
เพิ่มเติม
รถจักรยานสำหรับปั่นเพื่อการท่องเที่ยว หรือที่เรียกกันว่า touring bicycle
จะมีการออกแบบโดยเน้นแนวคิดที่ว่า เรียบง่าย ทนทาน สามารถรับการบรรทุกของได้ (โดยเฉพาะช่วงหลัง) สามารถนั่งปั่นนานๆ ได้โดยเมื่อยล้าน้อยที่สุด หากเกิดปัญหาต้องสามารถแก้ไขได้โดยง่าย และด้วยเหตุนี้ทำให้รถ touring ไม่เน้นที่ความเร็ว หรือ ความปราดเปรียวเหมือนกับรถถนนทั่วไป
ถ้าจะเลือกซื้อรถสำหรับปั่นจักรยาน touring สักคันต้องดูอะไรบ้างละ สำหรับผมแล้ว มีข้อพิจารณาดังนี้ครับ
1) วัสดุที่ใช้ทำเฟรม จะต้องเป็นวัสดุที่มีความทนทานสูง ทนแดด ทนฝน ทนแรงกระแทก ได้ดี เพราะรถต้องผ่านถนนทุกสภาพ หากเกิดปัญหากับเฟรมรถแล้วจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่โตเอามาก เพราะการเดินทางแต่ละทริป เงินที่ใช้ไม่ใช่น้อย วัสดุในปัจจุบันที่นิยมใช้กันก็คือ โคโมลี่ อัลลอยด์ และ ไททาเนี่ยม ซึ่งวัสดุแต่ละตัวจะมีคุณภาพและราคาแตกต่างกันไป สำหรับผมแล้ว ขอแนะนำ โคโมลี่ เป็นตัวเลือกแรกๆ เพราะราคาไม่แพงมากนัก และมีความทนทานที่เพียงพอ
***ในปัจจุบันอัลลอยด์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องแถมราคาถูกกว่าด้วย
2) ราคาของเฟรม แน่นอนว่าวัสดุที่ใช้ยิ่งดีก็ยิ่งแพง สำหรับผมแล้วเฟรมที่อยู่ในช่วงราคา 13,000-20,000 ถือว่ามีคุณภาพที่เชื่อถือได้แล้วครับ แต่ถ้าไททาเนี่ยมแล้วคงจะแพงกว่านี้ แต่แน่นอนคุณภาพก็ดีกว่า
3) ล้อที่ใช้ เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันว่าระหว่างล้อ 26 นิ้ว กับ 700c อันไหนน่าจะเหมาะสมกว่ากัน ตัวผมเองแล้วขอแนะนำว่าล้อ 700c น่าจะเหมาะสมกว่า สำหรับเหตุผลของข้อดีข้อด้อยของล้อทั้งสองแบบนั้น จะมีเขียนเป็นรายละเอียดอีกทีครับ
4) อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบเป็นจักรยานเต็มคัน สำหรับทัวร์ริ่งแล้วใช้อุปกรณ์ระดับมาตรฐานก็พอแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องใช้ในระดับแข่งขัน เพราะเราไม่ได้ไปแข่งขันกับใคร ไม่ต้องการการเปลี่ยนจานที่แม่นยำในระดับการแข่งขัน อุปกรณ์ระดับมาตรฐานราคาก็ไม่แพงเกินไป แถมยังทนทานกว่าด้วย
5) ที่ตะเกียบหน้าควรจะมีที่สามารถติดตะแกรงหน้าได้ ข้อนี้ค่อนข้างจะจำเป็นพอสมควร เพราะหากเดินทางกันจริงๆ กระเป๋าหน้าต้องมีครับ
