TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

วันอาทิตย์ 29 มีนาคม 2552
ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ ครั้งที่ 6


สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว (กองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร) ร่วมกับ ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ขอเชิญทุกท่านร่วมโครงการปั่นจักรยานตามรอยประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งกำหนดจัดให้มีกิจกรรมปั่นจักรยานท่องเที่ยวเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ จัดให้มีวิทยากรร่วมปั่นให้ความรู้ทุกจุดที่เข้าเยี่ยมชมอย่างละเอียด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ห้าครั้งที่ผ่านมาสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมทริปเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะการได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ได้เรียนรู้รับรู้เรื่องราวอย่างละเอียด อีกทั้งได้รับความสนุกเพลิดเพลิน ได้ออกกำลังกาย และสร้างประสบการณ์ในการใช้จักรยาน ของผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้จักรยานในเมืองหลวงครั้งแรกหลายๆ ท่าน

สำหรับโครงการดีๆ อย่างนี้เหลืออีกเพียง 1 ครั้งเท่านั้น !!!
ครั้งที่ 7 อาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2552 จะเป็นครั้งสุดท้าย จะเป็นการรวบรวมจุดที่สำคัญๆ เด่นๆ ในบรรดาแต่ละจุดที่ได้พาทุกท่านเข้าเยี่ยมชมมาแล้ว พร้อมบรรยายให้ความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาประวัติความเป็นมา

กำหนดการ
7.30 น. พร้อมกันที่สวนสราญรมย์ / ลงทะเบียน
8.00 น. เดินทางสู่ หอปฏิมากรรมต้นแบบ กรมศิลปากร ชมปฏิมากรรมต้นแบบของอาจารย์ศิลป พีระศรีพร้อมฟังบรรยายความเป็นมา
9.00 น. เดินทางถึง วัดชนะสงครามฟังบรรยายประวัติ พร้อมชมความงดงามของศิลปะ
9.45 น. ปั่นจักรยานมุ่งสู่วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร ชมป้ายชื่อเมืองหลวงที่ยาวที่สุดในโลก ที่ลานคนเมือง พร้อมฟังบรรยายประวัติวัดสุทัศน์
10.15 น. ขบวนจักรยานเดินทางถึงวัดราชนัดดารามวรวิหาร ขึ้นชมความงดงามของโลหะปราสาท พร้อมรับฟังบรรยายประวัติ
11.20 น. เดินทางถึง ศาลหลักเมือง เข้าสักการะพร้อมฟังประวัติ
12.00 น. เดินทางถึงสวนสราญรมย์ / เสร็จสิ้นกิจกรรม

การบริการพิเศษสุด
• วิทยากรนำชม และให้ความรู้
• เจ้าหน้าที่ต้อนรับและอำนวยความสะดวก
• เอกสารคู่มือท่องเที่ยว คู่มือจักรยานชมกรุงรัตน์โกสินทร์
• การให้บริการยืมจักรยาน (กรณีไม่มีจักรยานมาเอง)
สนใจเข้าร่วมกิจกรรม และขอยืมจักยาน ติดต่อ กลุ่มงานพัฒนาการท่องเที่ยว กองการท่องเที่ยว คุณระพีพัฒน์ เกษโกศล หรือ
คุณวันทนา เตฃะสุวรรณาโทร.02-2257612-5 ภายในวันศุกร์ก่อนสัปดาห์ที่จัดกิจกรรม ในวัน และเวลาราชการ
**ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น/กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
**ผู้เข้าร่วมกิจกรรมอายุต่ำกว่า 12 ปี ผู้ปกครองกรุณามาดูแลด้วย

ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร


นำทริปและวิทยากร โดยคุณต่อ ระพีพัฒน์ เกษโกศล แห่งกองการท่องเที่ยว กทม. และทีมงาน
รายการข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

รูปภาพ

ทริปดีๆ อย่างนี้ กำลังจะจบลงแล้ว....

