คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
rawathanbuakum
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2010, 10:57
Tel: 0801906239
Bike: Trek 4300

คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย rawathanbuakum »

แรกๆ ก็ซื้อจักรยานเสือภูเขาราคา หมื่นกว่าบาท พอปั่นไปสักพักก็เริ่มเบื่อเพราะมีความรู้เพิ่มขึ้น ประสบการณ์เพิ่ม เลยขายแล้วซื้อคันใหม่ พอขยับเข้าสังกัดชมรมเห็นเพื่อนเขามีคันที่ราคาดี สวย กิเลสก็เพิ่มขึ้น ก็อยากขายอีกแล้วหล่ะ trek 4300 ปี 2011 ไซด์ 16 ประมาณนี้ สีดำ ราคาคิดว่า หมื่นสาม และ เสือหมอบ trek 1.2 ไซด์ 50 cm. สีฟ้า สภาพดีขี่น้อยแต่งนิดหน่อย ประมาณราคาหมื่นเก้า น่าจะดูดี กิเลสจับอยากได้สีแดง สบทบงบใหม่คงพอได้ ..คุณเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ?ยังไม่ประกาศขาย คิดว่า.....จะขาย
rainbow
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2577
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
Tel: 0896402264
team: -
Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย rainbow »

ธรรมดาครับ...พวกเราเป็นกันส่วนมาก
พอถึงจุดๆหนึ่ง มันบรรลุธรรมแล้ว

ก็สงบลง หาตัวที่เข้ากับความเป็นเราให้ได้ เล่นสนุกอยู่กับมัน
เป็นการขี่ปั่นที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โลกแห่งการตะกายดาว
การถูกอบรมที่ดีจากครอบครัว ที่พ่อแม่มีส่วนปั้นเรามาให้เป็นคนเช่นไรเหมือนกัน
เอาแต่ใจตัว หรือรู้จักยับยั้งชั่งใจ ก็มีส่วนค่อนข้างมาก (สันดานเดิม)

ถ้านักปั่น จะซื้อถูกตั้งแต่ต้นเลยมีน้อยคน ส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวว่า
เขาต้องการอะไร ก็ต้องใช้เวลา ลองถูกลองผิดระยะหนึ่ง

ดังนั้น เป็นไอเดียที่ดี ที่คำแนะนำจากผู้มาก่อนจะบอกว่า
น่าจะไปมือสองก่อน หรือตัวที่ราคาไม่หนักนัก
เพราะยังไงๆก็จะต้องปล่อยออกอยู่แล้ว
จะได้ไม่เจ็บบอดี้มากนัก มือใหม่หาคันแรก จงอย่าเอาคันที่ยอดเยี่ยมนัก
เดี๋ยวก็ต้องมีคันที่ใช่มาอีกครั้งอยู่ดี

ครั้งนึงสมัยที่เสือภูเขาวางตลาดใหม่ๆ เมื่อหลายปีก่อน
คันใหม่ของทุกคน ต่างหมายตาที่เสือภูเขา อย่างไม่ได้ดูความเป็นตัวของตัวเองกันเลย
กระแสนี้เล่นเอาหมอบเกือบสูญพันธุ์
ถัดมาไม่กี่ปี เสือภูเขาที่เจ๋งกว่า คือเสือที่มีโช้ค
ตะเกียบถูกเมินเฉย คันที่ซื้อมาเป็นตะเกียบถูกอัพอย่างเร่งด่วน
โดยไม่ได้ดูความเป็นตัวเอง ไม่ได้ศึกษาก่อนเลยว่า
โช้คให้ความเป็นอะไร โดยแลกกับเอาอะไรจากเราไปบ้าง
นึกกันแต่ว่า "ยิ่งนิ่มยิ่งดี"

สมัยนี้กลับกัน เห็นเปลี่ยนกลับเป็นตะเกียบมากมาย
โช้คจำกัดลง เพราะลองเองจะรู้เองว่าอะไรเป็นอะไร ประกอบกับบอกต่อกันในหมู่
ความเป็นจริงเริ่มคลี่คลายออกมา ประโยชน์จากโช้คถูกมองอย่างถูกต้อง
กับตัวมันมากขึ้น

แบบเดียวกันอีก สมัยเดียวกันนั้นเอง
กระแสดูเหมือนจะตื่นเต้นกับเฟรมอลู วงการเปลี่ยนโครโมออก หันไปซื้อตัวอลู
ยกย่องกันราวกับเทพเจ้า นี่คือกระแสที่เป็นจริงก่อนที่น้องๆจะโตทันอย่างเดี๋ยวนี้
สมัยนั้นไทเทยังไม่มา คาร์บอนยังไม่มีคนได้ยิน คอมโพไซส์ยังไม่มีใครเอ่ย
อลูเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และเหมาะสำหรับทุกคน มันคือนวตกรรมที่ทุกคนมีหน้าที่ต้องตามให้ทัน
ใครปั่นโครโม ต้องก้มหน้าดูดิน

เดี๋ยวนี้พวกเรารู้เรื่องมากขึ้น ผ่านการทดลองขี่ปั่น ผ่านการทดสอบฟิลลิ่ง
ผ่านบทเรียนความลุ่มหลง กับเงินที่สิ้นไปไม่น้อย
โครโมเริ่มกลับมา ราคาอลูเริ่มดรอปลงมาสู่ความเป็นจริง
และเลือกใช้กันตามเป้าหมายวัตถุประสงค์
พวกเราเริ่มแยกออกแล้วว่า อลูให้อะไร โครโม ให้อะไร
เหตุที่มันแพงอยู่ตรงไหน เริ่มฉลาดขึ้นว่างั้นเฮอะ

แต่ความอยากได้มันก็มีเหมือนเดิม
จักรยานมันก็คือจักรยานนั่นแหละ ถ้าขายเท่าราคาเดิม มันก็ขยายงานขยายกำไรเข้าบริษัทไม่ได้
ต้องมีอะไร ออกมาเพื่อกล่าวนำเสนอ ให้ผู้มุ่งหวังจะซื้อเห็นว่า มันใหม่กว่า ดีกว่า หรืออะไรกว่านั่นเอง
ซึ่งในนี้มันก็อาจจะทำให้เพิ่มราคาขึ้นจริง แต่ไม่น่าจะมากนัก แต่ราคาที่อัดขึ้นไปสูงโด่ง
ก็เป็นค่าการจัดการการตลาดใหม่ๆ ค่าขนส่งในราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใหม่
ค่าสวัสดิการเสมียนและช่างบำรุงในสำนักงานใหม่ กระทั่งค่าประกันภัยต่างๆก็ขึ้นราคาดาหน้ากันเข้ามา

รวมเรียกว่า "ค่าการตลาดใหม่" ถูกรวมเข้ากับราคาตัวรถ มันจึงแพง ทั้งๆที่ราคารถไม่ได้เพิ่มหรือเพิ่มนิดเดียว
ที่โดยเนื้อหาสาระที่เราได้รับนั้น ไม่น่าจะแพงขนาดนี้
แต่ความรู้สึกที่เรา "ให้ค่า" กับมันสูงส่งเนื่องมาจาก คำกล่าวขวัญ จากกระแส
และจากคำโฆษณา ฯลฯ ที่กว่าแต่ละคนจะจำแนกออก ว่าอะไรที่ใช่แก่น
และอะไรที่เป็นเปลือกเอาออก อาจต้องใช้เวลานานปี

โลกของการขี่ปั่นมีอะไรที่กว่าจะรู้รอบ อีกเยอะครับ
เห็นกับแค่ขี่จักรยานธรรมดา แต่มันเรียนรู้ไม่รู้จบเลย
ยินดีต้อนรับสู่โลกของจักรยานครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
thee1800
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 491
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 มิ.ย. 2012, 12:16
ตำแหน่ง: ร้านหนังสือ Love Book หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง เขตสะพานสูง กทม 10250
ติดต่อ:

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย thee1800 »

ผมก็เป็นครับ ตอนแรกซื้อเสือภูเขา ปั่นมาสัก 2 เดือน อยากเปลี่ยนเป็นเสือหมอบ :shock:

แต่พอได้ออกทริปไกลๆ บ่อยๆ ก็เริ่มรักมันขึ้นมาซะงั้น

ตอนนี้ล้มเลิกโครงการเสือหมอบไปแล้ว จะทำรถเป็นทัวร์ริ่งแล้วครับ :lol: :lol:
(กำลังหาซื้อตะแกรงกับกระเป๋าอยู่ครับ)
...ปั่นเรื่อยเปื่อย เมื่อยขอพัก...
...ปั่นไปได้สักพัก ทั้งเมื่อยทั้งเปื่อย...
Thanes
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1437
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ธ.ค. 2011, 18:47
ติดต่อ:

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย Thanes »

เป็นเรื่องปกติครับ อารมณ์นี้ ตอนเริ่มเข้าก๊วนใหม่ๆ ก็เป็น แต่ผมผ่านจุดนั้นไปแล้ว :P

ตอนกิเลสจับมากๆ รถเรา ก็แต่งมาถูกใจแล้ว ก็ยังมองรถคนอื่นสวยกว่าอีก :lol:

แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่า แต่งรถ ก็ต้องเสียตังค์แต่ง กระเป๋าใคร กระเป๋ามัน อยู่ที่ความพอใจ :P
BIKE EVERYDAY
รูปประจำตัวสมาชิก
BOY PNT
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3605
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 13:46
Tel: 0819292113
team: Paknam Inter Team
Bike: TREK MADONE SIX 2012, Bianchi Sempre 2012

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย BOY PNT »

ตราบใดที่การใช้เงินของท่าน ไม่ได้ไปเบียนเบียนใครมา รวมถึงครอบครัวท่านด้วย

ทำไปเถอะครับ ถ้าเป็นสิ่งที่ท่านทำแล้วมีความสุข

ผมเริ่มต้นจากเสือภูเขาราคา 13000 นับถึงตอนนี้ผมใช้เงินไปกับจักรยานไม่ต่ำกว่า 4แสนแล้วเมิ้ง (ไม่กล้านับจริงจัง) แต่ผมก็มีความสุขครับ :D
รวมกันเราอยู่ แยกกันกรูเหนื่อย ขอดูดไปด้วยคน
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย Dhandranunda »

รถเทพปั่นแซงรถธรรมดามันก็ธรรมดา ดังนั้นผมอยากได้รถธรรมดาที่ปั่นแซงรถเทพได้อ่ะครับ
ขวด

The Power Of Slow Ride
umbabab
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3712
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2010, 21:14
Bike: NEObike16 14 ,Giant escept3,Peugeot crique,BSroadman,giant revice

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย umbabab »

คิดจะขายยังดีครับ ดีกว่าคิดจะสะสม ผลคือเต็มบ้านไปหมด พอเยอะๆเข้ามันจะกลายเป็นเฟ้อ ไม่อยากปั่นซะงั้น
ความเจ็บปวดของคุณ จะกลายเป็นตัวของคุณ
รูปประจำตัวสมาชิก
BOY PNT
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3605
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 เม.ย. 2010, 13:46
Tel: 0819292113
team: Paknam Inter Team
Bike: TREK MADONE SIX 2012, Bianchi Sempre 2012

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย BOY PNT »

รถจักรยาน ก็คือรถจักรยาน มันจะถูกหรือจะแพงก็แค่ค่าของวัตถุ สำคัญที่ค่าในจิตใจคนมากกว่า
ไม่จำเป็นหรอกครับที่รถแพง รถเทพ แล้วจะต้องแรง แซงทุกคนที่ขวางหน้า
มีเยอะไปที่บางคนขี่รถแพง ก็แค่ขี่ออกกำลังกาย แต่เขาก็มีความสุขกับสิ่งนั้น

แต่ถ้าใครไม่มีแล้วต้องดิ้นรนให้มี จิตใจเขาก็จะมีแต่ความทุกข์ :lol:
รวมกันเราอยู่ แยกกันกรูเหนื่อย ขอดูดไปด้วยคน
รูปประจำตัวสมาชิก
ณ.หนุ่ม@บางบัวทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1225
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 13:06
Tel: 0813619549
team: ์Nonthaburi Cycling Club
Bike: Old School Steel Alloy

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย ณ.หนุ่ม@บางบัวทอง »

