงกับตัวเองเช่นกัน...

ช่วงที่ผมหวนกลับขึ้นหลังอานจักรยานอีกครั้ง เมื่อเร็วๆนี้ ภาพหนึ่งที่หวนนึกขึ้นได้และติดตรึงตรา...ขณะที่เราผ่านเส้นทางที่ใช้ทำกิจกรรมซึ่งก็ไม่ห่างไกลความเจริญนัก ขณะที่เราๆท่านๆนั่งปั่นกันอยู่บนจักรยานคันละอย่างน้อยก็ครึ่งแสน ค่อนแสน จนถึงเกินแสน และอาจจะถึงสอง-สามแสน เด็กน้อย 2 คนเดินอยู่ข้างทางด้วยชุดนักเรียนที่ไม่เต็มชุด คนหนึ่งใส่รองเท้าแตะแบบนิ้วคีบ อีกคนหนึ่งมอมแมมกว่าเดินเท้าเปล่าสะพายย่ามกอดคอกันไป หันมาโบกไม้โบกมือให้เราที่กำลังผ่านทางคันแล้วคันเล่า(อาจจะเป็นปีแล้วปีเล่าก็ได้ ผมไม่รู้ ) แล้วก็ผ่านเลยไป

สำหรับพวกเรา ถึงที่หมายแล้ว รับถ้วยรางวัล(ทั้งส่วนตน/ส่วนกลุ่ม) สังสรรเฮฮา เลิก-ลากันกลับ ปีหน้าเจอกันใหม่ ที่เก่า เวลาเดิม ย้อนรอยเดิม เหมือนเดิม เท่านั้นหรือกับกิจกรรมที่ทุ่มกันกว่าครึ่งล้านบาทเท่าที่นับเป็นตัวเงินได้(ตามที่เขาแถลง หักด้วยค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกันอีกเกือบครึ่งล้านบาทเช่นกัน ....) ยังไม่นับรวมกับค่าใช้จ่ายแฝงของแต่ละท่านที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางกันมาร่วมงานจากทั่วทุกสารทิศซึ่งนับวันก็จะมากขึ้นและมากขึ้น...

คำถามที่คิดถามตัวเองมาตลอดคือ

เมื่อรอยล้อยาง(ทั้งจากรถยนต์และจักรยานที่เข้าร่วมกิจกรรม)จางหาย...สังคมโดยส่วนรวมทั้งหมดได้อะไร...

หากรูปแบบ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมยังเป็นเช่นที่เป็นอยู่ เราชาวจักรยานซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สังคมมองว่าน่าจะเป็นผู้ที่เกื้อหนุนโลกในระดับที่แน่นอนหนึ่งๆน่าจะมีบทบาทขับเคลื่อนทางสังคมที่ระดับใดระดับหนึ่งมากกว่าที่จะเมื่อออกจากเส้นปล่อยตัวแล้ว

...เสือหมอบมองเห็นแต่ล้อกับแผ่นหลังของคันหน้า...เสือภูเขา ก็เข้าป่าตามทางกันไป...

ถึงเวลาที่(อย่างน้อยที่...โคราช...ฯ) ต้องร่วมกันทบทวนแล้วล่ะครับ

จะมีประโยชน์อะไรที่หลังความยิ่งใหญ่แบบเป็นตำนาน...ปิดฉากลงปีแล้วปีเล่า...แต่ยังไม่สามารถบรรลุความสามัคคีในระดับพึงมีในพื้นถิ่นได้... มิหนำซ้ำยังซึมลึกความขัดแย้งภายในยาวนาน

ดังนั้น...พักสักปี...ก็ดีเหมือนกัน เพื่อหันมามองดูพวกเรากันเองอย่างสามัคคีสร้างสรรกันก่อน

เคยมีคำกล่าวว่า...3ปี ก็ไม่เร็ว 7ปีก็ไม่ช้า...สำหรับการทำงานความคิดให้ตกผลึกร่วมกัน

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ ครับ

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 16:20
โดย somJr
ถ้วยรางวัล ถ้าได้ทุกคนก็ดีนะครับ เป็นแรงจูงใจให้มือใหม่ร่วมทั้งคนที่ไม่เคยปั่นจักรยาน หันมามองจักรยานอยากปั่นจักรยาน เพิ่มขึ้นได้เหมื่อนกัน
ผมก็อยากได้เป็นที่ระลึกเหมื่อนกัน แต่ยังไม่เคยได้ ถ้าจะให้แค่ที่ 1 2 3 ชาตินี้คงหมดหวังละมาเริ่มตอนแก่ คงได้แต่ขี่จักรยานไปตลาดซื้อถ้วยน้ำพริกแทน :lol:

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 17:12
โดย tatoh
ผมมันคนร่วมสมัยเกือบๆตกขบวนสุดท้ายเอาเชียว ดูอะไรๆยุคนี้มันเร่าร้อนไปหมด จะกินกาแฟก็มีชนิดกึ่งสำเส็จรูป ความรู้สึกว่าเป็นผู้พิชิตมันช่างหวานชื่น แต่ชนะใครไม่สู้ชนะตัวเองใครจะค้านก็ว่ามา

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 17:49
โดย umbabab
ถ้าให้รางวัลไปทุกคน มันจะเป็นการเรียกร้องให้คนมาแข่ง แต่ก็ทำให้คนหมดแรงกระตุ้นในการฝึกซ้อมนิครับ
กีฬา มันต้องมีแรงบรรดาลใจอ่ะนะ ไม่งั้นมันก็เป็นแค่การออกกำลังกาย

อุดมคติของผมก็คือซักวัน ผมจะปั่นจักรยานได้เท่าชาวบ้านขับม.ไซด์ ท่องเที่ยวไปทั่วไทยได้โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องจักร โดยไม่ต้องมาเครียดที่ไปสร้างความรำคาณให้รถใหญ่บีบแตรไล่เพราะเราขาไ่ม่แรงพอ สามารถซอยรอบขาสูงๆเกียร์หนักๆได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยราวกับขาหมุนไปเองตามธรรมชาติ
ก็ได้แต่ฝึกรอบขาสูงๆเกี่ยร์ต่ำๆไปทุกวันๆ พยายามไม่ปล่อยให้การปั่นทำงานไปกลับแต่ละวันไร้ค่าไปแค่ชิวๆ คนทำงานวันๆก็มีโอกาสได้ซ้อมแ่ค่ิไปกลับที่ทำงานละครับ วันหยุดต้องไปบริการครอบครัวต่อ
งานแข่งถ้ามีโอกาสก็อยากเ้ข้าร่วมแข่ง ถ้วยรางวัลแบบแจกทุกคน ผมว่ามันก็น่าอายไปนิด เอาไปโชว์ใครเขาไม่ได้ ไม่มีซะดีกว่า

ปล. บางคนก็ไม่เลิกฮาซะที

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 18:22
โดย krit1973
ถือว่าเป็นที่ระลึกครับ

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 19:00
โดย joeyrc008
pskorat เขียน:
beng เขียน::( ขอสอบถามคนในวงการจักรยาน คิดยังไงกับรางวัลของ การแข่งขันจักรยานที่เดี๋ยวนี้ผู้จัดการแข่งขันจะให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับถ้วยรางวัล จนเดี๋ยวนี้การจัดลักษณะอย่างนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ขอแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยครับ
แบบ...ใจเกินร้อย...ที่โคราชที่เป็นต้นแบบใช่ไหมครับ

ถ้าใช่... ความเห็นส่วนตัว...มันถึงเวลาที่ต้องทบทวนกันแล้วจริงๆครับ

กิจกรรมหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์หนึ่ง ที่ ณ เวลานั้น(เมื่อ 10 ปีล่วงแล้ว) กิจกรรมเน้นรูปแบบเพียงการแข่งขันเท่านั้น บรรดานักแข่งก็เดินสายล่าถ้วย ล่ารางวัลเหมือนกับจัดงานเพียงเพื่อสนองให้นักกีฬากลุ่มนี้เพียงกลุ่มเดียว ยืนแป้นรับรางวี่รางวัลกันตลอด 3-4 ปีที่ผมยืนอยู่หลังจนท.รับสมัคร เพียงแค่เห็นชื่อก็พอเรียงลำดับคนที่จะยืนแป้นรับรางวัลได้คร่าวๆแล้ว...จริงๆ (โดยไม่ต้องมาแข่งกันให้เสียเวลา)

