
Bridgestone เข้าใจถึงความหลากหลายในสรีระของมนุษย์
รวมถึงลักษณะและท่าทางในการปั่นจักรยานซึ่งมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
เช่น ลักษณะทางกายภาพของคนเอเชีย คนยุโรป หรือคนอเมริกัน ก็จะมีความแตกต่างกันมากทางด้านสรีระ
Bridgestone จึงนำความหลากหลายเหล่านี้มาผสานเป็นหนึ่งเดียว รวมถึงวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตเฟรม กระบวนทดสอบที่เข้มงวด
และการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งนักกีฬาชั้นนำมีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งวัสดุที่เลือกใช้ในการผลิตเฟรมคาร์บอน
Bridgestone ทำการคัดสรรเส้นใยคาร์บอนชั้นเยี่ยมที่มีคุณสมบัติเป็น High Modulus Carbon
ซึ่งเป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อเทียบกับเส้นใยคาร์บอนธรรมดา และยังสามารถสร้างโครงสร้างที่มีน้ำหนักเบากว่า
แต่ยังคงความแข็งแรงเทียบเท่ากับการใช้เส้นใยคาร์บอนธรรมดาในปริมาณที่เท่ากันได้
Bridgestone ยังใช้เทคโนโลยีการออกแบบท่อเฟรมที่เรียกว่า NEO-COT (Neo-Contour Optimization Theory)
หมายถึง กระบวนการออกแบบและผลิตโครงสร้างเฟรมให้มีประสิทธิภาพและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น
กล่าวคือ Bridgestone ออกแบบท่อแต่ละท่อให้มีรูปร่างและความหนาบางให้แตกต่างกันในแต่ละตำแหน่งของท่อ
ตามตำแหน่งของเฟรมที่ต้องรับน้ำหนักหรือความเครียดในแต่ละจุดแตกต่างกัน
และ Bridgestone ยังออกแบบโดยการเพิ่มพื้นที่ที่ปลายท่อ Top Tube, Down Tube
ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญระหว่างท่อกับท่อเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับเฟรมมากยิ่งขึ้น
ด้วยโครงสร้างของเฟรมที่ออกแบบ Geometry มาเพื่อคนเอเชียโดยเฉพาะ และวัสดุชั้นเยี่ยมที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี
ผ่านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เพียงเท่านี้ไม่อาจเพียงพอที่จะทำให้เฟรมที่ผลิตออกมานั้นสมบูรณ์แบบได้
เหนือไปกว่านั้น Bridgestone ให้ความใส่ใจในรายละเอียดของเนื้อสีเป็นอย่างมาก โดยเลือกใช้ Powder Coating
ซึ่งนั่นไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของความสวยงามของสีเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงบริเวณผิวหน้าของเนื้อสีอีกด้วย
เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม ความก้าวหน้าของวิธีการพ่นสีนั้นช่วยให้รายละเอียดได้ตามที่นักออกแบบต้องการ ให้เป็นนามธรรมเกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นได้
Bridgestone ทุกรายละเอียดคือความเหนือระดับของดีไซด์สมบูรณ์แบบ