เป็นกันแทบจะทุกคนสำหรับมือใหม่ล่ะครับ

ผมเองก็ก็เป็นเช่นเดียวกันในสมัยเริ่มต้น เพียงแต่ว่าในยุคเริ่มต้นนั้น อะไหล่ราคายังไม่แพงเหมือนสมัยนี้ รถจักรยานชั้นดีขั้นเทพราคาไม่เกิน 50,000 บาทก็หาซื้อได้แล้ว ชุดเริ่มต้นคุณภาพสูงราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000-35,000 บาทเท่านั้น แต่ผมเริ่มจากรถเหล็กราคา 3,400 บาท แล้วก็เปลี่ยนโน้นเปลี่ยนนี่ไปจนราคารวม ๆ มันก็กลายเป็นหมื่นไปเหมือนกัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ ระยะเวลา 20 กว่าปีล่วงมาแล้ว ผมประกอบจักรยานอย่างจริง ๆ จัง ๆ คันสุดท้ายก็ประมาณ 10 ปีที่แล้วและก็ไม่ได้ประกอบใหม่เพิ่มอีกเพราะว่าเราผ่านความรู้สึกว่า "ที่สุดของอุปกรณ์" ของเรามาแล้ว ตอนนี้ก็เลยใช้ของที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด อะไหล่ตัวไหนเสียก็เปลี่ยนไปตามวาระครับ
รับ Pre Order RISK 6Al-4V Titanium Stem โทร. 09-1794-0556
ติสสฺโรไบค์พาร์ท by ณ.หนุ่ม@บางบัวทอง
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย Dhandranunda »

ทำไมมันต่างจากสินค้าอื่นครับ แรกๆ คนใช้น้อย ราคาแพง ต่อมาคนใช้มาก ราคาควรถูกลงสินะ เหมือนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ โน๊ตบุ๊ค มือถือ ฯลฯ
ขวด

The Power Of Slow Ride
รูปประจำตัวสมาชิก
tunaja
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4793
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ค. 2010, 14:43
Tel: 089-4170790
team: ปั่นกินลมขอนแก่น , บึงแก่นนคร , บึงทุ่งสร้าง
Bike: ขายหมดแย้ว !?!
ตำแหน่ง: ลับเฉพาะคนรู้ใจ ?

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย tunaja »

ปั่นไม่มาก ;)
แต่ก็หมดมาก(ถ้าชอบแต่ง ส่วนตัว) :mrgreen:
อันนี้น่าจะเหมือนกัน :idea:
รูปประจำตัวสมาชิก
Ahoy..Bike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 143
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 12:01
Tel: 0814828426
team: Free transferred
Bike: แบบสองล้อ ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยกำลังปั่นหนึ่งแรง..คน

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย Ahoy..Bike »

rainbow เขียน:ธรรมดาครับ...พวกเราเป็นกันส่วนมาก
พอถึงจุดๆหนึ่ง มันบรรลุธรรมแล้ว

ก็สงบลง หาตัวที่เข้ากับความเป็นเราให้ได้ เล่นสนุกอยู่กับมัน
เป็นการขี่ปั่นที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ใช่โลกแห่งการตะกายดาว
การถูกอบรมที่ดีจากครอบครัว ที่พ่อแม่มีส่วนปั้นเรามาให้เป็นคนเช่นไรเหมือนกัน
เอาแต่ใจตัว หรือรู้จักยับยั้งชั่งใจ ก็มีส่วนค่อนข้างมาก (สันดานเดิม)

ถ้านักปั่น จะซื้อถูกตั้งแต่ต้นเลยมีน้อยคน ส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวว่า
เขาต้องการอะไร ก็ต้องใช้เวลา ลองถูกลองผิดระยะหนึ่ง

ดังนั้น เป็นไอเดียที่ดี ที่คำแนะนำจากผู้มาก่อนจะบอกว่า
น่าจะไปมือสองก่อน หรือตัวที่ราคาไม่หนักนัก
เพราะยังไงๆก็จะต้องปล่อยออกอยู่แล้ว
จะได้ไม่เจ็บบอดี้มากนัก มือใหม่หาคันแรก จงอย่าเอาคันที่ยอดเยี่ยมนัก
เดี๋ยวก็ต้องมีคันที่ใช่มาอีกครั้งอยู่ดี

ครั้งนึงสมัยที่เสือภูเขาวางตลาดใหม่ๆ เมื่อหลายปีก่อน
คันใหม่ของทุกคน ต่างหมายตาที่เสือภูเขา อย่างไม่ได้ดูความเป็นตัวของตัวเองกันเลย
กระแสนี้เล่นเอาหมอบเกือบสูญพันธุ์
ถัดมาไม่กี่ปี เสือภูเขาที่เจ๋งกว่า คือเสือที่มีโช้ค
ตะเกียบถูกเมินเฉย คันที่ซื้อมาเป็นตะเกียบถูกอัพอย่างเร่งด่วน
โดยไม่ได้ดูความเป็นตัวเอง ไม่ได้ศึกษาก่อนเลยว่า
โช้คให้ความเป็นอะไร โดยแลกกับเอาอะไรจากเราไปบ้าง
นึกกันแต่ว่า "ยิ่งนิ่มยิ่งดี"

สมัยนี้กลับกัน เห็นเปลี่ยนกลับเป็นตะเกียบมากมาย
โช้คจำกัดลง เพราะลองเองจะรู้เองว่าอะไรเป็นอะไร ประกอบกับบอกต่อกันในหมู่
ความเป็นจริงเริ่มคลี่คลายออกมา ประโยชน์จากโช้คถูกมองอย่างถูกต้อง
กับตัวมันมากขึ้น

แบบเดียวกันอีก สมัยเดียวกันนั้นเอง
กระแสดูเหมือนจะตื่นเต้นกับเฟรมอลู วงการเปลี่ยนโครโมออก หันไปซื้อตัวอลู
ยกย่องกันราวกับเทพเจ้า นี่คือกระแสที่เป็นจริงก่อนที่น้องๆจะโตทันอย่างเดี๋ยวนี้
สมัยนั้นไทเทยังไม่มา คาร์บอนยังไม่มีคนได้ยิน คอมโพไซส์ยังไม่มีใครเอ่ย
อลูเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และเหมาะสำหรับทุกคน มันคือนวตกรรมที่ทุกคนมีหน้าที่ต้องตามให้ทัน
ใครปั่นโครโม ต้องก้มหน้าดูดิน

เดี๋ยวนี้พวกเรารู้เรื่องมากขึ้น ผ่านการทดลองขี่ปั่น ผ่านการทดสอบฟิลลิ่ง
ผ่านบทเรียนความลุ่มหลง กับเงินที่สิ้นไปไม่น้อย
โครโมเริ่มกลับมา ราคาอลูเริ่มดรอปลงมาสู่ความเป็นจริง
และเลือกใช้กันตามเป้าหมายวัตถุประสงค์
พวกเราเริ่มแยกออกแล้วว่า อลูให้อะไร โครโม ให้อะไร
เหตุที่มันแพงอยู่ตรงไหน เริ่มฉลาดขึ้นว่างั้นเฮอะ

แต่ความอยากได้มันก็มีเหมือนเดิม
จักรยานมันก็คือจักรยานนั่นแหละ ถ้าขายเท่าราคาเดิม มันก็ขยายงานขยายกำไรเข้าบริษัทไม่ได้
ต้องมีอะไร ออกมาเพื่อกล่าวนำเสนอ ให้ผู้มุ่งหวังจะซื้อเห็นว่า มันใหม่กว่า ดีกว่า หรืออะไรกว่านั่นเอง
ซึ่งในนี้มันก็อาจจะทำให้เพิ่มราคาขึ้นจริง แต่ไม่น่าจะมากนัก แต่ราคาที่อัดขึ้นไปสูงโด่ง
ก็เป็นค่าการจัดการการตลาดใหม่ๆ ค่าขนส่งในราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างใหม่
ค่าสวัสดิการเสมียนและช่างบำรุงในสำนักงานใหม่ กระทั่งค่าประกันภัยต่างๆก็ขึ้นราคาดาหน้ากันเข้ามา

รวมเรียกว่า "ค่าการตลาดใหม่" ถูกรวมเข้ากับราคาตัวรถ มันจึงแพง ทั้งๆที่ราคารถไม่ได้เพิ่มหรือเพิ่มนิดเดียว
ที่โดยเนื้อหาสาระที่เราได้รับนั้น ไม่น่าจะแพงขนาดนี้
แต่ความรู้สึกที่เรา "ให้ค่า" กับมันสูงส่งเนื่องมาจาก คำกล่าวขวัญ จากกระแส
และจากคำโฆษณา ฯลฯ ที่กว่าแต่ละคนจะจำแนกออก ว่าอะไรที่ใช่แก่น
และอะไรที่เป็นเปลือกเอาออก อาจต้องใช้เวลานานปี

