Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

ตอบกลับ
papa mama
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 156
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2011, 09:20
team: BASIC

Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย papa mama »

คือถ้าอยากเปลี่ยนมาใช้ ultegra di2 ราคา ห้าหมื่นกว่าบาทมันคุ้มกับการลงทุนหรือเปล่าครับ

ปกติก็ไม่ได้ปั่นเร็วมาก av.30กว่าๆ ระยะ50โล ครับ เพราะเคยลองขี่ของเพื่อนดูเวลาเปลี่ยนเกียร์รู้สึกมันวื๊บๆดี

แต่ไม่ได้ลองระยะทางยาวเท่าไรนัก และเพื่อนก็พึ่งซื้อมาใช้ไม่นานเลยยังบอกไม่ถูก

เลยอยากถามท่านที่ใช้งานมาพอสมควรว่า ความทนทานและการใช้งาน รวมถึงประสบการณ์ในการใช้ว่าโอเคไหมครับ

และไม่ได้ปั่นเร็วมากอย่างผมนี่ต้องการความนิ่มในการเปลี่ยนเกียร์ ไม่ได้เน้นการสับเปลี่ยนที่ฉับไวในช่วงคับขันนี่เหมาะหรือไม่

ส่วนตัวตอนนี้ใช้sempreกับcampagลูกผสมอยู่ครับ

ขอบคุณครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
lucifer
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6393
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
Bike: Only 2-wheels bike
ติดต่อ:

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย lucifer »

คำถามที่ถามว่า "คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม ?" ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ถามมักจะมีทรัพย์เพียงพอต่อการจับจ่ายอยู่แล้ว :mrgreen:

มันอยู่ที่ว่า คุณต้องการอะไรจากมันหละครับ ถ้ามันให้ได้ตามที่คุณต้องการ คำตอบคือคุ้ม ถ้ามันให้ได้ไม่ครบตามที่คุณต้องการ คำตอบมันก็คือ"ไม่คุ้ม"

ถ้าเอาความแม่นยำ เที่ยงตรง เป็นเงื่อนไข Di2มีให้แบบเต็มอัตราศึก แค่ปรับตำแหน่งเริ่มต้นให้เรียบร้อย ที่เหลือมันจัดการของมันเอง แถมสับจานหน้าเบี่ยงหลบโซ่ให้เองตามตำแหน่งของเฟืองหลังด้วย เจ๋งไหม ?
ถามว่าทนไหม ก็ตอบว่าอะไรที่มันซับซ้อน เป็นอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ต่อให้ผลิตมา 10,000 ชิ้นดีมาตลอด คุณซื้อชิ้นที่ 10,001 ก็ไม่ได้แปลว่าตัวนั้นมันจะไม่รวนหรือเกเร เอาเป็นว่ามีโอกาสเกิดได้เสมอ ( เคยเห็นไหมครับ กล้องถ่ายรูประดับโปร ที่สร้างมาให้ชุดชัตเตอร์ทนทานได้ถึง 200,000 shot ปรากฏว่าเพื่อนผมเอาไปใช้แล้วพังที่ 2,500 shot ซะงั้นแหละ ,​เอาแน่ได้หรือ ??? )

ถ้าคุณรับกับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
1. มีเงิน ครึ่งแสนหน่อยๆ สำหรับค่าตัว และไม่เดือดร้อน
2. ยอมรับเรื่องน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
3. ยอมรับความรุ่มร่ามของสายไฟ แบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขึ้นมา (​ยกเว้นเป็นเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Di2 โดยเฉพาะ)
4. ยอมรับว่า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 % อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ( จึงควรที่จะซื้อจากหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า )

สิ่งที่คุณจะได้จากเงินครึ่งแสนหน่อยๆ กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย
1. ความสบาย นิ่มนวล เบามือ ซึ่งหาไม่ได้จากชุดเกียร์ที่ใช้สาย
2. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ ขอเพียงแต่ติดตั้งอย่างถูกต้อง setupได้เรียบร้อย เรื่องเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ใช่มีปัญหา ---> ตรงนี้สำหรับผม ผมเฉยๆ เพราะผมสามารถปรับแต่งเกียร์มาตรฐานที่ใช้สายเกียร์ได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจ มีเครื่องมือทุกอย่างสนับสนุน ตรงนี้ความแม่นยำของเกียร์มาตรฐานภายใต้การครอบครองของผมจึงไม่แตกต่างกับ Di2 และในทางตรงกันข้าม ผมใช้จานหน้า Rotor ซึ่งยุ่งยากสำหรับการปรับแต่งสับจาน และมีเทคนิคนิดๆหน่อยๆที่แตกต่างจากจานมาตรฐาน ของที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระกว่า ย่อมสามารถดัดแปลงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่าที่เราต้องการได้ , แต่ของที่ทำมาซับซ้อน จำเพาะกับของของเขาเอง หากต้องการดัดแปลงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดสำหรับการใช้งานกับของแปลกๆแบบจานเบี้ยว ก็อาจจะได้ไม่ตรงใจนัก )
3. ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายนัก แค่คอยเช็คระดับของไฟในแบตเตอรี่ และชาร์จตามเวลาที่ควรชาร์จ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก แถมผู้ผลิตยังอ้างว่าสามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้เป็นอย่างดี (​เคยมีสมาชิกเกิดอาการรวน เพราะน้ำซึมเข้าไปได้เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรายเดียวที่รายงานปัญหานี้ ) ผิดกับเกียร์ใช้สาย ที่หากต้องไปลุยน้ำมาหละก้อ จะมีงานรออีกมากมายให้ต้องทำ แถมปลอกเกียร์ สายเกียร์เองก็มีอายุการใช้งาน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่หากเปลี่ยนเป็น มีเวลาให้เปลี่ยนเองได้ ก็คงจะง่ายหน่อย แต่สำหรับรถบางรุ่นที่เดินสายเกียร์ได้เทพมากๆ รื้อมาใส่ใหม่แต่ละที มีอาการส่ายหัวทุกครั้ง อันนี้ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง :lol:
4. ปั่นเร็ว ปั่นช้า ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปั่นโดยไม่เปลี่ยนเกียร์เลยนี่สิ ปัญหาเลยหละ ปั่นfixed gearแทนดีกว่า :mrgreen: ( เหมือนเพื่อนร่วมก๊วนผมแต่ก่อน ปั่นเสือภูเขาทางเรียบ ใส่จานใหญ่ หลังเล็ก แล้วย่ำไปเรื่อยๆ ยังเคยแซวเลยว่าใช้ fixed gear ก้ได้เหมือนกันนะ :lol: )

