
ถ้าน้องจะเล่นตอนนี้ ... (จริงๆ รอไปช่วงมหาวิทยาลัย ก็ไม่สายนะครับ สนุกกว่าด้วย ...ตามที่ คุณmeeuwarn แนะนำ...)
ขอเสนอความเห็นจากประสบการณ์ส่วนตัว ย้อนไปเมื่อตอนอายุ ๑๔ สถานการณ์คล้ายๆ น้องครับ... (แต่ไม่ใช่จักรยาน)
ผมคิดว่า คุณแม่เป็นห่วงเรื่องเรียนหนะครับ ...
ก่อนอื่น น้องก็ต้องทำให้เกรดน้องดีตามที่คุณแม่คาดหวัง ...
(ตอบคำถามน้อง... จะพูดอย่างไร ... น้องอาจจะต่อรอง โดยยึดผลการเรียนมาเป็นสำคัญครับ)
เพื่อให้ลดความห่วงเรื่องเรียนของคุณแม่ลงไป
เรียนให้หนัก ไม่โดด ... ทำการบ้านทุกอย่าง...
(เอาจริงเรื่องเรียนให้เหมือนเอาจริงเรื่องกีฬา)
ระหว่างนั้นน้องก็ซ้อมเต็มที่เท่าที่ทำได้ ... (คือ อยู่ในวินัย เท่าที่คุณแม่จะยอม หรือไม่ก็ ซื้อเทรนเนอร์ สักตัวตั้งที่โต๊ะเรียนหนังสือ)
ซ้อมไป อ่านไป ...
จากนั้นน้องลงแข่งอะไรก็ได้ ที่มีรางวัลดีพอที่คุณแม่จะยอมรับได้ ...
ผมลงแข่ง ระดับจังหวัด ได้มา ๘ เหรียญ (๔ ทอง ... บรรยากาศที่บ้านเริ่มดีขึ้น...)
จากนั้นแข่งเยาวชนเขต ได้มา ๓ เหรียญ.. ๑ เงิน กับ อีก ๒ ทองแดง) พร้อมกับเป็นตัวแทน นักเรียนตอบปัญหาวิทยาศาสตร์ ม.ปลาย..
เมื่อผลออกมาว่า ...
การเรียนดี กีฬาเด่น ... ผมคิดว่า คุณแม่น่าจะใจอ่อน ในเรื่องนี้ครับ ...
จากนั้น ... น้องต้องรับศึกหนักนิดนึง ... ต้องรับแรงกดดันหน่อย
เพราะเมื่อเราไปติดระดับสูงขึ้น ต้องซ้อมหนักและมีวินัยมากๆ
แต่ การเรียนต้องไม่ตก (ทั้งๆ ที่เราต้องขาดเรียนบ่อยๆ...เพราะไปแข่ง...)
ผมสอบเข้ามหาลัยปิดได้ ...เป็นคำยืนยันให้ครอบครัว...
หลายคนมาพลาดตรงนี้ ...
ดังนั้น ผมขอเสนอว่า ... ถามตัวเองว่า เรารักเรียนพอๆ กับรักกีฬาไหม ???
เรื่องเรียนมันไม่อยากหรอกถ้าน้องบ้ามันพอๆ กับบ้าจักรยาน ...
ถ้าน้องเชื่อมั่น น้องก็ทำได้ ...
เอาใจช่วยนะครับ ... ดีใจที่เห็นเยาวชนรักกีฬา ...
อ้อ ลืมไปนิดนึง ... ผมไม่ใช่คนเรียนเก่งนะครับ .. .
แต่ เพราะผมอยากเล่นกีฬา ...
ผมเลยต้องเรียนให้ดีขึ้น เพื่อจะไม่มีปัญหาเรื่องขอมาเล่นกีฬา...(ตอนนั้นซ้อมวันละ ๖ ชม. อ-ศ ... เสาร์อาทิตย์ แต่เช้า ยันดาวขึ้น)
แล้วผมก็เลยเอา เคล็ดลับ ความบ้ากีฬา มาปรับให้บ้าเรียน ก็เท่านั้นเองครับ ...