เหลืออีก 2 ครั้งคืออาทิตย์ 29 มีนาคม 2552 และ สุดท้ายคือ ..อาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2552 จะไม่มีอีกแล้ว...หรือไร...??????

คะท่าน.... น่าเสียดาย...น้องๆ หนูๆ มือใหม่ๆ ซึ่งไม่เคยออกมาปั่นนอกปากซอย คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว...
สิ่งที่เราได้รับ มากกว่าการได้ปั่นจักรยาน...
:arrow: ..เป็นตัวอย่างให้คนในรถยนต์..ชาวบ้านข้างทาง..ได้เห็นการใช้จักรยานในวันหยุด เพื่อท่องเที่ยวรับความรู้ เพิ่มประสบการณ์การใช้ทางร่วมกับเพื่อนร่วมทาง ทำให้ให้เพื่อนร่วมทาง รถใหญ่ ได้คุ้นเคยกับจักรยาน เป็นประสบการณ์การใช้การจราจรขั้นพื่นฐานของผู้ยังไม่เคยมีประสบการณ์.....ช่วยลดมลพิษ ประหยัดเชื้อเพลิง สร้างความสุขแก่ครอบครัว....

หากลองคิดดูว่าคนกว่า 100 คนกลุ่มนี้ ใช้พาหนะอื่นซึ่งไม่ใช่จักรยาน เดินทางออกมา ณ ที่แห่งเดียวกันนี้
จะเป็นการเผาผลาญเชื้อเพลิง สร้างมลพิษ และเสียค่าใช้จ่ายกันเท่าไร..?????

แล้วท่านคิดเป็นเช่นไรกันบ้างคะ...ช่วยบอกเล่าให้กันฟังหน่อยค่ะ...

รายละเอียดทริปสำหรับเดือนมีนาคมนี้ คุณต่อกำลังเลือกเฟ้นสถานที่จุดสำคัญๆ เพื่อมอบให้ทุกท่าน

ส่วน ครั้งสุดท้าย...26 เมษายนนี้ พิเศษสุด สุด สุด สุด.....จะรวบรวมจุดที่ได้เคยแวะเยี่ยมชม ฟังคำบอกเล่า บรรยายของวิทยากรซึ่งเปี่ยมด้วยความรู้มอบกำนัลให้แก่ทุกท่าน แบบเทกระเป๋า...พิเศษสุด สุด สุด !!!

ขอขอบคุณท่านผอ. กองการท่องเที่ยวกรุงเทพ
ขอขอบคุณุคุณต่อและคณะมากๆ ค่ะ..



ชมภาพในอดีต 5 ครั้งที่ผ่านมา...

ครั้งที่ 1 คลิกค่ะ..

ครั้งที่ 2 คลิกค่ะ...

ครั้งที่ 3 คลิกค่ะ...

ครั้งที่ 4 คลิกค่ะ...

ครั้งที่ 5 คลิกค่ะ

ทริปนี้..มีสาระ..



รูปภาพ
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

รูปภาพรูปภาพ

"วัดราชนัดดารามวรวิหาร" ซึ่งมีความงดงามน่าชมมาก
วัดราชนัดดารามวรวิหารแห่งนี้ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานแด่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี พระอัครมเหสีในรัชกาลที่ 4 โดยมอบให้เจ้าพระยายมราช (บุนนาค) ดำเนินการก่อสร้างบนที่ดินที่เป็นสวนผลไม้เดิม ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมอย่าง

ไทยประณีต และยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างศาสนสถานสำคัญในพระพุทธศาสนาขึ้นแทนพระเจดีย์ที่มักสร้างกันแต่เดิม นั่นคือ โลหะปราสาท ซึ่งมีเพียงสามแห่งในโลก คือ อินเดีย ลังกา และไทย ปัจจุบันเหลือเพียงแห่งเดียว คือ วัดแห่งนี้

