++การป้องกันการทำลายกล้ามเนื้อจากร่างกาย++
โพสต์: 28 ก.ย. 2012, 09:25
วันนี้มารู้เรื่องการป้องกันการทำลายกล้ามเนื้อจากร่างกายอยู่ในสภาพต้องการอาหาร
>>ทันทีที่เรารู้สึกหิว...นั่นหมายความว่าร่างกายต้องการอาหารนั่นเอง หากเราไม่กินหรือเติมลงไป ร่างกายจะหันไปย่อยกล้ามเนื้อและไขมันมาใช้พร้อมๆกันโดย
>>กรณีที่เราซ้อมหนักนั้นร่างกายจะใช้พล้งงานที่สะสมไว้ในรูปไกลโคเจนจนหมดภายในเวลาไม่เกิน30 นาทีหรือแล้วแต่สภาพการซ้อมอาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ หลังจากนั้นจะหันไปสลายกล้ามเนื้อและไขมันมาใช้
----->>ข้อสังเกต หากเรากินอิ่มแล้วออกไปซ้อม เราจะรู้สึกสด และแรงไม่เหนื่อยเพราะร่างกายสามารถนำเอาพลังงานจากอาหารไปใช้ได้ทันที...แต่ถ้าเราอดอาหารออกปั่น เราจะรู้สึกไม่สดชื่นและเหนื่อยง่ายเพระาร่างกายต้องใช้เวลาในการสลายกล้ามเนื้อและไขมันเพื่อนำมาใช้โดยผ่านกระบวนการจากตับเป็นตัวส่งผ่าน
----->>จึงไม่ต้องสังสัยว่าทำไมการปั่นแข่งขันทางไกล หรือใช้เวลานานเป็นชม.หรือหลายชม.นักปั่นจึงต้องกินไปปั่นไป...คนที่ไม่กินย่อมเสียเปรียบแน่นอน
>>การซ้อมเป้าหมายคือการเพิ่มกำลังบิดให้กับกล้ามเนื้อ ซึ่งกำลังบิดนั้นขึ้นอยู่กับหน้าตัดของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อที่้ใช้ระเบิดพละกำลังในการสปริ้นท์ และการเพิ่มความอึดทนให้กับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยืนระยะ ซึ่งต้องฝึกให้สะสมพลังงานและพวกเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด ซึ่งการซ้อมโดยมีเป้าหมายของกล้ามเนื้อทั้งสองประเภทนั้นมีความแตกต่างกัน โดยกล้ามเนื้อเพิ่มแรงบิดนั้นใช้การซ้อมสปริ้นท์ระยะสั้นๆแบบ Anaerobic interval ส่วนการฝึกกล้ามเนื้ออึดนั้นต้องใช้ระดับการปั่นใกล้ๆกับ Anaerobic interval เรียกว่า Fast Glycolysis metabolism คือการใช้กล้ามเนื้อในระบบใช้อากาศแบบสูงสุด โดยระยะเวลาในการฝึกต้องต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า3-6 ชม. ในระดับการซ้อมเพื่อการแข่งขัน
>>เมื่อซ้อมเสร็จหรือระหว่างซ้อมต้องฝึกให้นักปั่นกินไปซ้อมไปและเมื่อซ้อมเสร็จนักปั่นต้องได้รับพลังงานทดแทนทันทีหรืออย่างช้าภายในไม่เกิน30 นาที ทั้งนี้เพื่อป้องการการสลายกล้ามเนื้อไปใชเป็นพล้งงาน นั่นเอง
....ตรงนี้สำคัญ หากนักปั่นไม่กินหรือไม่หิวเพราะเหนื่อยหรือละเลย จะทำให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อมาใช้และอยู่ในสภาพที่อ่อนแอมากๆ อาจจะทำให้ป่วยไข้ได้ และขณะเดียวกันหากมีการอดอาหารนานจะทำให้การฟื้นตัวของระบบกล้ามเนื้อนานหลายวัน หรือบั่นทอนระบบกล้ามเนื้อนักปั่นลงไปอย่างมากมาย
วันนี้ขอเพียงเท่านั้น...ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสลายตัวของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้หากไม่ได้ซ้อมเกิน3 วันขึ้นไป หรือการซ้อมที่เปลี่ยนระดับความหนักลงไป หรือการเปลี่ยนประเภทการปั่นไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานสลายไป..ดังนั้นหากเราต้องการักษามวลกล้ามเนื้อที่จำเป็นและสำคัญในการปั่นไว้โดยต้องการลดเวลาจะทำอย่างไร .ค่อยมาต่อกันนะครับ
>>ดังนั้นเมื่อถึงตรงนี้นักปั่นที่ต้องการพัฒนาสภาพการปั่นอย่างต่อเนื่องจึงต้องเรียนรู้และตระหนักในเรื่องการกินการพักอย่างละเอียดและปฏิบัติอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันต้องปฏิบัติตามแผนการซ้อมอย่างจริงจัง เพื่อการพัมนาระบบร่างกายและทักษะการปั่นให้เพิ่มขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอุปสรรค...