6) ต้องออกแบบให้เหมาะสมกับการปั่นทางไกล อันนี้เป็นเทคนิคของแต่ละบริษัทฯ ที่จะออกแบบมา แต่ก็ไม่ทิ้งกันเท่าไหร่
7) พอนำเอามาประกอบทั้งคันแล้ว หากมีปัญหาต้องสามารถดูแลได้ด้วยตนเองไม่ยุ่งยากเกินไป หากจำเป็นหาช่างก็สามารถใช้ช่างทั่วๆไปดูแลได้
นี่คือแนวคิดในการเลือกรถจักรยานสำหรับการท่องเที่ยวที่ผมขอแนะนำไว้ครับ
ปัจจุบันรถจักรยานทัวร์ริ่งที่มีจำหน่ายในบ้านเราคือ
1) Fuji Touring ราคาประมาณ 30,000-35,000 บาท
2) Surly Longhorn Trucker ราคาประมาณ 38,000 บาท
3) Trek 520 ราคาประมาณ 38,000 บาท
หากสูงไม่ถึง 175 ยังไม่อยากแนะนำให้เล่นรถที่ใช้ล้อขนาด 700 ครับ
สูงไม่ถึง 175 จะเหมาะกับล้อขนาด 26 นิ้วมากกว่า จะควบคุมรถได้ดีกว่า ความสูงของเฟรมท่อนบนจะอยู่ต่ำกว่า ขนาดของรถจะเล็กกว่า
รถทัวริ่งโดยเฉพาะในไทยเรามีหลายยี่ห้อหลายรุ่น แต่ไม่มีคันใดที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง หรือพร้อมลุยทุกเส้นทาง เราต้องนำมาปรับแต่งให้เข้ากับสไตล์การใช้งานของเราเองภายหลัง
ตัวอย่างรถที่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
Trek 520 - ล้อ 700 โครโมลี่ พร้อมแร็คหลัง ชิฟเตอร์ปลายแฮนด์
Kona Sutra - ล้อ 700 อลูมินั่ม พร้อมแร็คหน้าหลัง เบรกดิสค์ ชิฟเตอร์ปลายแฮด์
Louis Garneau GMT - ล้อ 26 อลูมินั่ม พร้อมแร็คหน้าหลัง และ Pannier 4 ใบ ชิฟเตอร์ที่มือเบรก
- ทุกคันข้างต้นใช้แฮนด์แบบ Drop Bar
หากชอบยี่ห้ออื่น ก็มีพ่อค้ารายย่อยสั่งเข้ามาจำหน่ายเองครับ
- เช่น Surly แนะนำรถรุ่น Long Haul Trucker เบรกแบบ Cantilever / แยกขายเฉพาะเฟรม ตะเกียบ
สิ่งที่รถทัวริ่งหรือรถที่จะนำออกทัวริ่งทุกคันควรมี
- นั่งสบาย ขับขี่สบาย ผู้ขี่ต้องนั่งปั่นได้นานโดยไม่เมื่อยล้าหรือเจ็บปวดร่างกายใดๆ
- มีความยืดหยุ่นในการใช้งาน ใส่บังโคลนเพิ่มได้ เฟรมมีรูยึดแร็ค มีรูยึดบังโคลน ใส่กระติกน้ำได้อย่างน้อย 2 ใบ (หากรถเฟรมเล็กมักจะใส่ได้แค่ใบเดียว คือเฟรมมีรูยึดกระติกก็จริง แต่เอากระติกใส่ไม่ได้)
- มีระบบเกียร์ที่ออกแบบรองรับการบรรทุกของขณะปั่นขึ้นเนินสูงชัน
เพิ่มเติม
- รถทัวริ่งแท้ๆ ของทางญี่ปุ่นและยุโรปมักเป็นแบบสั่งตัด ไม่ใช่แค่เพื่อให้ขนาดพอดีตัว แต่ยังสามารถถอดชิ้นส่วนออกโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ไม่ว่าจะเป็น Stem แฮนด์ ฯลฯ เพื่อรองรับการแพ็คลงกล่องอย่างรวดเร็วขณะเดินทางด้วยเครื่องบิน