คุ้มหรือไม่คุ้ม จริงๆแล้วคือ มันคุ้มค่าความพอใจของเราหรือเปล่ามากกว่าครับ แต่ละคนมีคำตอบตรงนี้ไม่เหมือนกัน
คำตอบส่วนตัวของผมเลยนั้นคือ ผมยอมใช้ชุดเกียร์มีสายต่อไปครับ เก็บเงินส่วนต่างอีก 2 หมื่นกว่าบาทไปใช้อย่างอื่น เพราะผมสามารถปรับแต่ง ติดตั้งชุดเกียร์มาตรฐานได้เอง และไม่ได้เน้นเรื่องความสบายมือ เบามืออะไรเลย แต่ถ้ามันราคาเหลือซัก 3หมื่นบาทนี่ อันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ :lol: :lol: :lol:
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
รูปประจำตัวสมาชิก
OPTIMUT PRIME
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3670
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 16:38
ติดต่อ:

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย OPTIMUT PRIME »

ป๋าลู..ตอบได้โดนใจมากเลย อยากได้เท่าไร +เอาเองเลยครัฟฟฟ :mrgreen: :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
Kansai
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 219
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2012, 15:19

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย Kansai »

ผมชอบพี่ lucifer ตอบมากๆ อ่านแล้วเข้าใจง่ายดี ขอบคุณมากๆครับ
ตามหายาง grand prix 4000s หรือ vittoria open corsa cx มือ 2 สภาพดี PM มาเลยครับ
papa mama
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 156
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2011, 09:20
team: BASIC

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย papa mama »

lucifer เขียน:คำถามที่ถามว่า "คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม ?" ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ถามมักจะมีทรัพย์เพียงพอต่อการจับจ่ายอยู่แล้ว :mrgreen:

มันอยู่ที่ว่า คุณต้องการอะไรจากมันหละครับ ถ้ามันให้ได้ตามที่คุณต้องการ คำตอบคือคุ้ม ถ้ามันให้ได้ไม่ครบตามที่คุณต้องการ คำตอบมันก็คือ"ไม่คุ้ม"

ถ้าเอาความแม่นยำ เที่ยงตรง เป็นเงื่อนไข Di2มีให้แบบเต็มอัตราศึก แค่ปรับตำแหน่งเริ่มต้นให้เรียบร้อย ที่เหลือมันจัดการของมันเอง แถมสับจานหน้าเบี่ยงหลบโซ่ให้เองตามตำแหน่งของเฟืองหลังด้วย เจ๋งไหม ?
ถามว่าทนไหม ก็ตอบว่าอะไรที่มันซับซ้อน เป็นอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ต่อให้ผลิตมา 10,000 ชิ้นดีมาตลอด คุณซื้อชิ้นที่ 10,001 ก็ไม่ได้แปลว่าตัวนั้นมันจะไม่รวนหรือเกเร เอาเป็นว่ามีโอกาสเกิดได้เสมอ ( เคยเห็นไหมครับ กล้องถ่ายรูประดับโปร ที่สร้างมาให้ชุดชัตเตอร์ทนทานได้ถึง 200,000 shot ปรากฏว่าเพื่อนผมเอาไปใช้แล้วพังที่ 2,500 shot ซะงั้นแหละ ,​เอาแน่ได้หรือ ??? )

ถ้าคุณรับกับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
1. มีเงิน ครึ่งแสนหน่อยๆ สำหรับค่าตัว และไม่เดือดร้อน
2. ยอมรับเรื่องน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
3. ยอมรับความรุ่มร่ามของสายไฟ แบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขึ้นมา (​ยกเว้นเป็นเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Di2 โดยเฉพาะ)
4. ยอมรับว่า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 % อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ( จึงควรที่จะซื้อจากหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า )

สิ่งที่คุณจะได้จากเงินครึ่งแสนหน่อยๆ กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย
1. ความสบาย นิ่มนวล เบามือ ซึ่งหาไม่ได้จากชุดเกียร์ที่ใช้สาย
2. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ ขอเพียงแต่ติดตั้งอย่างถูกต้อง setupได้เรียบร้อย เรื่องเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ใช่มีปัญหา ---> ตรงนี้สำหรับผม ผมเฉยๆ เพราะผมสามารถปรับแต่งเกียร์มาตรฐานที่ใช้สายเกียร์ได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจ มีเครื่องมือทุกอย่างสนับสนุน ตรงนี้ความแม่นยำของเกียร์มาตรฐานภายใต้การครอบครองของผมจึงไม่แตกต่างกับ Di2 และในทางตรงกันข้าม ผมใช้จานหน้า Rotor ซึ่งยุ่งยากสำหรับการปรับแต่งสับจาน และมีเทคนิคนิดๆหน่อยๆที่แตกต่างจากจานมาตรฐาน ของที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระกว่า ย่อมสามารถดัดแปลงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่าที่เราต้องการได้ , แต่ของที่ทำมาซับซ้อน จำเพาะกับของของเขาเอง หากต้องการดัดแปลงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดสำหรับการใช้งานกับของแปลกๆแบบจานเบี้ยว ก็อาจจะได้ไม่ตรงใจนัก )
3. ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายนัก แค่คอยเช็คระดับของไฟในแบตเตอรี่ และชาร์จตามเวลาที่ควรชาร์จ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก แถมผู้ผลิตยังอ้างว่าสามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้เป็นอย่างดี (​เคยมีสมาชิกเกิดอาการรวน เพราะน้ำซึมเข้าไปได้เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรายเดียวที่รายงานปัญหานี้ ) ผิดกับเกียร์ใช้สาย ที่หากต้องไปลุยน้ำมาหละก้อ จะมีงานรออีกมากมายให้ต้องทำ แถมปลอกเกียร์ สายเกียร์เองก็มีอายุการใช้งาน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่หากเปลี่ยนเป็น มีเวลาให้เปลี่ยนเองได้ ก็คงจะง่ายหน่อย แต่สำหรับรถบางรุ่นที่เดินสายเกียร์ได้เทพมากๆ รื้อมาใส่ใหม่แต่ละที มีอาการส่ายหัวทุกครั้ง อันนี้ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง :lol:
4. ปั่นเร็ว ปั่นช้า ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปั่นโดยไม่เปลี่ยนเกียร์เลยนี่สิ ปัญหาเลยหละ ปั่นfixed gearแทนดีกว่า :mrgreen: ( เหมือนเพื่อนร่วมก๊วนผมแต่ก่อน ปั่นเสือภูเขาทางเรียบ ใส่จานใหญ่ หลังเล็ก แล้วย่ำไปเรื่อยๆ ยังเคยแซวเลยว่าใช้ fixed gear ก้ได้เหมือนกันนะ :lol: )

