หน้า 1 จากทั้งหมด 9

รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 09:32
โดย kasareewa
แปลมาให้่อ่านกันนะครับ สำหรับหลายๆ ท่านที่สงสัยว่าใบจาน Q-RING ทำงานยังไง ดีจริงหรือไม่ ตอนนี้ฝรั่งเค้าทำวิจัยเรื่องนี้กันจริงจังจนออกมาเป็นวิทยานิพนธ์กันแล้วนะครับ

การวิจัย Q-RING เชิงวิทยาศาสตร์

มาดริด สเปน - ใครจะไม่อยากได้เวลาที่ดีขึ้น 1.6 วินาทีต่อระยะ 1 กิโลเมตร

ROTOR มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ทราบถึงผลการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ล่าสุดของใบจานวงรีซึ่งเปลี่ยนทัศนคติในการเพิ่มประสิทธิภาพการปั่นจักรยาน การศึกษานี้ได้รับการจัดพิมพ์ลงในวารสาร Sports Science and Engineering โดย Christie O’Hara นักศึกษามหาวิทยาลัย Cal Poly University ผู้ซึ่งปัจจุบันได้ร่วมงานกับ ROTOR ในฐานะพนักงานแผนก Competition & Scientific

การศึกษาการขี่จักรยานแบบ Time Trial เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตรได้สอดคล้องกับผลงานวิจัยก่อนหน้านี้โดยพบว่า ผู้เข้าร่วมทดสอบนั้นมีอาการล้าน้อยลง และอัตราการเต้นของหัวใจต่ำลง พร้อมทั้งมีกำลังเฉลี่ย และความเร็วเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้น (26.7 วัตต์ และ0.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามลำดับ) ที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบสามารถเพิ่มประสิทธิภาพดังกล่าวได้ในทันทีก่อนที่สามารถปรับตัวให้ชินกับการใช้ Q-RING อย่างเป็นปกติ

“การทดสอบการขี่จักรยานแบบ Time Trial ระยะทาง 1 กิโลเมตรนั้น ผู้เข้าร่วมทดสอบต้องทำการขี่จักรยานอย่างหนักเป็นระยะเวลา 45 นาทีมาแล้วจึงเริ่มต้นทำการทดสอบเพื่อจำลองสถานการณ์การแข่งขันจริง ซึ่งเมื่อถึงเวลาทดสอบนั้นพบว่าผู้เข้าร่วมทดสอบมีอาการเหน็ดเหนื่อยจากการขี่น้อยกว่าเมื่อใช้ Q-RING โดยเปรียบเทียบกับใบจานกลมธรรมดา” O’Hara กล่าว “ถึงแม้ว่าผู้เข้าร่วมทดสอบจะเป็นนักกีฬาระดับแข่งขัน แต่ฉันเชื่อว่าผู้ที่เริ่มขี่จักรยาน หรือเป็นนักกีฬาระดับปานกลางจะได้รับประโยชน์จากใบจาน Q-RING มากกว่า”

สรุปผลการศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของใบจาน Q-RING พบว่า
• ใบจาน Q-RING ทำให้เวลาการขี่จักรยาน Time Trial ตลอดระยะทาง 1 กิโลเมตรลดลง 1.6 วินาที โดยมีความเร็วเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (1.8%)
• ใบจาน Q-RING ทำให้กำลังเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 26.7 วัตต์ (6.2%)
• ลดการใช้ออกซิเจน และอัตราการเต้นของหัวใจ
• ประสิทธิภาพการขี่เพิ่มขึ้นทันทีที่เปลี่ยนมาใช้ใบจาน Q-RING
• ประสิทธิภาพการขี่ลดลงทันทีที่เปลี่ยนกลับมาใช้จานกลมธรรมดา
• พบว่ายิ่งนักกีฬาพยายามขี่ให้หนักมากขึ้นเท่าไร ประโยชน์ของใบจาน Q-RING ก็มากขึ้นตาม


ข้อมูลเพิ่มเติม (MORE INFO)
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการและเหตุผลของ Q-RING หรือผลงานวิจัยฉบับเต็มหรือย่อ กรุณาเยี่ยมชม http://www.rotorbike.com/tryQ/evidence/index.htm

