หน้า 1 จากทั้งหมด 3

ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 03 ก.ย. 2012, 20:52
โดย เสือเที่ยง
ผาเก็บตะวัน...วังน้ำเขียวที่ที่ได้ชื่อว่าอากาศดีที่สุดของประเทศไทย เป็นทริปที่เกิดจากการได้พูดคุยกันกับเพื่อนๆมุมนักปั่น ที่ตั้งใจจะไปทริปต่างประเทศกันเลยหาเวลาออกทริปสั้นๆเพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อน โดยมีเสือโบ้เมืองกบินทร์เป็นคนคิดวางแผน คงเข้าใจนะครับว่าทำไมถึงเลือกผาเก็บตะวัน เพราะใกล้บ้านแกนั่นเอง :lol: :lol: :lol: แต่ก็ไม่ผิดหวังครับเพราะทริปนี้ทำให้พวกเราได้ใช้รถคู่ใจกันอย่างคุ้มค่า จานทุกจานเฟืองทุกเฟืองถูกเอามาใช้งานจนหมด หลังจากที่ได้แต่ปั่นรถน๊องส์แน๊งส์กันมาตลอดโดยไม่รู้ว่าสมรรถภาพของรถเรานั้นใช้งานได้หลากหลาย เดิมทีตั้งใจว่าจะมีสมาชิกปั่นมากกว่านี้แต่บังเอิญติดธุระกันสามท่า่นคงเหลือแต่
1.เสือแจ๊ค ผู้นำทริป
2.เสือโบ้ ผู้วางแผน
3.เสือไบชุน ผู้เปิดประเด็น
4.เสือโก้ ผู้ติดตาม
5.เสือเที่ยง ผู้ตามติดๆ
จะสังเกตุได้ว่าทั้ง5เสือนี้เป็นผู้ที่ผ่านการฝึกปั่นทางไกลกรุงเทพฯ-อยุธยา100กม.ของลุงโทมาทั้งสิ้น หรืออีกนัยหนึ่งจะว่าเป็นทริป"ศิษย์ลุงโท"ก็ไม่ผิดนัก แต่เสือเที่ยงขอออกตัวก่อนนะครับว่าภาพสวยๆเหล่านี้ไม่ได้เป็นฝีมือของผม แต่เป็นฝีมือของเสือแจ๊คให้เอามาถ่ายทอดอีกที่ สรุปได้ว่าทริปนี้พวกเราสอบผ่านกันทุกคน เลยลงมติว่าเดือนหน้าวันที่20-23ตุลาคม4วัน4คืน จะประเดิมเปิดทริปอาเซี่ยนทริปแรกแต่ยังไม่เสด็จน้ำระหว่างลาวหรือกัมภูชา มีมติอย่างไรจะลงชวนปั่นเผื่อมีเพื่อนๆสนใจกันนะครับ ท้ายสุดนี้ก็ขอขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกท่านและคงได้ร่วมในโอกาสต่อๆไปนะ
จากการพูดคุยตกลงกันในthaimtbว่าระยะทางจากกรุงเทพฯ-ผาเก็บตะวัน ระยะทาง200กว่ากิโลถ้าปั่นจากบ้านของแต่ละคนคงจะลำบาก เพราะระยะทาง50โลท้ายเป็นการไต่เขาวังน้ำเขียวล้วนๆ จึงตกลงกันว่าหาตัวช่วยสักหน่อยเพื่อให้ไปถึงผาเก็บตะวันแบบได้ดูเก็บตะวันจริงๆ เลยเลือกที่จะนั่งรถไฟแล้วไปลงที่เมืองกบินทร์บุรี(บ้านเสือโบ้) ได้ตัวช่วยลดระยะทางไปได้ร่วมร้อยโล ฮิฮิ ต่อจากนี้เอาเป็นว่าเป็นการนำเสนอของเสือแจ๊คนะครับเพราะผมเองไม่ได้จำอะไรเลยเอาแต่ปั่นลูกเดียว
31 สค ตอนกลางคืนผมจัดเตรียมรถและสัมภาระ ใจก็คิดว่าไปวันเดียวเอากระเป๋าเล็กๆกับเสื้อผ้าไปชุดเดียวพอ แต่อยากทดสอบทัวร์ริ่ง Full Load ตามที่มีกระเป๋าสองใบเลยจับของไม่จำเป็นยัดลงไปให้เต็ม ชั่งน้ำหนักแล้วกระเป๋า 6 กก รถ 14 กก รวม 20 กก พอดี
ตั้งนาฬิกาปลุกตีห้าครึ่งนักเสือเที่ยงไว้ 6.15น. ที่หน้าคฤหาสน์ของเสือเที่ยง หลับฝันหวานถึงชุดขับใหม่ที่จะพาเราไปได้ทุกที่

