วันรุ่งขึ้นผมก็เข้าไปปั่นในสนามศุภเช่นเดิม เพราะรับปากคุณยายไว้ เข้าไปปั่นได้ชั่วโมงกว่า ก็พบกับคุณยายเดินมาพร้อมถุงผ้า ผมเข้าไปสวัสดี แกเลยบอกให้ไปนั่งตรงม้าหินอ่อน แกขอดูรูปที่ผมถ่ายเมื่อวานนี้ ผมก็เลยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดให้ดู ดูเสร็จแกก็หยิบอัลบั้มรูป จากถุงผ้ามาให้ผมดูบ้าง คุณยายคุยเก่ง แกเปิดรูปให้ดู เป็นรูปที่แกลงแข่งวิ่งมาราธอน แกจำได้หมดว่าแข่งปีไหน ด้วยความสอดรู้สอดเห็นของผม ก็ทำการสัมภาษณ์ซะเลย
คุณยายชื่อ หลั่นเอ็ง แซ่ด่าน เริ่มวิ่งมาราธอนครั้งแรกตอนอายุ60ปี เหตุที่ไปวิ่งเพราะเมื่อปีพ.ศ.2530 มีพิธีเปิดสะพานแขวนพระราม9 รายการทีวีรายงานข่าวการเปิดสะพาน และขอร้องผู้ที่จะไปชมสะพานในวันเปิด ให้เป็นเฉพาะนักวิ่งเท่านั้น คุณยายบอกว่าอยากไปมาก ในชีวิตไม่เคยวิ่งมาก่อน ถึงขนาดยอมซ้อมหนึ่งเดือน เพื่อจะไปชมสะพาน ผลการแข่งในวันนั้น คุณยายได้ที่5 ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพ ตอนที่เข้าเส้นชัยแกไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ที่5 จนเจ้าหน้าที่ต้องออกตามตัว นับตั้งแต่นั้นมาคุณยายก็ลงแข่งเกือบทุกรายการ จนปัจจุบันคุณยายอายุ 85 ปีแล้วครับ แต่คุณยายยังไม่หยุดวิ่ง ยังลงแข่งทุกสนามที่มีโอกาส
หลังจากฟังเรื่องราวของคุณยายแล้วผมรู้สึกว่าโชคดีกว่าคุณยายนิดนึง ตรงที่ผมมาเริ่มปั่นจักรยานตอนอายุ 40 กลางๆ ก่อนหน้าพบคุณยายผมรู้สึกว่าน่าจะปั่นจักรยานมาต้องนานแล้ว น่าจะเริ่มสัก25น่าจะดีกว่านี้
วันนี้ผมรู้สึกว่ามันยังไม่สายเกินไป ที่จะเริ่มออกกำลังกาย ขอบคุณครับคุณยาย
