หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

หนองคาย - หลวงพะบาง 22 เมษา -1 พค. 2552
เนืองจากมีรูปเยอะมาก เลยแบ่งเป็นช่วงๆ จะได้โหลดรูปมาเร็วหน่อย


1 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ 22 เมษายน 2552 ถึง หนองคาย - เวียงจันทน์ 23 เมษายน 2552
2 เวียงจันทน์ - เขื่อนน้ำงึม 23-24 เมษายน 2552
3. เขื่อนน้ำงึม - วังเวียง 24-25 เมษายน 2552
4 วังเวียง - กาสี 25-26 เมษายน 2552
5 กาสี -ภูคูน 26 เมษายน 2552
6 ภูคูน - กิ่วกะจำ 26-27 เมษายน 2552
7 กิ่วกะจำ - หลวงพะบาง 27-28 เมษายน 2552
8 หลวงพะบาง - เวียงจันทน์ ข หนองคาย - กรุงเทพฯ 28 เมษายน -1 พฤษภาคม 2552
9 สองวัน ในหลวงพะบาง






22 เมษายน 2552 นอนบนรถไฟ
23 เมษายน 2552 ถึงหนองคาย 8.20 น. ปั่นไปนอนที่รีสอร์ทในเขื่อนที่น้ำงึม ห้องพักอย่างดี คืนละ 600 บาท
24 เมษายน 2552 นอนที่วังเวียง ที่เรือนพักสีสมบัติ พ้องพักดีห้องน้ำในตัว คืนละ 400 บาท
25 เมษายน 2552 นอนที่กาสี เรือนพักวันพิสิต คืนละ 440 บาท ค่อนข้างดีห้องน้ำในตัว
26 เมษายน 2552 นอนที่กิ่วกะจำ เป็นห้องพักหลังร้านอาหาร ห้องน้ำรวม พอนอนได้ คืนละ 200 บาท
27 เมษายน 2552 ถึงหลวงพะบางประมาณ 18.00น. คุณฤทธิ์ กับคุณวรมินทร์ พักที่ Villa PHILAYLACK ห้องพักอย่างดีเหมือนโรงแรงชั้นหนึ่ง แต่ที่นี่ห้องเตียงคู่ว่างเพียงห้องเดียว ราคาห้องพักคืนละ 450 บาท สำหรับตัวผมกับพี่หว่าง เลยต้องไปนอนเรือนพักสมจิตร ห้องพักอย่างดี คืนละ 500 บาท (ประทับใจ คุณสมจิตร ครับ บริการดีมากๆ มีกาแฟลาว ให้เราชงกินฟรีไม่จำกัด มีกล้วยน้ำว้าให้กินฟรีๆ ทั้งวัน)

เดินทางด้วยรถไฟขบวนที่ 69 กรุงเทพฯ - หนองคาย ออกเวลา 2 ทุ่ม ตั๋วเรามีแล้ว พอ 6 โมงครึ่ง เราก็ไปถึงหัวลำโพง ผมเอาเจ้า KHS ALITE 4000 ไปครับ ส่วนพี่หว่าแกเอาเจ้า KONA SUTRA ไป ก่อนอื่นเราก็ต้องไปที่ช่องสัมภาระก่อน เพื่อตีตั๋วให้กับจักรยานของเรา ค่าตั๋วคันละ 90 บาท

รูปภาพ

ตู้สัมภาระอยู่ติดกับหัวรถจักร เราก็แบกขึ้นไปเอาตตึ๋งหนืด (เรียกตามอีตาอู๊ดเครายาวๆ) มัดติดกับรางข้างๆ ตู้เลย แถมดันเอากูญแจไปล็อกซะอีก พอถึงหนองคายพนักงานเลงไม่ได้เราต้องมาปลดล็อกก่อน ใครจะเอาจักรยานไปไม่ต้องล็อกนะ เขาจะดูแลอย่างดี มีใบรับรถแสดงถึงจะเอาออกมาได้ พี่หว่างติ๊ปพนักงานไปร้อยนึง เขาดูแลให้อย่างดีเลย

รูปภาพ

รถไฟถึงสถานีหนองคายประมาณ 8.20am คุณฤทธิ์มารอรับอยู่แล้ว แกล่วงหน้ามาก่อนหนึ่งวันเพราะไม่มีตั๋ววันที่ 22 เมษา พร้อมแล้วเราก็ปั่นไปที่ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ กับ ตม. เติมพลังมื้อเช้าก่อน

รูปภาพ

คุณวรมินทร์ แกขับรถมาจากแปดริ้ว มาจอดที่หนองคาย ทีแรกแกว่าจะจอดในวัด ผมบอกว่าอย่าเสี่ยง ผมก็เลยโทนไปหาพวกที่ วิทยาลัยเทคนิคหนองคาย อาจารย์เฉลิมพจน์ (แกเป็นรองผูอำนวยการ) แกบอกให้จอดที่ของเขาเลย แล้วยังสั่งให้ยามดูแลเป็นอย่างดีด้วย สักพักคุณวรมินทร์ก็ปั่นจักรยานตามมา

รูปภาพ

มือนี้เป็นกาแฟโบราณ ไข่กะทะ ของผมแถมด้วยข้าวผัดกะเพราอีกจานนึงด้วย

รูปภาพ

สำหรับพี่หว่างต้องทำใบผ่านแดนเพราะไม่ได้เอาหนังสือเดินทางไปด้วย ทีแรกเราก็คิดว่าคงอยู่ในลาวได้ 3 วัน 2 คืน คงไปได้แคเขื่อนน้ำงึมแล้วก็ต้องกลับ พี่หว่างแกบอกว่าไหนๆ มาแล้วเป็นไงก็เป็นกัน ไปให้ถึงหลวงพะบางเลยค่าทำ ถ่ายรูป จ่ายไป 120 บาท ทำที่ร้านข้างๆ ที่นั่งกินมื้อเช้ากันนั่นแหละ ที่รับทำเขาจมีเด็กขึ่มอไซค์ไปทำที่ คม. ให้เสร็จเลย สะดวกดี
เมื่อใบผ่านแดนพี่หว่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราไม่ลือเตรียมหาน้ำดื่มพกติดตัวไปอีก ไม่ไว้ใจระหว่างทาง เดี๋ยวน้ำหมดมาแล้วแย่เลย ยอมหนักขึ้นอีกนิดนึงดีกว่า
เวลาประมาณ 10 โมง 15 นาที เราก็ไปถึง ตม. หนองคายเริ่มก็กรอกเอกสารขาออกที่ด่านหนองคาย แล้วยื่นหนังสือเดินทาง

รูปภาพ

รูปภาพ

เมื่อออกจาก ตม. ที่หนองคายแล้ว เราก็ปั่นจักรยานข้ามสะพานมิตรภาพข้ามไปฝั่งลาวเลย ที่ฝั่งลาวรถยนต์ทุกคันเขาจะมีน้ำฉีกล้างล้อรถ จักรยานไม่ต้อง

รูปภาพ

เวลาประมาณ 10 โมงครึ่ง เรามาถึง ตม.ฝั่งลาว กรอกเอกสารขาเข้านิดหน่อย และยังกรอกขาออกเตรียมไว้เลย ยื่นหนังสือเดินทางเสร็จก็ปั่นจักรยานออกไปได้เลย ไม่มีการตรวจกระเป๋าอะไรเลย ทางฝั่งไทยก็เหมือนกัน คราวนี้เราต้องปรับตัวนิดหน่อย โดยการปั่นจักรยานชิดขวามือ

รูปภาพ

รูปภาพ

พี่หว่างแกก็กังวลว่าจะต้องทำไง หากอยู่เกิน 3 วัน 2 คืน แกบอกกับผมว่าก็ปั่นกันไปเถอะ หมดเวลาผมแล้ว จะไล่ผมกลับตรงไหนก็บอกมา แกเล่นพูดน่าสงสารหยั่งงี้ ผมก็บอกว่าถ้าพี่หว่างกลับผมก็ต้องกลับด้วย พอดีมีคนลาวมาคุยด้วย เขาบอกว่าไปเถอะไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครตรวจหนังสือเดินทางหรอก พี่หว่างแกเลยใจดีสู้เสือ บอกกับผมว่าเป็นไงเป็นกันวะ มาแล้วต้องปั่นให้ถึงหลวงพะบางให้ได้ คนมีเงินร้อยล้านพันล้านยังไปเที่ยวแบบเราไม่ได้เลย (เขาไม่เอาด้วยต่างหาก)

รูปภาพ

จากนั้นปั่นเข้าตัวเมืองเวียงจันทน์ ปั่นมาได้สักพักเห็นที่สี่แยกมีโม่ปูนหลุ่นอยู่กลางภนน ไม่เห็นมีใครเก็บ

รูปภาพ

รูปภาพ

ปั่นมาสักพักนึงเวลาราวๆ ก่อนเที่ยงเล็กน้อย ดูเวลาของภาพถ่ายเวลา 11 โมงครึ่ง ผ่านโรงเรียนมัธยม เห็นนักเรียนนักเรียนกำลังบ้านไปกินข้าวกลางวัน มีมัธยมกลุ่มนึงกำลังซื้อผลไม้กิน เลยเข้าไปคุยด้วย

รูปภาพ

รูปภาพ

สักพักนักเรียนบอกว่าคุณครูมาแล้ว ก็เลยขอถ่ายรูปด้วย

รูปภาพ

ผมนัดเจอพี่เสือหางแฮ้ม บอกว่าเมื่มาถึงเวียงจันมน์แล้วให้โทรหา เมื่อโทรติดต่อได้แล้ว พี่หางแฮ้มแกออกมารอที่สี่แยกไปแดงที่สองจาก ตม. (คนลาวเรียกไฟแดงว่าไฟอำนาจ) จากโรงเรียนที่แวะเมื่อกีใช้เวลาปั่นประมาณ 1 ชั่วโมง ประมาณเที่ยงตรง เราก็เจอพี่เสือหางแฮ้ม แนะนำการเดินทางนิดหน่อย แถมให้แผนที่เวียงจันทน์มาแผ่นนึงเป็นภาษาลาว พี่เสือหางแฮ้มแกเป็นคนไทยที่มาทำมาหากิน ขายมอไซค์ซูซูกิ (ลาวเรียก "ลดจัก") อยู่เวียงจันทน์สิบกว่าปีแล้ว ใครจะไปลาวต้องถามข้อมูลกับพี่แกทั้งน้าน

รูปภาพ

หลังจากคุยกับพี่เสือหางแฮ้มแล้ว เราก็เดินทางต่อ เสลาประมาณ บ่ายโมงครึ่ง เห็นข้างทางมีร้านอาหารเราก็แวะเข้าไป เป็นอาหารมื้อแรกในประเทศลาว เป็น ข้าวเหนียว 2 กะติ๊บ ต้มโคล้งเนื้อวัว ปลาปิ้ง (ไม่ใช่ปลาย่างนะ ถ้าปลาย่างหมายความว่าปลากำลังเดิน เช่นเดียวกับของเราเรียกไก่ย่าง ลาวเรียกไก่ปิ้ง ถ้าเป็นไก่ย่างก็คือไก่กำลังเดิน) ผมได้แต่ซดน้ำแกง กับปลาอีกนิดหน่อน แต่ตุนข้าวเหนียวไว้ใพ้มีกำลังถึงเขื่อนน้ำงึมให้ได้

