มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

สอบถามเทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร เชิญห้องนี้เลย
คนเมืองเทวดา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 365
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2012, 05:04
Tel: 055-781233
team: เสือชากังราว
Bike: polygon spy6.0
ตำแหน่ง: กำแพงเพชร
ติดต่อ:

มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย คนเมืองเทวดา »

สวัสดีพี่ๆและน้องๆทุกท่าน
ผมน้องให่ม..ติดตามอ่านมานานพึ่งโพสท์ได้
อยากปั่นเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันอายุ 46 หนัก 85 สูง 172
พึ่งได้จักรยานมา 1คัน รุ่น TREK 3900 ซื้อมาราคา 11,000
ปั่นครบ 4วันตามตารางที่อ่านมา วันละ ครึ่งชมบ้าง เกือบบ้าง ขาดบ้าง เกินบ้าง (เหนื่อย)
มีสิ่งใดที่พอจะแนะนำผมบ้าง.ยินดีครับ ให่มมากในเรื่องจักรยาน
ตารางที่ผมขี่ครับยินดีทุกคำติชม
รูปภาพ

วันที่ 1

รูปภาพ

วันที่ 2

รูปภาพ

วันที่ 3

รูปภาพ

วันที่ 4

ตารางกิโลรวมอาจไม่ตรงขี่เล่นในหมู่บ้านบ้าง
วันที่ 3และ 4 ขี่ไม่ค่อยไหวหลังจากปรับการขี่ให่มไม่เน้นกิโล เน้นที่ การปั่นให้ได้ต่อเนื่อง
หลังจากไม่ได้ออกกำลังกายมานานมาก..
เหนื่อยพอสมควร..เมื่อยมาก..หลับตั้งแต่ 2 ทุ่ม
เริ่มรักในการขี่จักรยาน....
กำลังให้ภรรยา..และลูกสาว...มาขี่ดว้ยกัน
ขอขอบคุณเว็บที่ให้หลายสิ่งหลายอย่าง..และสมาชิกหลายท่านที่ให้คำปรึกษา ขอบคุณครับ
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือโยกิ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 197
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 16:49
Tel: 0922696094
Bike: Principia MSL e pro 2008
ตำแหน่ง: ฉันรักเมืองไทย

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย เสือโยกิ »

กิเริ่มต้นปั่นจักรยานก็ใช้Trek series4 เหมือนกันคะ ด้วยราคาเมื่อ 4 ปีที่แล้วประมาณ 13,000 กว่าบาท
ปั่นไปได้ทุกที่ รวมทั้งใช้แข่งด้วย ขอบอกว่ามันใช้งานได้คุ้มค่ามากทีเดียว

ดูจากไมล์ที่ถ่ายภาพมาให้ดู พี่คนเมืองเทวดาเป็นคนแข็งแรงมาก คงเคยเป็นนักกีฬามาก่อน
อยากเข้ามาให้กำลังใจกันคะ ค่อยๆปั่น ค่อยๆศึกษาไปนะคะ กีฬาจักรยานมีอะไรมากมายให้เรียนรู้และสนุกสนานอีกมากเลยคะ
อืม...ลองหาเพื่อนๆที่ปั่นใกล้ๆกันดูสิคะ จะช่วยเพิ่มความรู้เรื่องเส้นทางการปั่นได้มากขึ้น :D :D
รูปประจำตัวสมาชิก
koboku
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 6637
ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
team: ต่อนยอน
Bike: FALCON & TCR

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย koboku »

วันแรกก็ปั่นเป็นสิบๆกินโกลแล้วเหรอ เก่ง :mrgreen:
คนเมืองเทวดา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 365
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2012, 05:04
Tel: 055-781233
team: เสือชากังราว
Bike: polygon spy6.0
ตำแหน่ง: กำแพงเพชร
ติดต่อ:

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย คนเมืองเทวดา »

เสือโยกิ เขียน:กิเริ่มต้นปั่นจักรยานก็ใช้Trek series4 เหมือนกันคะ ด้วยราคาเมื่อ 4 ปีที่แล้วประมาณ 13,000 กว่าบาท
ปั่นไปได้ทุกที่ รวมทั้งใช้แข่งด้วย ขอบอกว่ามันใช้งานได้คุ้มค่ามากทีเดียว

