โพสต์
โดย ลุงเนตร »
..ในเวิ้งนครเกษม..เขาจัดงาน "เทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง"..
เพื่อให้ทุกท่านที่ยังไม่ได้ออกกำลังกาย ฉุกคิดว่า "ซุปเปอร์แมน..ยังต้องปั่นจักรยานออกกำลังกาย" จึงแข็งแรง ไปไหน ๆ ได้ "คน" ก็ต้องออกกำลังกายด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่ออกกำลัง พอแก่ ๖๐ ก็เจ็บ แล้วตาย หรือไม่แข็งแรง ไปไหน ๆ ไม่ได้ นั่ง นอน ลืมตาปริบ ๆ อยู่กับที่ รอวันหัวใจหยุดทำงาน (หมอบอก..หัวใจล้มเหลว)
*..แผ่นพับที่แจกคือ..*
- : ของฝากจาก “ลุงเนตร” : -
*****
ผมนายเนตร สงวนสัตย์ อยู่บ้านเลขที่ ๔๖๕ ซอยจ่าโสด แขวงบางนา เขตบางนา กทม.๑๐๒๖๐ โทร.๐๒-๑๗๓๖๗๖๑ และ ๐๘๙-๘๑๓๓๙๓๖ อายุ ๖๙ ปี มีโอกาสออกกำลังกายเป็นประจำมาตั้งแต่เด็ก ๆ ปัจจุบันร่างกายแข็งแรง เลือดลมดี ไม่เป็นโรคใด ๆ ขณะนี้ยังออกกำลังกายด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน อยู่เป็นประจำ เลิกขึ้นรถเมล์ไปทำงานใน กทม. โดยใช้จักรยาน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๔ ปั่นจักรยานมาแล้วทุกรูปแบบ ทุกสภาพถนน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๙ ทำ ๑ ใน ๖๐ ล้านความดี ถวายในหลวง ด้วยการปั่นจักรยาน ๗๙ วัน ไปเกือบรอบประเทศไทย, ปี พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นกรรมการและร่วมปั่นจักรยานดำเนินโครงการจักรยานเสือภูเขา ๕ แผ่นดินลุ่มน้ำโขง และปี ๒๕๕๒ จัดทำและควบคุมการดำเนินโครงการปั่นจักรยาน ๗๓ จังหวัด ๑๗๙ วัน เริ่มตั้งแต่ ๙ ก.ย.๕๒ – ๘ มี.ค.๕๓ เพื่อนำประโยชน์ของจักรยานไปบอกกับประชาชนตามรายทางและตามที่พักแต่ละวันว่า ปั่นจักรยานแล้วได้อะไร ผมมีประสบการณ์ตรงจากการปั่นจักรยานออกกำลังกายมากมายคือ.-
๑. “ออกกำลังกายสร้างสุข”
...การออกกำลังกายเป็นสิ่งจำเป็นแก่ร่างกายเป็นอย่างยิ่ง เพราะการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีภูมิทำลายล้างและคุ้มกันโรคต่าง ๆ นานาประดามีที่ปนมากับอาหารและอากาศ ถ้าไม่ออกกำลังกาย สูงอายุเจ็บป่วยไม่สบายไปหาหมอ เสียเงินได้ยามากิน ไม่หายตาย หายไม่แข็งแรง ไปไหนมาไหนไม่สะดวก นั่ง ๆ นอน ๆ รอวันจากโลกไปวัน ๆ เป็นภาระของลูกหลาน เป็นช่วงเวลาของชีวิตที่น่าเบื่อที่สุด ใคร ๆ ก็คงไม่ต้องการประสบ ดังนั้น ท่านที่อยู่ในวัยทำงาน ถ้ามุ่งแต่ทำงานหาเงินอย่างเดียว ไม่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เมื่อพ้นจากวัยทำงาน เข้าสู่วัยชรา จะต้องเจ็บป่วย ไปหาหมอ กินยา บางคนเงินที่เก็บออมมาตลอดวัยทำงาน ต้องหมดไปกับการรักษาตัวเอง หมดเงิน ไม่หมดโรค ไม่แข็งแรง ไม่เหมือนคนที่ทำงานไปด้วย ออกกำลังกายไปด้วย เมื่อพ้นวัยทำงาน ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ไม่เป็นภาระกับลูกหลาน ได้อยู่กับลูกหลานนาน ๆ อย่างมีความสุข เงินที่เก็บออมมาจากวัยทำงาน ได้ใช้ไปท่องเที่ยว ทำบุญสร้างกุศล ให้ทาน..”