1 กย ตีห้าครึ่งตื่นตามเวลาอาบน้ำแต่งตัวแล้วปั่นไปหาเสือเที่ยง เอ้ะ !!! ไงรถมันหนักๆไม่ลื่นเลย สงสัยเป็นที่เบรคยังไม่ลงตัวและแรงขาที่ยังไม่ได้ Warm up
6.15 น. พบเสือเที่ยงที่หน้าคฤหาสน์ตามเวลา ปั่นไปสถานีหัวตะเข้ระยะทางได้ 16 กม. พอเหงื่อซึมๆ ทั้งรถทั้งคนดูดีมีความสุข ทริปนี้สงสัย Perfect
6.45 ถึงสถานีหัวตะเข้ตีตั๋วฟรีและเสียค่าจักรยานคนละ 90 บาท รอรถมาเวลา 7.05
7.10 รถมาถึงเรารอยกรถขึ้นไปที่ตู้แรกที่เป็นตู้สัมภาระ ตอนยกขึ้นก็ตามเอาไปจอดแล้วจะเปิดประตูไปตู้ต่อไปพบผู้โดยสารยืนเป็นปลากระป๋องเลยถอยกลับมานั่งที่เดิมเพื่อดูละครชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้น พบรถจักรยานจอดอยู่ 3 คันเลยสงสัยว่าบุญชัยมากับใครเพราะมีโพ้สว่าจะมาเพิ่มแค่คนเดียว
7.15 รถออกจากหัวตะเข้.............

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 03 ก.ย. 2012, 21:01
โดย เสือเที่ยง
7.15 น. รถออกเดินทางถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างไปเรื่อยๆ ในระหว่างนั้นเราก็เห็นพนักงานรถไปนำชาวเขมรมาจากตู้หลังๆมานั่งที่ตู้สัมภาระเรื่อยๆ จาก 10 เป็น 20 จาก 20 เป็น 50 กะว่าก่อนผมลงที่กบินทร์มีประมาณไม่ต่ำกว่า 60 คนมีทั้งหญิงท้อง มากับเด็ก วัยรุ่น ดูด้วยสายตาคนแก่อย่างผมก็เดาไม่ผิดว่าเป็นผู้มาหางานทำกำลังกลับบ้าน เราก็คิดถึงสิ่งที่เสือหนุ่มเคยเล่าให้ฟังตอนไปทริปเสียมเรียบก็เลยมั่นใจว่ามาตรการปิดประตูตีแมวกำลังจะเกิดในไม่ช้า
จ.พ.ง. รถไฟมาถามเราว่าลงใหน พอเราบอกว่าลงกบินทร์เขาก็ไม่ว่าอะไร แต่มี 2 พี่น้องขึ้นมาใหม่บอกว่าไปลงสระแก้วเขาเลยไล่ให้ไปตู้หลัง เลยเดาไม่ยากว่า Killing Field น่าจะอยู่ก่อนถึงสระแก้ว................ เราลงที่กบินทร์เลยไม่รุ้เหตุการต่อไป
10.50 ถึงกบินทร์บุรี เราเอารถลงเสือไบชุนกับเสือโก้วิ่งตาตั้งมาจากตู้สุดท้ายเพื่อเอารถลงแต่เราก็เอาลงมาให้แล้ว สอบถามได้ความว่าเสือไบชุนจับมือกับสาวยุ่นอยู่ไม่ยอมปล่อยเกือบหลวมตัวทิ้งเราไปนครวัตซะแล้ว เสือโบ้มารับอยู่ที่ชานชาลาแล้วขับรถนำไปกินข้างมันไก่เอาแรง
11.30 หลังจากได้ข้าวมันไก่แล้ว เราเริ่มปั่น Stage แรกไปร้านก๋วยเตี๋ยวลุงสดประมาณ 20 ก.ม. จากกบินทร์ เส้นทางเป็นถนน 304 รถวิ่งกันขวักไข่ว ลมแรงเป็นระยะ หารถดูดค่อนข้างลำบากส่วนใหญ่วิ่งเร็ว ตอนนี้สัมภาระของผมระดับ Full Load เริ่มมีปัญหาเหมือนกับว่ามันหนักขึ้นเรื่อยๆ อากาศร้อนพอสมควรแต่ยังไหวอยู่ ปั่นไปก็มองหลักกิโลไปเรื่อย เสือเที่ยงกับเสือไบชุนทิ้งห่างเราไปเรื่อยๆตามประสาขาแรง ไปทั้นกันสี่แยกไฟแดงแล้วก็ไปต่อ
12.30 ถึงร้านก๋วยเตี๋ยวลุงสด เสือโบ้ออกมารอรับหลังจากควบ 4WD ไปจอดที่บ้านแล้วปั่นจักรยานออก เสือเที่ยงตุนข้าวอีก 1 จานเดี๋ยวไม่มีแรงขึ้นเขา
13.00 น. เริ่มเดินทางไปผจญวิบากกรรม...........