ROTOR BIKE COMPONENTS มีสำนักงานตั้งอยู่ใน เมืองมาดริด ประเทศสเปน เป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการขี่จักรยาน และเทคโนโลยีใหม่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความสนุกสนานในการขี่จักรยาน
ปรัชญาการออกแบบโดยมุ่งเน้นที่การแก้ปัญหา ได้นำเราไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยอย่างเช่น Q-RING, เทคโนโลยี DTT Bolt, และ Self Aligning Bottom Bracket เป็นต้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กรุณาเยี่ยมชม http://www.rotorbike.com

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 10:31
โดย kasareewa
เข้าไปกดตรง Download Complete Publication นะครับ จะได้ตัวเต็มมา อ่านกันได้ตามสบายครับ

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 10:39
โดย แมวทอง
ผมก็ใช้อยู่
มันก็ไม่ได้เป็นจานเทพขนาดนั้นหรอก

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 11:26
โดย ray
อุก........อืมมมมมมม :?

น่าจะร้อนแฮะ

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 11:35
โดย pskorat
ความเห็นเมื่ออ่านรายงานการวิจัย

1.กรุณาอ่านตรงย่อหน้าสุดท้ายของบทนำของการวิจัยกันอีกครั้งครับ

...While it appears from this study that there may also be positive long term effects as noted by the significant reduction in submaximal oxygen consumption and heart rate during the intervention period (i.e., cycling with Rotor Q-Rings), the majority of the physiological measures we examined do not equivocally support the notion that an adaptation period is necessary for this increased 1km time trial performance.

กรุณาทำความเข้าใจที่ตัวดำมากๆ และ ที่ทดสอบที่ระยะทาง 1 กม. TT (หลังจากอุ่นเครื่องเต็มที่มาจนถึง Submax. แล้ว) เท่านั้น

2. ข้อมูลการวิเคราะห์ทางสถิติอาศัยจากค่า mean ของกลุ่มการทดลอง ถ้าผมจำไม่ผิด ถ้าจะเปรียบเทียบการวิจัยว่าอะไรดีกว่าอะไร การวิเคราะห์ทางสถิติจะมีรูปแบบการทดสอบเฉพาะ เช่น Pair Test ของแต่ละคนมากกว่าการจับมาอธิบายเป็นกลุ่ม

3. ยังขาดการทดสอบทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นที่เท่าไรเพื่อเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือของกระบวนการวิจัย

4. ค่า n พ้นขีดมาตรฐานมา 2 อย่างน้อยต้อง 6 และใน 8 ยังต่างกันที่พื้นฐานเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มจักรยาน กับ ไตรกีฬา ซึ่งถ้าจะว่ากันจริงๆ พื้นฐานต่างกัน เมื่อเอามาวิเคราะห์แบบ..ถัวเฉลี่ย(mean value)ทั้งกลุ่ม.. จึงสามารถเอาค่าที่ได้จากการทดสอบที่ดีกว่ามาดึงทั้งกลุ่มให้กระเตื้องขึ้นได้ (จำได้ไหมครับเมื่อหลายๆปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์ใหญ่แบบที่ว่า 8 ต่อ 7 แต่ลืมอธิบายไปว่า ใน 8 นั้นมีอีก 2 องค์ประกอบแต่เหมารวมผลออกมาจึงเป็นแบบที่เห็นกันอยู่นี้แล )

นี่คือความเห็นส่วนตน...เมื่ออ่านการวิจัย...ครับ นี่ขนาดลงเป็น full paper นะครับ เคยมีคำพูดหนึ่งของขบวนการทำวิจัยว่า...เชื่อหรือไม่ว่า ทำวิจัยเพื่อไปอธิบายผลที่ต้องการและตั้งธงเอาไว้แล้ว..เข้าทำนอง..ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ เหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา..มากต่อมากแล้วครับเมื่ออ่านการวิจัย

ดังนั้นเมื่ออ่านการวิจัยที่คนอื่นเขาทำ..ผมมักจะอ่านแบบจับผิดทั้งหมด..เท่าที่ความรู้ความสามารถจะมีได้โดยเฉพาะเมื่อเอามาใช้กับ..คน..ด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังสูงยิ่งครับ

รอท่านอื่นมาเสริมความเห็นเพิ่มเติมครับ :D

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 11:41
โดย แมวทอง
หึหึหึ
เดี๋ยวกลับบ้านก่อน
ยาวแน่
(รีวิวล์แบบบ้านๆ)