โลหะปราสาท หรือ คฤหาสน์ที่มียอดเป็นโลหะหลังนี้ รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้ช่างออกแบบตามลักษณะที่พรรณนาไว้ในคัมภีร์มหาวงศ์ของลังกา พร้อมส่งช่างไปศึกษาแบบอย่างโลหะปราสาทที่ประเทศลังกาอีกด้วย

รูปภาพรูปภาพ
ใกล้กับวัดราชนัดดา ยังเป็นที่ตั้งของ "ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์" ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐาน "พระบรมราชานุสาวรีย์กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์" ซึ่งต่อมาคือ รัชกาลที่ 3 พื้นที่โดยรอบเป็นลานกว้างซึ่งตกแต่งเป็นลานสวยงามพร้อมกับการจัดสร้างพลับพลาที่ประทับ เพื่อที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงออกรับแขกเมืองของประเทศ


รูปภาพและตรงข้ามกับลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ก็ยังมี "ป้อมมหากาฬ" ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 ลักษณะรูปทรงแปดเหลี่ยม มีกำแพงล้อมรอบสองชั้น บนกำแพงมีปืนโบราณตั้งอยู่ 12 กระบอก
ป้อมนี้สร้างพร้อมกับป้อมปราการอื่นๆ อีก 14 ป้อม ปัจจุบันเหลือเพียง 2 ป้อมคือ ป้อมมหากาฬ และป้อมพระสุเมรุ ซึ่งอยู่ติดกับสวนสันติชัยปราการ ถ. พระอาทิตย์

ข้อมูลจาก นายรอบรู้
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

รูปภาพ
รูปภาพ

"พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์" ที่ตั้งอยู่ในรั้วเดียวกับกรมศิลปากร
ผลงานศิลปะของอาจารย์ศิลป์และลูกศิษย์ภายในพิพิธภัณฑ์

แม้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ก็มีเรื่องราวของอาจารย์ศิลป์ไว้ให้ศึกษาครบถ้วน ตั้งแต่ประวัติของท่าน ที่เป็นคนอิตาลีโดยกำเนิด มีชื่อเดิมว่า คอร์ราโด เฟโรจี โดยก่อนที่จะเดินทางมาอยู่และมีชื่อเสียงในเมืองไทยนั้น ท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สถาบันศิลปะที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 มีพระราชประสงค์จะได้ช่างปั้นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์ศิลป์จึงได้รับเลือกให้เข้ามารับราชการในตำแหน่งช่างปั้นประจำกรมศิลปากร

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของศาสตราจารย์ศิลป์ในประเทศสยาม และในขณะนั้นรัฐบาลได้มีนโยบายดำเนินการก่อสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อนำไปติดตั้งตามหัวเมืองต่างๆ ศาสตราจารย์ คอร์ราโด จึงต้องรับภาระงานอย่างหนักเพียงลำพัง ด้วยเหตุนี้ในปีพ.ศ.2476 ท่านจึงริเริ่มให้มีการจัดตั้งโรงเรียนศิลปะแห่งแรกขึ้นในประเทศไทย เพื่อผลิตบุคลากรผู้มีความชำนาญในงาน ปั้นมาสรรค์สร้างอนุสาวรีย์ของชาติ โรงเรียนศิลปากรแผนกช่างจึงถือกำเนิดขึ้น ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนประณีตศิลปกรรม และยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปีพ.ศ.2486 โดยมีศาสตราจารย์ คอร์ราโด ดำรงตำแหน่งคณบดีประติมากรรมคนแรกของมหาวิทยาลัย