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 03 ก.ย. 2012, 21:43
โดย เสือเที่ยง
และนี่เป็นบุรุษโฉมที่ไปร่วมผจญภัยร่วมกันครับ
1.เสือแจ๊ค โรยัลปาร์ค
2.เสือโบ้ เมืองกบินทร์
3.เสือไบชุน บุญชัย
4.เสือโก้ รฟม.
5.เสือเที่ยง(ในตำนาน)

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 03 ก.ย. 2012, 22:30
โดย e21smn
ดีครับ มาจัดแบบนี้มีรูปด้วยผมจะพยายามปั่นต้นฉบับให้เร็วครับ ตัดแต่งให้ด้วยก็ดีนะ

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 08:52
โดย nSlugger
มาแสดงตัวสมาชิกมุมนักปั่นด้วยคน แต่ ทริปนี้ไม่ได้ไป :(
ขอมานั่ง รอฟัง เรื่องเล่าตรงนี้ด้วยค๊าบ ... :D

... พี่ๆ ครับ รู้สึกว่า ทริปเขาใหญ่(ประจำปี) จะจัดในช่วงวันหยุด 23 ตุลาคม เหมือนกันนะครับ ...

http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=57&t=545039

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 11:06
โดย pookhem
ตามติดมาอ่านด้วยครับ :lol: :lol: :lol: :lol:

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 21:08
โดย เสือเที่ยง
nSlugger เขียน:มาแสดงตัวสมาชิกมุมนักปั่นด้วยคน แต่ ทริปนี้ไม่ได้ไป :(
ขอมานั่ง รอฟัง เรื่องเล่าตรงนี้ด้วยค๊าบ ... :D

... พี่ๆ ครับ รู้สึกว่า ทริปเขาใหญ่(ประจำปี) จะจัดในช่วงวันหยุด 23 ตุลาคม เหมือนกันนะครับ ...

http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=57&t=545039

แล้วโปรแกรมนี้น้องหนุ่มไปด้วยป่าวครับ

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 21:11
โดย เสือเที่ยง
pookhem เขียน:ตามติดมาอ่านด้วยครับ :lol: :lol: :lol: :lol:
ด้วยความยินดีครับครอบครัวพ่อห่าน เด็กๆยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะครับ ชอบกับกิจกรรมของครอบครัวจริงๆ

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 21:34
โดย เสือเที่ยง
13.00 น. หลังจากเติมพลังแล้วเราเริ่มปั่นต่อไปเป้าหมายแรกคือ อ.ช.ทับลานซึ่งมีปั้ม ปตท อยู่ตรงข้าม จากร้านลุงสดไปถึง ปตท ประมาณ 13 กม ขึ้นเนินแบบซึมๆไปเรื่อยๆ อากาศเริ่มร้อนแต่ก็ไม่มากนัก ลมเริ่มพัดสวนมา กระเป๋าสัมภาระเริ่มรู้สึกหนัก เสือเที่ยง เสือไบชุน เสือโก้ ปั่นลิ่วไปล่วงหน้าทิ้งผมกับเสือโบ้ปั่นดูดกันเองฟังเพลงทูล ทองใจไปเรื่อยๆ สักพักใหญ่ๆก็ถึงที่หมาย

13.50 โดยประมาณถึง ปตท เราเติมกาแฟเจอคนญี่ปุ่นเดินทางผ่านมาก็สนใจเข้ามาถามว่าไปใหนและมาจากใหน เราก็บอกมาจาก กทม. จะไปวังน้ำเขียวเขาก็ร้องโอ้โหออกจาก กทม. กี่โมงเนี่ย เราจะตอบว่าออก 7 โมงโดยรถไฟมาลงกบินทร์ก็กลัวเสียเหลี่ยมนักรบไทยทุกคนเลยตอบพร้อมกันโดยไม่ได้นัดเป็นเสียงเดียวกันว่า ออกมาตั้งแต่ตี 4 แหนะ 55555555555555