...ใจเกินร้อย...จึงถูกเสนอแนวคิด/หลักการ/เหตุผล เพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ ณ เวลานั้นยังไม่มากมายขยายตัวเช่นในปัจจุบัน กว่าแนวคิดจะเป็นที่ยอมรับก็ต้องผ่านเวลา 3 ขวบปี

ปัจจุบันถ้านับอายุกิจกรรมแนวนี้ก็ 10 ปีพอดิบพอดี

สำหรับผม...นั่งพินิจพิจารณามองถ้วยรางวัลที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 3 ใบ(เฉพาะที่รับมาในปีแรกๆ และขอไม่รับในอีกหลายปีต่อมาด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ ใจเกินร้อยและรางวัล ไปแล้ว)...แล้วก็ต้องตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงกับตัวเองเช่นกัน...

ช่วงที่ผมหวนกลับขึ้นหลังอานจักรยานอีกครั้ง เมื่อเร็วๆนี้ ภาพหนึ่งที่หวนนึกขึ้นได้และติดตรึงตรา...ขณะที่เราผ่านเส้นทางที่ใช้ทำกิจกรรมซึ่งก็ไม่ห่างไกลความเจริญนัก ขณะที่เราๆท่านๆนั่งปั่นกันอยู่บนจักรยานคันละอย่างน้อยก็ครึ่งแสน ค่อนแสน จนถึงเกินแสน และอาจจะถึงสอง-สามแสน เด็กน้อย 2 คนเดินอยู่ข้างทางด้วยชุดนักเรียนที่ไม่เต็มชุด คนหนึ่งใส่รองเท้าแตะแบบนิ้วคีบ อีกคนหนึ่งมอมแมมกว่าเดินเท้าเปล่าสะพายย่ามกอดคอกันไป หันมาโบกไม้โบกมือให้เราที่กำลังผ่านทางคันแล้วคันเล่า(อาจจะเป็นปีแล้วปีเล่าก็ได้ ผมไม่รู้ ) แล้วก็ผ่านเลยไป

สำหรับพวกเรา ถึงที่หมายแล้ว รับถ้วยรางวัล(ทั้งส่วนตน/ส่วนกลุ่ม) สังสรรเฮฮา เลิก-ลากันกลับ ปีหน้าเจอกันใหม่ ที่เก่า เวลาเดิม ย้อนรอยเดิม เหมือนเดิม เท่านั้นหรือกับกิจกรรมที่ทุ่มกันกว่าครึ่งล้านบาทเท่าที่นับเป็นตัวเงินได้(ตามที่เขาแถลง หักด้วยค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกันอีกเกือบครึ่งล้านบาทเช่นกัน ....) ยังไม่นับรวมกับค่าใช้จ่ายแฝงของแต่ละท่านที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางกันมาร่วมงานจากทั่วทุกสารทิศซึ่งนับวันก็จะมากขึ้นและมากขึ้น...

คำถามที่คิดถามตัวเองมาตลอดคือ

เมื่อรอยล้อยาง(ทั้งจากรถยนต์และจักรยานที่เข้าร่วมกิจกรรม)จางหาย...สังคมโดยส่วนรวมทั้งหมดได้อะไร...

หากรูปแบบ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมยังเป็นเช่นที่เป็นอยู่ เราชาวจักรยานซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สังคมมองว่าน่าจะเป็นผู้ที่เกื้อหนุนโลกในระดับที่แน่นอนหนึ่งๆน่าจะมีบทบาทขับเคลื่อนทางสังคมที่ระดับใดระดับหนึ่งมากกว่าที่จะเมื่อออกจากเส้นปล่อยตัวแล้ว

...เสือหมอบมองเห็นแต่ล้อกับแผ่นหลังของคันหน้า...เสือภูเขา ก็เข้าป่าตามทางกันไป...

ถึงเวลาที่(อย่างน้อยที่...โคราช...ฯ) ต้องร่วมกันทบทวนแล้วล่ะครับ

จะมีประโยชน์อะไรที่หลังความยิ่งใหญ่แบบเป็นตำนาน...ปิดฉากลงปีแล้วปีเล่า...แต่ยังไม่สามารถบรรลุความสามัคคีในระดับพึงมีในพื้นถิ่นได้... มิหนำซ้ำยังซึมลึกความขัดแย้งภายในยาวนาน

ดังนั้น...พักสักปี...ก็ดีเหมือนกัน เพื่อหันมามองดูพวกเรากันเองอย่างสามัคคีสร้างสรรกันก่อน

เคยมีคำกล่าวว่า...3ปี ก็ไม่เร็ว 7ปีก็ไม่ช้า...สำหรับการทำงานความคิดให้ตกผลึกร่วมกัน

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ ครับ

Like ครับ :D

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 19:06
โดย bigod_10
pskorat เขียน:
beng เขียน::( ขอสอบถามคนในวงการจักรยาน คิดยังไงกับรางวัลของ การแข่งขันจักรยานที่เดี๋ยวนี้ผู้จัดการแข่งขันจะให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนได้รับถ้วยรางวัล จนเดี๋ยวนี้การจัดลักษณะอย่างนี้แพร่หลายอย่างรวดเร็ว ขอแชร์ความคิดเห็นกันหน่อยครับ
แบบ...ใจเกินร้อย...ที่โคราชที่เป็นต้นแบบใช่ไหมครับ

ถ้าใช่... ความเห็นส่วนตัว...มันถึงเวลาที่ต้องทบทวนกันแล้วจริงๆครับ

กิจกรรมหนึ่ง ณ ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์หนึ่ง ที่ ณ เวลานั้น(เมื่อ 10 ปีล่วงแล้ว) กิจกรรมเน้นรูปแบบเพียงการแข่งขันเท่านั้น บรรดานักแข่งก็เดินสายล่าถ้วย ล่ารางวัลเหมือนกับจัดงานเพียงเพื่อสนองให้นักกีฬากลุ่มนี้เพียงกลุ่มเดียว ยืนแป้นรับรางวี่รางวัลกันตลอด 3-4 ปีที่ผมยืนอยู่หลังจนท.รับสมัคร เพียงแค่เห็นชื่อก็พอเรียงลำดับคนที่จะยืนแป้นรับรางวัลได้คร่าวๆแล้ว...จริงๆ (โดยไม่ต้องมาแข่งกันให้เสียเวลา)

...ใจเกินร้อย...จึงถูกเสนอแนวคิด/หลักการ/เหตุผล เพื่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ ณ เวลานั้นยังไม่มากมายขยายตัวเช่นในปัจจุบัน กว่าแนวคิดจะเป็นที่ยอมรับก็ต้องผ่านเวลา 3 ขวบปี

ปัจจุบันถ้านับอายุกิจกรรมแนวนี้ก็ 10 ปีพอดิบพอดี

สำหรับผม...นั่งพินิจพิจารณามองถ้วยรางวัลที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ 3 ใบ(เฉพาะที่รับมาในปีแรกๆ และขอไม่รับในอีกหลายปีต่อมาด้วยเหตุผลส่วนตัวที่ ใจเกินร้อยและรางวัล ไปแล้ว)...แล้วก็ต้องตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงกับตัวเองเช่นกัน...

ช่วงที่ผมหวนกลับขึ้นหลังอานจักรยานอีกครั้ง เมื่อเร็วๆนี้ ภาพหนึ่งที่หวนนึกขึ้นได้และติดตรึงตรา...ขณะที่เราผ่านเส้นทางที่ใช้ทำกิจกรรมซึ่งก็ไม่ห่างไกลความเจริญนัก ขณะที่เราๆท่านๆนั่งปั่นกันอยู่บนจักรยานคันละอย่างน้อยก็ครึ่งแสน ค่อนแสน จนถึงเกินแสน และอาจจะถึงสอง-สามแสน เด็กน้อย 2 คนเดินอยู่ข้างทางด้วยชุดนักเรียนที่ไม่เต็มชุด คนหนึ่งใส่รองเท้าแตะแบบนิ้วคีบ อีกคนหนึ่งมอมแมมกว่าเดินเท้าเปล่าสะพายย่ามกอดคอกันไป หันมาโบกไม้โบกมือให้เราที่กำลังผ่านทางคันแล้วคันเล่า(อาจจะเป็นปีแล้วปีเล่าก็ได้ ผมไม่รู้ ) แล้วก็ผ่านเลยไป

สำหรับพวกเรา ถึงที่หมายแล้ว รับถ้วยรางวัล(ทั้งส่วนตน/ส่วนกลุ่ม) สังสรรเฮฮา เลิก-ลากันกลับ ปีหน้าเจอกันใหม่ ที่เก่า เวลาเดิม ย้อนรอยเดิม เหมือนเดิม เท่านั้นหรือกับกิจกรรมที่ทุ่มกันกว่าครึ่งล้านบาทเท่าที่นับเป็นตัวเงินได้(ตามที่เขาแถลง หักด้วยค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกันอีกเกือบครึ่งล้านบาทเช่นกัน ....) ยังไม่นับรวมกับค่าใช้จ่ายแฝงของแต่ละท่านที่อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางกันมาร่วมงานจากทั่วทุกสารทิศซึ่งนับวันก็จะมากขึ้นและมากขึ้น...