คุ้มหรือไม่คุ้ม จริงๆแล้วคือ มันคุ้มค่าความพอใจของเราหรือเปล่ามากกว่าครับ แต่ละคนมีคำตอบตรงนี้ไม่เหมือนกัน
คำตอบส่วนตัวของผมเลยนั้นคือ ผมยอมใช้ชุดเกียร์มีสายต่อไปครับ เก็บเงินส่วนต่างอีก 2 หมื่นกว่าบาทไปใช้อย่างอื่น เพราะผมสามารถปรับแต่ง ติดตั้งชุดเกียร์มาตรฐานได้เอง และไม่ได้เน้นเรื่องความสบายมือ เบามืออะไรเลย แต่ถ้ามันราคาเหลือซัก 3หมื่นบาทนี่ อันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ :lol: :lol: :lol:
ขอบคุณคุณluciferครับ

ถ้ามันไม่ยุ่งยากในการบำรุงรักษาก็น่าลองเหมือนกัน แต่อยากทราบเหมือนกันคนที่ใช้นี่เวลาเบื่อจะกลับไปใช้เกียร์มีสายหรือไปดูราเอซไฟฟ้าเลย

แต่สำหรับผมถ้าใช้ก็คงสุดทางแค่นี้ครับไปต่อคงไม่ไหวแน่ ultegra di2ก็คงเกินพอแล้ว
oukouk
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 124
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2012, 12:27
Tel: 09914xxxx
Bike: trek, spe, merida

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย oukouk »

lucifer เขียน:คำถามที่ถามว่า "คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม ?" ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ถามมักจะมีทรัพย์เพียงพอต่อการจับจ่ายอยู่แล้ว :mrgreen:

มันอยู่ที่ว่า คุณต้องการอะไรจากมันหละครับ ถ้ามันให้ได้ตามที่คุณต้องการ คำตอบคือคุ้ม ถ้ามันให้ได้ไม่ครบตามที่คุณต้องการ คำตอบมันก็คือ"ไม่คุ้ม"

ถ้าเอาความแม่นยำ เที่ยงตรง เป็นเงื่อนไข Di2มีให้แบบเต็มอัตราศึก แค่ปรับตำแหน่งเริ่มต้นให้เรียบร้อย ที่เหลือมันจัดการของมันเอง แถมสับจานหน้าเบี่ยงหลบโซ่ให้เองตามตำแหน่งของเฟืองหลังด้วย เจ๋งไหม ?
ถามว่าทนไหม ก็ตอบว่าอะไรที่มันซับซ้อน เป็นอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ต่อให้ผลิตมา 10,000 ชิ้นดีมาตลอด คุณซื้อชิ้นที่ 10,001 ก็ไม่ได้แปลว่าตัวนั้นมันจะไม่รวนหรือเกเร เอาเป็นว่ามีโอกาสเกิดได้เสมอ ( เคยเห็นไหมครับ กล้องถ่ายรูประดับโปร ที่สร้างมาให้ชุดชัตเตอร์ทนทานได้ถึง 200,000 shot ปรากฏว่าเพื่อนผมเอาไปใช้แล้วพังที่ 2,500 shot ซะงั้นแหละ ,​เอาแน่ได้หรือ ??? )

ถ้าคุณรับกับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
1. มีเงิน ครึ่งแสนหน่อยๆ สำหรับค่าตัว และไม่เดือดร้อน
2. ยอมรับเรื่องน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
3. ยอมรับความรุ่มร่ามของสายไฟ แบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขึ้นมา (​ยกเว้นเป็นเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Di2 โดยเฉพาะ)
4. ยอมรับว่า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 % อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ( จึงควรที่จะซื้อจากหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า )

สิ่งที่คุณจะได้จากเงินครึ่งแสนหน่อยๆ กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย
1. ความสบาย นิ่มนวล เบามือ ซึ่งหาไม่ได้จากชุดเกียร์ที่ใช้สาย
2. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ ขอเพียงแต่ติดตั้งอย่างถูกต้อง setupได้เรียบร้อย เรื่องเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ใช่มีปัญหา ---> ตรงนี้สำหรับผม ผมเฉยๆ เพราะผมสามารถปรับแต่งเกียร์มาตรฐานที่ใช้สายเกียร์ได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจ มีเครื่องมือทุกอย่างสนับสนุน ตรงนี้ความแม่นยำของเกียร์มาตรฐานภายใต้การครอบครองของผมจึงไม่แตกต่างกับ Di2 และในทางตรงกันข้าม ผมใช้จานหน้า Rotor ซึ่งยุ่งยากสำหรับการปรับแต่งสับจาน และมีเทคนิคนิดๆหน่อยๆที่แตกต่างจากจานมาตรฐาน ของที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระกว่า ย่อมสามารถดัดแปลงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่าที่เราต้องการได้ , แต่ของที่ทำมาซับซ้อน จำเพาะกับของของเขาเอง หากต้องการดัดแปลงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดสำหรับการใช้งานกับของแปลกๆแบบจานเบี้ยว ก็อาจจะได้ไม่ตรงใจนัก )
3. ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายนัก แค่คอยเช็คระดับของไฟในแบตเตอรี่ และชาร์จตามเวลาที่ควรชาร์จ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก แถมผู้ผลิตยังอ้างว่าสามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้เป็นอย่างดี (​เคยมีสมาชิกเกิดอาการรวน เพราะน้ำซึมเข้าไปได้เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรายเดียวที่รายงานปัญหานี้ ) ผิดกับเกียร์ใช้สาย ที่หากต้องไปลุยน้ำมาหละก้อ จะมีงานรออีกมากมายให้ต้องทำ แถมปลอกเกียร์ สายเกียร์เองก็มีอายุการใช้งาน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่หากเปลี่ยนเป็น มีเวลาให้เปลี่ยนเองได้ ก็คงจะง่ายหน่อย แต่สำหรับรถบางรุ่นที่เดินสายเกียร์ได้เทพมากๆ รื้อมาใส่ใหม่แต่ละที มีอาการส่ายหัวทุกครั้ง อันนี้ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง :lol:
4. ปั่นเร็ว ปั่นช้า ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปั่นโดยไม่เปลี่ยนเกียร์เลยนี่สิ ปัญหาเลยหละ ปั่นfixed gearแทนดีกว่า :mrgreen: ( เหมือนเพื่อนร่วมก๊วนผมแต่ก่อน ปั่นเสือภูเขาทางเรียบ ใส่จานใหญ่ หลังเล็ก แล้วย่ำไปเรื่อยๆ ยังเคยแซวเลยว่าใช้ fixed gear ก้ได้เหมือนกันนะ :lol: )

คุ้มหรือไม่คุ้ม จริงๆแล้วคือ มันคุ้มค่าความพอใจของเราหรือเปล่ามากกว่าครับ แต่ละคนมีคำตอบตรงนี้ไม่เหมือนกัน
คำตอบส่วนตัวของผมเลยนั้นคือ ผมยอมใช้ชุดเกียร์มีสายต่อไปครับ เก็บเงินส่วนต่างอีก 2 หมื่นกว่าบาทไปใช้อย่างอื่น เพราะผมสามารถปรับแต่ง ติดตั้งชุดเกียร์มาตรฐานได้เอง และไม่ได้เน้นเรื่องความสบายมือ เบามืออะไรเลย แต่ถ้ามันราคาเหลือซัก 3หมื่นบาทนี่ อันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ :lol: :lol: :lol:
อ่านเพลินเลยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
หนูRB only
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 17394
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 14:09
Tel: 0818637469
team: Khlung Cycling Club & Deep Teamจันทบุรี & Cyclone Racing team
Bike: รถถีบสองล้อ

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย หนูRB only »

lucifer เขียน:คำถามที่ถามว่า "คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม ?" ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ถามมักจะมีทรัพย์เพียงพอต่อการจับจ่ายอยู่แล้ว :mrgreen:

มันอยู่ที่ว่า คุณต้องการอะไรจากมันหละครับ ถ้ามันให้ได้ตามที่คุณต้องการ คำตอบคือคุ้ม ถ้ามันให้ได้ไม่ครบตามที่คุณต้องการ คำตอบมันก็คือ"ไม่คุ้ม"

ถ้าเอาความแม่นยำ เที่ยงตรง เป็นเงื่อนไข Di2มีให้แบบเต็มอัตราศึก แค่ปรับตำแหน่งเริ่มต้นให้เรียบร้อย ที่เหลือมันจัดการของมันเอง แถมสับจานหน้าเบี่ยงหลบโซ่ให้เองตามตำแหน่งของเฟืองหลังด้วย เจ๋งไหม ?
ถามว่าทนไหม ก็ตอบว่าอะไรที่มันซับซ้อน เป็นอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ต่อให้ผลิตมา 10,000 ชิ้นดีมาตลอด คุณซื้อชิ้นที่ 10,001 ก็ไม่ได้แปลว่าตัวนั้นมันจะไม่รวนหรือเกเร เอาเป็นว่ามีโอกาสเกิดได้เสมอ ( เคยเห็นไหมครับ กล้องถ่ายรูประดับโปร ที่สร้างมาให้ชุดชัตเตอร์ทนทานได้ถึง 200,000 shot ปรากฏว่าเพื่อนผมเอาไปใช้แล้วพังที่ 2,500 shot ซะงั้นแหละ ,​เอาแน่ได้หรือ ??? )

ถ้าคุณรับกับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
1. มีเงิน ครึ่งแสนหน่อยๆ สำหรับค่าตัว และไม่เดือดร้อน
2. ยอมรับเรื่องน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
3. ยอมรับความรุ่มร่ามของสายไฟ แบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขึ้นมา (​ยกเว้นเป็นเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Di2 โดยเฉพาะ)
4. ยอมรับว่า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 % อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ( จึงควรที่จะซื้อจากหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า )

สิ่งที่คุณจะได้จากเงินครึ่งแสนหน่อยๆ กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย
1. ความสบาย นิ่มนวล เบามือ ซึ่งหาไม่ได้จากชุดเกียร์ที่ใช้สาย
2. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ ขอเพียงแต่ติดตั้งอย่างถูกต้อง setupได้เรียบร้อย เรื่องเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ใช่มีปัญหา ---> ตรงนี้สำหรับผม ผมเฉยๆ เพราะผมสามารถปรับแต่งเกียร์มาตรฐานที่ใช้สายเกียร์ได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจ มีเครื่องมือทุกอย่างสนับสนุน ตรงนี้ความแม่นยำของเกียร์มาตรฐานภายใต้การครอบครองของผมจึงไม่แตกต่างกับ Di2 และในทางตรงกันข้าม ผมใช้จานหน้า Rotor ซึ่งยุ่งยากสำหรับการปรับแต่งสับจาน และมีเทคนิคนิดๆหน่อยๆที่แตกต่างจากจานมาตรฐาน ของที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระกว่า ย่อมสามารถดัดแปลงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่าที่เราต้องการได้ , แต่ของที่ทำมาซับซ้อน จำเพาะกับของของเขาเอง หากต้องการดัดแปลงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดสำหรับการใช้งานกับของแปลกๆแบบจานเบี้ยว ก็อาจจะได้ไม่ตรงใจนัก )
3. ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายนัก แค่คอยเช็คระดับของไฟในแบตเตอรี่ และชาร์จตามเวลาที่ควรชาร์จ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก แถมผู้ผลิตยังอ้างว่าสามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้เป็นอย่างดี (​เคยมีสมาชิกเกิดอาการรวน เพราะน้ำซึมเข้าไปได้เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรายเดียวที่รายงานปัญหานี้ ) ผิดกับเกียร์ใช้สาย ที่หากต้องไปลุยน้ำมาหละก้อ จะมีงานรออีกมากมายให้ต้องทำ แถมปลอกเกียร์ สายเกียร์เองก็มีอายุการใช้งาน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่หากเปลี่ยนเป็น มีเวลาให้เปลี่ยนเองได้ ก็คงจะง่ายหน่อย แต่สำหรับรถบางรุ่นที่เดินสายเกียร์ได้เทพมากๆ รื้อมาใส่ใหม่แต่ละที มีอาการส่ายหัวทุกครั้ง อันนี้ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง :lol:
4. ปั่นเร็ว ปั่นช้า ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปั่นโดยไม่เปลี่ยนเกียร์เลยนี่สิ ปัญหาเลยหละ ปั่นfixed gearแทนดีกว่า :mrgreen: ( เหมือนเพื่อนร่วมก๊วนผมแต่ก่อน ปั่นเสือภูเขาทางเรียบ ใส่จานใหญ่ หลังเล็ก แล้วย่ำไปเรื่อยๆ ยังเคยแซวเลยว่าใช้ fixed gear ก้ได้เหมือนกันนะ :lol: )

คุ้มหรือไม่คุ้ม จริงๆแล้วคือ มันคุ้มค่าความพอใจของเราหรือเปล่ามากกว่าครับ แต่ละคนมีคำตอบตรงนี้ไม่เหมือนกัน
คำตอบส่วนตัวของผมเลยนั้นคือ ผมยอมใช้ชุดเกียร์มีสายต่อไปครับ เก็บเงินส่วนต่างอีก 2 หมื่นกว่าบาทไปใช้อย่างอื่น เพราะผมสามารถปรับแต่ง ติดตั้งชุดเกียร์มาตรฐานได้เอง และไม่ได้เน้นเรื่องความสบายมือ เบามืออะไรเลย แต่ถ้ามันราคาเหลือซัก 3หมื่นบาทนี่ อันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ :lol: :lol: :lol:
ชอบคอมเม้นท์ของป๋าลูมากเลยครับ ถ้ามีงบไม่เดือดร้อนอะไรและไม่แคร์เรื่องนน.ที่เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยก็ใช้ได้เลยครับ ตัวผมใช้Dura-Ace di2 ของเพื่อนผมใช้Ultegra di2 ขอบอกว่าเปลี่ยนเกียร์นิ่มนวล แม่นยำไม่แตกต่างกันเลย ทั้งรถTTและเสือหมอบผมก็ใช้Di2กับจานโรเตอร์ครับ ก็ยังแม่นยำเหมือนเดิมครับไม่มีอาการโซ่สีสับจานให้ได้ยิน แม่นยำ นุ่มนวลเหมือนเดิม ขอเสริมนิดนึงเรื่องแบตครับ เคยมีอยู่ทริปนึงผมไปปั่นกับโปรไบค์ดันลืมเช็คแบตไปคือตั้งแต่ใช้มายังไม่ได้ชาร์จเลย ไฟมันคงเตือนว่าให้ชาร์จก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับแต่ผมไม่ได้ดู ปั่นไปแบตหมดอาการของมันคือจะเริ่มจากสับจานจะเปลี่ยนใบไม่ได้คือผมใช้จานหน้าเล็กมันจะไม่ขึ้นใบใหญ่ให้เพราะว่ามันอาจจะใช้ไฟเยอะ แต่ตัวเฟืองหลังยังเปลี่ยนได้ตามปกติเหมือนเดิมครับ เลยปั่นจนจบทริปได้ไม่มีปัญหาอะไร ชาร์จไฟเสร็จก็ทำงานตามปกติเหมือนเดิมครับ:D
พูดคุยขำ ขำแบบคนขลุงปี2555 กดเลยครับ
****You"ll neverwalk alone****
ชนะใครได้ ก็ไม่เท่ากับชนะใจตัวเอง
ทำแล้วมีความสุขก็ทำไป ถ้าไม่เดือดร้อนตัวเองและคนอื่น
รูปประจำตัวสมาชิก
bcscolour
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 458
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ก.พ. 2010, 01:28
team: งาช้างดำ
Bike: DUCATI HYPERMOTARD

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย bcscolour »

หนูRB only เขียน:
lucifer เขียน:คำถามที่ถามว่า "คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม ?" ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ถามมักจะมีทรัพย์เพียงพอต่อการจับจ่ายอยู่แล้ว :mrgreen:

มันอยู่ที่ว่า คุณต้องการอะไรจากมันหละครับ ถ้ามันให้ได้ตามที่คุณต้องการ คำตอบคือคุ้ม ถ้ามันให้ได้ไม่ครบตามที่คุณต้องการ คำตอบมันก็คือ"ไม่คุ้ม"

ถ้าเอาความแม่นยำ เที่ยงตรง เป็นเงื่อนไข Di2มีให้แบบเต็มอัตราศึก แค่ปรับตำแหน่งเริ่มต้นให้เรียบร้อย ที่เหลือมันจัดการของมันเอง แถมสับจานหน้าเบี่ยงหลบโซ่ให้เองตามตำแหน่งของเฟืองหลังด้วย เจ๋งไหม ?
ถามว่าทนไหม ก็ตอบว่าอะไรที่มันซับซ้อน เป็นอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ต่อให้ผลิตมา 10,000 ชิ้นดีมาตลอด คุณซื้อชิ้นที่ 10,001 ก็ไม่ได้แปลว่าตัวนั้นมันจะไม่รวนหรือเกเร เอาเป็นว่ามีโอกาสเกิดได้เสมอ ( เคยเห็นไหมครับ กล้องถ่ายรูประดับโปร ที่สร้างมาให้ชุดชัตเตอร์ทนทานได้ถึง 200,000 shot ปรากฏว่าเพื่อนผมเอาไปใช้แล้วพังที่ 2,500 shot ซะงั้นแหละ ,​เอาแน่ได้หรือ ??? )