ดูจากไมล์ที่ถ่ายภาพมาให้ดู พี่คนเมืองเทวดาเป็นคนแข็งแรงมาก คงเคยเป็นนักกีฬามาก่อน
อยากเข้ามาให้กำลังใจกันคะ ค่อยๆปั่น ค่อยๆศึกษาไปนะคะ กีฬาจักรยานมีอะไรมากมายให้เรียนรู้และสนุกสนานอีกมากเลยคะ
อืม...ลองหาเพื่อนๆที่ปั่นใกล้ๆกันดูสิคะ จะช่วยเพิ่มความรู้เรื่องเส้นทางการปั่นได้มากขึ้น :D :D
ครับขอบคุณครับ.เพื่อนที่ปั่นจักรยานไม่มีครับเห็นมีชมรม..แต่ไม่กล้าเข้าไปครับ(อายครับตามเขาไม่ทัน)
koboku เขียน:วันแรกก็ปั่นเป็นสิบๆกินโกลแล้วเหรอ เก่ง :mrgreen:
วันแรกปั่นแบบสบายๆครับ..วันที่3กับ 4นี่ซิถึงรู้ว่ามีอะไรอีกมากมายที่เราไม่รู้
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
kob500
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 17
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ม.ค. 2012, 12:08
team: NBU Team
Bike: Trek
ติดต่อ:

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย kob500 »

มือใหม่เหมือนกันครับ เอาใจช่วย ^^ ค้นหาข้อมูลในเว็บนี้ ยิ่งอ่านเยอะ ทําให้ปั่นสนุกขึ้นครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
sportivo
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 99
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ธ.ค. 2011, 18:17
Bike: Kuma & Sempre

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย sportivo »

4 วันนี่ปั่นติดต่อกันหรือเปล่าครับ ดูจากระยะทางและเวลาที่น้อยลงในสองวันหลังแสดงว่าร่างกายล้ามากขึ้น ปั่นไปได้สองวันแล้วควรหยุดพักสัก 1 วันครับ ไม่อย่างนั้นพอล้าแล้วการออกกำลังจะไม่ได้เป็นไปตามแผนและไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ แต่ตัวเลขสองวันแรกก็ดูดีแล้วถือว่าร่างกายมีความฟิตพอสมควรครับ แต่ถ้าจะให้ดีควรวัดค่า HR ดูประกอบกันไปด้วย :ugeek:
ลมรำเพย
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3382
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2011, 21:18
ติดต่อ:

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย ลมรำเพย »