รูปภาพ

รูปภาพ

ตอนนั้นก็เวลาล่วงเข้าไปประมาณบ่ายสองโมงได้แล้ว จากนั้นก็ปั่นต่อไปจนถึงเชื่อนน้ำงึม ระยะทางจากเวียงจันทน์มาเขื่องน้ำงึมก็ประมาณ 90 กว่ากิโล เราจึงปรึกษากันว่าเราต้องรึบอัดให้ถึงเขื่อนน้ำงึมก่อนค่ำให้ได้ เราเกรงว่าพอมืดแล้วจะเดินทางลำบากมีอันตรายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผมก็เลยถามเจ้าของร้านอาหารว่า "ถ้าปั่นรถถีบในลาวตอนกลางคืนเนี่ย มีอันตะลายบ่" เจ้าของร้านแกตอบว่า "บ่อันตะลายดอก ที่ลาวบ่มีเสื้เหลืองเสื้อแดง" เราสี่คนเลยได้แต่ยิ้มๆ กัน ถามต่อว่าทางไปเขื่อนน้ำงึมเป็นยังไง เจ้าของร้านแกบอกว่า "พอใกล้จะถึงเขื่อนต้องปั่นขึ้นเขาค่อนข้างชัน (คนลาวบอกว่าปั่นติ๊กๆ ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ถึง) ระยะทางก็หลายกิโล ตามทางมืดมากไม่มีไฟแสงส่าง อาศัยไฟฉายแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น" เราก็จ่ายเงินเป็นเงินบาท แล้วเริ่มปั่นต่อ ตามทางขึนเขื่อนมืดมากต้องแวะถามชาวบ้านตลอดทางที่เจอบ้านคน เราต้องเกาะกลุ่มกันติดๆ ช่วงทางขึ้นขึ้นยากนิดหน่อยชทางชันมาก ของข้างหลังก็ถ่วงแทบหงายหลัง ใช้เกียร์ 1 เกียร์ 2 ตลอด เราพักกันเป็นระยะๆ

รูปภาพ

รูปภาพ

ในที่สุดเราก็มาถึงรึสอร์ทที่เขื่อนน้ำงึม ประมาณ เกือบๆ 3 ทุ่มเห็นจะได้ รวมระยะทางจากหนองคายมาถึงเขื่อนน้ำงึม 118 กิโลเมตร เราติดต่อเข้าพัก ค่าเช่าห้องพักคืนละ 600 บาท ทั้งรีสอร์ทมีคนไทยมาพักก่อนหน้าเราคนเดียว เราเป็นกลุ่มที่สองมาพักอีกสองห้อง

รูปภาพ

หิวมากครับ กว่าจะได้กินมือ้ค่ำ ก็เล่นเบียร์ลาวซะก่อน อาหารมื้อค่ำวันนี้ ก็เป็นเมนูปลา กับไข่เจียว เบียร์ลาว มื้อนี้รวมกับค่าห้องพัก มื้อนี้จ่ายไป 600500 กีป (2520 บาท)

รูปภาพ

เราเข้านอนกันประมาณ เที่ยงคืน เช้าพี่หว่างแกตื่นตั้งแต่ตี 5 ผมก็เลยต้องตื่นตามมาด้วย ออกมาดูวิวเขื่อนสวยมากครับ

รูปภาพ

หน้าห้องพัก ตอนเช้า
รูปภาพ

ห้องอาหาร
รูปภาพ

ทางเดินไปห้องพักอีกฝั่งนึง
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

หลังจากกินมื้อเข้า เป็นอาหารที่เหลือจากเมื่อคืนฝากแม่ครัวไว้ และอาหารเช้าใหม่จากรีสอร์ท มีไข่ดาว กาแฟลาว เมื่อเติมพลังกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินทางออกจากเขื่อนน้ำงึมมาถึง บ้านโพนโฮง เวลาประมาณ 9 โมงเช้า ระยะทางจากเขื่อนประมาณ 20 กิโลเมตร
จากเขื่อนน้ำงึม ถึง บ้านโพนโฮง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เราแวะตรงสามแยกบ้านโพนโฮง แวะซื้อน้ำดื่ม คุณฤทธิ์ซื้อยาดม ผมจำได้ว่าเมื่อสองปีก่อนตรงสามแยกนี้แหละเห็นฝรั่งสองคนปั่นจักรยานมี BackPack ติดมาพะรุงพะรัง เข้าไปคุยด้วยเขาบอกว่ามาปั่นจักรยานมาจากเบลเยี่ยมจะไปจีน ค่ำไหนอนนั่น กางเต๊นนอนบ้าง จุดนี้แหละมั้งจึงเกิดแรงบันดาลใจให้มาปั่นจักรยานไปหลวงพะบางจนได้

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เชาวันที่ 24 เมษายน 2552 เราเดินทางออกมาจากเขื่อนน้ำงึม มาถึงแยกโพนโฮง เวลา ประมาณ 9 โมงเช้า หลังจากซื้อน้ำดื่มที่แยกโพนโฮงเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มเดินทางต่อ ไปยังวังเวียง มาถึงวังเวียงก็ค่ำแล้ว เวลาประมาณ ทุ่มครึ่ง

ภาพจากแยกโพนโฮง มายังวังเวียง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


