หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:52
โดย rainbow
ว่าด้วยเรื่อง...เครื่องดื่มของนักจักรยาน
โดย Rainbow
หนึ่งในคำถามยอดนิยมเกี่ยวกับเรื่องจักรยานที่ผู้เขียนได้พบก็คือ
คำถามถึงความสำคัญของเครื่องดื่มบำรุงกำลังดีหรือไม่ และยี่ห้ออะไร?
หรือควรจะเป็นกาแฟ , โอวัลติน ประเภทต่างๆ
เครื่องดื่มประเภทแรกพวกเอ็ม หรือกระทิงต่างๆ ไม่เหมาะกับนักกีฬาด้วยประการทั้งปวง
แม้จะไม่มีหลักฐานให้โทษที่ชัดเจนนัก แต่จากการสังเกต
ถ้านักกีฬามีความสามารถสูงมากในเกมสำคัญๆเช่นเอเชียนเกมส์หรือโอลิมปิก เท่าไร
โอกาสที่จะถูกโค้ชห้ามใช้ก็มากเพียงนั้น
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:54
โดย rainbow
โทษและพิษภัยที่มี ถูกฝ่ายผู้ผลิต และเจ้าของผลิตภัณฑ์ ตอบโต้ด้วยผลวิจัย
ที่ไม่น่าเชื่อถือจากจุดยืนที่เป็นฝ่ายได้ผลประโยชน์จากยอดขาย อธิบายจนลิงหลับ
แต่ผลลัพธ์ที่เป็นจริงๆจะเป็นอย่างไร ทางบริษัทย่อมปฏิเสธการรับผิดชอบใดๆ
อย่าลืมว่า เครื่องดื่มประเภทนี้ ไม่ได้มีอยู่ในโลกธรรมชาติ แต่เป็นเครื่องดื่มสังเคราะห์
ที่สามัญสำนึกธรรมดาบอกว่าต้องระวัง โดยเฉพาะของเข้าปากเข้าท้อง
ไม่ใช่ของใช้ภายนอก
ถ้าเครื่องดื่มเหล่านี้ดีจริง บรรดานักกีฬาระดับโลก คงดื่มกินกันเป็นว่าเล่น
ทำไมโค้ชพวกเขาจึงห้ามเด็ดขาด อันนี้ไปคิดเอาเอง
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:55
โดย rainbow
เครื่องดื่มบำรุงกำลังสังเคราะห์ชนิดนี้ ในความเห็นของผู้เขียน ย่อมรวมเอากาแฟกระป๋องเข้าไปด้วย
เมื่อกล่าวถึงกาแฟกระป๋องควรถูกพิจารณาว่าเป็นคนละสารัตถะกับกาแฟจริง
กาแฟจริงคือกาแฟ 100 % มีส่วนผสมที่ไม่ใช่กาแฟเพียงน้ำ , น้ำตาล และครีมหรือนมเท่านั้น
แต่กาแฟกระป๋องถูกผลิตจากกาแฟจริงเพียง 1 – 2 % เท่านั้น (แล้วแต่ละยี่ห้อ)
นอกนั้นเป็นสารปรุงแต่งกลิ่น สารปรุงแต่งสี และสารปรุงแต่งรส เลียนแบบกาแฟ
แล้วใส่ตัวสารเคมีคาเฟอีนให้ตาสว่างลงไปต่างหาก เพราะระดับคาเฟอีนจากกาแฟจริงมันน้อยเกินไป
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:56
โดย rainbow
ดังนั้น...จึงเป็นการกล่าวที่ไม่ผิดนักว่า กาแฟกระป๋องมันจึงไม่ใช่กาแฟ แต่เป็นเครื่องดื่มเทียมกาแฟ
มีที่มาจากการทดแทนยาม้า(ในตอนต้น) สำหรับผู้ประกอบอาชีพขับรถ ถูกผลักดันให้เป็นยาบ้า
กลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายในภายหลัง แต่ความที่สังคมมีดีมานด์ของอาชีพที่ต้องการตาสว่างยังมีอยู่
ดังนั้นด้วยกลไกตลาดจะต้องแสวงหาซัพพลายมาให้ได้ ในต้นทุนที่ต่ำที่สุด จะได้กำไร
จากยาม้าเดิมเป็นเพียงแค่แอมเฟตามีนธรรมดา ไม่ได้ผสมสิ่งเสพติดร้ายแรงแบบทุกวันนี้
มาภายหลังฝ่ายทรชนต้องการจะผูกใจลูกค้าให้เป็นคนที่ภักดีสินค้า จึงดำริที่ใส่สารอนุพันธุ์เสพติดเข้าไป
มันจึงกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ยาบ้า” ต่อมา
ในเมื่อแอมเฟตามีนถูกควบคุมอย่างเข้มงวด ในขณะที่คาเฟอีนยังถูกผ่อนปรนมากกว่า
ดังนั้น...ผลิตภัณฑ์สิ่งเทียมกาแฟจึงเกิดขึ้นด้วยประการนี้
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:57
โดย rainbow
ย้อนกลับมาที่กาแฟแท้ที่มีปริมาณคาเฟอีนโดยประมาณที่ 50 ม.ก. ต่อ 1 ถ้วยมาตรฐาน
ไม่น่าจะมีอันตรายถ้ารับกาแฟในปริมาณเท่านี้อย่างสม่ำเสมอในคนปกติ
คาเฟอีนมีประโยชน์และโทษอย่างไร ยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันไม่จบในโลกวิชาการ
หาเป็นข้อสรุปที่ลงตัวแล้วไม่
ในบรรดาอาหารที่ถูกวิจัยซ้ำบ่อย และมีเปเปอร์ที่ออกมาคัดง้างจำนวนมากครั้งแล้วครั้งเล่า
ย่อมไม่มีอะไรเกิน กาแฟ , กระเทียม , และช็อกโกแลต ที่บางเปเปอร์ให้ข้อสรุปว่าดี
บางเปเปอร์ยังบอกน่าสงสัยต้องวิจัยอีกให้รัดกุม บางเปเปอร์ระบุเป็นโทษเอาเลย
ในจำนวนทิศทางที่สรุปหลากหลายคนละทิศละทาง จนนักวิชาการเองก็ยังไม่กล้าสรุปให้ลงตัว
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:58
โดย rainbow
ในที่นี้จะขอกล่าวจำเพาะผลลัพธ์ที่พบในนักกีฬาทางปฏิบัติเท่านั้น
องค์การสหพันธ์กรีฑาสมัครเล่นนานาชาติ (IAAF) ระบุว่านักกีฬาที่จะฟาวล์ในการแข่งขัน
ต้องตรวจพบสารคาเฟอีนในกระแสเลือดที่จะต้องมีปริมาณสารนี้มากถึงขนาดต้องกินกาแฟแท้จริง
ประมาณ 5 – 6 ถ้วย ต่อวัน
ถ้าหากถือตามเกณฑ์นี้ จะมีนักกีฬาน้อยมากที่รับกาแฟต่อวันมากถึงปริมาณที่กล่าว
ดังนั้นสำหรับพวกเรา นักกีฬาจักรยาน ควรมีแนวปฏิบัติว่า ไม่ต้องซีเรียสที่จะรับหรือไม่รับกาแฟ
ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรเด่นชัดในการ Performance ของร่างกาย แต่อยู่ที่ตัวการฝึกฝนที่ผ่านมามากกว่า
ใครที่กินกาแฟอยู่แล้ว ก็จงกินต่อไป (ในปริมาณเดิมๆ) ส่วนคนที่ยังไม่เคยก็ไม่ต้องไปลองกิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการแข่งขัน
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 15 มี.ค. 2012, 23:59
โดย rainbow
ที่ผิดพลาดกันมาก ขอเตือนว่า ถ้าไม่เคยกินกาแฟก่อนแข่ง
ก็อย่ากินเป็นอันขาด (ถ้ามุ่งเป้าว่าจะให้ช่วยวิ่งดี)
เพราะจะได้ผลลัพธ์ที่สุ่มเสี่ยงมาก บางรายอาจปั่นได้พลิ้วจริง
แต่บางรายปั่นไม่ออก มีอาการอาเจียน นักจักรยานต้องการภาวะที่เสถียร
ที่เราสามารถใช้แรงกายได้อย่างเต็มศักยภาพ จึงไม่อาจสุ่มเสี่ยงกับอาหารที่ไม่เคยใดๆ
มีนักจักรยานบางคนเป็นคนรับกาแฟเป็นประจำอยู่ ดังนั้นก่อนปั่น(วันแข่งขัน)
ก็จงรับกาแฟต่อไปในปริมาณเดิมๆด้วยนะ ขณะที่ใครร่างกายไม่เคยกาแฟ
ก็อย่าไปกิน เสี่ยงผิดสำแดง
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:01
โดย rainbow
