หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 02:52
โดย merida smith
ผมสงสัยว่าคนที่ไม่มีเวลาไปปั่นนอกบ้านหรือวันที่ฝนตกเลยไม่ได้ไปปั่นนอกบ้าน ทำไมไม่ซื้อเครื่องปั่นจักรยานแบบฟิตเนตหละครับ ใช้เทรนเนอเสียงก้ดังราคาก้ใกล้เคียงกับเครื่องปั่นจักรยานครับ

ถามด้วยความไม่รู้จริงๆครับ
:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 05:43
โดย haow
เทรนเนอร์ดีๆผมว่าให้ความรู้สึกสมจริงกว่า เคลื่อนย้ายสะดวก ใช้เซทรถได้ด้วย

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 07:05
โดย demolisher
ผมขอเรียกแยกเฉพาะในที่นี้เป็น "เครื่องปั่น" กับ "trainer" นะครับ


ผมมี trainer แบบ...เออ...ลืมไปแระ ไม่แน่ใจ เป็นแบบแม่เหล็กมั้ง ปรับความหนืดได้ 5 ระดับ จับดุม+หน้ายาง เสียงไม่ดังหรอก เล่นในห้องแอร์แล้วยังดู TV ได้สบาย แค่เร่งเสียงช่วยหน่อย เพราะตอนนั้นไปที่ไหนๆ ก็ไม่เจอเครื่องปั่นที่ให้ความรู้สึกหรือใช้กล้ามเนื้อใกล้เคียงกับจักรยานเลย ผมมีใช้แบบนี้ 2 เครื่องผัวเมีย ติดกับหมอบ

เพิ่งมาเจอเครื่องปั่นที่ปรับท่านั่งได้คล้ายปั่นจักรยานเมื่อไม่นานมานี้เอง :? :? :? :? :? ใน fitness ที่ผมใช้บริการอยู่ เขาเพิ่งซื้อมาใหม่ อันที่จริงมันมีแบบนี้มานานแล้วผมไม่รู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ท่าปั่นมันก็คล้ายๆ เราปั่นภูเขานั่นแหละ ...รู้สึก ok เลย พวกฟังก์ชั่นอะไรต่างๆ หรือจะเล่นท่าโน้นนี้ได้ผมไม่เน้นเนาะ ก็ใช้แค่ตอนไม่สะดวกปั่นกลางแจ้งเองง่ะ รู้สึกเสียดายค่า trainer ของที่ตัวเองซื้อมาขึ้นมาจับใจ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:



จะให้ไล่ว่าเหมือนหรือต่างกันยังไงมันก็คงได้หลายข้ออยู่ อาทิ เครื่องปั่นมันหนักเคลื่อนย้ายลำบากมาก (เคยไปเฝ้าเมียป่วยที่ รพ. ผมขนจักรยานและ trainer ไปปั่นเล่นๆ ได้ด้วย หมอพยาบาลชอบใจชื่นชอบกันใหญ่ ผมก็ว่าดีนะ ดีกว่านั่งๆ นอนๆ รอเฉยๆ) และท่าปั่นก็อาจไม่เหมือนจักรยานของเรานัก ยิ่งเทียบกับนักปั่นหมอบด้วยคงยิ่งขัดใจ อานก็ยิ่งไม่เหมือน แต่ว่ามันไม่ต้องมายุ่งกับจักรยานของเราดี ยิ่งท่านที่มีจักรยานดีๆ อาจจะยิ่งไม่อยากเอาจักรยานมาแปะบน trainer นัก แค่จะให้ล้อ เกียร์ หรือหน้ายางสึกหรอ (แถมสึกหลังมากกว่าหน้าด้วย) ก็เสียดายแระ (อะไหล่พวกนี้บางยี่ห้อบางรุ่นก็ราคาสูงเนอะ) กับต้องดัดแปลงหลายอย่าง อาทิ ไมล์ที่ติดล้อหน้าก็ใช้ไม่ได้กับ trainer เป็นต้น ไหนจะกลัวเฟรมบิดหรือรับแรงแปลกๆ อีก เหงื่อหงดบนเฟรมก็เสียดาย การจับหน้ายางก็กะยากอีกว่าจะใช้แรงกดหน้ายางขนาดไหน บางคันใช้แกนปลดดีๆ แพงๆ ก็ต้องหาของธรรมดามาเปลี่ยน เคยคิดถึงขนาดจะเปลี่ยนล้อหลังยามปั่น trainer ...เออ...จะยุ่งยากไปไหนฟระ...ลงทุนน้อยๆ ยังต้องมีอีกครึ่งหมื่น...เครื่องคิดเลขถ่านอ่อนหรือไง อะจ๊าก ฯลฯ