COPY มาให้อ่านครับ น่าจะเป็นประโยชน์บ้าง :D
ฝึก “ปั่น” จักรยานเสือภูเขากันเถอะ
เมื่อคุณได้มีโอกาสเป็นเจ้าของจักรยานเสือภูเขาดีๆซักคัน รับรองได้เลยว่ามากกว่าร้อยละ 90 จะต้องลองขี่กันให้สมใจอยาก …ผลที่ได้หรือ ? สนุกแน่ แต่ระบม…ใช่หรือเปล่าเอ่ย ? บางคนถึงกับเดินขาถ่างเป็นอาทิตย์ก็มีมาแล้ว ใครที่ยังไม่มีประสพการร้ายๆอย่างนั้น และได้มีโอกาสอ่านตำราจักรยาน หรืออย่างน้อยก็ข้อเขียนนี้ ก็ขอให้จำไว้เป็นบทเรียนด้วยค่ะ ว่าในครั้งแรกที่คุณได้มีโอกาสขี่จักรยานที่ได้รับการปรับตำแหน่งในการขี่ที่ถูกต้อง ห้ามใช้เวลาอยู่บนอานจักรยานเกินกว่าครึ่งชม. ไม่มีการยกเว้นแม้แต่คุณจะใส่กางเกงขี่จักรยานโดยเฉพาะก็ตาม เนื่องจากสรีระของทุกคนจะต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวให้เข้ากับเบาะและตำแหน่งนั่งบนจักรยาน อย่าเพิ่งตะบี้ตะบันขี่นานๆ นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว ยังทำให้เกิดอาการแหยงไม่อยากขี่จักรยานอีก
คำแนะนำสำหรับการฝึกปั้นจักรยาน
จักรยานของคุณมีกี่เกียร์ลืมไปก่อนเลย ใช้เกียร์ที่แนะนำให้ไปก่อน อย่าเพิ่งเล่นเกียร์
เวลาขี่ให้หลังตรงอยู่เสมอ แล้วโน้มตัวไปหาแฮนด์ด้วยการใช้สะโพกเป็นจุดหมุน อย่าให้หลังค่อม
ดื่มน้ำทุก 15 นาที น้ำหนึ่งกระติก (เล็ก) ควรจะหมดในเวลาหนึ่งชั่วโมง
เพื่อป้องกันอาการเดินขาถ่าง ถ้าหาวาสลินได้สะดวก ก็จัดการทาให้ทั่วขาหนีบ แล้วค่อยใส่กางเกง
หลังจากการขี่จักรยานทุกครั้งให้รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า กางเกงจักรยานที่เพิ่งใช้ให้ซักทันที อย่าทิ้งข้ามวันข้ามคืน ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคซักด้วยก็ดี แล้วตากให้แห้งสนิท(ไม่ควรตากแดด)ก่อนเก็บเสมอ
บทเรียนที่1
ใช้นาฬิกาตั้งเวลาไว้15นาที แล้วก็ขี่จักรยานออกไปเรื่อยๆ ครบ15นาทีตรงไหนก็ขี่กลับเส้นทางเดิม ถ้าไม่แวะไปที่ไหนก็จะใช้เวลาขี่ราวๆครึ่งชั่วโมงพอดี เราจะใช้เวลาบนจักรยานวันละครึ่งชั่วโมงนี้ประมาณ 4-6 วันติดๆกันเลยก็ดี แต่หลังจากหมด 4-6 วันแรกนี้แล้วขอบังคับให้หยุดขี่ เอาโซ่ล่ามจักรยานไว้เลย 1-2 วันเพื่อเป็นการพักร่างกาย
หลักการปั่นจักรยาน
ตามสูตรที่ฝึกต้องซอยขากันเร็ว 80 รอบ/นาที วิธีหัดก็คือขี่จักรยานด้วยเกียร์ต่ำ (ออกแรงขาน้อย แต่จักรยานไม่ค่อยวิ่ง ถ้าจักรยานของคุณมีเลขบอกเกียร์ที่มือสับเกียร์ ก็ลองปรับให้มือสับข้างซ้ายอยู่เลข 2 มือสับข้างขวาอยู่เลข 3) ขี่จักรยานด้วยความเร็วพอสมควร แล้วเริ่มจับเวลา (ด้วยนาฬิกาข้อมือ, มาตรวัดความเร็วที่ติดจักรยาน)