สำหรับความคิดว่า จะใช้กาแฟเป็นสิ่งกระตุ้น Performance ตนเอง
เนื่องจากอยู่ในปริมาณที่ไม่ฟาวล์ จึงขอให้ลองใช้ก่อนในสนามซ้อม
และเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาผลลัพธ์ ถ้าออกมาดีค่อยทำจริง ถ้าแย่จะได้ไม่ต้องทำ
อย่าลองเปลี่ยนแปลงใดๆในสนามจริงเป็นอันขาด และควรลองรับในปริมาณที่
น้อยๆก่อนด้วยเสมอไป ถ้าไม่เคยก็เริ่มที่กาแฟเพียงครึ่งถ้วยเท่านั้น
และโปรดทราบไว้ด้วยว่าคาเฟอีนจะออกฤทธิ์ให้ปรากฏก็ต่อเมื่อร่างกายรับสารเข้าไปแล้ว
ไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ดังนั้นหากดื่มทันทีก่อนปั่นทันที จึงไม่น่าจะมีผล
นักกีฬาและโค้ชต้องคำนวณเวลาให้ระยะกลางของการแข่งขัน
อยู่ห่างจากเวลารับกาแฟอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงจะได้รับผลตามต้องการ
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:02
โดย rainbow
อยากจะให้นักจักรยานรับกาแฟในเซ้นส์ของการประเทืองความสุข , เป็นความบันเทิง
และเป็นความเอร็ดอร่อยที่เสริมสร้างความสำราญให้กับชีวิตมากกว่าจะใช้กาแฟเป็นตัวกระตุ้น
เพราะมันก็ช่วยได้นิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้ช่วยมากมายอะไร อยู่ที่ซ้อมที่ผ่านมาดีหรือไม่ต่างหาก
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:04
โดย rainbow
เครื่องดื่มสำหรับนักกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่สมควรกล่าวถึงก็คือ Electrolyte Beverage
ที่มีส่วนผสมหลักคือ น้ำตาล , เกลือ , แล้วก็น้ำ นอกนั้นใส่สี , ใส่กลิ่น ,
ใส่รส(เปรี้ยว)เพื่อชวนดื่ม นอกนั้นก็ไม่มีอะไร เพื่อทดแทนปริมาณน้ำตาลพร่อง
ในกระแสเลือดจากการใช้แรงกาย (รวมทั้งเกลือด้วย แม้จะปริมาณรับที่น้อยกว่า แต่ก็มีความจำเป็น)
เรื่องก็มีเพียงเท่านี้จริงๆ ดังนั้นเราอาจผสมเองก็ได้ ในสัดส่วนที่น้ำต้องมากๆ อย่าให้หวานจัด
หรือถ้ารักความสะดวกก็ให้ซื้อผง ORS จากร้านขายยาก็ได้
เขาผลิตมาเพื่อมุ่งเป้าบรรเทาภาวะท้องเสียที่ต้องการชดเชยน้ำอย่างเคร่งครัด
ที่เราดัดแปลงเอาผง ORS มาใช้กับการฝึกก็ได้
แต่อย่าคาดหวังว่า ORS จะช่วยในการ Perform ใดๆ มันไม่เกี่ยว
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:04
โดย rainbow
ถ้าถามว่าจำเป็นหรือไม่สำหรับนักจักรยาน ต้องถามกลับว่า ระยะเวลาปั่นเท่าไร
ถ้าภายใน 1 ชั่วโมง ผู้เขียนว่าข้อแตกต่างระหว่างผู้รับน้ำ Electrolyte Beverage
หรือ ORS กับรายที่รับเพียงน้ำบริสุทธิ์ธรรมดาไม่แตกต่างกัน
แต่ถ้าระยะไกลเกินกว่า 2 ชั่วโมง น่าจะได้ผลดี ไม่ว่าจะมองในมิติความปลอดภัยต่อเรือนร่าง
หรือมิติของการแสดงประสิทธิภาพให้สูงที่สุดก็ตาม
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:06
โดย ลมรำเพย