ขออภัยนะครับ มิได้เห็นขัดแย้งหรือไม่เห็นด้วยอะไรๆ กับท่านใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ คือสำหรับผม-กับเรื่องที่ว่า trainer เหมาะกว่าโง้นงี้เลยไม่ค่อยเป็นประเด็นเท่าไหร่ ยิ่งหลังจากมาเจอเครื่องปั่นที่ปรับท่านั่งและช่วงขาได้ใกล้เคียงกับการปั่นภูเขา ...ก็แค่ทดแทนเอง ขาดเกินไปบ้างก็แค่ชั่วคราวสั้นๆ (บอกตัวเองว่าอย่าเรื่องมากน่า 5 5 5 5) เนาะครับ

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 07:33
โดย oommy
ผมว่าราคาสองอย่างนี้มันต่างกันมากเลยนะ

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 08:34
โดย 55ting55
การใช้เทรนเนอร์ทำให้เราได้ขี่จักรยานของเรา ที่เราเฝ้าปรับแต่ง จัดท่า จัดระยะต่างๆ ให้มันเหมาะสมกับตัวเรา ถ้าใช้เครื่องปั่น มันปรับแต่งไม่ได้อย่างที่เราต้องการครับ ปันแล้วหงุดหงิด

การปั่นบนเทรนเนอร์ ยังทำให้เราได้มีโอกาสสังเกตอาการของรถเราได้ด้วย ทำให้เราสนิทสนมกับรถมากขึ้น

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 08:46
โดย nop_master
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 09:36
โดย sub1987
จักรยาน+เทรนเนอร์ปั่นในบ้าน เบื่อก็ไปปั่นข้างนอกใด้ เบื่อข้างนอกก็ปั่นในบ้าน ใช้เป็นพาหนะใด้
จักรยานฟิตเนสปั่นในบ้านได้อย่างเดียว :lol:

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 10:56
โดย อ่อนล้า
จักรยานฟิตเนส พวกราคาถูกพอๆกับเทรนเนอร์ มันปรับตามสรีระไม่ได้ครับ แต่ก็พอแก้ขัดได้อยู่แต่ปั่นนานๆไม่ไหวเมื่อยจริงๆ....ส่วนอันที่ดีๆแบบตามฟิตเนสราคาแพง อันนั้นราคาสมตัว เป็นหมื่นๆ แพงกว่าจักรยานซะอีก ..... สุดท้ายเลยมาออกที่ เทรนเนอร์ แล้วใช้จักรยานที่มีอยู่ร่วมด้วย เป็นการลงทุนที่ไม่มาก และได้ประโยชน์สุดๆแล้วครับ.....

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 13:17
โดย Thanes
เทรนเนอร์ลูกกลิ้ง อารมณ์เหมือนได้ปั่นจริง อย่างน้อย ก็ได้นั่งบนอานจักรยาน ที่เราเคยเจ็บตลูดจริง :lol:

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 14:08
โดย knot
ถ้าจะใช้จักรยานพิตเนสต้องใช้จักรยานแบบ RPM ครับ จะสามารถปรับอาน แฮนด์ได้สมจริง สามารถใส่คลีทได้ ซึ่งราคามันก็อยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไป จักรยานแม่เหล็กที่ราคาเท่ากับเทรนเนอร์ขี่แบบสปรินท์แปบเดียวก็พังครับ โครงสร้างมันไม่เหมาะกับการปรินท์แบบที่เราขี่เทรนเนอร์ และปรับสรีระและองศาการขี่ไม่ได้มากด้วย

รูปภาพ

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 26 ก.ย. 2012, 17:00
โดย Meow-Meow
knot เขียน:ถ้าจะใช้จักรยานพิตเนสต้องใช้จักรยานแบบ RPM ครับ จะสามารถปรับอาน แฮนด์ได้สมจริง สามารถใส่คลีทได้ ซึ่งราคามันก็อยู่ที่หลักหมื่นขึ้นไป จักรยานแม่เหล็กที่ราคาเท่ากับเทรนเนอร์ขี่แบบสปรินท์แปบเดียวก็พังครับ โครงสร้างมันไม่เหมาะกับการปรินท์แบบที่เราขี่เทรนเนอร์ และปรับสรีระและองศาการขี่ไม่ได้มากด้วย

รูปภาพ
จักรยานแม่เหล็กถูกๆ มันไม่ทน ปรับระยะไม่ค่อยได้ครับยิ่งรุ่นใหม่ๆ ย้ายขาจานเยื้องมาด้านหน้าอีก .. ยิ่งไม่ถนัดใหญ่เลย

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 27 ก.ย. 2012, 11:20
โดย Legend
ถ้าจักรยานฟิตเนสถูกๆ ปั่นเทรนเนอร์สมจริงกว่าครับ เว้นแต่ว่าจะเป็นจักรยานฟิตเนสแบบดีๆ

Re: ทำไมต้องใช้เทรนเนอร์????

โพสต์: 27 ก.ย. 2012, 12:09
โดย Dhandranunda
demolisher เขียน:ผมขอเรียกแยกเฉพาะในที่นี้เป็น "เครื่องปั่น" กับ "trainer" นะครับ


ผมมี trainer แบบ...เออ...ลืมไปแระ ไม่แน่ใจ เป็นแบบแม่เหล็กมั้ง ปรับความหนืดได้ 5 ระดับ จับดุม+หน้ายาง เสียงไม่ดังหรอก เล่นในห้องแอร์แล้วยังดู TV ได้สบาย แค่เร่งเสียงช่วยหน่อย เพราะตอนนั้นไปที่ไหนๆ ก็ไม่เจอเครื่องปั่นที่ให้ความรู้สึกหรือใช้กล้ามเนื้อใกล้เคียงกับจักรยานเลย ผมมีใช้แบบนี้ 2 เครื่องผัวเมีย ติดกับหมอบ

เพิ่งมาเจอเครื่องปั่นที่ปรับท่านั่งได้คล้ายปั่นจักรยานเมื่อไม่นานมานี้เอง :? :? :? :? :? ใน fitness ที่ผมใช้บริการอยู่ เขาเพิ่งซื้อมาใหม่ อันที่จริงมันมีแบบนี้มานานแล้วผมไม่รู้เรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ ท่าปั่นมันก็คล้ายๆ เราปั่นภูเขานั่นแหละ ...รู้สึก ok เลย พวกฟังก์ชั่นอะไรต่างๆ หรือจะเล่นท่าโน้นนี้ได้ผมไม่เน้นเนาะ ก็ใช้แค่ตอนไม่สะดวกปั่นกลางแจ้งเองง่ะ รู้สึกเสียดายค่า trainer ของที่ตัวเองซื้อมาขึ้นมาจับใจ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:



จะให้ไล่ว่าเหมือนหรือต่างกันยังไงมันก็คงได้หลายข้ออยู่ อาทิ เครื่องปั่นมันหนักเคลื่อนย้ายลำบากมาก (เคยไปเฝ้าเมียป่วยที่ รพ. ผมขนจักรยานและ trainer ไปปั่นเล่นๆ ได้ด้วย หมอพยาบาลชอบใจชื่นชอบกันใหญ่ ผมก็ว่าดีนะ ดีกว่านั่งๆ นอนๆ รอเฉยๆ) และท่าปั่นก็อาจไม่เหมือนจักรยานของเรานัก ยิ่งเทียบกับนักปั่นหมอบด้วยคงยิ่งขัดใจ อานก็ยิ่งไม่เหมือน แต่ว่ามันไม่ต้องมายุ่งกับจักรยานของเราดี ยิ่งท่านที่มีจักรยานดีๆ อาจจะยิ่งไม่อยากเอาจักรยานมาแปะบน trainer นัก แค่จะให้ล้อ เกียร์ หรือหน้ายางสึกหรอ (แถมสึกหลังมากกว่าหน้าด้วย) ก็เสียดายแระ (อะไหล่พวกนี้บางยี่ห้อบางรุ่นก็ราคาสูงเนอะ) กับต้องดัดแปลงหลายอย่าง อาทิ ไมล์ที่ติดล้อหน้าก็ใช้ไม่ได้กับ trainer เป็นต้น ไหนจะกลัวเฟรมบิดหรือรับแรงแปลกๆ อีก เหงื่อหงดบนเฟรมก็เสียดาย การจับหน้ายางก็กะยากอีกว่าจะใช้แรงกดหน้ายางขนาดไหน บางคันใช้แกนปลดดีๆ แพงๆ ก็ต้องหาของธรรมดามาเปลี่ยน เคยคิดถึงขนาดจะเปลี่ยนล้อหลังยามปั่น trainer ...เออ...จะยุ่งยากไปไหนฟระ...ลงทุนน้อยๆ ยังต้องมีอีกครึ่งหมื่น...เครื่องคิดเลขถ่านอ่อนหรือไง อะจ๊าก ฯลฯ

ขออภัยนะครับ มิได้เห็นขัดแย้งหรือไม่เห็นด้วยอะไรๆ กับท่านใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ คือสำหรับผม-กับเรื่องที่ว่า trainer เหมาะกว่าโง้นงี้เลยไม่ค่อยเป็นประเด็นเท่าไหร่ ยิ่งหลังจากมาเจอเครื่องปั่นที่ปรับท่านั่งและช่วงขาได้ใกล้เคียงกับการปั่นภูเขา ...ก็แค่ทดแทนเอง ขาดเกินไปบ้างก็แค่ชั่วคราวสั้นๆ (บอกตัวเองว่าอย่าเรื่องมากน่า 5 5 5 5) เนาะครับ
เคยไปปั่นเล่นในฟิตเนสแห่งนึง มีขึ้นเขา ลงเขา ด้วยนะครับ เหนื่อยชะมัด เขาก็มีหลายระดับความชัน จริงๆ ฟิลลิ่งมันก็ไม่น่าจะต่างกันนักหรอกับการปั่นบนเทรนเนอร์ แต่ขนาดนี่สิ มันก็ไม่ใช่เล็กๆ นะ (ยิ่งแบบที่มีตัววัดชีพจร มีตัวแสดงผลเป็นกราฟฟิก ฯลฯ)