ภายในพิพิธภัณฑ์ยังคงบรรยากาศห้องทำงานของอาจารย์ศิลป์ไว้

ศาสตราจารย์คอร์ราโด มาเปลี่ยนชื่อเป็นศิลป์ พีระศรีก็เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง เมื่อประเทศอิตาลียอมแพ้สงครามแก่ฝ่ายสัมพันธมิตร ชาวอิตาเลียนในประเทศไทยจึงตกเป็นเชลยของฝ่ายสัมพันธมิตร ด้วยเหตุผลทางการเมือง หลวงวิจิตรวาทการจึงดำเนินการทำเรื่องขอโอนสัญชาติ นาย คอร์ราโด เฟโรจี มาเป็นสัญชาติไทย และเปลี่ยนชื่อเป็น "นาย ศิลป์ พีระศรี" ในเดือนมกราคม พ.ศ.2487 เพื่อคุ้มครองท่านไว้ไม่ให้ต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นเชลยศึกในการสร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแควที่กาญจนบุรี

สำหรับภายใน "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์" นั้น แต่เดิมนั้นห้องนี้เคยเป็นสถานที่ทำงานของอาจารย์ศิลป์มาก่อน และการจัดแสดงด้านในก็ยังคงบรรยากาศห้องทำงานเก่าของท่านไว้ เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในด้านใน ก็จะพบกับห้องโทนสีสดใส ผนังห้องเป็นสีเหลือง เพดานเป็นสีเขียวสดใส ซึ่งเป็นสีที่ท่านชอบ อีกทั้งยังเป็นเดียวกับที่บ้านที่อิตาลีของท่านด้วย

พระบรมรูปของรัชกาลที่ 9 ฝีมือปั้นของอาจารย์ศิลป์


ภายในห้องนี้เป็นที่จัดแสดงนิทรรศการนี้ แบ่งเป็นสองห้องด้วยกัน ห้องด้านนอกซึ่งอยู่ติดกับประตูทางเข้า เป็นห้องที่จัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ทั้งของอาจารย์ศิลป์เอง และของบรรดาลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิด เช่น เฟื้อ หริพิทักษ์ ประยูร อุลุชาฎะ ชลูด นิ่มเสมอ จำรัส เกียรติก้อง เขียน ยิ้มศิริ สวัสดิ์ ตันติสุข ทวี นันทขว้าง ฯลฯ ซึ่งผลงานเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นงานศิลปกรรมในยุคเริ่มแรกของศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทย ซึ่งอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้สอนและวางรากฐานไว้ให้

ส่วนห้องทางด้านในนั้น เป็นส่วนที่จำลองบรรยากาศโต๊ะทำงานของอาจารย์ศิลป์เมื่อยังมีชีวิตอยู่ โดยมีโต๊ะยาวตัวหนึ่งตั้งอยู่กลางห้อง จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ซึ่งมีทั้งเครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องมือปั้น ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวต่างๆ

ในห้องเดียวกันนี้ยังมีตู้ใบใหญ่ซึ่งจัดแสดงแบบร่างอนุสาวรีย์และประติมากรรมชิ้นสำคัญ เช่น แบบร่างพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 แบบร่างพระศรีศากยทศพลญาณ พระประธานพุทธมณฑล และต้นแบบพระเศียรรัชกาลที่ 8 แบบร่างภาพจิตรกรรมฝาผนังในหอพุทธรัตนสถาน พระบรมมหาราชวัง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหนังสือหายากซึ่งเป็นหนังสือที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้สำหรับค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับศิลปะตะวันตกอีกด้วย



ประติมากรรมต้นแบบของอนุสาวรีย์ต่างๆ

ส่วนที่อนุสาวรีย์ที่เห็นอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ก็เช่น ต้นแบบของ พระศรีศากยะทศพลญานประธานพุทธมณฑลสุทรรสน์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่พุทธมณฑล พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนารายณ์ ที่จังหวัดลพบุรี และอนุสรณ์ดอนเจดีย์นั่นก็ฝีมืออาจารย์ศิลป์ และมีอีกหลายอนุสาวรีย์ด้วยกัน โดยภายในหอประติมากรรมต้นแบบนี้ไม่ได้มีแต่ผลงานของอาจารย์ศิลป์เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังมีผลงานของลูกศิษย์ลูกหาของท่าน รวมๆ แล้วเป็นร้อยชิ้นเลยทีเดียว นับเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนชอบศิลปะไม่ควรพลาดชมเลยทีเดียว