รวมระยะทางจากหนองคาย ถึง หลวงพะบาง ประมาณ 475 กิโลเมตร

ขากลับ นั่งรถประจำทางจากหลวงพะบาง กลับมาเวียงจันทน์ ค่ารถ คนละ 95000 กีป ค่ารถจักรยาน (ลาวเรียกรถถีบ) ขึ้นวางบนหลังคา อีกคันละ 50000 กีป รวมแล้วเป็นเงิน 145000 กีป แปลงเป็นเงินบาท 145000/240=605บาท
รถที่นั่งเป็นรถด่วน ออกจากหลวงพะบาง 6.30pm ถึงเวียงจันทน์ประมาณ 5.30am
เป็นรถแอร์แต่เขาปิดแอร์ เพราะต้องการกำลังเต็มที่ เนื่องจากวิ่งขึ้นเขาตลอด เวลานั่งมาต้องแง้มกระจกหน้าต่างนิดนึงให้อากาศถ่ายเท อากาศเย็นมาก ตรงช่วง กิ่วกะจำ ภูคูน กาสี หนาวมาก
รถออกมาจากหลวงพะบางซักประมาณชั่วโมงก็จอดข้างทาง แล้วมีคนลงไป ผมหันไปถามคนลาวที่นั่งข้างว่าจอดทำไม เขาบอกว่า "จอดเบา" ผมก็ลงไปบ้าง เห็นผู้หญิงลาวหลายๆ คนลงไปในรางระบายน้ำข้างถนน เป็นรางกว้างประมาณเกือบๆ เมตรนึง ลงไปนั่งยองๆ เดาได้เลยว่าลงไปทำอะไร ผมกับพี่หว่างลงไป มันก็มืดมีคนบอกว่า "ระวังเยี่ยวรดหลังเขานะ"





รูปภาพ


สรุปแล้วก็รอดกลับมาได้อย่างปลอดถัยทุกคน สำหรับพี่หว่างโดนค่าปรับไปวันละ 300 บาท เราก็เลยได้ความรู้มาว่าทำใบผ่านแดน (เสีย 120 บาท) นั้นเข้าลาวแล้วออกไปนองแขวงไม่ได้ เช่น เข้าไปเวียงจันทน์ก็ต้องอยู่แค่เวียงจันทน์ แต่ที่กล้าไปถึงหลวงพะบาง เพราะว่ามีคนลาวบอกว่า "ไปเถอาะ ไม่มีใครเขาตรวจหรอกกลัยมาก็เสียค่าปรับเอาเท่านั้นแหละ"
แก้ไขล่าสุดโดย Soo-T เมื่อ 05 พ.ค. 2009, 19:29, แก้ไขแล้ว 51 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง

โพสต์ โดย Soo-T »

มีสมาชิกร่วนเดินทาง 4 คน
คุณวรมินทร์ พี่หว่าง คุณฤทธ์ และต้วผมเอง

รูปภาพ
somkate

Re: หนองคาย หลวงพะบาง

โพสต์ โดย somkate »

สวัสดีครับ อ.สุธีร์ พีหว่าง ของดูภาพสวยๆบั่งครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ทิวากร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6591
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
Tel: 081-977692สอง
team: ขุนหาญทีม
Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว

Re: หนองคาย หลวงพะบาง

โพสต์ โดย ทิวากร »

รอชมภาพ อีกคนครับ
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง

บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ

สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ

อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185

เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
รูปประจำตัวสมาชิก
meepoo
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2008, 22:53
Tel: 089-8454507
team: United Nation
Bike: Princepia pro + XTR group set
ตำแหน่ง: 292 ถ.เขื่อนธานี อ.เมือง จ.อุบลฯ

Re: หนองคาย หลวงพะบาง

โพสต์ โดย meepoo »

ผูกเปล รอชมแล้วครับ..
""" ...... ฉันทะ - วิริยะ - จิตตะ - วิมังสา ..... """[/size]
แม่ฮ่องสอน
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 129
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ต.ค. 2008, 15:43
Tel: 089-666-7639
team: รักอิสระ
Bike: Bianchi Nirone C๒C (Veloce)
ติดต่อ:

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย แม่ฮ่องสอน »

การปั่นไปหลวงพะบาง เป็นความใฝ่ฝันของผมเลยครับ

กะว่าชาตินี้ต้องไปให้ได้ทีเดียวครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ตี๋ท่าบ่อ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 7354
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:42
Tel: 086-5521599 856-20-54100356
team: SDL บ้านคลอง มิตรภาพลำโขง เมืองท่าบ่อ หนองคาย

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย ตี๋ท่าบ่อ »

ขอติดตามชมด้วยคนครับ (ผมโชคดีมากครับได้พบ อ.Soo-T ตัวเป็นๆที่ประตูชัย)
รูปประจำตัวสมาชิก
ธีรพันธ์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1487
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ค. 2009, 09:23
Tel: 0887979655
team: ปั่นทางไกลบุรีรัมย์

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย ธีรพันธ์ »

อยากไปมากครับรอดูรูปเผื่อได้จินตนาการเพิ่มครับ
HS 3 NN
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

ตี๋ท่าบ่อ เขียน:ขอติดตามชมด้วยคนครับ (ผมโชคดีมากครับได้พบ อ.Soo-T ตัวเป็นๆที่ประตูชัย)
สวัสดีครับ คุณ ตี๋ท่าบ่อ เช่นกันทีแรกที่ประตูชัย พวกผมกำลังจะออกไปแล้วเชียว หันกลับไปเห็นมากันเป็นฝูงเลยต้องชวนกันเข้าไปทักทาย
อย่าลืมลงรูปสวยให้ดูบ้างนะครับ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Soo-T เมื่อ 04 พ.ค. 2009, 15:41, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

ธีรพันธ์ เขียน:อยากไปมากครับรอดูรูปเผื่อได้จินตนาการเพิ่มครับ
หาเวลาไปให้ได้ครับ เป็นสุดยอดของการปั่น ขึ้นเขา ชมวิว ถึงแม้ที่ในบ้านเราจะมีเส้นทางคล้ายๆ กัน แต่ในลาวรถน้อยกว่าบ้านเรามากครับ และสิ่งที่ประทับใจคือ เด็กๆ ตามข้างทางเมื่อเห็นเราปั่นผ่านมาเขาจะร้องว่า "สะบายดี" (สวัสดี) ผู้ใหญ่ก็ทักทาย สะบายดี เหมือนกัน ผู้คนของเขาเป็นมิตรดีครับ นักปั่นทุกคนคงมีความคิดเช่นนี้แหละครับ ว่า สักวันต้องปั่นไปหลวงพะบางให้ได้ ไม่แนผมอาจจะมีรอบสองก็ได้ แต่คงเบี่ยงๆ ไปทางอื่น เช่น ทุ่งไหหิน
ปิดเทอมตุลานี้ ผมจะไปสะหวันนะเขต ไปด้วยกัยก็ได้นะ
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

แม่ฮ่องสอน เขียน:การปั่นไปหลวงพะบาง เป็นความใฝ่ฝันของผมเลยครับ

กะว่าชาตินี้ต้องไปให้ได้ทีเดียวครับ
เป็นความฝันของนักปั่นทุกคนเลยครับ ลองไปดูซี่ครับ สุดยอด
ตอนที่ผมไปช่วงระหว่างโพนโฮงไปวังเวียง ร้อนมาๆ จนยางมะตอยที่ราดถนน ละลายเยิ้มเลย เวลาล้อวิ่งผ่านมันแทบจะติดหนึบเลย
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

ภาพสวยๆ ที่วังเวียง

ยามค่ำคืนที่วังเวียง หลังจากอาบน้ำพักผ่อนกันนืดหน่อยแล้ว เราก็ชวนกันมาชนบรรยากาศยามค่ำคืนของวังเวียง ผมมาเป็นครั้งที่สองแล้ว ฝรั่งมาเที่ยวเยอะ ส่วนใหญ่มาสูบ.... เห็นพกกันมาเป็นห่อเล็กๆ
พี่หว่างแกหิว ผมเลยพาไปกินโรตี ถามหาหน้าปลาร้า ไม่มีคครับ ที่นี่เนาเรียกแพนเค้ก ก็โรตีน่ะแหละ อันละ สิบพันกีป (10000K)
คนขายยังเป็นนักเรียนมัธยมปลาย ม.4 อายุ 17 ค่าเรียนทำโรตี ไปเรียนมา คิดป็นเงินไทยก็ ห้าพันบาท
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ไก่ปิ้ง ไม้ละ สิบพันกีป (48 บาท) แพงจัง ซื้อมา 2 ไม้ ข้าวหลาม 6 กระบอก กลับมากินที่เรือนพัก
รูปภาพ

ฝรั่งเต็มไปหมด
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


ตอนเช้าวันรุ่งขึ้น กำลังจะไปหาอาหารเช้าที่ตลาด มองออกมาจากเรือนพักสีสมบัติ ที่เห็นเป็นลานกว้างๆ นั่นคือสนามบินสมัยสงคราม
รูปภาพ

บรรยากาศยามเช้าที่ตลาดวังเวียง ปั่นจักรยานชมวิถึชีวิตชาววังเวียงได้สักพัก ก็มหยุดที่ร้านโจ็ก
พี่หว่างสั่งโจ๊กใส่ไข่ มุกคนก็บอกเอาเหมือนกัน พอมากิน พี่หว่างถามคนขายว่า "ในชามไม่เห็นมีไข่เลย" คนขายตอบว่า "ไข่มันใส่ปนกับข้าวลงไปในหม้อแล้ว" ของเขาไม่เหมือนบ้านเราที่ใส่ไข่เป็นฟองๆ ลงในชาม แล้วโปะด้วยโจ๊ก
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ


หลังจากที่กินโจ็ก ตบท้ายด้วยกาแแฟลาวกับปลาท่องโก๋แล้ว เราก็ปั่นจักรยานไปที่ตลาดสด ผมอยากเห็นผักน้ำสดๆ ครับ
พอไปถึงตลาดสดเราต้องฝากจักรยานไว้ เขาห้ามจูงเข้าไป ค่าฝากคันละ 1000 กีป
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ผักน้ำสดๆ ผัดน้ำมันหอยอร่อยมากๆ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สบู่ฝุ่น (ผงซักฟอกไทย) เวอชั่นลาว
รูปภาพ

รูปภาพ

แม่พาลูกมานั่งเป็นเพื่อนดูแม่กินเฝอ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ขนมปังปอนด์ Made in ...... ?
รูปภาพ

ลองเอาราคาป้ายหารด้วน 240 สิครับ จะได้รูว่าไข่ราคาเท่าไหร่
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ออกจากตลาดเราปั่นจักรยานไปสักพักเจอวัด มีเสียงดังลั่นออดมา จึงเข้าไปดู เห็นมีคนไปทำบุญ คนที่ไปจะมีตีฆ้อง โยนดอกไม้ เป็นจังหวะ ด้วย
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เด็กวัด
รูปภาพ

พออกจากวัด เราก็จะปั่นข้ามสะพานไปอีกฝั่งของแม่น้ำซอง มีที่ท่องเที่ยวเยอะมาก ตรงนี้มีด่านเก็บเงินค่าผ่านทางด้วย
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

แม่น้ำซอง
รูปภาพ

หน้าปากทางเข้าถ้า ไม่ได้เข้าไปหรอก เด็กที่เห็นนะเป็นไกด์พาเข้าถ้า
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พออกจากทางเข้าถ้า จะเห็นเรือนพักเยอะแยะเลย
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

สะพานข้ามกลับมาอีกฝั่ง ถ้าเราข้ามตรงนี้ไม่ต้องเสียตัง
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ลำน้ำซอง
รูปภาพ

ข้ามมาอีกฝั่งแล้ว
รูปภาพ

กลับมาที่พัก เห็นรถบัสกำลังส่งฝรั่งลง กำลังคิดว่าขากลับคงต้องเป็นรถแบบนี้แน่นอน
รูปภาพ

ราวๆ เที่ยงเริ่มหิว พี่หว่างชวนไปกินเฝอใกล้ๆ ที่พัก คิดเป็นเงินไทยชามนึงราวๆ 50 บาท ผมกินไม่ค่อยได้ มันเนื้อติดมันเยอะจังเลย
รูปภาพ

รูปภาพ

ลูกสาวเจ้าของเรือนพัก
รูปภาพ

การ์ดแต่งงาน
รูปภาพ

มองเข้าไปในเรือนพัก วันนี้แดดจัดมาก ซักผ้าแล้วตากผ้าไว้เมื่อคืนตอนที่เพิ่มมาถึง ตอนนี้แห้งสนิท มีใส่ต่อแล้ว ลูกเจ้าของที่เป็นนักมวยดีมากเลย ผมขอยืมกะละมังมาซักผ้า แกให้ผงซักฟอกมาด้วย ผมถามเจ้าของเรือนพักว่าตอนกลางคืนตากผ้าไว้ที่นี่จะหายมั้ย เขาตอบว่าไม่หายหรอก แต่ไม่รับประกัน เลยต้องเก็บไปตากในห้อง เช้าขึ้นมาค่อยเอามาตากแดด
รูปภาพ


ร้านตัดผม อยู่ใกล้ๆ กันกับเรือนพักสีสมบัติ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Saksith Sasibutra
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 145
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 22:47
Tel: 026690936
team: ไม่มีสังกัด
Bike: Kona Kapu

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Saksith Sasibutra »

สวัสดีครับ อาจารย์สุธีฯ

รายงานการปั่นของ อ. สุธีฯ ให้ความรู้และให้ประโยชน์รายละเอียดข้อมูลในการปั่นอย่างมาก ผมเคยเขียนถามในกระทู้ที่อาจารย์ตอบกระทู้คุณเสี่ยวภูธร (เสือห้าภาค) ในเรื่องการเดินว่าผมเองมีความตั้งใจว่าจะเดินทางไปหลวงพระบางเช่นกัน ในตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเดือนกรกฎาคม แต่เกรงว่าจะมีฝนมาก จึงเลื่อนมาเดือนมิถุนายน ศกนี้ ประมาณ 13 - 19 มิ.ย. ซึ่งกำลังจัดทำรายละเอียดของทริป และเชิญชวนผู้สนใจร่วมมไปปั่นด้วยกัน

ขออนุญาตขอความอนุเคราะห์อาจารย์ ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ครับ จาก วังเวียงไปถึงหลวงพระบาง เส้นทางขึ้นเขาชันมากน้อยเท่าใดครับ หากเดินทางคนเดียวจะลำบากมากไหม ไม่แน่ใจว่าจะได้เพื่อนเดินทางหรือเปล่า แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางในฝันเหมือนกัน ที่หลวงพระบางอาจารย์พักที่ไหนครับ

ในกระทู้ของอาจารย์ได้บอกว่าในเดือนตุลาคมนี้ อาจารย์มีโครงการจะปั่นจากสะวันเขต ซึ่งไม่ทราบว่าจะไปปากเซ หรือ จะเข้าลาวบาว แล้วเลยเข้าเวียดนามด้วยหรือเปล่า หากอาจารย์ไม่รังเกียจผมจะขอจองร่วมเดินทางไปด้วยคนครับ

หากอาจารย์ไม่ลำบากมากผมอยากได้เบอร์มือถือของอาจารย์ โดยส่งข้อความเข้ามือถือของผมและผมจะติดต่ออาจารย์ในภายหลัง โทร. มือถือของผม ศักดิ์สิทธิ์ ศศิบุตร 08332 53172 ครับ

ขอขอบคุณในความอนุเคราะห์ของอาจารย์มาล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ ครับ

ศักดิ์สิทธิ์
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

Saksith Sasibutra เขียน:สวัสดีครับ อาจารย์สุธีฯ

รายงานการปั่นของ อ. สุธีฯ ให้ความรู้และให้ประโยชน์รายละเอียดข้อมูลในการปั่นอย่างมาก ผมเคยเขียนถามในกระทู้ที่อาจารย์ตอบกระทู้คุณเสี่ยวภูธร (เสือห้าภาค) ในเรื่องการเดินว่าผมเองมีความตั้งใจว่าจะเดินทางไปหลวงพระบางเช่นกัน ในตอนแรกตั้งใจว่าจะไปเดือนกรกฎาคม แต่เกรงว่าจะมีฝนมาก จึงเลื่อนมาเดือนมิถุนายน ศกนี้ ประมาณ 13 - 19 มิ.ย. ซึ่งกำลังจัดทำรายละเอียดของทริป และเชิญชวนผู้สนใจร่วมมไปปั่นด้วยกัน

ขออนุญาตขอความอนุเคราะห์อาจารย์ ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ครับ จาก วังเวียงไปถึงหลวงพระบาง เส้นทางขึ้นเขาชันมากน้อยเท่าใดครับ หากเดินทางคนเดียวจะลำบากมากไหม ไม่แน่ใจว่าจะได้เพื่อนเดินทางหรือเปล่า แต่เส้นทางนี้เป็นเส้นทางในฝันเหมือนกัน ที่หลวงพระบางอาจารย์พักที่ไหนครับ

