

เช้านี้ฝนไม่ตกที่วัดโบสถ์ ลุงติ่งโทรมาบอกนครไทยก็ไม่ตกได้ปั่นชัวว์แน่นอน ออกจากบ้าน 6.15 น. อากาศค่อนข้างดี รถเช้านี้ก็ไม่เยอะ


ถนนสายเอเชียกว้างปั่นสบายทางเรียบยาว

แยกเลี่ยงเมืองเลี้ยวซ้ายออกไป อ.วังทอง

แสงแดดแรกเริ่มโผล่ ยังไม่เจ็ดโมงเช้าเลยมาซะแล้ว ร้อนตับแตกแน่


ตัดเข้าถนนสายวังทองรถเยอะมาก (มีตลาดนัดช่วงเช้า)


อีกไกลเลยตู

บรรยากาศทุ่งข้าวกว้างๆ ชอบวิวตรงนี้มาก ขับรถผ่านทีไร ต้องหันมามองทุกครั้ง



ถ้ามีbig bike น่าแวะจริงๆ ร้านนี้ (เสียดายขาย superfour ไปเล่นอีเขียวแทนซะแล้ว)


ร้านของตกแต่งบ้านและสวนแถววังดินสอ เริ่มเปิดขายเป็นบางร้าน



ถึงช่วงนี้ก็เริ่มไต่เขาไปเรื่อยๆ ไม่ชันมาก



แวะทานข้าวที่ปั้มเลยหน้าค่ายสฤษดิ์ฯไปหน่อย โทรหาลุงติ่งบอกถึงทรัพย์ไพรวัลย์แล้วจะกินข้าวรอ กินไม่ถึง 10 นาที ก็รีบลุยต่อ








เจอกันซะทีขาแรงของเราเสือติ่ง ปั่นจากพิษณุโลกมานครไทยหลายรอบแล้ว (ปล.มีโครงการปั่นไปกลับ)ใครสนชวนลุงติ่งได้เลย



ลุยกันต่อ จะมานครไทยก็เลี้ยวเข้าผ่านประตูเมืองบ้านแยงมา


แวะเติมน้ำที่ร้านค้าบ้านแยงหลังจากปั่นทรมานน่องตรงทางขึ้นก่อนถึงบ้านแยง ชันและยาวจนตะคริวจะขึ้น



ปั่นเลยบ้านแยงมาจนถึงทางลงเขาก่อนถึงบ้านซำรู้ จู่ๆ ก็มาเจอเสือโจ้ปั่นจักรยานสวนขึ้นมาซะงั้นตอนแรกคุยกันบอกจะขี่มอเตอร์ไซด์มา เพราะลงเวรดึกมา

หลังจากปั่นเลยซำรู้มาได้ซัก 500 เมตร ก็จนได้ จักรยานเสือโจ้ยางรั่ว งานเข้าอีกแล้วโจ้เอ้ย จำได้ว่าเมื่อเดือนที่แล้วไปปั่นซ้อมกับเสือโจ้ที่ ต.เนินเพิ่ม ยางรั่วไป 2 รอบติดๆ กัน มีดวงกับการปะยางรถบ่อยมาก อิอิ



เจอไอ้นี่ไปล้อส่ายเลย ได้พักขาไปอีกพัก


จากนั้นก็ลุยกันต่อจนถึง รพร.นครไทย ไม่มีอารมณ์จะถ่ายรูปแล้วเพราะ ปาไป 11.00 น.แล้ว ร้อนตับแตก
สรุปใช้เวลาปั่นทั้งหมดประมาณ 4 ชั่วโมง 20 นาที ระยะทาง 110 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 25 km./h. ก่อนถึงทรัพย์ไพรวัลย์ ได้ประมาณ 28 km./h. พอนานๆ ไปก็เป็นอย่างที่เห็นขาเริ่มหนัก หอบถี่ ความเร็วก็เริ่มลดลง ต้องซ้อมอีกยาวเลย
ปล.บ่ายวันเดียวกันขนจักรยานขึ้นรถโรงพยาบาลไปลงที่ปั๊ม ปตท.แถววังทอง ปั่นกลับวัดโบสถ์อีก 20 km. เป็นอะไรที่ทรมานสุดๆ ก้นเริ่มระบม แดดก็ร้อนโคตรๆ ดันมาสะพายเป้ใส่หลังอีก กลับถึงบ้านได้หิวโคตรๆ หาเรื่องเองเลยตู เบ็ดเสร็จวันนั้นปั่นไป 130 km.