ขอบคุณข้อมูล : หนุ่มลูกทุ่ง
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

รูปภาพ

วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 เดิมชื่อ วัดมหาสุทธาวาส ภายในพระวิหารมี พระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา ส่วนที่พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ ปางมารวิชัย และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย

วัดสุทัศน์เทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในรัชสมัยวัดสุทัศนเทพวราราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นใน พ.ศ. 2350 เดิมพระราชทานนามว่า “วัดมหาสุทธาวาส” โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระวิหารขึ้นก่อนเพื่อประดิษฐานพระศรีศากยมุนี (พระโต) ซึ่งอัญเชิญมาจากพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย แต่สิ้นรัชกาลก่อนที่จะประดิษฐานเป็นสังฆาราม จึงเรียกกันว่า วัดพระโต วัดพระใหญ่ หรือวัดเสาชิงช้าบ้าง จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม” ปรากฏในจดหมายเหตุว่า “วัดสุทัศนเทพธาราม” และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า "พระศรีศากยมุนี" "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี"


ภายในวัดสุทัศนเทพวรารามเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรในวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างต่อ และทรงจำหลักบานประตูพระวิหารด้วยพระองค์เอง แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนที่การก่อสร้างจะแล้วเสร็จ การก่อสร้างวัด มาเสร็จบริบูรณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ใน พ.ศ. 2390 และพระราชทานนามว่า “วัดสุทัศนเทพวราราม” ปรากฏในจดหมายเหตุว่า “วัดสุทัศนเทพธาราม” และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงผูกนามพระประธานในพระวิหาร พระอุโบสถ และศาลาการเปรียญ ให้คล้องกันว่า "พระศรีศากยมุนี" "พระพุทธตรีโลกเชษฐ์" และ "พระพุทธเสรฏฐมุนี"


สถานที่ตั้ง
บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

รูปภาพ
วัดชนะสงคราม เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เดิมเรียกว่าวัดกลางนา

เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างสิ่งก่อสร้างขึ้นให้คล้ายคลึงกับกรุงศรีอยุธยามากที่สุด วัดที่ตั้งอยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่ ตลอดจนเปลี่ยนชื่อวัดให้เหมาะสม โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อวัดกลางนาเป็นวัดตองปุ และให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ เช่นเดียวกับวัดตองปุที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อเทิดเกียรติทหารชาวรามัญในกองทัพสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพม่าในสงครามเก้าทัพเมื่อ พ.ศ. 2328 สงครามที่ท่าดินแดงและสามสบ เมื่อ พ.ศ. 2329 และสงครามที่นครลำปางป่าซาง เมื่อ พ.ศ. 2330

สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ทรงบูรณปฏิสังขรณ์วัดตองปุแล้วถวายเป็นพระอารามหลวงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า วัดชนะสงคราม เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง 3 ครั้ง

วัดชนะสงครามได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งได้ทรงเริ่มดำเนินการก่อสร้างที่บรรจุพระอัฐิเจ้านายฝ่ายพระราชวังบวรสถานมงคลที่เฉลียงพระอุโบสถด้านหลังตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวงทรงพระราชอุทิศพระราชทรัพย์ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากฤษดาภินิหาร กรมพระนเรศร์วรฤทธิ์ดำเนินการ แต่การก่อสร้างมาแล้วเสร็จในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งพระราชทานพระราชทรัพย์ให้ราชบัณฑิตยสภาดำเนินการก่อสร้าง ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นนายกราชบัณฑิตยสภาและสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงดำเนินการก่อสร้างจนเสร็จสิ้น ได้มีพิธีอัญเชิญพระอัฐิจากพระราชวังบวรสถานมงคลไปประดิษฐานใน พ.ศ. 2470
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