14.00 เริ่มออกเดินทางต่อคราวนี้ขึ้นเขาแบบถ้าหยุดก็คือไหลกลับ ระยะทางในป้ายบอกว่าขึ้นเขา 4 กม. แต่ทำไมปั่นไปอีกตั้ง 2 กม ก็ยังมีป้ายบอกขึ้นเขา 4 กม. อีกฟะ สรุปป้ายเขาอาจจะให้กำลังใจนักปั่นที่หลงมาเพราะขาลงเขาแอบมองป้ายเขาเขียนว่าทางลงเขาลาดชัน 6 กม. สรุปขึ้นเขาน่าจะ 6 กม. เป็นลักษณะขึ้นเกือบตลอดมีลงบ้างแค่ประมาณ 10%
คราวนี้ชักจะแย่อะไรๆก้หนักไปหมด ใช้จานหน้าเล็กสุดจานหลังใหญ่สุดตลอด เสือเที่ยงบอกว่าอยู่ กทม. ไม่เคยใช้จานนี้เลยก็รู้สึกว่าคุ้ม ไม่รู้ว่าจะชวนไปอีกจะไปหรือเปล่า 55555555 ปั่นขึ้นใช้ความเร็วได้ 6-10 กม/ชม เท่านั้นประมาณ 1 กม หยุดกันที เฮ้ออออออ วิบากกรรม [/cปั่นต่อไปแบบหมดอนาคตเพราะไม่กล้ามองขึ้นเขา เมื่อมองขึ้นเขาก็จะเห็นเนินอีกลิบๆ สรุปคือมองถนนอย่างเดียวแล้วก้มหน้าก้มตาปั่น ไม่ไหวก็หยุด เสือเที่ยงยืนขย่ม อัด อัด ไปได้ 1 กม ก็หยุดพัก เสือไบชุนไปแบบเนิบๆไม่สนใจใคร เสือโบ้ปั่นลิบหายไปกับตาไม่รู้กินอะไรมา ส่วนเสือโก้แรงดีสม่ำเสมอแซงบ้างอยู่หลังบ้างเป็นระยะ ขณะปั่นนึกในใจว่าพรุ่งนี้ต้องกลับทางเดิมเพราะอาฆาตไว้ว่าต้องมาไหลลงเนินนี้ให้ได้

15.30 โอววววว มายก็อดทำไมระยะทางแค่ 6 กม. ถึงกินเวลาขนาดนี้ สุดท้ายเราก็มาถึงจุดสกัดผางามอันเป็นที่ตั้งด่านตรวจ (หรือด่านเก็บค่าผ่านทางก็ไม่รู้ เห็นรถส่วนใหญ่มาชะลอแล้วส่งอะไรให้แบบแอบๆอยู่เรื่อยๆ คงไม่ได้ให้นามบัตรแน่) เราได้ขอน้ำที่ด่านเติมแล้วเสือโบ้ผู้มาถึงก่อนก็กลัวเพื่อนเป็นลมตายเลยเสนอให้ไปกินไก่ย่างร้านอร่อยที่อยู่เลยด่านไปไม่กี่ร้อยเมตร เราก็เลยไป แต่เสือโบ้กำชับว่าออกจากด่านแล้วให้อัดแรงๆเลยนะ เราก็สงสัยนิดๆอะไรฟะไม่กี่ร้อยเมตรจะอัดทำไม พอออกมาถึงรู้แม่เจ้ามันเป็นเนินลงแล้วก็ขึ้นอีก ขาสั่นแล้วนะพี่โบ้ เลยอักลงมาได้ Max 56 แต่มันไม่ไหลขึ้นอย่างที่นึกสงสัยกระเป๋าหนัก (ไม่ใช่กระเป๋าหนักแบบมีเงินเยอะนะ หนักแบบเอาของไร้สาระมาใส่ให้มันหนักเล่นๆ) เลยได้ไต่เขาเล่นอีกนิดหนึ่ง ถึงร้านกินไก่ซะ 1 ตัว
น่าจะมีรูปประกอบนะ แต่ตอนนั้นไม่มอารมณ์จะถ่ายเลย เสือเที่ยงยังอิ่มอยู่เลยกินกล้วยไปหนึ่งหวีแล้วยังแอบมองเด็กเสี่ยตาเป็นมันอีก เฮ้ออออ ยังมีแรงขึ้นเขาอีกเหรอครับพี่

