UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ( สสส.) เชิญนักปั่นทุกท่านร่วมกิจกรรม
โครงการ UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไหว้พระ ๙ วัด และรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ( ระยะทาง ๖๐กิโลเมตร ) ครั้งที่ 2
วันอาทิตย์ที่ 24 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
๐๖.๐๐ น. ผู้ร่วมกิจกรรมพร้อมกันบริเวณหน้า อำเภอผักไห่ พร้อมลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ( รับประทานอาหารเช้า - เครื่องดื่ม )
๐๘.๓๐ น. เริ่มออกจากจุดเริ่มต้น บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอผักไห่ โดยปั่นจักรยานออกไปพร้อมกัน ตามวัดและสถานที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้ ( ระยะไป - กลับ ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร )
๑.วัดย่านอ่างทอง จุฬาโลก (มณฑป สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ) ต.บ้านใหญ่
๒.วัดโคกทอง (หลวงพ่อเชิญ) วัดพัฒนาตัวอย่าง ต.กุฏี
๓.วัดฤาชัย ต.กุฎี
๔.วัดตึกคชหิรัญ วังปลา ต.อมฤต
๕.วัดใหม่บ้านอ้อ( ไหว้พระหลวงพ่อตะวันตก) ต.อมฤต
๖.วัดหน้าโคก (หลวงพ่อแก่) ต.หน้าโคก
แวะชม บ้านขุนพิทักษ์ (บ้านเขียว) บ้านไม้โบราณ อายุกว่า ๑๐๐ ปี ต.อมฤต
แวะชมตลาดร้อยปีลาดชะโด ชมวิถีชีวิตชาวบ้านตลาดริมแม่น้ำ ต.จักราช ( พักทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม )
๗.วัดดอนลาน (หลวงพ่อนาคปรก พระพุทธรูปเก่าแก่สมัย ลพบุรี) ต.ดอนลานเดินทางผ่านลำตะเคียน ลาดชิด ถนนร้อยโค้งบรรยากาศทุ่งนาสองข้างทาง
๘.วัดลาดชิด ต.ลาดชิด
๙.วัดตาลานใต้ (หลวงพ่อเจริญ) ต.บ้านใหญ่
มีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดบริเวณวัดต่างๆ และปลูกต้นไม้ตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนดไว้
๑๓.๐๐ น.รับประทานอาหารร่วมกัน
( หมายเหตุ:ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ปลัดธนากร รุจิระกุล 081- 8752724 ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่)
# หากชมรมหรือท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานครั้งนี้โปรดช่วยแจ้งยอดนิดหนึ่งนะครับจะได้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มได้เต็มที่ครับ #
โครงการ UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไหว้พระ ๙ วัด และรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพและลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ( ระยะทาง ๖๐กิโลเมตร ) ครั้งที่ 2
วันอาทิตย์ที่ 24 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
๐๖.๐๐ น. ผู้ร่วมกิจกรรมพร้อมกันบริเวณหน้า อำเภอผักไห่ พร้อมลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ( รับประทานอาหารเช้า - เครื่องดื่ม )
๐๘.๓๐ น. เริ่มออกจากจุดเริ่มต้น บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอผักไห่ โดยปั่นจักรยานออกไปพร้อมกัน ตามวัดและสถานที่ต่างๆ ดังต่อไปนี้ ( ระยะไป - กลับ ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร )
๑.วัดย่านอ่างทอง จุฬาโลก (มณฑป สมัยต้นรัตนโกสินทร์ ) ต.บ้านใหญ่
๒.วัดโคกทอง (หลวงพ่อเชิญ) วัดพัฒนาตัวอย่าง ต.กุฏี
๓.วัดฤาชัย ต.กุฎี
๔.วัดตึกคชหิรัญ วังปลา ต.อมฤต
๕.วัดใหม่บ้านอ้อ( ไหว้พระหลวงพ่อตะวันตก) ต.อมฤต
๖.วัดหน้าโคก (หลวงพ่อแก่) ต.หน้าโคก
แวะชม บ้านขุนพิทักษ์ (บ้านเขียว) บ้านไม้โบราณ อายุกว่า ๑๐๐ ปี ต.อมฤต
แวะชมตลาดร้อยปีลาดชะโด ชมวิถีชีวิตชาวบ้านตลาดริมแม่น้ำ ต.จักราช ( พักทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม )
๗.วัดดอนลาน (หลวงพ่อนาคปรก พระพุทธรูปเก่าแก่สมัย ลพบุรี) ต.ดอนลานเดินทางผ่านลำตะเคียน ลาดชิด ถนนร้อยโค้งบรรยากาศทุ่งนาสองข้างทาง
๘.วัดลาดชิด ต.ลาดชิด
๙.วัดตาลานใต้ (หลวงพ่อเจริญ) ต.บ้านใหญ่
มีกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ทำความสะอาดบริเวณวัดต่างๆ และปลูกต้นไม้ตามสถานที่ต่างๆ ที่กำหนดไว้
๑๓.๐๐ น.รับประทานอาหารร่วมกัน
( หมายเหตุ:ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ปลัดธนากร รุจิระกุล 081- 8752724 ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่)
# หากชมรมหรือท่านใดสนใจเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานครั้งนี้โปรดช่วยแจ้งยอดนิดหนึ่งนะครับจะได้เตรียมอาหารและเครื่องดื่มได้เต็มที่ครับ #
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 01:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.