รูปภาพ
รัชกาลที่1 โปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 การฝังเสาหลักเมืองมีพิธีรีตองตามพระตำราที่เรียกว่าพระราชพิธีพระนครสถาน ให้เอาไม้ชัยพฤกษ์ทำเป็นเสาหลักเมือง เอาไม้แก่นประดับนอก กำหนดให้ความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดินแล้ว 10 นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79 นิ้ว มีเม็ดยอดสวมลงบนเสาหลัก ลงรักปิดทอง ล้วงภายในไว้เป็นช่องสำหรับบรรจุดวงชะตาเมือง

สำหรับศาลหลักเมืองกรุงเทพฯนั้น สืบเนื่องมาจากประเพณีโบราณในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ก่อนที่จะสร้างเมืองจะต้องทำพิธีการยกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น เป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรสำหรับยึดถือทางจิตใจว่าบ้านเมืองที่สร้างขึ้นนั้น มีรากฐานฝังไว้อย่างแน่นอนแล้ว ให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุขรุ่งเรืองสถาพรตลอดไป

การมาไหว้พระศาลหลักเมืองก็จะมาไหว้กันได้ทุกวัน แต่ถ้าเป็นคนเฒ่าคนแก่โบราณเขาก็จะถือกันว่าวันไหนเป็นวันโลกาวินาศก็จะไม่ออกมาไหว้กัน สิ่งของหลักๆ ที่ใช้ไหว้พระศาลหลักเมืองก็คือ ธูป เทียน แผ่นทอง พวงมาลัย 2 พวง(ไว้บูชาทั้งด้านนอกที่จุดธูปเทียนและด้านในพระหลักเมือง) ดอกบัว และผ้าสี
รูปประจำตัวสมาชิก
หมู Civilman
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2398
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2008, 18:56
Tel: 085-976-9282
team: เทคนิคมีน
Bike: เก๊า..เก่า
ตำแหน่ง: เคหะรามคำแหง มีนบุรี กทม.
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย หมู Civilman »

เอารถยนต์เข้าไปจอดในสวนสราญรมย์ได้ไหมครับ..??
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

จอดที่สนามหลวงสะดวกกว่าค่ะ ไม่ต้องห่วงเรื่องใบสั่ง 5555
ถนนบริเวณพระราชวัง บางครั้งอาจจำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่ กลับมาที่รถอาจหารถไม่เจอ
ทางที่ดีจอดที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวาง แล้วปั่นไปอีกนิดเดียว...
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

ทริปนี้คงมีน้องๆ หนูๆ มากกันมากมายอีกเช่นเคย หรืออาจมากกว่าเดิม

อยากให้มีคนมาช่วยดูแลกันเยอะๆๆๆๆ แว่วว่าจะมีเด็กนักเรียนมาร่วมทริปอย่างน้อย 2 โรงเรียน รู้สึกน้องส้มก็จะมาร่วมทริปด้วยพร้อมกับเพื่อนๆ และเหล่าผู้ปกครอง ยินดีต้อนรับค่ะ..ดีใจจังเด็กๆ ปิดเทอมแล้วมาร่วมกันทำกิจกรรมดีดี..มีประโยชน์ พัฒนาทั้งร่างกายและสมอง..

ตอนนี้น้องส้มเป็นประชาสัมพันธ์ตัวน้อยที่กำลังฮ๊อท...สุด..สุด..
มีสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่า ซื้อจักรยานมาแล้วร่วมปี ไม่เคยมาทริปเลย ยังไม่มั่นใจ ไม่กล้าขี่
พอเห็นน้องส้ม...แรงฮึดมาสุด..สุด..เอา..ลุย...ขอบคุณน้องส้มมากค่ะ.