ถ้าคุณรับกับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
1. มีเงิน ครึ่งแสนหน่อยๆ สำหรับค่าตัว และไม่เดือดร้อน
2. ยอมรับเรื่องน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
3. ยอมรับความรุ่มร่ามของสายไฟ แบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขึ้นมา (​ยกเว้นเป็นเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Di2 โดยเฉพาะ)
4. ยอมรับว่า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 % อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ( จึงควรที่จะซื้อจากหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า )

สิ่งที่คุณจะได้จากเงินครึ่งแสนหน่อยๆ กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย
1. ความสบาย นิ่มนวล เบามือ ซึ่งหาไม่ได้จากชุดเกียร์ที่ใช้สาย
2. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ ขอเพียงแต่ติดตั้งอย่างถูกต้อง setupได้เรียบร้อย เรื่องเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ใช่มีปัญหา ---> ตรงนี้สำหรับผม ผมเฉยๆ เพราะผมสามารถปรับแต่งเกียร์มาตรฐานที่ใช้สายเกียร์ได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจ มีเครื่องมือทุกอย่างสนับสนุน ตรงนี้ความแม่นยำของเกียร์มาตรฐานภายใต้การครอบครองของผมจึงไม่แตกต่างกับ Di2 และในทางตรงกันข้าม ผมใช้จานหน้า Rotor ซึ่งยุ่งยากสำหรับการปรับแต่งสับจาน และมีเทคนิคนิดๆหน่อยๆที่แตกต่างจากจานมาตรฐาน ของที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระกว่า ย่อมสามารถดัดแปลงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่าที่เราต้องการได้ , แต่ของที่ทำมาซับซ้อน จำเพาะกับของของเขาเอง หากต้องการดัดแปลงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดสำหรับการใช้งานกับของแปลกๆแบบจานเบี้ยว ก็อาจจะได้ไม่ตรงใจนัก )
3. ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายนัก แค่คอยเช็คระดับของไฟในแบตเตอรี่ และชาร์จตามเวลาที่ควรชาร์จ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก แถมผู้ผลิตยังอ้างว่าสามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้เป็นอย่างดี (​เคยมีสมาชิกเกิดอาการรวน เพราะน้ำซึมเข้าไปได้เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรายเดียวที่รายงานปัญหานี้ ) ผิดกับเกียร์ใช้สาย ที่หากต้องไปลุยน้ำมาหละก้อ จะมีงานรออีกมากมายให้ต้องทำ แถมปลอกเกียร์ สายเกียร์เองก็มีอายุการใช้งาน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่หากเปลี่ยนเป็น มีเวลาให้เปลี่ยนเองได้ ก็คงจะง่ายหน่อย แต่สำหรับรถบางรุ่นที่เดินสายเกียร์ได้เทพมากๆ รื้อมาใส่ใหม่แต่ละที มีอาการส่ายหัวทุกครั้ง อันนี้ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง :lol:
4. ปั่นเร็ว ปั่นช้า ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปั่นโดยไม่เปลี่ยนเกียร์เลยนี่สิ ปัญหาเลยหละ ปั่นfixed gearแทนดีกว่า :mrgreen: ( เหมือนเพื่อนร่วมก๊วนผมแต่ก่อน ปั่นเสือภูเขาทางเรียบ ใส่จานใหญ่ หลังเล็ก แล้วย่ำไปเรื่อยๆ ยังเคยแซวเลยว่าใช้ fixed gear ก้ได้เหมือนกันนะ :lol: )

คุ้มหรือไม่คุ้ม จริงๆแล้วคือ มันคุ้มค่าความพอใจของเราหรือเปล่ามากกว่าครับ แต่ละคนมีคำตอบตรงนี้ไม่เหมือนกัน
คำตอบส่วนตัวของผมเลยนั้นคือ ผมยอมใช้ชุดเกียร์มีสายต่อไปครับ เก็บเงินส่วนต่างอีก 2 หมื่นกว่าบาทไปใช้อย่างอื่น เพราะผมสามารถปรับแต่ง ติดตั้งชุดเกียร์มาตรฐานได้เอง และไม่ได้เน้นเรื่องความสบายมือ เบามืออะไรเลย แต่ถ้ามันราคาเหลือซัก 3หมื่นบาทนี่ อันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ :lol: :lol: :lol:
ชอบคอมเม้นท์ของป๋าลูมากเลยครับ ถ้ามีงบไม่เดือดร้อนอะไรและไม่แคร์เรื่องนน.ที่เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยก็ใช้ได้เลยครับ ตัวผมใช้Dura-Ace di2 ของเพื่อนผมใช้Ultegra di2 ขอบอกว่าเปลี่ยนเกียร์นิ่มนวล แม่นยำไม่แตกต่างกันเลย ทั้งรถTTและเสือหมอบผมก็ใช้Di2กับจานโรเตอร์ครับ ก็ยังแม่นยำเหมือนเดิมครับไม่มีอาการโซ่สีสับจานให้ได้ยิน แม่นยำ นุ่มนวลเหมือนเดิม ขอเสริมนิดนึงเรื่องแบตครับ เคยมีอยู่ทริปนึงผมไปปั่นกับโปรไบค์ดันลืมเช็คแบตไปคือตั้งแต่ใช้มายังไม่ได้ชาร์จเลย ไฟมันคงเตือนว่าให้ชาร์จก่อนหน้านี้แล้วล่ะครับแต่ผมไม่ได้ดู ปั่นไปแบตหมดอาการของมันคือจะเริ่มจากสับจานจะเปลี่ยนใบไม่ได้คือผมใช้จานหน้าเล็กมันจะไม่ขึ้นใบใหญ่ให้เพราะว่ามันอาจจะใช้ไฟเยอะ แต่ตัวเฟืองหลังยังเปลี่ยนได้ตามปกติเหมือนเดิมครับ เลยปั่นจนจบทริปได้ไม่มีปัญหาอะไร ชาร์จไฟเสร็จก็ทำงานตามปกติเหมือนเดิมครับ:D
แม่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน แต่ยังไม่ได้ปั่นสปาตาคัสของคุณหนูเลยยยยยยยยย :mrgreen:
รูปประจำตัวสมาชิก
Happyboy
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 73
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 เม.ย. 2012, 07:44
team: ไปกับเค้าเรื่อยๆ
Bike: Cervelo S3