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 11:45
โดย ลมรำเพย
กระทู้นี้ ท่าทางจะสนุก.... :D

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 11:46
โดย jpung
รออ่าน รีวิวแบบบ้าน ๆ คร๊าฟฟฟฟฟฟฟ

ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใส่ Rotor
ผมไม่สามารถบอกได้ว่า ดีหรือไม่ดีกว่าจานกลมขนาดไหน เพราะโดยส่วนตัวประสบการณ์น้อยมาก

แต่ผมคิดว่า ราคา (เปลี่ยนแค่ใบจาน 2 ใบ) เป็นการ upgrade ที่มีราคาไม่แพงนัก ถ้าเทียบกับการ upgrade ตัวอื่น
และก็ส่งผลต่อการปั่น (อาจจะไม่รู้สึก) แต่การที่เราต้องควงขาตลอด อย่างน้อย ๆ มี 85 - 100 รอบ/นาที
อย่างไรก็คงมีผลบ้างนิดหน่อย

รอครับ รอรีวิว

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 12:06
โดย Team-CSC
pskorat เขียน:ความเห็นเมื่ออ่านรายงานการวิจัย

...3. ยังขาดการทดสอบทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่นที่เท่าไรเพื่อเป็นการยืนยันความน่าเชื่อถือของกระบวนการวิจัย ...



ดังนั้นเมื่ออ่านการวิจัยที่คนอื่นเขาทำ..ผมมักจะอ่านแบบจับผิดทั้งหมด..เท่าที่ความรู้ความสามารถจะมีได้โดยเฉพาะเมื่อเอามาใช้กับ..คน..ด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังสูงยิ่งครับ

รอท่านอื่นมาเสริมความเห็นเพิ่มเติมครับ :D
ดีใจนะครับ ที่มีคนอ่านแล้ววิเคราะห์ แต่ผมว่าความเข้าใจด้านระเบียบวิธีวิจัยต้องแม่นกว่านี้นะครับสำหรับการวิจารณ์ ขอยกตัวอย่างข้อ 3 นะครับ ที่กล่าวว่า ไม่ได้บอกว่าใช้ระดับความเชื่อมันที่เท่าไหร่

เท่าที่ผมอ่านดูใน paper เขาบอกแล้วครับ ว่า p Value <= 0.05 ก็คือระดับความเชื่อมันที่ 95% ครับ ส่วนการใช้ Block Test โดย Anova นั้นน่าจะเป็นปกติของการ test Pre-test, Post-test

ส่วนข้อ 1 แปลๆง่ายมันก็เข้าข้างคนขายของ คือบอกว่า จากการทดสอบ อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์พบว่า ผลลัพท์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องมี adaptation period หรือ มีผลตั้งแต่เริ่มใช้งานในอาทิตย์แรกเลย แปลง่ายๆคือ เปลี่ยนแล้วมันส่งผลเลยครับ พอเปลี่ยนกลับเป็นจานกลม ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นนันก็จะหายไปด้วย มันก็บอกว่า คุณเร็วขึ้นเพราะจานแน่ๆ ไม่ใช่ว่าคุณแข็งแรงขึ้น (เข้าทางคนขาย)

แต่อย่างน้อยข้อจำกัดงานวิจัยนี้แน่นอนว่า:
1. ทำกับ TT ระยะ 1 กมเท่านั้น และไม่บอกสภาพของถนนที่ใช้วิ่ง (หรือผมอ่านลวกๆก็เลยไม่เจอก็ไม่รู้นะ)
2. ไม่ได้บอกถึงคุณลักษณะของผู้ทดสอบ เช่น ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ อะไรทำนองนี้ (ไม่รู้ว่ามีผลหรือเปล่า จริงๆพวกนี้ทำเป็น control factor ได้)
3. ไม่มีเพศหญิงเลย มีแต่ชาย ซึ่งเป็นนักกีฬาแบบ well trained, ส่วนแบบสมัครเล่นบ้านๆ หรือ มือใหม่เป็นอย่างไร ไม่ได้มีการทดลองนะครับ
4. เนื่องจาก Rotor ปรับเปลี่ยนตำแหน่งจุดยึดได้หลายจุดทำให้องศามันไม่เหมือนกัน รายงานนี้ไม่บอกว่ามี การ set องศาของใบ หรือจุดยึดของแต่ละคนต่างกันอย่างไร

