ตัวแทนมาแว้วว
Brompton ในยุคแรกๆจะเป็นแฮนด์ M 3 สปีดสเตอร์มี่แกน 112 อะไหล่ตามยุคปีที่ออกแบบรถยุค 78 แกนดุมหน้า 74 เพื่อหวังผลให้ขนาดเมื่อพับประกบแล้วแคบที่สุด
รถพับดีๆในชุดเบญจภาคีถ้าสังเกตุดีๆตัวรถจะมีขนาดที่เหมาะสมกับตัวคนออกแบบเป็นหลัก เช่น Brompton ที่ออกแบบโดย Andrew Ritchey ฝรั่งตัวสูง
กับ Dahon Classic ตัวค้ำคอ ที่ออกแบบโดย Dr.David Hon อเมริกันเชื้อสายเอเชียรูปร่างเล็ก ที่ออกแบบรถพับในยุคเดียวกันกับ Brompton
สังเกตุแฮนด์ M ที่ดัดยกสูงขึ้น ก็เพื่อให้สามารถรองรับการขับขี่ของคนตัวสูงได้
ในยุค 1992-2002 Brompton มีการเพิ่มสายการผลิตในไต้หวัน โดยการชักชวนของกลุ่มพนักงาน Dahon ที่ส่งไปติดต่อ Brompton เพื่อขอเก็บค่าสิทธิบัตรการออกแบบ
ในเรื่องของหลักอานเยื้องกระโหลกที่ Dahon ถือสิทธิบัตรอยู่ แต่พนักงานกลุ่มนั้นกลับชักชวน Brompton ไปผลิตที่โรงงาน Neobike ไต้หวัน
รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี่ Dahon ไปผสมกับคอและแฮนด์ของ Brompton ออกมาเป็น Neobike Classic ลูกผสม จนจบที่การขึ้นโรงขึ้นศาลกัน
หลังจากหมดสัญญากับ Neobike แล้ว(รถยุคนั้นทำอังกฤษคันละ 500USD ทำไต้หวัน 250USD)ทีมวิจัย Brompton จึงได้มีการปรับแผนการตลาดและออกตัวใหม่
มีการปรับเรื่องของแฮนด์ให้หลากหลายขึ้น เพื่อตอบสนองการขับขี่ที่แตกต่างกัน และสรีระที่ต่างกัน จากเกียร์ดุม 3 สปีดเดิมที่มีอัตราทดค่อนข้างห่าง
ทำให้การขับขี่ทางเรียบในชีวิตประจำวันต้องแบกน้ำหนักเกียร์ดุมไว้ขณะที่ขี่แค่เกียร์ 2 เพียงเกียร์เดียว
Brompton จึงได้ออกชุดขับเคลื่อน 2 สปีดออกมา ใช้ดุมแบบมีโม่สั้นรองรับ 2 เฟือง ทำให้การขับขี่ทางเรียบสนุกขึ้นแทนที่จะมีเกียร์กลางเกียร์เดียว
กลายเป็นมีหนักนิดเบาหน่อยให้เล่นในขณะที่น้ำหนักตัวน้อยลง โดยมีเฟืองหลังให้เลือกตั้ง 12/13/14/15/16 ฟัน
จานหน้าเองจากรุ่น 3 สปีดเดิมที่ใช้เฟืองหน้า 50 หลัง 13 มีการกำหนดขนาดจานหน้าใหม่ขึ้นมารวมเป็น 3 ขนาด คือ 44/50/54 ฟัน
และคำนวณอัตราทดหรือ GI ให้เหมาะสมในแต่ละลักษณะการใช้งานที่หลากหลายขึ้น
ในรุ่น 2 สปีดมาตรฐานจะใช้จานหน้า 54 จัดชุดกับเฟืองหลัง 12/16 (เล็กสุด/ใหญ่สุด).ได้ค่า GI55.9-74.5 (เรียก 2 สปีดสแตนดาร์ด)
หากลดขนาดจานหน้าลงมาเหลือ 50 จะเหลือค่า GI51.7-69 (2 สปีดลบ 7%)