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย Happyboy »

lucifer เขียน:คำถามที่ถามว่า "คุ้ม หรือ ไม่คุ้ม ?" ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่ถามมักจะมีทรัพย์เพียงพอต่อการจับจ่ายอยู่แล้ว :mrgreen:

มันอยู่ที่ว่า คุณต้องการอะไรจากมันหละครับ ถ้ามันให้ได้ตามที่คุณต้องการ คำตอบคือคุ้ม ถ้ามันให้ได้ไม่ครบตามที่คุณต้องการ คำตอบมันก็คือ"ไม่คุ้ม"

ถ้าเอาความแม่นยำ เที่ยงตรง เป็นเงื่อนไข Di2มีให้แบบเต็มอัตราศึก แค่ปรับตำแหน่งเริ่มต้นให้เรียบร้อย ที่เหลือมันจัดการของมันเอง แถมสับจานหน้าเบี่ยงหลบโซ่ให้เองตามตำแหน่งของเฟืองหลังด้วย เจ๋งไหม ?
ถามว่าทนไหม ก็ตอบว่าอะไรที่มันซับซ้อน เป็นอุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ ไม่มีอะไรแน่นอนหรอกครับ ต่อให้ผลิตมา 10,000 ชิ้นดีมาตลอด คุณซื้อชิ้นที่ 10,001 ก็ไม่ได้แปลว่าตัวนั้นมันจะไม่รวนหรือเกเร เอาเป็นว่ามีโอกาสเกิดได้เสมอ ( เคยเห็นไหมครับ กล้องถ่ายรูประดับโปร ที่สร้างมาให้ชุดชัตเตอร์ทนทานได้ถึง 200,000 shot ปรากฏว่าเพื่อนผมเอาไปใช้แล้วพังที่ 2,500 shot ซะงั้นแหละ ,​เอาแน่ได้หรือ ??? )

ถ้าคุณรับกับเงื่อนไขเหล่านี้ได้
1. มีเงิน ครึ่งแสนหน่อยๆ สำหรับค่าตัว และไม่เดือดร้อน
2. ยอมรับเรื่องน้ำหนักโดยรวมที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง
3. ยอมรับความรุ่มร่ามของสายไฟ แบตเตอรี่ที่ต้องติดตั้งเพิ่มขึ้นมา (​ยกเว้นเป็นเฟรมที่ออกแบบมาสำหรับ Di2 โดยเฉพาะ)
4. ยอมรับว่า อุปกรณ์อีเลคทรอนิคส์ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100 % อาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันได้ ( จึงควรที่จะซื้อจากหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการรับประกันคุณภาพสินค้า )

สิ่งที่คุณจะได้จากเงินครึ่งแสนหน่อยๆ กับน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นไปอีกหน่อย
1. ความสบาย นิ่มนวล เบามือ ซึ่งหาไม่ได้จากชุดเกียร์ที่ใช้สาย
2. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ ขอเพียงแต่ติดตั้งอย่างถูกต้อง setupได้เรียบร้อย เรื่องเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ใช่มีปัญหา ---> ตรงนี้สำหรับผม ผมเฉยๆ เพราะผมสามารถปรับแต่งเกียร์มาตรฐานที่ใช้สายเกียร์ได้ทุกเมื่อที่รู้สึกว่าไม่ถูกใจ มีเครื่องมือทุกอย่างสนับสนุน ตรงนี้ความแม่นยำของเกียร์มาตรฐานภายใต้การครอบครองของผมจึงไม่แตกต่างกับ Di2 และในทางตรงกันข้าม ผมใช้จานหน้า Rotor ซึ่งยุ่งยากสำหรับการปรับแต่งสับจาน และมีเทคนิคนิดๆหน่อยๆที่แตกต่างจากจานมาตรฐาน ของที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระกว่า ย่อมสามารถดัดแปลงให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงเท่าที่เราต้องการได้ , แต่ของที่ทำมาซับซ้อน จำเพาะกับของของเขาเอง หากต้องการดัดแปลงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงสุดสำหรับการใช้งานกับของแปลกๆแบบจานเบี้ยว ก็อาจจะได้ไม่ตรงใจนัก )
3. ไม่ต้องการการดูแลอะไรมากมายนัก แค่คอยเช็คระดับของไฟในแบตเตอรี่ และชาร์จตามเวลาที่ควรชาร์จ ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก แถมผู้ผลิตยังอ้างว่าสามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้เป็นอย่างดี (​เคยมีสมาชิกเกิดอาการรวน เพราะน้ำซึมเข้าไปได้เช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นรายเดียวที่รายงานปัญหานี้ ) ผิดกับเกียร์ใช้สาย ที่หากต้องไปลุยน้ำมาหละก้อ จะมีงานรออีกมากมายให้ต้องทำ แถมปลอกเกียร์ สายเกียร์เองก็มีอายุการใช้งาน ถึงจุดหนึ่งก็ต้องเปลี่ยน เพียงแต่หากเปลี่ยนเป็น มีเวลาให้เปลี่ยนเองได้ ก็คงจะง่ายหน่อย แต่สำหรับรถบางรุ่นที่เดินสายเกียร์ได้เทพมากๆ รื้อมาใส่ใหม่แต่ละที มีอาการส่ายหัวทุกครั้ง อันนี้ก็คงจะอีกเรื่องหนึ่ง :lol:
4. ปั่นเร็ว ปั่นช้า ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าปั่นโดยไม่เปลี่ยนเกียร์เลยนี่สิ ปัญหาเลยหละ ปั่นfixed gearแทนดีกว่า :mrgreen: ( เหมือนเพื่อนร่วมก๊วนผมแต่ก่อน ปั่นเสือภูเขาทางเรียบ ใส่จานใหญ่ หลังเล็ก แล้วย่ำไปเรื่อยๆ ยังเคยแซวเลยว่าใช้ fixed gear ก้ได้เหมือนกันนะ :lol: )