วัดโคกทอง (หลวงพ่อเชิญ)
ประวัติความเป็นมาของวัดโคกทอง ตำบลกุฎี
ตั้งอยู่เลขที่ 42 บ้านกุฎี ตำบลกุฎี หมู่ที่ 12 สร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ.2370 เดิมวันตั้งอยู่ห่างจาก แม่น้ำน้อย สถานที่ตั้งวัดเป็นที่เนินสูงเรียกว่า " โคก " เป็นที่เลี้ยงวัว ควายของชาวบ้าน เมื่อได้สร้างวัดขึ้นมาแล้วได้เรียกขนานนามวัดนี้ว่า " วัดโคกทอง " ต่อมาได้ย้ายมาตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำน้อย ที่ตั้งอยู่ในปัจจุบันสมัยของพระครูยวรสังฆกิจ ( หลองพ่อเพิ่ม ) อดีตเจ้าคณะแขวงเสนา เพื่อความสะดวกและเหมาะสมยิ่งขึ้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2480 ได้ผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.2492 มีเกจิอาจารย์สร้างชื่อเสียงด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดคงกระพัน คือพระมงคลวราจารย์( หลวงพ่อเชิญ)เป็นอดีตเจ้าอาวาส พ.ศ.2546 ได้รับประทานพัดเกียรติคุณจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชในฐานะเป็นหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลที่มีผลงานดีเด่น รวมทั้งเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง นับเป็นวัดใหญ่แก่งหนึ่งของจังหวัด เป็นวัดเดียวในอำเภอผักไห่ที่ได้รับคัดเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 6 สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้เป็นวัดในโครงการ " อยุธยามหามงคล " ไหว้พระ 9 วัด นักท่องเที่ยวจะมาขอประทับตราที่วัดโคกทองนี้ เกี่ยวกับการศึกษาทางวันได้เปิดสอนพระปริยัติธรรม ตั้งแต่ พ.ศ.2465 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งโรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลชั้นประถมศึกษา จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อาคารเรียนเป็นตึก 3 ชั้น จัดสร้างโดยพระมงคลวราจารย์( หลวงพ่อเชิญ ) และพระครูวรกิจวิธาน( สมชัย อารีจิตพานิช ) นอกจากนั้นพระราชวิริยาลังการผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ( องค์ปัจจุบัน ) เดิมอยู่ที่วัดนี้ ปัจจุบันพระครูวรกิจวิธานเป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะอำเภอผักไห่อีกด้วย
- ไฟล์แนบ
-
- วัดโคกทอง ( หลวงพ่อเชิญ)
- 1 (20).jpg (51.28 KiB) เข้าดูแล้ว 8907 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 00:00, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
วัดย่านอ่างทอง

ประวัติความเป็นมาของวิหารลายรูปปั้น และพระปรางค์วัดย่านอ่างทองตำบลบ้านใหญ่ อำเภอผักไห่
ตั้งอยู่ที่บ้านย่านอ่างทอง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหญ่ สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่เมื่อใดนั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ได้มีการปรับปรุงพัฒนาขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ประมาณ พ.