16.30 โดยประมาณออกจากร้านอาหารไปจุดหมายสุดท้ายที่ผาเก็บตะวัน ระยะทางประมาณ 20 กม. ถึงทางเข้าบ้านไทยสามัคคี เส้นทางมีขึ้นเนินลงเนินแต่ไม่มากเหมือน Stage 2 เรา่านมันมาแล้วและมีพลังจากข้าวเหนียวเมื่อสักครู่ก็มาถึงได้ดดยไม่ยากเย็นนัก คราวนี้เสือโก้กับเสือไบชุนเครื่องติดไปลิ่วตามไม่ทัน ผมปิดท้ายเหมือนเคยประมาณ 17.00 น. เรามาถึงทางเข้าบ้านไทยสามัคคีพอเลี้ยวรถเข้าซอยวูบแรกคือลมเย็นโชยมาถึงรู้สึกสดชื่นมาก ทั้งทีมปั่นแบบ Rolling ไปเรื่อยๆสักพักเสือเที่ยงบอกปวดฉี่เราบอกตามบายไปก่อนนะ ก็ปั่นไปก่อนถึงอ่างเก็บน้ำเล็กๆจุดสุดท้ายที่จะมีร้านชำเสือโบ้จอดตั้งเตาชงกาแฟ ไมโลรอเพื่อนๆ เรารอเสือเที่ยงกับเสือไบชุนนานพอสมควรก็สงสัยว่าหายไปใหน สุดท้ายทั้งคู่โผล่มาแล้วบอกว่าลงรถเร็วไปหน่อยเสือเที่ยงเลยตะคริวกิน อ้าววววว ไม่รู้รออยู่นี่ตั้งนาน เอ้ามากินกาแฟก่อน
เสือโก้ไม่อยากประมาทไปเหมาขนมปังสองแถวสุดท้ายของร้านชำมาแบ่งกันกิน เราดูฉลากแม่โว้ยโรงงานผลิตอยู่ศรีษะเกษมาส่งถึงนี่เหรอแถมมีราอีก เราก็กินมั่งเผื่อหมาที่มาเกาะแกะเรามั่งพอเพลินๆ

คราวนี้เราก็มาปรึกษากันเรื่องที่พักว่าจะเอาอย่างไร ไปกางเต็นท์ที่ผาเก็บตะวัน หรือนอนบ้านพัก สุดท้ายสรุปไปนอนบ้านพักได้มา 1 หลัง 1000 บาท หารกันคนละ 200 บาทเครื่องนอนจัดให้ครบผ้าเช็ดตัวกาแฟและอาหารเช้าก็สะดวกดีแต่อาจจะขาดบรรยากาศทัวร์ริ่งไปบ้างก็หยวนๆไป เรามารถไฟยังอำว่าออกตี 4 ปั่นมาเลย

พอเข้าบ้านแล้วเราก็รีบไปผาเก็บตะวันเพื่อดูพระอาทิตย์ตก ห่างจากที่พักประมาณ 3 กม. ปั่นไปเรื่อยๆแต่ก็ขึ้นเนินลงเนินพอหนุกๆ พอเข้าไปแล้วสวยมาก ที่กางเต้นท์กว้างขวาง แต่ไม่มีไฟฟ้าและร้านอาหารทุกอย่างต้องเตรียมมาเอง มีมากางประมาณ 3-4 เต้นท์ ถ้าเราไปกางเต้นท์ที่นั่นก็จะได้บรรยากาศทัวร์ริ่งจริงๆทันที่เพราะไม่มีร้านค้าต้องหาอาหารเองและไม่มีไฟฟ้า แต่แนะนำเอา ก.ย.15 ไปด้วยยุงป่าเยอะมากกัดเจ็บจริงๆ

หลังจากนั้นเราปั่นกลับที่พักเพื่อเริ่มประชุม Asian Trip ขณะปั่นกลับรถเสือเที่ยงติดขัดปัญหาเล็กน้อยเกียร์หลังใบใหญ่สุดไม่เคยได้ใช้มาวันนี้ใช้ทั้งวันเกิดเกเรกระโดดหลุดเฟืองใหญ่ทำให้ตีนผีตีกับซี่ลวด เราก็ประคับประคองมาถึงที่พัก

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 22:08
โดย เสือเที่ยง
ชมต่อครับ

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 22:21
โดย เสือเที่ยง
และสุดท้ายพวกเราก็ประสบความสำเร็จทำให้หายเหนื่อยไปเลย