คำถามที่คิดถามตัวเองมาตลอดคือ

เมื่อรอยล้อยาง(ทั้งจากรถยนต์และจักรยานที่เข้าร่วมกิจกรรม)จางหาย...สังคมโดยส่วนรวมทั้งหมดได้อะไร...

หากรูปแบบ เนื้อหา การดำเนินกิจกรรมยังเป็นเช่นที่เป็นอยู่ เราชาวจักรยานซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สังคมมองว่าน่าจะเป็นผู้ที่เกื้อหนุนโลกในระดับที่แน่นอนหนึ่งๆน่าจะมีบทบาทขับเคลื่อนทางสังคมที่ระดับใดระดับหนึ่งมากกว่าที่จะเมื่อออกจากเส้นปล่อยตัวแล้ว

...เสือหมอบมองเห็นแต่ล้อกับแผ่นหลังของคันหน้า...เสือภูเขา ก็เข้าป่าตามทางกันไป...

ถึงเวลาที่(อย่างน้อยที่...โคราช...ฯ) ต้องร่วมกันทบทวนแล้วล่ะครับ

จะมีประโยชน์อะไรที่หลังความยิ่งใหญ่แบบเป็นตำนาน...ปิดฉากลงปีแล้วปีเล่า...แต่ยังไม่สามารถบรรลุความสามัคคีในระดับพึงมีในพื้นถิ่นได้... มิหนำซ้ำยังซึมลึกความขัดแย้งภายในยาวนาน

ดังนั้น...พักสักปี...ก็ดีเหมือนกัน เพื่อหันมามองดูพวกเรากันเองอย่างสามัคคีสร้างสรรกันก่อน

เคยมีคำกล่าวว่า...3ปี ก็ไม่เร็ว 7ปีก็ไม่ช้า...สำหรับการทำงานความคิดให้ตกผลึกร่วมกัน

ด้วยความปรารถนาดีจากใจ ครับ
เห็นด้วยครับ ทุกวันนี้น้อยคนที่จะคิดถึงคนอื่นนอกจากตัวเอง

Re: ถามคนในแวดวงจักรยานคิดยังไงกับถ้วยรางวัล

โพสต์: 01 ก.พ. 2013, 19:22
โดย bigod_10
บางคนขี่จักรยานเขาอยากจะแข่งกับตัวเองก็มีครับ ส่วนถ้วยรางวัลที่เขาได้ถ้าขี่จบแล้วแจกทุกคนอันนี้ผมเห็นด้วยครับ ไม่น่าอายเลยสักนิด
ความภูมิใจความพอใจแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนแค่ขี่เข้าเส้นในเวลาที่กำหนดก็ภูมิใจแล้ว บางคนแค่ติดหนึ่งในห้าก็พอใจแล้ว ส่วนบางคนต้องได้ที่หนึ่งอย่างเดียว
ส่วนตัวผมที่ผ่านมาเคยเจอแบบที่คุณpskoratบอกจริงๆครับ แค่รับสมัครก็รู้แล้วครับว่าใครได้ที่เท่าไหร่ แต่ก่อนตอนผมไปแข่งเห็นหน้าก็รู้แล้วว่าสนามนี้เราจะได้ที่เท่าไหร่ ถ้าคนนี้มาเราได้ที่เท่านี้ ถ้าคนนี้ไม่มาจะได้ที่เท่านี้ ขี่แข่งกันรับถ้วยด้วยกันจนช่วยกันบังลมช่วยกันหนีกลุ่ม บางกันตกลงกันว่าช่วยกันหนีแล้วไปสปริ้นแข่งกันเองหน้าเส้น หรือบางครั้งจัดอันดับกันเลยในกลุ่มว่าใครควรได้ที่หนึ่งเพราะลากมากกว่า เป็นอย่างงั้นจริงๆ