ศ. 2367 เป็นปีตั้งวัด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 - 6 ได้เด็จประพาสทางชลมารค ผ่านมาทางนี้ อุโบสถสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นแบบหอพระนาค ในวัดพระแก้วหน้าบันเป็นรูปเทพยืนสร้างขึ้นใน ฝาผนังเขียนภาพจิตรกรรมบานประตูและหน้าต่างเป็นรูปเทพ และยักษ์ ศาลาการเปรียญ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ในพิพิธภัณฑ์กุฎิใหญ่มีพระพุทธรูปบางต่าง ๆ ล้วนเป็นของเก่า จำนวน 55 องค์โบราณวัตถุมีธรรมาสน์เดิมเป็นพระแท่นว่าราชการของวังหน้า มีภาพจิตรกรรมที่อุโบสถและวิหารด้วยเดิมสมัยที่พระธรรมไตรโลก เป็นเจ้าอาวาส ได้ไปเยี่ยม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดโมลีโลก หรือวัดท้ายตลาดกรุงเทพฯ ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้ยเคยกับรัชกาลที่ 3 และเจ้านายวังหน้าได้ส่งช่างหลวงมาทำการก่อสร้างให้เป็นที่เรียบร้อยได้ทำการสมโภชฉลอง เจ้านายเป็นจำนวนมาก ได้เสด็จมาร่วมงานรัชการที่ 4 เมื่อครั้งยังทรงผนวชได้มาเทศน์ในงานแลองครั้งด้วย พร้อมกับการฉลองก็ได้ใช้นามว่า " วัดจุฬาโลก " ให้สอดคล้องกับวัดของสหาย คือ วัดโมลีโลก ต่อมาจะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ นามวัดได้เปลี่ยนมาเป็น " วัดย่านอ่างทอง " นับเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว นับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2370 สิ่งสำคัญของวัดที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ คือ อุโบสถ และมณฑลปยอดพระปรางค์

ประวัติความเป็นมาของวิหารลายรูปปั้น และพระปรางค์วัดย่านอ่างทองตำบลบ้านใหญ่ อำเภอผักไห่
ตั้งอยู่ที่บ้านย่านอ่างทอง หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านใหญ่ สร้างขึ้นเป็นวัดตั้งแต่เมื่อใดนั้น ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ได้มีการปรับปรุงพัฒนาขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ประมาณ พ.ศ. 2367 เป็นปีตั้งวัด ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่รัชกาลที่ 3 - 6 ได้เด็จประพาสทางชลมารค ผ่านมาทางนี้ อุโบสถสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นแบบหอพระนาค ในวัดพระแก้วหน้าบันเป็นรูปเทพยืนสร้างขึ้นใน ฝาผนังเขียนภาพจิตรกรรมบานประตูและหน้าต่างเป็นรูปเทพ และยักษ์ ศาลาการเปรียญ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ในพิพิธภัณฑ์กุฎิใหญ่มีพระพุทธรูปบางต่าง ๆ ล้วนเป็นของเก่า จำนวน 55 องค์โบราณวัตถุมีธรรมาสน์เดิมเป็นพระแท่นว่าราชการของวังหน้า มีภาพจิตรกรรมที่อุโบสถและวิหารด้วยเดิมสมัยที่พระธรรมไตรโลก เป็นเจ้าอาวาส ได้ไปเยี่ยม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดโมลีโลก หรือวัดท้ายตลาดกรุงเทพฯ ซึ่งมีความสนิทสนมคุ้ยเคยกับรัชกาลที่ 3 และเจ้านายวังหน้าได้ส่งช่างหลวงมาทำการก่อสร้างให้เป็นที่เรียบร้อยได้ทำการสมโภชฉลอง เจ้านายเป็นจำนวนมาก ได้เสด็จมาร่วมงานรัชการที่ 4 เมื่อครั้งยังทรงผนวชได้มาเทศน์ในงานแลองครั้งด้วย พร้อมกับการฉลองก็ได้ใช้นามว่า " วัดจุฬาโลก " ให้สอดคล้องกับวัดของสหาย คือ วัดโมลีโลก ต่อมาจะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ นามวัดได้เปลี่ยนมาเป็น " วัดย่านอ่างทอง " นับเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาแล้ว นับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2370 สิ่งสำคัญของวัดที่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานไว้ คือ อุโบสถ และมณฑลปยอดพระปรางค์