และ จาน 44 จะเหลือ GI45.5-60.7 (2 สปีดลบ 12%)
การใช้ระบบเฟืองหลัง 2 เฟืองนี้ลามไปถึงการออกแบบเกียร์ดุม 3 สปีดตัวใหม่ให้ใส่เฟืองหลังได้ 2 เฟืองกลายเป็นรุ่น 6 สปีด
ฟังดูเหมือนไม่มีอะไรแตกต่างจากระบบ Dual Drive ของ SRAM ที่ใช้ 3 เกียร์ดุมคู่กับ 8 หรือ 9 เกียร์ชั้น
เกียร์ 3x2 ของ Brompton ที่ผลิตโดยโรงงาน Sturmey มีขนาดความกว้างของแกนเพียง 112 ต่างกับดุมยุคหลังๆที่ใช้ 135 mm
เพื่อไม่ให้กระทบกับโครงสร้างการออกแบบเดิมของ Brompton ที่รองรับดุมหลังแค่ 112
เกียร์ดุม 3x2 ตัวนี้จะเรียกรุ่นว่า BWR (Brompton Wide Range) ให้อัตราส่งกำลัง 64/100/157% ความกว้างระดับ 327%
ส่วนเกียร์ดุม 3 สปีด จะใช้รหัสรุ่น BSR (Brompton Standard Range) ให้อัตราทด 75/100/133% ความกว้าง 177%
จะเห็นว่าเกียร์ตัว BWR จะมีอัตราทดหนักเบามากกว่า แล้วจึงมาซอยไล่อัตราทดด้วย 2 เฟืองหลัง
ช่วยให้สมรรถนะด้านอัตราทดกว้างขึ้น ละเอียดขึ้น ในขณะที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นจากรุ่น 3 สปีดนิดหน่อย
แฮนด์ S/M/P/H ที่ออกมา นอกจากหน้าตาที่แตกต่างแล้ว ยังรวมไปถึงสรีระและสไตล์ขับขี่ที่ต่างกันด้วยในเรื่องการจัดท่านั่งเพื่อถ่ายน้ำหนักของสรีระที่ต่างกัน
ออพชั่น E/L/R เปลือย/บังโคลน/ตะแกรงท้าย มีผลต่อน้ำหนัก ราคา และลักษณะการใช้งาน จนเกิดนิยามใหม่ว่า Brompton ยิ่งหนักยิ่งแพง(ไม่รวมรุ่น Ti)
1/2/3/6 จำนวนสปีดที่เหมาะกับลักษณะการใช้ ยิ่งเบายิ่งอัตราทดน้อย ยิ่งหนักยิ่งครอบคลุม ยิ่งหนักยิ่งแพง
สีปัจจุบันมีให้เลือกสั่งได้ทั้งหมด 15 สี (รวม Raw Lacqure) เลือกสั่งได้ 2 สีต่อคัน เป็น Main Frame กับ Extremity
ซึ่งการเลือกสีจะมีผลทำให้ราคารถแตกต่างกันด้วยในต่างประเทศ
การสรุปราคารถ Brompton จะมีแบบฟอร์มติ๊กเลือกเพื่อรวมร่างสรุปราคาออกมาของแต่ละคัน
สีที่ไม่มีการคิดเงินเพิ่ม ได้แก่สี White/Black/Hot Pink/Turkish Green
สีอื่นๆจะถูกเพิ่มเงินสีละ 2,000 บาท เช่น แดง/ดำ แดง+2,00/ดำ+0 หากเป็นสี แดง/แดง = +2,000/+2,000
ตารางสีและโค้ดสีของ Brompton ปัจจุบัน ได้แก่
WH-White
BK-Black
HP-Hot Pink
TG-Turkish Green
CL-Claret
BU-Cobalt Blue
RG-Racing Green
SG-Sage Green
DS-Desert Sand
RD-Red
OR-Orange
YE-Yellow
AG-Apple Green
AB-Arctic Blue
RL-Raw Lacqure