ท่านใดไม่ติดธุระอะไร มาช่วยกันดูแลเด็กๆ และมือใหม่ด้วยกันนะคะ
ขอขอบคุณมากค่ะ
รูปประจำตัวสมาชิก
หมู Civilman
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2398
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2008, 18:56
Tel: 085-976-9282
team: เทคนิคมีน
Bike: เก๊า..เก่า
ตำแหน่ง: เคหะรามคำแหง มีนบุรี กทม.
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย หมู Civilman »

วันนี้โทรไปยืมจักรยานไว้แล้วสี่คัน ไม่ค่อยมั่นใจกับการหาที่จอดรถ นั่ง taxi ไปดีกว่า ขอสำรวจพื้นที่ก่อน
รบกวน คุณป๋อง ครับ แล้วต้องเตรียมน้ำไปด้วยไหม หมวกกันกระแทกจำเป็นหรือเปล่า ใช้แค่หมวกแก๊ปได้ไหม..??
รูปประจำตัวสมาชิก
GT2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4156
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 11:20
team: ปั่นไม่โหด ความเร็วไม่เกิน 30
Bike: MTB, RB, FB

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย GT2008 »

Hello!
คุณหมู เทคนิคมีน
จะมาร่วมทริปนี้ด้วยหรือครับ...
ไว้เจอกันนาครับ

from
ผมเอง (จำได้ป่าว)
KHS F20-T3 Black
รูปประจำตัวสมาชิก
หมู Civilman
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2398
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.ย. 2008, 18:56
Tel: 085-976-9282
team: เทคนิคมีน
Bike: เก๊า..เก่า
ตำแหน่ง: เคหะรามคำแหง มีนบุรี กทม.
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย หมู Civilman »

สวัสดีครับ
จำได้ครับ คุณ อ.วิชัย
แล้วพบกันครับ
งานนี้ไปทั้งครอบครัวรวมสี่คน
พาเด็กๆไปหาความรู้และประสพการณ์นอกบ้าน
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

หมู Civilman เขียน:วันนี้โทรไปยืมจักรยานไว้แล้วสี่คัน ไม่ค่อยมั่นใจกับการหาที่จอดรถ นั่ง taxi ไปดีกว่า ขอสำรวจพื้นที่ก่อน
รบกวน คุณป๋อง ครับ แล้วต้องเตรียมน้ำไปด้วยไหม หมวกกันกระแทกจำเป็นหรือเปล่า ใช้แค่หมวกแก๊ปได้ไหม..??
เราปั่นกันแบบสบายๆ ค่ะ หากไม่ได้ปั่นมาจากบ้าน มาร่วมปั่นในขบวน คงไม่ต้องก็ได้ค่ะ เรื่องน้ำดื่ม เรามีจุดแวะพักดื่มน้ำ พร้อมแอร์เย็นๆ ขนมอร่อยขึ้นชื่อมีให้เลือกหลายร้านตามสะดวกค่ะ..สบายหายห่วงค่ะ..
จารุกัญญา TCC
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 800
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 12:48
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA
ติดต่อ:

Re: TCC ชวนปั่น อาทิตย์ที่ 29 มี.ค 52 ปั่นตามรอยประวัติศาสตร์ #6

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCC »

ขอบคุณมากค่ะ..
แว่วมาว่าทริปนี้ ททท.จะนำทีมมาถ่ายทำรายการด้วยค่ะ
และคุณต่อกำลังไปเตรียมหนังสือเล่มที่ทุกท่านปราถนา มาแจกด้วยค่ะ.. ไม่ทราบจะสามารถหามาได้เท่าไหร่..

หากหาได้ไม่มากพอสำหรับทุกท่าน คงต้องมาเล่นเกมส์ตอบปัญหากันแน่เลยค่ะ..
เพราะฉะนั้น...ต้องคอยตั้งใจฟังคำบรรยายและจำให้ดีดี..มีรางวัลค่ะ...
คุณต่อใจดี...แจกไม่อั้น...
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”