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 00:02, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
วัดตึกคชหิรัญ

นอกตำรา / เอนก นาวิกมูล
ร.5 ทรงเขียนถึงวัดตึก ผักไห่
วันที่ 24 ตุลาคม ร.ศ.127 (พ.ศ.2451) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จไปทอดพระกฐินที่วัดตึกคชหิรัญ
ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงสยามมกุฎราชกุมาร (คือ ร.6 ในเวลาต่อมา) ยาวหลายย่อหน้า ถือเป็นเอกสารสำคัญที่จำเป็นแก่การอ้างอิง ไม่พูดถึงไม่ได้เลย
พระราชหัตถเลขาดังกล่าว ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือชื่อ 'พระราชหัตถเลขาเรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า และพระกระแสเรื่องจัดการทหารมณฑลกรุงเทพฯ ในรัชกาลที่ 5' พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อ พ.ศ.2493 พรรคพวกของผม คือคุณศรัณย์ ทองปาน ช่วยหยิบยืมจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากรมาให้ถ่ายเอกสารไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2534 เพิ่งได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์จริงๆ ในคราวนี้เอง พระราชหัตถเลขาเขียนเล่าแบบสบายๆ ในส่วนผู้รับสารคือสยามมกุฎราชกุมาร ทรงคงเข้าพระทัยได้ง่าย เพราะทรงอยู่ร่วมสมัย รู้จักผู้คน รู้จักสถานที่อยู่แล้ว แต่ในส่วนคนยุคปัจจุบัน อ่านแล้วคงไม่เข้าใจหลายตอน แม้ผมเอง บางประโยคกว่าจะเข้าใจได้ก็ยังต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายหน เช่น "วัดนี้เป็นบ้านจีนช้างหลวงอภัย อำแดงเงินภรรยาจีนช้างตายอำแดงเงินถวายเป็นวัด" เช่นนี้จะให้ถอดความว่าอย่างไร ปกติเมื่ออ่านหนังสือสำนวนเก่าที่เขาคัดลอกมาอ้างอิง ผมมักอ่านแบบข้ามๆ เพราะรู้สึกขี้เกียจ ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจศัพท์สำนวน ว่ากวีหรือผู้เขียนประสงค์จะบอกอะไร ยิ่งเป็นโคลงกลอนที่เขียนอย่างกระชับยิ่งแล้วใหญ่ บางบทไม่เข้าใจเลย อยากให้นักวิชาการท่านผู้รู้ช่วยถอดความให้บ้าง จะได้ผ่อนภาระอันหนักลงไป ด้วยคำนึงถึงปัญหานี้ เมื่อจำเป็นต้องอ้างโคลงกลอน หรือข้อความเก่าๆ ผมจึงมักพยายามแปลความให้ผู้อ่านอ่านสะดวกเท่าที่กำลังสติปัญญาของผมพอมี ส่วนเนื้อความต้นฉบับ ถ้าเป็นไปได้ก็จะล้อมกรอบแยกไว้ต่างหาก ผู้ที่อยากอ่านสำนวนเดิม จะได้ใช้เทียบความ ในกรณีวัดตึก ผมขอทำหน้าที่ประมวลความมาเรียบเรียงให้ท่านเข้าใจอย่างง่ายว่า พ.ศ.2451 ร.5 เสด็จโดยรถไฟไปนครสวรรค์ แล้วทรงลงเรือพระที่นั่งล่องมาเข้าปากน้ำมะขามเฒ่า (ต้นแม่น้ำสุพรรณ หรือแม่น้ำท่าจีน) ประพาสทางลำน้ำมายังเมืองชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง และอยุธยา