คุ้มหรือไม่คุ้ม จริงๆแล้วคือ มันคุ้มค่าความพอใจของเราหรือเปล่ามากกว่าครับ แต่ละคนมีคำตอบตรงนี้ไม่เหมือนกัน
คำตอบส่วนตัวของผมเลยนั้นคือ ผมยอมใช้ชุดเกียร์มีสายต่อไปครับ เก็บเงินส่วนต่างอีก 2 หมื่นกว่าบาทไปใช้อย่างอื่น เพราะผมสามารถปรับแต่ง ติดตั้งชุดเกียร์มาตรฐานได้เอง และไม่ได้เน้นเรื่องความสบายมือ เบามืออะไรเลย แต่ถ้ามันราคาเหลือซัก 3หมื่นบาทนี่ อันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกันครับ :lol: :lol: :lol:
ตอบได้กระจ่างชัดมากครับ เข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ :P
Happy Happy Happy Happy
benjaphon
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 65
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 มี.ค. 2011, 10:57
Tel: 0818415507
Bike: trek-madone 6.9 Di 22222

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย benjaphon »

Di2 ใช้แล้วขี่รถสนุกขึ้นกว่าเดิมแน่ๆครับ และจะไม่อยากกลับไปใช้แบบสายครับ
เปลี่ยนจานหน้าไม่ได้เป็นอาการของไฟเหลือน้อยแล้วครับ ผมเคยขี่จนไฟหมดเลย มันจะเปลี่ยนเฟืองหลังไม่ได้ด้วยครับ
คือถ้าไฟหมดเลยก็จะเปลี่ยนอะไรไม่ได้เลย ต้องขี่ไปแบบนั้นตลอด :D
รูปประจำตัวสมาชิก
StoneRoses
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3149
ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9

Re: Ultegra di2 ขอถามผู้ที่ใช้หน่อยครับ

โพสต์ โดย StoneRoses »

ผมเองครับที่ Dura-Ace Di2 พัง เพราะน้ำเข้า จุดอ่อนของระบบอยู่ที่ตัว Junction A ที่มีปุ่มปรับเกียร์และไฟแสดงแบ็ต

ขี่ลุยฝน อาการที่เกิดคือมันรวน กดเปลี่ยนหนัก ดันไปเกียร์เบา กดเปลี่ยนเฟืองหลัง สับจานไปด้วย เป็นไม่นานครับ จากนั้นสักพักเดี้ยงสนิท เปลี่ยนเกียร์เองไปอยู่ที่ 39x25
ตอนนั้นผมคิด แม่งเอ้ย มึงจะเลือกค้างที่เกียร์ดีๆ ที่พอขี่ได้ก็ไม่ได้ มันเป็นรถ TT ครับ ขี่เกียร์นี้กลับบ้านอายเขา มันคงจะทุเรศมากๆ เลยเรียกลูกน้องมารับกลับ

ผมวิเคราะห์แล้ว ส่วนหนึ่งที่มันรั่วเข้าตรงนั้นเพราะ ปกติเขาออกแบบให้เอา Junction ที่ว่า รัดไว้กับสายเบรก ด้วย cable tile เส้นเล็กๆ แต่กรณีรถผม มันรัดอยู่กับแอร์โร่บาร์ครับ เพราะสายเบรกซ่อนหมด ติดตั้งที่ไหนก็ไม่ได้ มันถูกรัดไว้ค่อนข้างแน่นด้วย ดังนั้นมันจึงถูกบีบรัดมากกว่าที่มันถูกออกแบบมา ผลคือเคสของมันซึ่งดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ เป็นพลาสติกบางๆ สองชิ้น ติดกันด้วยกาวหรือความร้อน ปริแยกตัวออกจากกัน น้ำเลยเข้าไปได้

การติดตั้งค่อนข้างผิดประเภท ประกอบกับ shimano ทำมาบอบบาง แต่ถ้าจะโทษคนติด ไม่ใช่ร้านครับ ต้องโทษการประกอบจากโรงงาน Trek USA เลย

การเคลมโดยตัวแทนในเคสของผม (ร้านดังตัวแทน Trek และ Shimano แถวสวนลุม) ห่วยแตกครับ มันให้ผมจ่ายครึ่งนึงของราคาตั้ง (ซึ่งแพงเวอร์ๆ) ตอนแรกบอกจะให้จ่ายเต็มด้วย (ลด 25% ตามปกติ) แต่ผมด่ามันไปเลยยอมแบบนี้ เหตุผลที่มันให้กับผมคือ มันบอกต้องรอผลเคลมจาก Trek USA ก่อน (บอกต้อง 2-3 เดือน) ถึงจะได้แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ผมขี้เกียจเถียงเลยยอมๆ มันไป เงิน 2000 กว่าบาท ผมถือว่าจ่ายเป็นค่าด่าละกัน คงคุ้มค่าสำหรับร้านเค้ามั้ง 555 แต่ก็อาจจะคุ้มสำหรับมันก็ได้ เพราะเขาเอาตัวที่พังเก็บไว้ ถ้าไปเคลม Trek มาได้ ก็ได้ตังค์ 50% ฟรีๆ 555

สำหรับคำถามของจขกท. Di2 เปลี่ยนเกียร์แม่นยำนุ่มนวลที่สุดแล้ว ไม่กินแรงนิ้วด้วย การตั้งเกียร์ก็ง่ายมากๆ Ultegrea Di2 ผมยังไม่ได้ดูชิ้นที่ว่านี้ แต่ให้เดาคิดว่า Shimano คงทำมาแข็งแรงขึ้นแล้ว เพราะผมคงไม่ใช่คนซวยคนเดียวในโลกหรอก
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”