ในกระทู้ของอาจารย์ได้บอกว่าในเดือนตุลาคมนี้ อาจารย์มีโครงการจะปั่นจากสะวันเขต ซึ่งไม่ทราบว่าจะไปปากเซ หรือ จะเข้าลาวบาว แล้วเลยเข้าเวียดนามด้วยหรือเปล่า หากอาจารย์ไม่รังเกียจผมจะขอจองร่วมเดินทางไปด้วยคนครับ

หากอาจารย์ไม่ลำบากมากผมอยากได้เบอร์มือถือของอาจารย์ โดยส่งข้อความเข้ามือถือของผมและผมจะติดต่ออาจารย์ในภายหลัง โทร. มือถือของผม ศักดิ์สิทธิ์ ศศิบุตร 08332 53172 ครับ

ขอขอบคุณในความอนุเคราะห์ของอาจารย์มาล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ ครับ

ศักดิ์สิทธิ์

สวัสดีเช่นกันครับ
ผมเดินทางไปเที่ยวหลวงพะบางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ปั่นจักรยานครับ เคยแต่นั่งรถไป
สรุปทริปครั้งนี้ยังไม่จบครับ เพิ่งลงได้แค่วังเวียง
ผมจะแบ่งเป็นช่วงๆ ต่อไปก็จะเป็น กาสี ภูคูน กิ่วกะจำ แล้วหลวงพะบาง สุดท้ายเป็นขากลับไปเวียงจันทน์

จากวังเวียงไปถึงหลวงพระบาง เส้นทางขึ้นเขาตลอดทางครับ ไม่ชันหรอกครับ ป้ายที่ข้างถนนบอกว่า 10% ผมว่าถนนเมืองไทยชันกว่าครับ เดินทางคนเดียวไม่ลำบากหรอกครับ คนลาวใจดีมากๆ ครับ คำนวณระยะทางในแต่ละวันให้ดี พวกผมปั่นกันวันนึงประมาณ 100 กิโล เอาแบบสบายสบายครับ แวะชมวิวไปเรื่อยๆ ทีแรกก็กะว่าเริ่มช่วงเช้า ออกซัก หกโมงเช้า ซักเที่ยงๆ เราพักเอาแรง และหลบแดดด้วย แล้วซักบ่ายสามโมงปั่นต่อครับ ช่วงขึ้นเขาใช้เกียร์ 4 บ้าง 3 บ้าง ความเร็วได้ประมาณ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พอขึ้นถึงจุดสูงสุดไหลลงมาคุ้มค่ากับการที่เราอดทดโยกขึ้นไปครับ ผมไม่ใช้เกียร์ต่ำมากนักมันเหนื่อยกว่า ออดแรงกดนิดนึงพอส่งได้แล้วมันก็จะไปได้เรื่อยๆ ขาลงเขาความเร็วสูงสุดที่ช่วยกดส่งด้วยเกียร์ 27 นั้น ได้เกือบๆ 60 ครับ แต่บางครั้งต้องเบาๆ ไว้บ้างกลัวเจอก้อนหิน โดยเฉพาะมีของถ่วงข้างหลังหน้าเราจะเบา ทัวริ่งเขาเลยมีกระเป๋าตรงล้อหน้า อย่าง KONA SUTRA ของพี่หว่าง
ช่วงเวียงจันทน์ ไปโพนโฮง ไปวังเวียง ร้อนมากครับ เห็นยางมะตอยเดือดปุดๆ เลย ยังไม่ค่อยขึ้นเขามากนัก เราพักกระต๊อบริมทางตั้งแต่เที่ยงจนบ่ายสามจึงเดินทางต่อ จากวังเวียงไปกาสี เราออกจากวังเวียงเที่ยงครับ อากาศดีมาไม่มีแดดจัด แต่ช่วง 16 กม. สุดท้าย เจอพายุครับ หลังจากเห็ยฟ้าแลบอยู่ข้างหน้า แล้วผมก็นับในใรได้ประมาณ 24-25 แสดงว่า กำลังวิ่งเข้าหาพายุ ระยะทางประมาณ 6-7 กิโล เห็นข้างทางโรงสี มีรถบัทุกเล็กจอดอยู่ เลยหลบเข้าโรงสี สักพักก็ตามกันมาหมด พายุแรงมาก ปั่นไม่ได้ครับเซไปเซมาเลย แล้วเริ่มมืด เลยเหมารถบันทุกคันนั้น ไปกาสี 500 บาท พอถึงกาสีเจ้าของรถขอเป็น 600 บาท ไม่ว่ากันครับเขาว่าเป็นเรื่องปกติครับ

จากกาสี ไปจนหลวงพะบาง ขึ้นเขาตลอด โชคดีไม่มีแดด ไม่มีฝน ข้างทางมีแต่หมอก ที่กาสี อากาศเย็น ที่ภูคูน หนาวเลนครับ ลงเขาสั่นไปหมดเลย ที่กิ่วกะจำ หนาว ตอนเช้าผมนั่งสันเลย
ที่พักมีตลอดทาง อย่างที่เล่าให้ฟังครับ แย่ที่สุดคือที่กิ่วกะจำ ห้องน้ำรวม สกปรกมาก

ผมว่าเดินทางน่าจะมีเพื่อนอีกคนที่กำลังไล่เลี่ยกันไปด้วยสักคนดีกว่า แล้วหาซื้อซิมโทรศัพท์ลาว คนละอัน เผื่อหลงทางกันครับ ผมกับพี่หว่างมีคนละอัน ยังมีเงินเหลือ โทรได้ถึงเดือนหก บนเขาโทรได้ตลอดทาง หากใช้เบอร์ไทยโรมมิ่ง โทนหรอรับสายเสียยี่สิบกว่าบาทหั้งหมด