วันที่ 22 ตุลาคม เสด็จมายังบางปลาม้า ลาดชะโด ผักไห่ ที่ผักไห่มีราษฎรมารับเสด็จกันเต็มแน่น มีการร้องรำ แข่งเรือเป็นที่สนุกสนาน ทรงลงเรือไปหาซื้อข้าวของตามแพเพิ่มเติมอีก เพราะตั้งพระทัยว่าจะหาวัดทอดกฐินสักวัด เมื่อไปถึงวัดชีโพน หรือชีตาเห็น ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดตึก พบพระครูวินัยธรรม (อ่ำ) วัดตึกมารับเสด็จ ทราบว่าพระครูวินัยธรรม (อ่ำ) เป็นชาวผักไห่ เดิมเป็นฐานานุกรม (เป็นยศหนึ่งของพระสงฆ์-ดูพจนานุกรม) ของสมเด็จพระวันรัต (แดง-วัดสุทัศน์) ขึ้นมาอยู่วัดตึกตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 121 หรือ พ.ศ.2445 ได้เรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์และผูกพัทธสีมาแล้วเสร็จเป็นเงินเกือบ 16,000 บาท กับสร้างศาลาการเปรียญอีกหนึ่งหลัง ใช้เงินเกือบ 10,000 บาท ขณะนี้ยังไม่มีใครมาทอดกฐินที่วัดตึก จึงทรงจองกฐินวัดตึกทันที กำหนดทอดวันที่ 24
วันที่ 23 ทรงลงเรือไปช่วยนายช้างอำแดงพลับ เพื่อนต้นคนสำคัญที่วัดหัวเวียง (อ.บางบาล) พระราชหัตถเลขาตอนนี้ไม่เกี่ยวกับวัดตึก ผมขอข้าม
วันที่ 24 เวลาเช้าเสด็จไปลาดชะโด เยี่ยม 'สมบุญ' ภรรยาของหลวงวารีโยธารักษ์ (อ่วม ต้นสกุล ญาณวารี) ทั้งสองคนนี้เป็นเพื่อนต้นอีกคู่หนึ่งของรัชกาลที่ 5 จากนั้นทรงลงเรือไปงานพระกฐินที่วัดตึก "ไปเข้าคลองริมวัดตึกนั้นเอง เป็นคลองที่ไปบางอ้อได้" คงหมายถึงคลองเล็กหน้าวัดตึกที่แยกมาจากแม่น้ำน้อย เวลาข้ามสะพานจะมองเห็นปากคลอง "วัดนี้เป็นวัดบ้านจีนช้างหลวงอภัย...." ย่อหน้านี้ต้องเว้นวรรคให้ถูกต้อง โดยสรุปคือ วัดตึก เดิมเป็นบ้านของจีนช้าง ที่ได้เป็นหลวงอภัยเภตรา ภรรยาชื่ออำแดงเงิน เมื่อจีนช้างตาย อำแดงเงินก็ถวายบ้านให้เป็นวัด "เป็นตึกอย่างจีนสัก 5-6 หลัง บ้านใหญ่อยู่ หันหน้าลงทางแม่น้ำ" หมายความว่าบ้านเหล่านั้น เป็นตึกอย่างจีน บ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่ประจำ หันหน้าออกแม่น้ำหรือหันไปทางวัดชีตาเห็น ตึกแบบจีนเมื่อแรกผมไปเห็น คงเหลือเพียง 2 หลัง แสดงว่าก่อนหน้านี้มีการรื้อออกไปเป็นระยะๆ น่าเสียดายที่ทางวัดไม่สามารถรักษาตึกประวัติศาสตร์ไว้ได้ พ.ศ.2451 ที่เสด็จวัดตึก อำแดงเงินยังมีชีวิตอยู่ อายุ 74 ปี มีลูกเต้า 4 คน เมื่อจีนช้างตายไปแล้วนั้น อำแดงเงินเกิดมีความศรัทธาอย่างแรง จึงถวายบ้านให้เป็นวัด แต่พระที่รับไปในครั้งแรกทำการไม่สำเร็จ วัดจึงต้องร้างไปเสียคราวหนึ่ง จนเมื่อพระครูอ่ำกลับมายังบ้านผักไห่ จึงจัดการเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์ กับศาลการเปรียญหลังใหญ่จนสำเร็จ ร.5 ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า "ดูเป็นคนมีความอุตสาหะพอใช้อยู่" เนื่องจากวัดเริ่มตั้งต้นมาจากบ้านที่เป็นตึก จึงได้ชื่อว่าวัดตึก
ร.5 ทรงกล่าวว่า "ตึกนั้นคือเก๋งเจ๊ก คชนั้นคือช้าง หิรัญเงิน จึงตกลงเป็นตึกคชหิรัญศรัทธาราม น่าชมความอุตสาหะทำเป็นอย่างใหม่ ไม่ใช่เจ๊ก เป็นฝรั่งปนเจ๊ก เกลี้ยงๆ แต่แน่นหนาดีพอใช้ พระประธานฝีมือหลวงกลมาบรรจง......"
ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า ชื่อวัดตึกคชหิรัญศรัทธาราม เป็นชื่อพระราชทานในคราวครั้งพระราชทานกฐิน พ.ศ.2541 หรือทางวัดคิดผูกชื่อเอาเองตั้งแต่ครั้งเริ่มสร้าง หลักฐานดูยังไม่ชัดเจน ต้องขอรายละเอียดจากทางวัดอีกที แต่ที่แน่ๆ คชหิรัญ มาจาก คช ที่แปลว่า ช้าง กับหิรัญ ที่แปลว่าเงิน ส่วนปีถวายตึกเป็นวัด ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอน พระราชทานกฐินครั้งนั้นมีคนไปเฝ้ารับเสด็จกันมาก มีผ้าไตรและของไทยทานช่วยจนนับไม่ถ้วน เมื่อยกเงินที่ตาช้างกับยายพลับแห่งคลองบางหลวงอ้ายเอียงช่วยแล้ว ก็ยังเหลือเงินอีกตั้ง 798 บาท เสร็จจากพิธีต่างๆ ออกมาทรงบาตรเลี้ยงพระที่ศาลาการเปรียญซึ่ง "ทำใหญ่โตดี เห็นจะไม่มีวัดไหนเท่า สัปปุรุษนั่งได้หลายร้อย สะอาดหมดจด" ราษฎรพากันหาข้าวแกงและสิ่งของมาตักบาตรคนละเล็กละน้อยแต่มากมายเหลือเกิน ทรงกล่าวว่าตักกันอย่างสนุกสนาน เล่นในกรุงเทพฯ ก็คงไม่สนุกได้อย่างนี้ พวกราษฎรกล้าเข้ามานั่งพูดจาเข้าหมู่กันได้ไม่สะทกสะท้าน ดูเป็นที่น่าปิติยินดีมาก หลังจากพระยถาแล้ว ทรงลงเรือครุฑเหิรเห็จ ขึ้นไปตามแม่น้ำน้อยจนถึงอำเภอวิเศษชัยชาญ...... หมดพระราชหัตถเลขาที่กล่าวถึงวัดตึกเพียงเท่านี้

นอกตำรา / เอนก นาวิกมูล
ร.5 ทรงเขียนถึงวัดตึก ผักไห่
วันที่ 24 ตุลาคม ร.ศ.127 (พ.ศ.2451) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จไปทอดพระกฐินที่วัดตึกคชหิรัญ
ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงสยามมกุฎราชกุมาร (คือ ร.6 ในเวลาต่อมา) ยาวหลายย่อหน้า ถือเป็นเอกสารสำคัญที่จำเป็นแก่การอ้างอิง ไม่พูดถึงไม่ได้เลย
พระราชหัตถเลขาดังกล่าว ตีพิมพ์อยู่ในหนังสือชื่อ 'พระราชหัตถเลขาเรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า และพระกระแสเรื่องจัดการทหารมณฑลกรุงเทพฯ ในรัชกาลที่ 5' พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เมื่อ พ.ศ.2493 พรรคพวกของผม คือคุณศรัณย์ ทองปาน ช่วยหยิบยืมจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากรมาให้ถ่ายเอกสารไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2534 เพิ่งได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์จริงๆ ในคราวนี้เอง พระราชหัตถเลขาเขียนเล่าแบบสบายๆ ในส่วนผู้รับสารคือสยามมกุฎราชกุมาร ทรงคงเข้าพระทัยได้ง่าย เพราะทรงอยู่ร่วมสมัย รู้จักผู้คน รู้จักสถานที่อยู่แล้ว แต่ในส่วนคนยุคปัจจุบัน อ่านแล้วคงไม่เข้าใจหลายตอน แม้ผมเอง บางประโยคกว่าจะเข้าใจได้ก็ยังต้องอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายหน เช่น "วัดนี้เป็นบ้านจีนช้างหลวงอภัย อำแดงเงินภรรยาจีนช้างตายอำแดงเงินถวายเป็นวัด" เช่นนี้จะให้ถอดความว่าอย่างไร ปกติเมื่ออ่านหนังสือสำนวนเก่าที่เขาคัดลอกมาอ้างอิง ผมมักอ่านแบบข้ามๆ เพราะรู้สึกขี้เกียจ ต้องเสียเวลาทำความเข้าใจศัพท์สำนวน ว่ากวีหรือผู้เขียนประสงค์จะบอกอะไร ยิ่งเป็นโคลงกลอนที่เขียนอย่างกระชับยิ่งแล้วใหญ่ บางบทไม่เข้าใจเลย อยากให้นักวิชาการท่านผู้รู้ช่วยถอดความให้บ้าง จะได้ผ่อนภาระอันหนักลงไป ด้วยคำนึงถึงปัญหานี้ เมื่อจำเป็นต้องอ้างโคลงกลอน หรือข้อความเก่าๆ ผมจึงมักพยายามแปลความให้ผู้อ่านอ่านสะดวกเท่าที่กำลังสติปัญญาของผมพอมี ส่วนเนื้อความต้นฉบับ ถ้าเป็นไปได้ก็จะล้อมกรอบแยกไว้ต่างหาก ผู้ที่อยากอ่านสำนวนเดิม จะได้ใช้เทียบความ ในกรณีวัดตึก ผมขอทำหน้าที่ประมวลความมาเรียบเรียงให้ท่านเข้าใจอย่างง่ายว่า พ.ศ.2451 ร.5 เสด็จโดยรถไฟไปนครสวรรค์ แล้วทรงลงเรือพระที่นั่งล่องมาเข้าปากน้ำมะขามเฒ่า (ต้นแม่น้ำสุพรรณ หรือแม่น้ำท่าจีน) ประพาสทางลำน้ำมายังเมืองชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง และอยุธยา