ใช้หัวเข่าขวาเป็นหลัก ทุกครั้งที่เข่าขวาขึ้นมาสุดก็ให้นับ 1 ขึ้นมาสุดอีกครั้งนับ2 ไปเรื่อยๆ จนครบ 15 วินาที นับได้กี่ครั้งก็คูณด้วย 4 จะได้จำนวนครั้งต่อนาทีที่ขาเราปั่นจักรยาน ดูว่าถ้าเกิน 80 ก็ชะลอขาลงหน่อยแล้วก็นับใหม่อีก 15 วินาที หรือน้อยกว่า80ก็ซอยขาปั่นเร็วขึ้นอีกหน่อยแล้วก็นับใหม่อีก 15 วินาที ลองจนกว่าจะนับเข่าขวาขึ้นมาสุดได้ 20 ครั้งใน 15 วินาที(ก็เท่ากับ 80 รอบต่อนาที) ก็ให้ปั่นด้วยความเร็วคงที่ขนาดนั้นไปให้ตลอดโดยไม่มีการเปลี่ยนเกียร์ ถ้าใครไม่มีมาตรวัดความเร็วติดจักรยานก็คอยเช็คด้วยการจับเวลานับหัวเข่าอยู่เรื่อยด้วย เพราะหัดปั่นขาเร็วขนาดนี้สำหรับคนไม่เคยจะบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า “เหนื่อยจัง” แล้วก็จะผ่อนความเร็วลงไปเพราะความไม่ชิน(ซึ่งเป็นกันทุกคน โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์แรกนี้) แต่เชื่อไหมว่าคนที่ใช้หลักสูตรนี่ เดี๋ยวนี้ปั่นกันเป็นปรกติที่ 85-90 รอบต่อนาทีกันทุกคน โดยไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อยหรือเร็วไปซักคนเลย ขอให้ตั้งใจทำความเคยชินกับการซอยขาที่ 80 รอบต่อนาทีนี้ให้ได้นะเพราะสำคัญมาก ซึ่งโดยส่วนใหญ่ถ้าตั้งใจก็จะคุ้นเคยในเวลาแค่ไม่เกินสัปดาห์ ขาเราก็จะเคยชินกลายเป็นความจำโดยอัตโนมัติ คราวนี้แทบไม่ต้องนับหัวเข่ากันเลย
การปฏิบัติบทเรียนที่1
1.เลือกใช้เกียร์ให้ถูกต้อง(มือสับเกียร์ข้างซ้ายเลข2-จานกลาง/มือสับเกียร์ข้างขวาเลข2หรือ3) แล้วก็ใช้เกียร์นั้นไปตลอดโดยไม่มีการเปลี่ยนเกียร์
2.ปั่นขาที่80รอบต่อนาทีให้ตลอดเวลา โดยไม่มีการฟรี หรือ หยุดรถ(ถ้าไม่จำเป็น)จนกว่าจะครบเวลา (ในสัปดาห์แรกนี้ก็คือครึ่งชั่วโมง) หัดปั่นในทางราบ ไม่มีเนินเขา จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ สามารถปั่นขาที่ความเร็วคงที่,ออกแรงได้คงที่ ได้ตลอดเวลา ออกไปฝึกปั่นแต่ละครั้งอย่าใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงสำหรับสัปดาห์แรกนี้ ถ้าระบมเดี๋ยวจะฝึกขี่กันได้ไม่ต่อเนื่อง
ให้เวลาในการฝึกช่วงแรกนี้ 4-6 วัน ถ้าสามารถฝึกติดต่อกันได้ทุกวันจะทำให้ร่างกายชินกับจักรยานได้เร็วขึ้น จากนั้นพักการฝึก 1-2 วันโดยไม่มีการขึ้นขี่จักรยานเลย เป็นการจบการฝึกในช่วงแรก
3.สัปดาห์ที่สองใช้เกียร์เดิม ปั่นขาที่ 80 รอบ/นาทีเท่าเดิม แต่เพิ่มเวลาในการขี่เป็นวันละไม่เกิน 1 ชม.(อย่าน้อยกว่า 45 นาที คงจะเจียดเวลาได้) ฝึก 4-6 วันเหมือนเดิม แล้วก็หยุดพัก 1-2 วัน เป็นอันจบบทเรียนที่หนึ่ง
บทเรียนที่2
ผ่านการฝึกมา 2 ยกแล้ว ถึงตอนนี้ร่างกายของแต่ละคนก็ควรจะชินกับท่าทางในการปั่นจักรยานกันแล้ว ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายก็ควรจะดีขึ้นด้วย กล้ามเนื้อขาที่ใช้ในการปั่นขาจาน(หรือถีบลูกบันได)ก็ได้รับการโปรแกรมให้ปั่นที่ความเร็วรอบสูงแล้ว คราวนี้เรามาเริ่มออกกำลังกันจริงๆล่ะ ที่ผ่านมาสองสัปดาห์นั่นแค่อุ่นเครื่องเท่านั้นเอง
หัดใช้เกียร์