เครดิต
หมอหนึ่งTRBครับ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
>>ทันทีที่เรารู้สึกหิว...นั่นหมายความว่าร่างกายต้องการอาหารนั่นเอง หากเราไม่กินหรือเติมลงไป ร่างกายจะหันไปย่อยกล้ามเนื้อและไขมันมาใช้พร้อมๆกันโดย
>>กรณีที่เราซ้อมหนักนั้นร่างกายจะใช้พล้งงานที่สะสมไว้ในรูปไกลโคเจนจนหมดภายในเวลาไม่เกิน30 นาทีหรือแล้วแต่สภาพการซ้อมอาจจะช้าหรือเร็วกว่านี้ หลังจากนั้นจะหันไปสลายกล้ามเนื้อและไขมันมาใช้
----->>ข้อสังเกต หากเรากินอิ่มแล้วออกไปซ้อม เราจะรู้สึกสด และแรงไม่เหนื่อยเพราะร่างกายสามารถนำเอาพลังงานจากอาหารไปใช้ได้ทันที...แต่ถ้าเราอดอาหารออกปั่น เราจะรู้สึกไม่สดชื่นและเหนื่อยง่ายเพระาร่างกายต้องใช้เวลาในการสลายกล้ามเนื้อและไขมันเพื่อนำมาใช้โดยผ่านกระบวนการจากตับเป็นตัวส่งผ่าน
----->>จึงไม่ต้องสังสัยว่าทำไมการปั่นแข่งขันทางไกล หรือใช้เวลานานเป็นชม.หรือหลายชม.นักปั่นจึงต้องกินไปปั่นไป...คนที่ไม่กินย่อมเสียเปรียบแน่นอน
>>การซ้อมเป้าหมายคือการเพิ่มกำลังบิดให้กับกล้ามเนื้อ ซึ่งกำลังบิดนั้นขึ้นอยู่กับหน้าตัดของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกลุ่มกล้ามเนื้อที่้ใช้ระเบิดพละกำลังในการสปริ้นท์ และการเพิ่มความอึดทนให้กับกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยืนระยะ ซึ่งต้องฝึกให้สะสมพลังงานและพวกเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด ซึ่งการซ้อมโดยมีเป้าหมายของกล้ามเนื้อทั้งสองประเภทนั้นมีความแตกต่างกัน โดยกล้ามเนื้อเพิ่มแรงบิดนั้นใช้การซ้อมสปริ้นท์ระยะสั้นๆแบบ Anaerobic interval ส่วนการฝึกกล้ามเนื้ออึดนั้นต้องใช้ระดับการปั่นใกล้ๆกับ Anaerobic interval เรียกว่า Fast Glycolysis metabolism คือการใช้กล้ามเนื้อในระบบใช้อากาศแบบสูงสุด โดยระยะเวลาในการฝึกต้องต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า3-6 ชม. ในระดับการซ้อมเพื่อการแข่งขัน
>>เมื่อซ้อมเสร็จหรือระหว่างซ้อมต้องฝึกให้นักปั่นกินไปซ้อมไปและเมื่อซ้อมเสร็จนักปั่นต้องได้รับพลังงานทดแทนทันทีหรืออย่างช้าภายในไม่เกิน30 นาที ทั้งนี้เพื่อป้องการการสลายกล้ามเนื้อไปใชเป็นพล้งงาน นั่นเอง
....ตรงนี้สำคัญ หากนักปั่นไม่กินหรือไม่หิวเพราะเหนื่อยหรือละเลย จะทำให้ร่างกายสลายกล้ามเนื้อมาใช้และอยู่ในสภาพที่อ่อนแอมากๆ อาจจะทำให้ป่วยไข้ได้ และขณะเดียวกันหากมีการอดอาหารนานจะทำให้การฟื้นตัวของระบบกล้ามเนื้อนานหลายวัน หรือบั่นทอนระบบกล้ามเนื้อนักปั่นลงไปอย่างมากมาย
วันนี้ขอเพียงเท่านั้น...ยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับการสลายตัวของกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้หากไม่ได้ซ้อมเกิน3 วันขึ้นไป หรือการซ้อมที่เปลี่ยนระดับความหนักลงไป หรือการเปลี่ยนประเภทการปั่นไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานสลายไป..ดังนั้นหากเราต้องการักษามวลกล้ามเนื้อที่จำเป็นและสำคัญในการปั่นไว้โดยต้องการลดเวลาจะทำอย่างไร .ค่อยมาต่อกันนะครับ
>>ดังนั้นเมื่อถึงตรงนี้นักปั่นที่ต้องการพัฒนาสภาพการปั่นอย่างต่อเนื่องจึงต้องเรียนรู้และตระหนักในเรื่องการกินการพักอย่างละเอียดและปฏิบัติอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันต้องปฏิบัติตามแผนการซ้อมอย่างจริงจัง เพื่อการพัมนาระบบร่างกายและทักษะการปั่นให้เพิ่มขึ้นไปได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอุปสรรค...
เครดิต
หมอหนึ่งTRBครับ ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