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 22:43
โดย เสือเที่ยง
ณ.ผาเก็บตะวัน กับบรรยากาศที่กำลังจะเก็บตะวันให้พวกเราได้เห็นกัน

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 22:59
โดย เสือเที่ยง
2 ก.ย. ตีสี่สี่สิบห้า.....เสียงใครถามว่ากี่โมงแล้ว......มีเสียงใครตอบว่าอีก 15 นาทีตีห้า ผมกำลังหลับสบายหลังจากร้องเพลงประสานเสียงมาทั้งคืนได้ยินแบบเคลิ้มๆ แล้วหลับต่อ
5.45 ลืมตาขึ้นมาบรรดาเสือๆทั้งหลายเริ่มคึกคักตามประสาคนแก่นอนไม่หลับ เริ่มจับกลุ่มคุยกันและทะยอยอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปดูพระอาทิตย์และทะเลหมอกที่ผาเก็บตะวัน
6.15 ล้อหมุนขึ้นผาเก็บตะวันและไม่ผิดหวังอากาศดีมาก วิวสวย สาวเยอะ วี้ดวิ้ว.... ถ่ายรูปกันพอประมาณร้านกาแฟสตาร์โบ้ก็เปิดทำการด้วยเตาสนามบริการด้วยข้าวตังเหลือจากเมื่อวานเป็นอาหารว่าง รัปทานกันแบบบุฟเฟต์
7.00 เราล้อหมุนกลับมาที่พักเพื่อเก็บสัมภาระในการเดินทางกลับ มาถึงอาหารเช้าที่เตรียมโดยบ้านพักได้ยกมารอแล้วที่หน้าห้องเป็นข้าวต้มหอมฉุยหม้อใหญ่ชนิดกินกัน 10 คนไม่หมด นี่เขาคงกลัวเราไม่มีแรงปั่นกลับละมังเลยเตรียมมาซะเยอะ สุดท้ายเหลือตามด้วยกาแฟซองที่บ้านพักเตรียมไว้ให้ชงกินกันแบบไม่ยั้ง เสือโบ้เลยริบเอาไปเป็นทุนสำหรับทริปหน้าเพราะกินมาจากผาเก็บตะวันแล้ว มีผมที่เบิ้ลกาแฟอีกรอบ
8.00 โดยประมาณล้อหมุนแบบเรื่อยๆ อากาศเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงบ ใครบางคนปั่นไปก็นับวันไปว่าอีกสองวันนะ อีกสองวันนะ ท่องไปเรื่อยๆอย่างมีความสุข ประมาณไม่นานักเราออกมาถึงปากทาง 304 กลิ่นไก่ย่างหอมฉุยข้างทางชวนน้ำลายไหล เราตกลงใจกันพักที่ ปตท. ละแวกนั้นเป็น Stage แรกระยะทางออกมาประมาณ 11 กม. เท่านั้น มีเพื่อนนักปั่นขับรถมาเห็นเราเลี้ยวออกมาแต่ก็ทักกันไม่ทัน มาถึงปั้มเจอคุณลุงท่านหนึ่งอยู่ระยองเข้ามาทักทายว่าปั่นเสือภูเขาเช่นกัน เราก็ชักชวนมาปั่นแต่คุณลุงก็ขอฝึกซ้อมก่อนอีกสักระยะ ฝรั่งที่นั่งกินกาแฟกับภรรยาคนไทยก็เซย์เฮลโลทักทาย ไปใหนก็เป็นจุดสนใจว่าคนแก่ 5 คนนี้จะไปใหนกันฟะ
8.30 เวลาแห่งการเอาคืนเขาลูกเมื่อวานก็มาถึง เราปั่นออกจากปั้มเรื่อยๆ เสือเที่ยงปั่นช้าหน่อยเพราะยังไม่มั้นใจเกียร์ที่จูนใหม่โดยช่างมือมาร เส้นทางย้อนเมื่อวานเป็นขึ้นเนินลงเนินแต่กำละงของเช้านี้ยังดีอยู่ ยกเว้นผมที่พาลว่ากระเป๋าหนัก ล้อไม่ลื่น รถไม่พุ่งโทษอุปกรณ์ไปเรื่อยเปื่อย ผ่านจุดสูงสุดของถนนเส้น 304 แวะถ่ายรูปแล้วก็สปริ้นท์ตามเพื่อไป เพื่อพบกันที่ยอดเขา ณ ด่านจุดสะกัดางามอีกครั้ง
10.00 ถึงจุดสะกัดผางามในรูปแบบร่างกายไม่บอบช้ำเท่าไหร่นัก ต่อจากนี้ไปจะเป็นลงเขาอย่างเดียวระยะทาง 6 กม. ที่เราใช้เวลาทั้งบ่ายของเมื่อวานปีนป่ายขึ้นมา เมื่อครบกันทุกคนแล้วซักซ้อมกันถึงความปลอดภัยให้ทุกคนระวัง ถ้าติด 10 ล้อแล้วรถสวนมาไม่มีก็ออกแซงขวาไปและใช้ความสามารถส่วนบุคคลในการ Down hill เมื่อทุกคนพร้อมแล้วผมก็ออกก่อนด้วยกำลังอัดทุกอย่างที่มีเพื่อล้างแค้นเมื่อวาน แต่ อนิจจา ดุมโนวาเทคและสัมภาระ 6 กก. สามารถให้ผมทำความเร็วสูงสุดได้แค่ 56 กม./ชม. เท่านั้นเอง ต่างกับรถเปล่า Trek8500 กับดุม AIIZ ที่เอาไปลงเขาที่ลาวมาเมื่อต้นปีสามารถทำได้ถึง 67กม./ชม. อัดลงมาได้สักพักเสือโก้พร้อม Trek คู่ใจก็แซงผมด้วยความเร็วที่สูงกว่าแบบสบายๆ เราผลัดกันตามผลัดกันแซงประมาณ 3 กม. ก็ถึงถนนที่ไม่ดีเป็นลูกคลื่นตลอด ต้องเบรคปล่อยอยู่ตลอดไม่งั้นไส้ทะลักออกก้นแน่ ผ่านมาสักพักเจอ 10 ล้อจอดซ่อมอยู่ข้างทางเราฉีกขวาออกมา จนถึงตีนเขาปั่นสักพักมาถึงหน้า อช.ทับลาน จุดนัดพบหน้า ปตท. เรารอกันที่ศาลาข้างทาง เสือโก้ขอตัวเข้าไปสำรวจ อช.ทับลาน เผื่อวันหน้าปั่นมาจาก กทม. จุดนี้จะเป็นจุดพักจุดแรกที่เหมาะสม