ซึ่งตลาดเมืองไทยมีการคละสีในตารางการสั่งที่อัตราคันละ 2,000 บาททุกสีเฉลี่ยกัน (คันที่เข้าข่ายสีไม่คิดเงิน โดน 2,000 คันที่น่าจะโดน 4,000 จะโดนแค่ 2,000)
ตัวแทน Brompton ในยุคปัจจุบันที่เรียกว่า Brompton Junction จะมีหน้าที่ให้ข้อมูลในการเลือกซื้อรถ มากกว่าการที่จะเน้นขายรถ เพราะคนเค้าเข้ามาเพื่อซื้ออยู่แล้ว
ในเรื่องโครงสร้างภาษีมหาโหดจนเกิดราคามหาเหี้ยมคงต้องปล่อยไปตามกระแสประเทศไทย หลายๆท่านคงได้รู้เรื่องโครงสร้างภาษี 30/10/1/0% กันบ้างแล้ว
จะได้ไม่ต้องสับสนว่าทำไมราคารถมันแตกต่างก้าวกระโดดกันเหลือเกิน ผู้บริโภคต้องตัดสินเลือกเอาเองว่าจะบริโภคตลาดไหน ส่วนตัวแทนก็ต้องดำเนินไปตามครรลองที่ถูกกำหนดไว้
ไม่ว่าจะซื้อรถที่ไหน แต่ที่ตัวแทนมีรถให้ลองขี่ ยก พับ เข็น ครบถ้วนกระบวนความในรุ่นสแตนดาร์ดต่างๆ
S2E แฮนด์ตรง ทรงสปอร์ต เบาสุด เฉี่ยวสุด ขี่ ยก พับ เข็น เป็นไง
M3L แฮนด์แม่บ้าน คลาสสิค 3 เกียร์ ตัวคลาสสิคที่เค้าว่ากัน ขี่ ยก พับ เข็น เป็นไง
P6R แฮนด์โรงยิม หนักออพชั่น เบ็ดเสร็จปาเข้าไป 12.5 kg ขี่ ยก พับ เข็น เป็นเช่นไร
ชอบแฮนด์นี้ เกียร์นั้น ออพชั่นนู้น สีนั่นนี่ ไม่แวะร้านตัวแทนเพื่อวางแผนออก Brompton ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว
สเป็คที่ใช่ สีที่ชอบ ไม่มีในสต๊อก ก็ต้องเปิดเป็นรถสั่งจองรอ 4 เดือน มัดจำ 20,000
15 สี 4 เกียร์ 4 แฮนด์ 3 ออพชั่น ยากครับที่จะมีสต๊อกโป๊ะเชะ
เรื่องที่จะออกที่ไหนก็แล้วแต่กำลังศรัทธากันละครับ
เรียกว่าจ่ายแพงกว่าเพราะภาษี แต่ได้ประกันเฟรม 5 ปี อะไหล่ 2 ปี ในประเทศ ไม่ต้องหิ้วกลับไปเคลมประเทศต้นทาง
ส่วนตัวผมขอจบที่ P6R-12% จานหน้า 44T หลัง 13/16T
GI29.2-36-45.8-56.4-71.8-88.3
เพียงพอที่จะไต่เขาเส้นทาง 1095 เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ได้แบบไม่มีเข็นตลอดเส้นทาง แล้วขี่ในเมืองจะไปเหลืออะไร
ใครอยากรู้ว่า Brompton ตัวเองเกียร์หนักเบาเท่าไหร่
ตามลิ้งค์นี้ไปลองกดคำนวณดูครับ
http://xldev.co.uk/bgc.html
หรือจะผสมสีเล่นๆ ก็ต้องลิ้งค์นี้
http://www.nycewheels.com/brompton-colors.html
รถโมเดล 2012 ล๊อตสุดท้ายกำลังจะเข้าไทยเร็วๆนี้ ก่อนที่จะเปลี่ยนโฉมเป็นรุ่น 2013 รุ่นใหม่ ราคาใหม่
ว่างๆก็ลองแวะไปจิบกาแฟลองรถที่ร้านตัวแทนดูครับ
...
..
.