ที่หลวงพะบางผมพักที่ สมจิตเกสเฮ้าส์ครับ มีนามบัตรแล้วผมจะลงให้ดูครับ โทรไปจองล่วงหน้าก็ดี

ผมคิดว่าอีกหลายวันกว่าจะอัปโหลดรูปขึ้นแล้วสรุปเสร็จครับ รูปสวยๆ อีกเยอะครับ

ปิดเทอมตุลาไปลาวใต้แน่นอนครับ ขอศึกษาเส้นทางก่อน แล้วไปด้วยกันนะครับ

เบอร์โทรของผม 081 7546499 ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Soo-T เมื่อ 04 พ.ค. 2009, 22:30, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
Soo-T
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1088
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 15:47
Tel: 081-7546499
team: เทคนิคมีน BikeClub
Bike: KHS Alite team 4000 Bianchi Nirone7

Re: หนองคาย หลวงพะบาง 22 เมษา - 30 พค. 2552

โพสต์ โดย Soo-T »

ภาพระหว่างทางจากวังเวียงไปกาสี
ตอนกลางคืนเรานั่งคุยกันกับเจ้าของเรือนพัก เขาถามว่าจะเหมารถไปกาสไหม เขขามีรถตู้ คิดคนละ 500 เราบอกว่าเดี๋ยวคุยกันก่อน ปรึกษากันแล้วเราปั่นต่อครับ สู้ตตาย ทั้งๆ ที่ผมเริ่มเจ็บตูดพอสมควร เลยเอาครีมนวด จากนั้นก็ไม่เจ็บปั่นต่อถึงหลวงพะบางสะบายดีเลย
เราออกจากวังเวียง ประมาณบ่ายนิดนิด มัวรอคุณฤทธิ์ พอแกกลับมา เสื้อผ้าที่ซักตากไว้เมื่อคืนก็แห้งสนิดเลย อากาศที่นี่ร้อนมาก เลยรู้ว่าทำไมฝรั่งเยอะมาก คนลาวบอกว่า "ฝ่ารั้งมักแดด" ฝรั่งเขาชอกแดด
ที่คุณฤทธิ์มาช้าเพราะว่าแกมัวไปเล่นน้ำกับฝรั่งที่ลำน้ำซอง กลับมายังมาเล่าให้ฟังด้วยว่านั่งดูแหม่มส่วนมาเป็นฝรั่งเศส เล่นน้ำกันแบบเห็นน้ำใสใจจริงหมดเลย ออกจากที่พักจากที่พักมุ่งหน้ากาสี กะว่าระยะทางไม่มาก คงไม่ถึงมืดแน่นอน แต่เจอพายุหนักเซไปเซมา ราวๆ หกโมงได้มั้ง เลยต้องหลบฝน สุดท้ายต้องเหมารถต่อไปกาสี
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

พวกเรามาพักหลบฝนที่โรงสีข้าว สักพักเดียวเท่านั้น พายุมาเต็มๆ ปั่นต่อไปไม่ได้ อันยตราย เลยเหมารถกะบะ ไปส่งที่กาสี 600 บาท คุณฤทธิ กับ อ.วรมินทร์ ไม่ยอมมานั่งข้างใน ไปนั่งคลุมโปงในกะบะ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เด็กๆ โผล่หน้ามาทักทายเรา เป็นชาวเขา พูดกันไม่รู้เรื่อง
รูปภาพ

ระยะทางจากหนองคาย มาถึงที่พักที่กาสี
รูปภาพ

พวกเรามาพักหลบฝนที่โรงสีข้าว สักพักเดียวเท่านั้น พายุมาเต็มๆ ปั่นต่อไปไม่ได้ อันยตราย เลยเหมารถกะบะ ไปส่งที่กาสี 600 บาท คุณ๐ทธิ

กับคุณวรมินทร์ ไม่ยอมมานั่งข้างใน ไปนั่งคลุมโปงในกะบะ
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

เด็กๆ โผล่หน้ามาทักทายเรา เป็นชาวเขา พูดกันไม่รู้เรื่อง
รูปภาพ

ระยะทางจากหนองคาย มาถึงที่พักที่กาสี
รูปภาพ



ตอนเช้าหน้าเรือนพักวันพิสิต ที่กาสี เตรียมตัวเดินทางต่อไปกิ่วกะจำ ช่วงนี้ไม่มีแดดเลยทั้งวัน ผมต้องคลุม Raincover ให้กับกระเป๋า ทั้งหน้า

หลัง กล้องถ่ายรูปเอาใส่ถุงพลาสติกเก็บในกระเป๋าอีกที ระยะทางช่วงนี้อากาศเย็นมาก ปั่นทั้งวันเหงื่อไม่ออกเลยครับ น้ำดื่มก็ไม่เปลือง

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

ออกจากตลาดเราได้ข้าวเหนียวนึ่ง เนื้อทอด ปลาทอด เอาไว้กินตินกลางวัน
คุณฤทธิ์ แกเตรียมบะหม่มาม่า เอาไปต้มกินกลางทางด้วย

ปั่นมาได้สักชั่วโมง อ.วรมินทร์ ชวนแวะพักริมทาง สักพักมีเด็กน้อย มาจอดรถมอไซค์ ไปทำไร่ สังเกตเห็นถือป๋องน้ำมันเครื่อง ถามว่าเอาไป

ทำอะไร ปรากฏว่าเป็นกระป๋องใส่น้ำดื่ม !!!!
รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย Soo-T เมื่อ 05 พ.ค. 2009, 09:39, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”