วันที่ 22 ตุลาคม เสด็จมายังบางปลาม้า ลาดชะโด ผักไห่ ที่ผักไห่มีราษฎรมารับเสด็จกันเต็มแน่น มีการร้องรำ แข่งเรือเป็นที่สนุกสนาน ทรงลงเรือไปหาซื้อข้าวของตามแพเพิ่มเติมอีก เพราะตั้งพระทัยว่าจะหาวัดทอดกฐินสักวัด เมื่อไปถึงวัดชีโพน หรือชีตาเห็น ซึ่งอยู่ตรงข้ามวัดตึก พบพระครูวินัยธรรม (อ่ำ) วัดตึกมารับเสด็จ ทราบว่าพระครูวินัยธรรม (อ่ำ) เป็นชาวผักไห่ เดิมเป็นฐานานุกรม (เป็นยศหนึ่งของพระสงฆ์-ดูพจนานุกรม) ของสมเด็จพระวันรัต (แดง-วัดสุทัศน์) ขึ้นมาอยู่วัดตึกตั้งแต่รัตนโกสินทรศก 121 หรือ พ.ศ.2445 ได้เรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์และผูกพัทธสีมาแล้วเสร็จเป็นเงินเกือบ 16,000 บาท กับสร้างศาลาการเปรียญอีกหนึ่งหลัง ใช้เงินเกือบ 10,000 บาท ขณะนี้ยังไม่มีใครมาทอดกฐินที่วัดตึก จึงทรงจองกฐินวัดตึกทันที กำหนดทอดวันที่ 24
วันที่ 23 ทรงลงเรือไปช่วยนายช้างอำแดงพลับ เพื่อนต้นคนสำคัญที่วัดหัวเวียง (อ.บางบาล) พระราชหัตถเลขาตอนนี้ไม่เกี่ยวกับวัดตึก ผมขอข้าม
วันที่ 24 เวลาเช้าเสด็จไปลาดชะโด เยี่ยม 'สมบุญ' ภรรยาของหลวงวารีโยธารักษ์ (อ่วม ต้นสกุล ญาณวารี) ทั้งสองคนนี้เป็นเพื่อนต้นอีกคู่หนึ่งของรัชกาลที่ 5 จากนั้นทรงลงเรือไปงานพระกฐินที่วัดตึก "ไปเข้าคลองริมวัดตึกนั้นเอง เป็นคลองที่ไปบางอ้อได้" คงหมายถึงคลองเล็กหน้าวัดตึกที่แยกมาจากแม่น้ำน้อย เวลาข้ามสะพานจะมองเห็นปากคลอง "วัดนี้เป็นวัดบ้านจีนช้างหลวงอภัย...." ย่อหน้านี้ต้องเว้นวรรคให้ถูกต้อง โดยสรุปคือ วัดตึก เดิมเป็นบ้านของจีนช้าง ที่ได้เป็นหลวงอภัยเภตรา ภรรยาชื่ออำแดงเงิน เมื่อจีนช้างตาย อำแดงเงินก็ถวายบ้านให้เป็นวัด "เป็นตึกอย่างจีนสัก 5-6 หลัง บ้านใหญ่อยู่ หันหน้าลงทางแม่น้ำ" หมายความว่าบ้านเหล่านั้น เป็นตึกอย่างจีน บ้านหลังใหญ่ที่เคยอยู่ประจำ หันหน้าออกแม่น้ำหรือหันไปทางวัดชีตาเห็น ตึกแบบจีนเมื่อแรกผมไปเห็น คงเหลือเพียง 2 หลัง แสดงว่าก่อนหน้านี้มีการรื้อออกไปเป็นระยะๆ น่าเสียดายที่ทางวัดไม่สามารถรักษาตึกประวัติศาสตร์ไว้ได้ พ.ศ.2451 ที่เสด็จวัดตึก อำแดงเงินยังมีชีวิตอยู่ อายุ 74 ปี มีลูกเต้า 4 คน เมื่อจีนช้างตายไปแล้วนั้น อำแดงเงินเกิดมีความศรัทธาอย่างแรง จึงถวายบ้านให้เป็นวัด แต่พระที่รับไปในครั้งแรกทำการไม่สำเร็จ วัดจึงต้องร้างไปเสียคราวหนึ่ง จนเมื่อพระครูอ่ำกลับมายังบ้านผักไห่ จึงจัดการเรี่ยไรเงินสร้างโบสถ์ กับศาลการเปรียญหลังใหญ่จนสำเร็จ ร.5 ทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า "ดูเป็นคนมีความอุตสาหะพอใช้อยู่" เนื่องจากวัดเริ่มตั้งต้นมาจากบ้านที่เป็นตึก จึงได้ชื่อว่าวัดตึก
ร.5 ทรงกล่าวว่า "ตึกนั้นคือเก๋งเจ๊ก คชนั้นคือช้าง หิรัญเงิน จึงตกลงเป็นตึกคชหิรัญศรัทธาราม น่าชมความอุตสาหะทำเป็นอย่างใหม่ ไม่ใช่เจ๊ก เป็นฝรั่งปนเจ๊ก เกลี้ยงๆ แต่แน่นหนาดีพอใช้ พระประธานฝีมือหลวงกลมาบรรจง......"
ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่า ชื่อวัดตึกคชหิรัญศรัทธาราม เป็นชื่อพระราชทานในคราวครั้งพระราชทานกฐิน พ.ศ.2541 หรือทางวัดคิดผูกชื่อเอาเองตั้งแต่ครั้งเริ่มสร้าง หลักฐานดูยังไม่ชัดเจน ต้องขอรายละเอียดจากทางวัดอีกที แต่ที่แน่ๆ คชหิรัญ มาจาก คช ที่แปลว่า ช้าง กับหิรัญ ที่แปลว่าเงิน ส่วนปีถวายตึกเป็นวัด ยังไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอน พระราชทานกฐินครั้งนั้นมีคนไปเฝ้ารับเสด็จกันมาก มีผ้าไตรและของไทยทานช่วยจนนับไม่ถ้วน เมื่อยกเงินที่ตาช้างกับยายพลับแห่งคลองบางหลวงอ้ายเอียงช่วยแล้ว ก็ยังเหลือเงินอีกตั้ง 798 บาท เสร็จจากพิธีต่างๆ ออกมาทรงบาตรเลี้ยงพระที่ศาลาการเปรียญซึ่ง "ทำใหญ่โตดี เห็นจะไม่มีวัดไหนเท่า สัปปุรุษนั่งได้หลายร้อย สะอาดหมดจด" ราษฎรพากันหาข้าวแกงและสิ่งของมาตักบาตรคนละเล็กละน้อยแต่มากมายเหลือเกิน ทรงกล่าวว่าตักกันอย่างสนุกสนาน เล่นในกรุงเทพฯ ก็คงไม่สนุกได้อย่างนี้ พวกราษฎรกล้าเข้ามานั่งพูดจาเข้าหมู่กันได้ไม่สะทกสะท้าน ดูเป็นที่น่าปิติยินดีมาก หลังจากพระยถาแล้ว ทรงลงเรือครุฑเหิรเห็จ ขึ้นไปตามแม่น้ำน้อยจนถึงอำเภอวิเศษชัยชาญ...... หมดพระราชหัตถเลขาที่กล่าวถึงวัดตึกเพียงเท่านี้
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 01:03, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
แก้ไขล่าสุดโดย ธนากร รุจิระกุล เมื่อ 04 เม.ย. 2009, 01:05, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
“โอกาสหน้าพี่จะมาหาใหม่ไม่ลืมคนชื่อวิไล บ้านผักไห่อยุธยา...”
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 พบกันนะครับ เรียนเชิญทุกชมรมฯ นะครับ ไม่มีค่าสมัครและค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ป.ธนากร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2552 พบกันนะครับ เรียนเชิญทุกชมรมฯ นะครับ ไม่มีค่าสมัครและค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
ป.ธนากร ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- ธนากร รุจิระกุล
- ขาประจำ
- โพสต์: 879
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:03
- Tel: 081-8752724
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Giant XCT
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
กิจกรรมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ ไหว้พระ ๙ วัด ๔ อำเภอ ครั้งที่ ๑ ปี ๒๕๕๑ ของปีที่แล้วครับ
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=250017
คงพบกันอีกนะครับในครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นะครับ
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=250017
คงพบกันอีกนะครับในครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ นะครับ
- tuke
- ขาประจำ
- โพสต์: 108
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 13:49
- team: Greenbike
- Bike: merida
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
หวัดดีค่ะ ป. ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีนะคะ งานของปีที่แล้วสนุกมากมาย เดี๋ยวปีนี้เจอกันอีกนะคะ จะพาเสือสุพรรณไปเยอะๆนะค่ะ
- PalM
- ขาประจำ
- โพสต์: 193
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2008, 21:05
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Merida
- PalM
- ขาประจำ
- โพสต์: 193
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2008, 21:05
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Merida
- PalM
- ขาประจำ
- โพสต์: 193
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2008, 21:05
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่
- Bike: Merida
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
ขอเชิญทุกท่านไปร่วมงานปีนี้ที่ในวันที่ 24 พฤษภาคม ของ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพผักไห่ จัดขึ้นด้วยนะครับ
- ลุงตุ้ย
- สมาชิก
- โพสต์: 26
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ม.ค. 2009, 18:53
- Tel: 0814340610
- team: Angthong Cycling Club
- Bike: Trek 1.2 / Wheeler pro 79
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
ทราบแล้วคร๊าบ แจ้งสมาชิกชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพอ่างทองร่วมกิจกรรมครั้งนี้โดยทั่วกัน
- ดาบscott
- ขาประจำ
- โพสต์: 850
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 16:27
- Tel: 08-6132-7346
- team: วิเศษชัยชาญ
- Bike: scott scale40
Re: UNSEEN IN PHAKHAI AYUTTHAYA ปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติ24พ.ค.
ทำอะไรจงทำให้ดี เพราะจะไม่มีเสียใจในสิ่งที่ทำ