ผมนี่กินกาแฟไม่ได้เลย ไม่ว่าจะชงแบบใส่น้ำตาลหวานๆ ยิ่งถ้าชงแบบขมปี๋ละก็จบข่าว.....ไปไหนไม่ได้
กินเข้าไปแล้ว ใจสั่น ตาลาย เหงื่อออกตามมือ เคยลองกาแฟเบอร์ดี้ แค่กระป๋องเดียว หลังจากกินเข้าไป ผมขับรถไปได้ไม่ถึง 20 นาที ต้องจอดนอน เกือบๆ 2 ชม. เพื่อรอให้มัน ขับออกมาทางปัสสาวะ
และทุกครั้งที่กินกาแฟ เวลาปัสสาวะออกมา จะมีแต่กลิ่นกาแฟล้วนๆเลย

Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:07
โดย rainbow
ส่วนเครื่องดื่มธัญพืชต่างๆเช่น มอลล์สกัด โอวัลติน หรือไมโล จะบอกว่า
แม้ประโยชน์มันมี แต่กว่าที่ร่างกายจะดูดซึมและนำไปย่อย แล้วก็ส่งไปช่วยเหลือ
การแข่งขันก็อาจจบสิ้นไปนานแล้ว
สิ่งที่จะส่งผลสำหรับสนามแข่งขันหรือในการปั่นเฉพาะหน้ากลับกลายเป็น
ความหวานจากน้ำตาล หรือนมหวานที่เติมเข้าไปมากกว่า
แต่ความเป็นมอลล์สกัดอาจรบกวนและเรียกร้องปริมาณเลือดช่วยย่อยในกระเพาะ
อันนี้เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะในยามปั่น คนเราต้องการเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญ
คือขา และทั่วเรือนร่าง การรับเครื่องดื่มมอลล์สกัด ร่างกายจะต้องแบ่งปันเลือดมาช่วยย่อยอย่างแน่นอน
การปั่นก็จะประสบปัญหาเลือดหมุนเวียนไม่พอ จะเหนื่อยจับจิตแต่ไปได้ไม่เร็ว ซึ่งจะส่งผลจุกได้ในบางราย
ดังนั้นการปั่นที่นานน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ผู้เขียนจึงไม่แนะนำ
แต่สำหรับการปั่นที่นานกว่า 2 ชั่วโมงก็แล้วแต่ผู้วิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นรายๆไป
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:09
โดย rainbow
ตัวคอนเซปส์สำคัญที่ควรตราเอาไว้เพื่อประยุกต์ใช้กรณีเครื่องดื่มสำหรับนักจักรยานก็คือ
อย่าให้อะไรใหม่ๆเข้าไปรบกวนการทำงานขององคาพยพ และอวัยวะต่างๆ
โดยเฉพาะระบบหมุนเวียน และระบบเผาผลาญ สิ่งที่น่าสนใจอันเป็นบทเรียนจากนักปั่นต่างประเทศ(โปรดตั้งใจฟัง) ก็คือ
เขาสนใจว่าก่อนแข่งจะเอาอะไรออกให้หมดเกลี้ยงได้อย่างไร แทนที่จะพยายามเอาอะไรเข้าไปอย่างคนไทย
แต่ถ้าจะมีอะไรเข้าไปในระหว่างการชิงชัยหรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ผู้ปั่นและโค้ชควรแน่ใจว่า
สิ่งนั้นสามารถช่วยได้จริง เช่น น้ำ และ น้ำตาล (ที่ต้องควบคุมปริมาณด้วย)
Re: ว่าด้วยเรื่องเครื่องดื่มของนักจักรยาน
โพสต์: 16 มี.ค. 2012, 00:10
โดย rainbow
ตราบเท่าที่ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การกีฬาปัจจุบันมีอยู่
โลกยังไม่พบว่า จะมีเครื่องดื่มใดช่วยให้ปั่นดีมากไปกว่าสิ่งที่เขียนในบทความนี้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านครับ
11.08 น. / 15 มีนาคม 2555
ป.ล. สำหรับผู้ไม่ได้มีเป้าประสงค์แข่งขันใดๆ เชิญตามสบาย ยังไงก็ได้