โลกของการขี่ปั่นมีอะไรที่กว่าจะรู้รอบ อีกเยอะครับ
เห็นกับแค่ขี่จักรยานธรรมดา แต่มันเรียนรู้ไม่รู้จบเลย
ยินดีต้อนรับสู่โลกของจักรยานครับ

ตามที่ คุณ RAINBOW ว่ามา ใช่เลย ครับ..
ปั่นชมวิว
รูปประจำตัวสมาชิก
anny
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3798
ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2009, 18:46
team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพลาดยาว,สี่สายน้ำ
Bike: TREK 7.3, 8500. Madohe6.5
ตำแหน่ง: รพ.ลาดยาว

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย anny »

ขออนุญาติร่วมวงค่ะ พอดีเป็นหญิงแรงน้อย มีปัญหาสุขภาพเล็กน้อย เริ่มต้นคันแรกคิดเป็นเดือนก่อนถอยรถ ถามตัวเองว้าจะปั่นจริงม่ะ คันเริ่มต้นหมื่นกว่าๆค่ะ ใช้เวลาเป็นปีกว่าจะคุ้นเคย ต้องใช้ความพยายามและความอดทนเป็นอย่างมากจนกลายเป็นติดการปั่น พอติดปั่นก้อต้องหาเพื่อนปั่น แล้วเพื่อนที่ชอบปั่นส่วนใหญ่มีแต่ชายขาแข็งขืนเรามัวปั่นน่อมแน้มสมาชิกก้อเบื่อ เลยต้องอัพรถเอาแบบออกแรงน้อยได้ความเร็วตามกลุ่มได้ สรุปยอดเงินที่ลงไปไม่เคยบวกค่ะรู้แต่ว่าความสุขเราอยู่ที่มันแบบว่าค้นพบตัวเองค่ะ ความสุขของเราอยู่กับปัจจุบันค่ะ
O'Pern
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3148
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:58
Tel: 081-813-6627
team: Authentic Bike Packer / Travelling Solo
Bike: ธนูไฟ
ตำแหน่ง: Bkk, TH
ติดต่อ:

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย O'Pern »

ของผมคันเดียวตั้งแต่ 18 ปีที่แล้ว จนถึงทุกวันนี้

มันยังตอบสนองความต้องการของผมได้เป็นอย่างดีครับ
fear is a mind killer
sitdhisa
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 39
ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2012, 20:15
team: ไม่มี
Bike: จักรยานธรรมดา

Re: คุณเป็นอย่างนี้บ้างไหม?

โพสต์ โดย sitdhisa »

ผมเริ่มต้นที่อายุ50โดยการซื้อจักรยานฟิกซ์ยี่ห้อ tiger ราคา 6500บาท ต่อมาก็ซื้อเสือยี่ห้อwinn 21 สปีดรุ่นเก่า เป็นมือสองราคา 4000บาท ทำไปอีกประมาณ 3000บาทเอาไว้ขี่ออกกำลังกายทุกวันนี้ก็ใช้อยู่ ไปดูเห็นรถรุ่นใหม่ก็อยากได้นะครับแต่รู้สึกว่ามันแพงมากเกินไป สำหรับความรู้สึกส่วนตัว ผมว่าทุกวันนี้จะแข่งขันกันเรื่องความสวยงามและราคามากกว่าวัตถุประสงค์ของคำว่าจักรยานไปมาก แต่ก็เป็นความต้องการและกำลังซื้อของแต่ละคนอันนี้ก็ต้องเคารพสิทธิของแต่ละคน ผมอยากให้คนที่ขี่จักรยานธรรมดาๆที่ไม่มียี่ห้อหรือยี่ห้อที่ไม่ดังไม่หมู่แวดวงจักรยานไม่ต้องคิดมากเมื่อเห็นของคนอื่นแพงกว่าของเราคิดว่าเหมาะสมกับตัวเราก็พอแล้ว แต่บางครั้งก็เข้าใจว่าจะำทำใจยากอยู่เหมือนกัน แต่อยากให้คิดถึงคำคมที่ว่า "สูงสุดคืนสู่สามัญ" เพราะในที่สุดแล้วก็คือการขี่จักรยานไม่ใช้ขี่ยี่ห้อจักรยาน....
ขี่จักรยานมิใช่ขี่ยี่ห้อจักรยาน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”