ช่วงที่ 3 น้ำตกพาเจริญ - อ.อุ้มผาง ระยะทาง ประมาณ 120 โล ได้ฉายาว่าเป็นช่วงเข้าตีเมืองจันทร์ (ทุบหม้อข้าว )
เช่นเคย......เจอป้าย ถ่าย

ชัด ๆ พี่แมว ไม่ค่อยเจอกล้องเพราะพี่ขาแรงนำขบวนตลอด มือกล้องตามไม่ทัน พี่แมวทำหน้าที่หลายอย่างนอกจากเป็นหัวหน้าทีมแล้วยังเป็นช่างให้กับพวกเราด้วยไปไหนมีพี่เค้า.....เราอุ่นใจ

ปั่นได้ตลอดรอบขาไม่เคยหยุดต้องกองถิด ยิ่งเที่ยวกลับถ้าได้รับโทรศัพท์ทางบ้านแล้ว....มึงเอ๋ย...ขับไม่ทัน

นาน ๆ ได้ยืด.....ขอแอ็ค หน่อย

แวะเติมเสบียงก่อนขึ้นพ่อเขา จากนี้ไปไม่มีแล้วร้านค้ายันถึง อุ้มเปี้ยม

ข้าจะปั่นให้ทะลุฟ้า

แต่ใช่ว่าไม่มีร้านค้าแล้วจะอดตาย ยังมีน้ำใจจากรั้วของชาติตลอดเส้นทาง

ข้าคือผู้ชนะ...ขอเอาธงชาติโบกสบัดบนผาสูง

และนี่ข้าก็ผ่านมา

หลากหลายอริยบทบนถนนลอยฟ้า

ผับผ้าแบบนี้มีให้ลองเล่นตลอดทางไม่ผิดหวัง ไมล์ 0 - 3 บ่อยมาก

เฮ้ย...หยุดก่อนน้อง....พี่ว่ามันจะหนักกว่าแม่ฮ่องสอนว่ะ.....ผู้พันไผ่ท่านเตือนแล้ว...ไม่เชื่อ.....แต่มาตอนนี้เริ่มยอมรับ

ไม่น่าพี่...อารมณ์เหนื่อยอย่างนี้พี่ก็ว่ามันหนักกว่าซิ....ผมว่าพอหายเหนื่อยพิจารณาดี ๆ พอ ๆกัน 0-3 ไม่แพ้กัน

ว่าแล้ว ประมาณ บ่ายสอง เห็นจะได้ ก็ถึงที่พักกลางทาง อุ้มเปี้ยม หาอะไรให้หนักท้องไว้ก่อน พร้อมเตรียมเสบียงด้วย ...หาข่าว แล้วเหลืออีก 80 กว่าโลถึง อ,อุ้มผาง แถม เป็น ปู่เขาด้วย...และข้อสำคัญไม่มีร้านให้เห็นมีแต่ ด้านขวาหน้าผา..ด้านซ้ายเหว หรือ ซ้ายเขา ขวาเหว ถ้าหน้า ขึ้น หลังก็ ลง หรือถ้าหน้าลง หลังก็คือขึ้น

ศูนย์อพยพผู้ลี้ภัยการรบ บ.อุ้มเปี้ยม ส่วนมากเป็นชาวเกรี่ยง,และพม่าส่วนน้อย สมัยเมื่อเคยมาทำงานเคยมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบผู้อพยพ จะอยู่กันกระจัดกระจายทั่วไปตลอดตะเข็บชายแดน ดูแลยากมาก ปัจจุบันดีขึ้นมาก แออัดโรคระบาดยังควบคุมไม่หมด เท้าช้าง,มาลาเลีย ยังมีให้เห็นบ่อย ๆ ฝ่ายปกครองควบคุมอยู่ อาหารการกินองค์กร ฯ ต่าง ๆ ช่วยเหลือ แต่ไทยหนักหน่อย, อาชีพหรือ มีนายจ้างมารับออกไปทำงานเช้าไปเย็นกลับ ทำไร่,โรงงาน,ก่อสร้ง

ทัศนียภาพแบบนีมีให้เห็นตลอดเส้นทางกว่าร้อยโล

จุดสูงสุดบนถนนเส้นนี้ ถ้าจำกันได้..เท่า ๆ ร่องกล้า- ทับเบิก....ชัวร์

โปรดสัง่กตุตีนผีรั้งมาหน้าสุด ต้องเกียร์ หน้า 1 หลัง 1 แน่นอน คววามเร็วน่าจะ ประมาณ 4 ก.ม./ ช.ม.

มืดแล้วเอาไงพี่ เหลืออีก 50 กว่าโล.....อ้าวบุกซิสัญญากันแล้วเข้าตีเมืองจันทร์ ( อุ้มผาง ) อาหารไม่มี,ที่นอนก็หายาก....ลุยเลย เกาะกลุ่มกันไว้ ทหารเก่าเค้าว่าเกาะกลุ่มตายหมู่....แยกหมู่ตายที่ละคน ( ความจริงมันมืดมึงอย่าทิ้งกูนะกูกลัวผี )ขบวบแรกล่วงหน้าไปแล้ว พี่แมว.อ.อู้,อ.ตู้ และ อ.ปรีชา ถึง ก็ 2 ทุ่มเกือบ 3 ทุ่ม ส่วนที่เหลือ 3 หน่อ ล่อเข้าไป 5 ทุ่มตรง ที่ช้าเพรามันมืดเกิดปัญหายางรั่ว 2 เส้นเลย ถาวรเอาก่อน กองถิตกลัวน้อยหน้าเอาบ้าง มืดก็มืด หาของก็ไม่ค่อยเจอ ไอ้นั้นล่วง,ไอ้นั้นหายวุ่นจนน่าจดจำ ช่างก็ล่วงหน้าไปแล้ว โทรศัพย์ไร้สัญญาณเกือยตลอดสาย

สรุปถึงเรือนธรรมชาติรีสอร์ท ครบทุกหน่อไม่มีใครตกหล่น คืนนี้นอนสบายไม่ต้องกลางเต้นท์ ที่นอนอย่างดีแยกเป็น 2 เรือน ขอขยายความหน่อย เรือนธรรมชาติรีสอร์ท ตรงไปตามทางเข้า อ.อุ้มผาง อยู่ด้านซ้ายมือ เลยแยก บ.แม่กลองไป ประมาณ 500 เมตร เป็นของพี่บุญยืนมีศักดิ์เป็นพี่ชายผู้สรุปเอง ( ญาติสนิทรุ่นย่ายาย ) แถมเป็นญาติและเพื่อนเล่นกับพี่แมวหัวหน้าทีมอีกด้วย จึงได้รับการดูแลแบบญาติสนิท คน 7 คน นอน 2 เรือน 2 คืน อาหารกว่า 5 มื้อ พี่ไม่คิดตังเลย คณะที่ไปเกรงใจพี่มาก ฝากขอบคุณพี่และพี่บุหงามาก ๆ ท่านที่คิดว่าจะไปท่องเที่ยว ทีลอซู แวะใช้บริการเรือนธรรมชาติรับรองไม่ผิดหวัง ครบวงจร ที่พัก,อาหาร,ล่องเรือ,เดินป่า และรถเช่า จริง ๆ แล้วพี่แก่เป็นคนพิดโล แถว ๆ บ.หัวรอ ไปอยู่อุ้มผาง กว้างขวางมาก ใคร ๆ ก็รู้จักตั้งแต่สมัยเป็น ตร.ใหม่ ๆ และเป็นนักการเมืองท้องถิ่น