๒. “ปั่นจักรยานเสพสุข”
... ปั่นจักรยานแล้วได้สิ่งดี ๆ มากมาย ดังต่อไปนี้.-
1. ได้ออกกำลังกาย ร่างกายสร้างภูมิทำลายและคุ้มกันโรค ทำให้โรคที่เป็นอยู่หาย ไม่ต้องหา หมอกินยากับยังป้องกันไม่ให้เป็นโรคร้ายต่าง ๆ ที่ปะปนมากับอาหารและอากาศที่เราทานและหายใจ
2. ได้สุขภาพกายและจิตดี..ไม่มีขาย.ทำให้เกิดกับตนได้ จากการขี่รถจักรยาน
3. ได้รับความภูมิใจ..ที่ไม่มีขาย..ทำให้เกิดกับตนเองได้ เช่น เขาขับรถยนต์ไป จ.เชียงใหม่ 8 ช.ม.ถึง..เราปั่นจักรยาน ๖ วัน ก็ถึงเหมือนกัน
4. ได้ประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าใช้พาหนะที่มีเครื่องยนต์ (พลิกต่อหน้า ๒)
5. ได้พบปะพูดคุย, เห็นการเป็นอยู่และการประกอบอาชีพของประชาชนตามรายทางที่ผ่าน
6. ได้เอาชนะความเหนื่อยยากของตนเอง ด้วยความมานะพยายาม
7. ได้ความปลอดภัยมากกว่าใช้พาหนะที่ใช้เครื่องยนต์ เพราะรถจักรยานวิ่งช้ากว่าจึงปลอดภัย
8. ได้ทานอาหารสารพัดตามต้องการ เพราะร่างกายไม่มีโรคร้ายที่จะต้องจำกัดอาหาร
9. ได้มีรถใช้ส่วนตัว เสมือนกับผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ขี่ไปทำงานหรือไปทำธุระต่าง ๆ ทุก
แห่งได้สะดวกกว่า ไม่ว่าขณะเดินทางหรือจอด
10. ได้คุ้มครองชีวิตตนเองขณะที่ขี่รถจักรยานไปในที่ต่าง ๆ ไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับคนขับรถขนส่งสาธารณะ
11. ได้สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนและเชิญชวนให้ประชาชนออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง รัฐฯจะได้ลดงบประมาณรายจ่ายชดเชย 30.- บาท รักษาทุกโรค
12. ได้สนองนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนให้ประหยัดพลังงานน้ำมัน
13. ได้คำจำกัดความสุดวิเศษมาทำให้ตนเองมีความมานะและอดทนว่า “มีความสุขอยู่กับความ เหนื่อยยากลำบากของตนเองขณะขี่รถจักรยาน” คือ เมื่อขี่รถจักรยานไปนาน ๆ จนถึง ขนาดขี่ไปได้ทั้งวัน ไม่ว่าฝนจะตก..ฟ้าจะร้อง.ลมจะแรง..แดดจะออก..เหงื่อจะไหล...
ท้องจะหิว..ได้บ่อย ๆ แล้วจะได้พบกับความเป็นจริงข้างต้นนั้น
14. ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดและผ่านไปช้า ๆ เช่น ลม..แดด..ฝน..หมอก (เมื่อปั่นจักรยานขึ้นไป อยู่บนยอดเขาสูงได้อาบหมอก กินเมฆ), ได้เห็นสรรพสิ่งสองข้างทางผ่านไปอย่างช้า ๆ ชัดเจน, ได้ยินเสียงของสรรพสัตว์, ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ขณะขี่จักรยานในชนบทป่าเขาลำเนาไพร
15. ได้เป็นผู้รักษาสิ่งแวดล้อมในด้านควันและเสียงของเครื่องยนต์ ลดภาวะโลกร้อน
16. ได้เข้าไปอยู่ใน “สังคมของคนจักรยาน” ซึ่งเป็นอีกสังคมหนึ่งที่มีแต่ชาวจักรยานเท่านั้นที่จะเข้าใจว่าเป็นสังคมที่อบอุ่น ไม่ใช่ญาติก็เสมือนญาติ
17. ได้ท่องเที่ยวแบบประหยัด ได้รับความรู้และประสบการณ์มากมาย
18. ได้ภาพพจน์ที่ดีจากสายตาคนอื่น เช่น เป็นคนแข็งแรง, เป็นนักกีฬา, เป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นต้น
19. ได้ออกกำลังกายในรูปแบบ “แอโรบิค” ไม่กระตุกกระชาก ไม่กระแทกกระทั้น หัวเข่าไม่
ต้องรับน้ำหนักตัวจนทำให้เสื่อมสภาพเจ็บปวด แต่กลับทำให้หัวเข่าและกล้ามเนื้อทุกส่วน
ของขาและแขนแข็งแรงยิ่งขึ้น เพราะได้ออกกำลังตลอดเวลาที่ปั่นจักรยาน
มาปั่นจักรยานออกกำลังกายและท่องเที่ยวกันเถอะ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข ของตัวท่านเองและเพื่อนร่วมชาติ “ยิ่งปั่น ยิ่งแข็ง แรงยิ่งดี โรคใด ๆ ไม่มี สุขขีตลอด
กาล (http://www.thaimtb.com - E-Mail : netr99@gmail.com)
..ทั้งหมดนั้น ประสงค์ให้ได้ทราบ เพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง มีชีวิตอยู่อย่างอยู่ดี มีสุข..(ขอเหนื่อย..เพื่อสุขภาพดีถ้วนหน้า)
*..ยิ่งปั่น..ยิ่งแข็ง..แรงยิ่งดี..โรคไม่ค่อยมี..ไม่ทุกข์..*