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 23:10
โดย เสือเที่ยง
กาแฟมื้อเช้าบนผาเก็บตะวัน จากร้านสตาร์โบ้คู่แข่งสตาร์บั๊ค

Re: ผาเก็บตะวัน...กับการรวมตัวของสมาชิกมุมนักปั่น

โพสต์: 04 ก.ย. 2012, 23:22
โดย เสือเที่ยง
10.35 เสือโบ้ก็ตามมาติดๆนั่งไม่ทันหายเหนื่อยเสือไบชุนกับเสือเที่ยงก็มาถึง เราเห็นต้องกันว่ายังเช้าอยู่สมควรจะไปกินเที่ยงที่ร้านลุงสดเพราะอีก 13 กม น่าจะถึงไม่เกิน 11.45 ก็เดินทางกันต่อ
11.45 ตามเวลาถึงร้านก๋วยเต๊๋ยวลุงสด ผมสั่งกระเพราปลาหมึกรอเสือเที่ยงเพราะแรงจัดปั่นเลยไปต้องย้อนมา เสือโบ้เจอเพื่อนทีม 4WD ทักทายกันตามสถานะ แล้วปรึกษากันเรื่องการเดินทางกลับ เสือไบชุนต้องการไปหนองคายเพื่อต่อรถไปวังเวียงเพื่อหาความวังเวง ส่วนเสือเที่ยงอยากลงรถที่แปดริ้วปั่นต่อกับผมอีก 30 กม ก็ถึงบ้านเสือโก้ต้องการกลับรถไฟถึงค่ำๆจะได้ทำงานต่อเลย ส่วนเสือโบ้บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามให้ปั่นไปส่งก็ไม่ยอม แง แง
13.00 เราตกลงกันว่าไปส่งเสือไบชุนที่ บขส ก่อนเพื่อไปหนองคายส่วนผมจะดู บขส ไปแปดริ้วเพื่อปั่นต่อเข้าสุวินทวงศ์กับเสือเที่ยง เสือโก้จะไปรอรถไฟเที่ยวประมาณ 15.50 เพื่อกลับมักกะสันปั่นไปทำงานกะดึกต่อ ส่วนเสือโบ้เข้าบ้านอาบน้ำเอาแป้งทาสะดือแล้วก็นอน
14.15 ระยะทางประมาณ 20 กม. เราถึง บขส ก่อนถึงประมาณ 3 กม เสือเที่ยงหัวลากปั่น 30-35 จนเสือโก้ตามไปติดๆผมตามติดไม่ไหวหลุดโผไปประมาณครึ่งกม. พบรออยู่ที่ปั้มเพราะปวดท้อง โธ่ น้องๆตามแทบแย่นีกว่ารีบไปใหนรถไฟก็อีกตั้งนานกว่าจะมา เส้นทางมีลมแรงพัดเฉียงๆ ถ้าหลุดแถวก็งานเข้าลิ้นห้อยแน่
หลังจากนั้นเราไปรอ บขส เสือไบชุนต้องรอรถ 18.00 ไปลงหนองคายส่วนผมกับเสือเที่ยงได้รถไปชลบุรีจอดที่ บขส แปดริ้วก็ร่ำลากันเสือโก้ปั่นไปรอรถไฟคนเดียว ผมขึ้นบขส ค่ารถจักรยานคิด 50 บาทค่าโดยสาร 70 บาทต่อคนรถจักยานใส่ที่เก็บของท้ายรถไม่ต้องถอดอุปกรณ์