สุดท้ายรอ paper อื่นมาตี paper นี้ต่อไปครับ นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำงานวิจัยไปตี paper นี้ก็ยิ่งดีครับ เพราะเห็นว่ามีคนใช้เยอะ เผลอๆจะหากลุ่มตัวอย่างได้ดีกว่างานที่ว่านี้ครับ ;)

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 12:38
โดย แมวทอง
วันนี้ปั่นควงขามาซะเมื่อยเลย
นวดเสร็จแล้วจะพิมพ์ทันทีครับ ท่านพี่

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 13:35
โดย demolisher
อันนี้เคยคุยกับท่านที่เคยใช้มาจริงๆ บางท่านเฉยๆ นะครับ

1. ไม่ค่อยเห็นคนที่เคยใช้จริงๆ บอกให้ผมใช้อาจจะเพราะข้อดีของอุปกรณ์นี้ยังไม่จำเป็นสำหรับนักปั่นออกกำลังทั่วไปก็เป็นได้
2. ประกอบกับที่อ่านรายงาน "ฝรั่ง" ซักคนที่พยายามจะทำบ้องกัญชาฉบับข้างต้นอยู่ ผมว่ามันน่าจะจบลงประมาณที่ "ขึ้นเขา" ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นโดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนจานโซ่แล้วก็มีปัญหาโซ่ตกง่าย (ไม่รู้ตอนนี้มีพัฒนาการหรือมีการแก้ไขให้ดีขึ้นแล้วหรือยังนะครับ ไม่ได้อ่านกระทู้ที่เคยมีการถกเถียงกันก่อนหน้านี้เลย)
3. แล้วพอใช้ซักพักจนร่างกายชินกับคุณประโยชน์ดังกล่าวก็จะเท่ากับร่างกายมีพัฒนาการ "น้อยลง" ตรงเฉพาะด้านนั้นๆ ที่อุปกรณ์นั้นๆ ให้คุณ ซึ่งในบางมุมก็เหมือนกับอุปกรณ์นั้นอาจไม่ได้ให้คุณ (อาจจะไม่ถึงกับเป็นโทษเนาะ) กับนักออกกำลังทั่วไปก็ได้นะครับ


มันคงเหมาะกับบางคนบางสถานการณ์มากกว่า ผมว่าผลทดสอบอันนั้นก็บอกอยู่ทนโท่ในบางจุดเหมือนกันนะ เช่น เป็นรถ TT ...บ่จั้ยรถทั่วไปใช้สารพัดประโยชน์อย่างที่นักปั่นส่วนใหญ่ใช้กันเนาะครับ

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 13:51
โดย griz
ขอบคุณครับที่แปลมาให้อ่าน

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 14:34
โดย DraftBeer
รูปภาพ
จานไข่ นี่มันทฤษฎี เดียวกันปล่าว :mrgreen:

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 14:39
โดย ฤชา ขวัญตา
อยากลองด้วยตัวเองดูน่าจะดีกว่า เพราะว่าจะได้เปรียบเทียบกับตัวเองได้ว่าของเดิมกับของใหม่เป็นงัย ดีจริงมั๊ยกับทฤษฎีที่อ้างมารึปล่าอีกอย่างร่างกายหรือสมรรถนะคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกันนะครับ เมื่อลองใช้แล้วอาจจะถูกโฉลกขึ้นมาก็ได้(ความเห็นส่วนตัวนะ) ในความรู้สึกผมมันน่าจะมีอะไรแปลกๆในความเบี้ยวของมันนะครับ สรุปแล้ว...อยากลองอ่ะ :P :P :P

Re: รายงานผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของ ROTOR Q-RING

โพสต์: 04 เม.ย. 2012, 15:11
โดย Rockman
น้าลองกับรถ TT ก็ดีนะ แต่ลองกับหมอบรอบขาเกิน 90 รู้สึกไม่ดี แต่ยังไม่ได้ลองขยับตำแหน่งขาจานดู จานbioของshimanoก็ได้ผลคล้ายๆกัน...ตังเหลือก็ลองครับ..อาจจะเหมาะกับนิสัยการขับขี่ของเรา...อันนี้ตอบแบบบ้านๆ.. :lol: :lol: :lol: