หน้า 1 จากทั้งหมด 1
ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 15:06
โดย vann09
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 15:32
โดย PiedPiper
มันจบไปแล้วอย่ารื้อฟื้นเลยครับ
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 19:38
โดย umbabab
ผมอ่านกระทู้นั้นแล้วเห็นอะไรหลายๆอย่างนะ
คนปั่นที่เจ้าของกระทู้ด่าน่ะผิดแน่ๆ แต่คนปั่นก็เข้าข้างกันไม่ลืมหูลืมตา เพราะหมั่นไส้เจ้าของกระทู้วาจาหมาๆ
ไฟซูมพวกนี้ ถ้าปรับสว่างสุด วงจะค่อนข้างแคบมากๆไม่ได้หนึ่งในสี่ของวงไฟที่รถยนต์ส่องพื้น
ถ้ารถปั่นกันคนละเลน มันไม่มีทางไปแยงตาใครข้ามเลนแน่ๆ
ไอ้เรื่องของเรื่องคือ ไอ้หมอนั่น "ปั่นสวนเลน" เมื่อสวนเลน ไฟซูมก็ต้องแยงตารถใหญ่แน่ๆ และแยงแรงด้วย
ส่วนตัวผมไม่ชอบนำ คำว่า ปั่นสวนเลนเพื่อความปลอดภัย.... มันแค่ช่วยให้ใจชื้นไม่ต้องระวังหลังตัวเองเท่านั้น
แต่ความอันตราย จริงๆมันสูงกว่าปั่นตามเลนอีก
การจะโดนปาดหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับความจงใจของรถใหญ่ จะหันหลังให้เขา หรือหันหน้าให้เขา ถ้าที่มันไม่พอรถใหญ่มันก็ปาดอยู่ดี
ติดกระจกหลังแล้วปั่นตามเลน ปลอดภัยกว่า ไปปั่นสวนเลนเยอะ
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 20:00
โดย Tee-2012
ถ้าใครได้ทันอ่านจากกระทู้เดิมที่เคยขึ้นแนะนำ จะเข้าใจได้ว่า ทำไมคนปั่นถึงได้รุมด่าคนตั้งกระทู้กันแบบสาดเสียเทเสีย
เพราะในกระทู้นั้น นอกจากใช้คำพูดได้หยาบมากๆแล้ว ไม่ใช่เรื่องไฟอย่างเดียวที่พี่ท่านประนามหรอกครับ พี่เค้ายังว่าเรื่องการแต่งตัวของคนปั่นจักรยานด้วยว่า ทำไมต้องไปรัดติ้ว ฟิตอะไรขนาดนั้น จะใส่โชว์ร่องก้น ร่องตูดไปเพื่ออะไร
แต่ตอนหลังพอกระแสส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามเค้า มีคนกระแทกกลับแรงๆเยอะขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเป็นลูกผู้ชายของนักมวยตามที่เค้ากล่าวอ้างว่าเค้าเป็น พี่เค้าก็แก้ไขข้อความไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดได้ลบข้อความของตัวเองที่ไล่ด่ากราดคนอื่นแบบหยาบๆ คายๆ ทิ้งทั้งหมด แล้วก็มาทำเนียนหาว่าโดนคนปั่นจักรยานตามน้ำด่า แต่ขณะดียวกันก็หลังไมค์ไปท้าตี ท้าต่อยกับคนที่ไม่เห็นด้วยแทบทุกคน จนเค้าทนกันไม่ไหว ต้องเอาข้อความหลังไมค์มาประจานกัน
แล้วหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีกระทู้นี้เกิดขึ้น โดยที่คนตั้งถอดล็อคอินมาตั้ง แต่เนื้อหาเป็นไปในแนวทางเดียวดันเด๊ะๆ
ลองบอกผมหน่อยสิว่า ถ้าได้อ่านในกระทู้แรกนั้นแบบเต็มๆ โดยที่ยังไม่มีการแก้ไข หรือลบคำสบประมาทคนปั่นจักรยานออกไป พวกเราจะรู้สึกยังไง

Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 20:02
โดย ALP
กระทู้ต้นเรื่อง มีคอมเม้นต์นึง บอกว่าตั้งใจให้ไฟแยงตาคนสวนมาครับ
ผมอ่านแล้วก็ไม่มีความคิดเห็นอะไรจะแสดงหรอกครับ แต่จะแยงน้อยแยงมาก แยงนานไม่นาน ไม่ใช่ประเด็นครับ
ที่สำคัญ ไม่ควรสร้างความเดือดร้อนแกเพื่อนร่วมทางครับ

Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 20:41
โดย noprat
คนปั่นจักรยาน เพื่อออกกำลังกาย ส่วนใหญ่ ก็มีรถยนต์ขับกันครับ
มารยาทสำคัญ เอาใจเขา มาใส่ใจเรา รถยนต์ + มอเตอร์ไซค์ บางคันลืมเปิดไฟสูงไว้
จักรยานก็แย่ ถ้าจักรยาน ปรับไฟแจ้งเกิน หรือปรับสูง ก็ช่วยเตือนๆกันได้ครับ
แต่เจอที่ขับ+ขี่ เป็นอย่างเดียว มารยาทไม่มี เจอบ่อยๆ ก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันครับ
LET IT BE. ให้จบๆกันไป ใช้รถ ใช้ถนนร่วมกันครับ
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 31 ต.ค. 2012, 21:28
โดย atom_000
ไฟของ cat eye ดีๆ นี่แยงตาเอาเรื่องเลยนะครับ
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 01 พ.ย. 2012, 02:36
โดย ngoa
ขอไม่พูดถึงคนตั้งกระทู้นั้น แต่อยากพูดความจริงบางอย่าง
เวลาเราปั่นไปตามถนน แล้วเจอมอเตอร์ไซด์สวนเลนมา เราก็ไม่ชอบเหมือนกัน
ยิ่งเจอพวกฟีโน่ปรับไฟส่องเข้าหน้า แสบตามากจนต้องจอดปล่อยให้มันไปก่อนยิ่งเกลียดมาก ก็ใจเขาใจเราครับ
ขับขี่ตามกฏ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมทาง ไฟก็ปรับตั้งให้ดีอย่าให้ไปส่องเข้าตาคนที่ขับรถสวนมา
อย่าไปคิดว่า ทีคนนั้นคนนี้ยังทำแบบนั้นได้ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ตัวเรา ไม่อยากให้คนเกลียดก็อย่าทำอย่างคนที่เราเกลียด
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 01 พ.ย. 2012, 05:37
โดย TREKGA
ผมก็อ่านแล้วเค้าก็พูดไปงั้นและใช้สติหน่อย เค้าชนก็ติดคุกแค่นั้นและไม่ต้องคิดมาก
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 01 พ.ย. 2012, 08:33
โดย jaggaj
ส่วนมากถ้ารถที่สวนมาเปิดไฟสูงผมจะขยับไฟฉายขึ้นๆลงๆเพื่อบอกเค้าแล้วก็กดไฟฉายลงเพื่อให้เค้าลดไฟลงเช่นกัน แล้วพวกรถสวนเลนนี่ผมจะใช้มือบังปิดๆเปิดๆให้เหมือนกระพริบจะได้สังเกตุกันได้ชัดเจนขึ้น
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 01 พ.ย. 2012, 12:20
โดย ต้น4300
ผมรำคาญซีนอล กับไฟตัดหมอกมากกว่านะ ใช้กันพร่ำเพือ กรุงเทพหมอกลงเยอะหรือไง ไฟจักรยานให้แรงยังไงมันก็ไม่สว่างกว่าพวกนี้หรอก
Re: ไฟแยงตาพี่เค้าภาค 2
โพสต์: 13 ม.ค. 2013, 16:51
โดย น้านนท์