14.30 รถ บขส เคลื่อนตัวออกแบบอ้อยอิ่ง แต่ไปแบบรถแข่งเมื่อทางโล่ง เบรคแบบกระทันหันเมื่อมีคนโบกขึ้น บางคนโบกฝั่งตรงข้ามแล้ววิ่งมาขึ้นฝั่งนี้ บรรยากาศบนรถเปรียบได้กับ ขสมก. (ขนส่งหมูกับไก่) ตอนเช้าๆ น้องกระปี๋โดยสารตะโกนให้เดินชิดในเป็นระยะ พี่ พขร. แฟนน้องกระปี๋จอดทุกที่ที่มีคนโบก ผมและเสือเที่ยงยืนด้วยความทรหดจนถึงแปดริ้วประมาณ 16.00 น.
16.00 น. ถึงแปดริ้วผมเตรียมรถกับเสือเที่ยงเตรียมปั่นกลับโดยใช้เส้นทางสุวินทวงศ์ขาเข้าระยะทางถึงบ้านประมาณ 30 กม ใจก็นึกกระหยิ่มว่าระยะทางแค่นี้เด็กๆเพราะเป็นเส้นทางฝึกประจำอยู่แล้ว ไม่มีอะไรทำก็ปั่นจากบ้านมาวนยูเทิรนที่นี่แล้วกับได้ 60-70 กม ก็กลับไปนอนแบบชิวๆ แต่พอออกสะพาน รพ. โสธราเวชมานิดเดียวฟ้ามืดมาแต่ไกลเสือเที่ยงจอดรถเตรียมถุงมาคลุมน้องสุดที่รักกลัวไม่สะบาย (คลุมเบาะ Brook ที่แพงแต่กลัวน้ำต้องจับไปฉีดยา) แกตะโกนถามผมว่าคลุมมั้ยผมบอกไม่เป็นไรมีผ้าที่มากับเบาะคลุมแกบอกเอาไม่อยู่หรอกเราก็บอกไม่เป็นไรจริงๆแล้วขี้เกียจคลุม แล้วก็บอกว่าพี่เสือเที่ยงตัวใครตัวมันนะเจอกันเมื่อชาติต้องการ ตอนนี้ฝนตกแล้ว ก็ปั่นกันออกมาเสือเที่ยงปั่นด้วยความเร็นประมาณ 30-35 ผมขี้เกียจตามก็ปั่นทอดน่องที่ 20 ฝนมาปรอยๆ ก็นึกในใจว่าไม่ตกหรอกก็ผิดคาดเพราะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจะมองหาศาลาพักก็ไม่มีเลยมาได้ปั้ม NGV ก็เข้าพักแล้วเอาเสื้อผ้าแห้งมาเปลี่ยน ในใจก็คิดว่าปั่นไปก็อาจลื่นเกิดอุบัติเหตุน้องๆหนูๆที่อยู่ข้างหลังจะร้องกระจองอแงกันเสียเปล่า เลยตัดสินใจโทรเรียกลีมูซีนที่บ้านมารับ รออยู่หน้าห้องน้ำดมกลิ่นส้วมอยู่ 45 นาทีรถก็มาถึง ระหว่างนั้นฝนตกหนักมากและเบาลง...กลับถึงบ้านประมาณ 18.00 น ................ เอ วัง ก็มีด้วยประการละฉะนี้