ผ่านโปรแกรมฝึกแล้วคราวนี้เล่นไม่ยาก เพราะขาเราจะชินกับการปั่นที่ 80 รอบ/นาทีกันแล้ว ก็ยึดรอบขานี้ไว้เป็นหลัก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่เกียร์ไหน-ความเร็วเท่าไร ก็ให้รักษารอบการปั่นไว้เท่านี้เสมอ
แล้วจะใช้ยังไงบ้าง? ก็ต้องมาทำความเข้าใจกับการทำงานของอุปกรณ์ติดจักรยานของเรากันก่อน มาดูกันที่มือสับเกียร์ทั้งข้างซ้ายและขวา ตัวเลขน้อยคือเกียร์ที่ใช้กับความเร็วต่ำ(แต่ใช้แรงน้อย) ตัวเลขมากใช้กับความเร็วสูง(แต่ต้องออกแรงมาก) มือสับข้างขวาจะใช้ในการเปลี่ยนแนวโซ่ไปยังเฟืองขนาดต่างๆที่ล้อหลัง เฟืองเล็กคือเกียร์สูง(ตัวเลขมาก-ต้องออกแรงมาก) เฟืองใหญ่คือเกียร์ต่ำ(ตัวเลขน้อย-ออกแรงน้อย) การเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวานี้จะให้ความเร็วในแต่ละเกียร์ไม่กระโดดต่างกันมาก ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์ในการขับขี่โดยทั่วไปแล้วเราจะใช้มือขวานี้เป็นหลัก
มือเกียร์ขวา
เราจะเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวาตามความเร็วของจักรยาน เช่น จากหยุดอยู่กับที่เริ่มออกตัวก็ควรจะใช้เกียร์1 พอขี่ไปหน่อยเริ่มมีความเร็วก็เปลี่ยนเป็นเกียร์2 เร็วขึ้นอีกก็เปลี่ยนเป็นเกียร์3 ไปเรื่อยๆ เวลาลดความเร็วลงมาก็ให้เปลี่ยนเกียร์ต่ำลงมาด้วยเช่นกัน จนรถหยุดก็จะอยู่ที่เกียร์1 เหมือนตอนเริ่มต้นขี่ แต่เวลาใช้งานจริงๆแล้วเกียร์หนึ่งนี่จะเบามากเกินไป เรามักจะเริ่มออกรถกันที่เกียร์สอง หรือ สาม กันมากกว่า
เรื่องที่ต้องจำตรงนี้คือระบบเกียร์ของจักรยานส่วนใหญ่จะทำงานต่อเมื่อมีการขับโซ่ให้หมุนไปข้างหน้าเท่านั้น เวลาชะลอความเร็วแล้วต้องเปลี่ยนมาเป็นเกียร์ต่ำก็ให้ปั่นบันไดเดินหน้าไปด้วย
มือเกียร์ซ้าย
มือสับเกียร์ข้างซ้ายจะเปลี่ยนแนวโซ่ไปยังจานโซ่ซึ่งมี 3 ขนาด เล็ก-กลาง-ใหญ่ จากขนาดที่ต่างกันมากนี้ทำให้ความเร็วของแต่ละเกียร์ต่างกันมากด้วย การที่จะเลือกใช้จานโซ่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางที่เราจะไป เช่น
จานเล็ก(เกียร์หมายเลข 1) ใช้ในทางที่ไปได้ด้วยความเร็วต่ำแต่ต้องการกำลังมากๆ ช่วงขึ้นเขา หรือ ลุยโคลนลึกๆ
จานใบกลาง(เกียร์หมายเลข2) สภาพ ทั่วๆไปเราก็จะใช้ เป็นหลัก
จานใหญ่(เกียร์หมายเลข3) ใช้ช่วงที่ต้องการความเร็วสูง เช่น ตอนลงเขา และสำหรับทางในป่า
ถ้าใครใช้รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ก็ให้นึกง่ายๆว่าจานเล็กสุดก็คือเกียร์ 4L จานกลางก็คือเกียร์ 4H หรือ Full Time 4WD ส่วนจานใบใหญ่ก็คือเกียร์ 2H นั่นแหละค่ะ ใช้เหมือนกันเลยทีเดียวแหละ
การปฏิบัติบทเรียนที่2
เริ่มด้วยการใช้จานโซ่ขนาดกลาง (มือสับเกียร์ข้างซ้ายชี้เลข2) มือสับข้างขวาชี้เลข2เช่นกัน เราจะใช้แต่เกียร์ที่มือขวาเท่านั้น
มือสับเกียร์ข้างซ้ายปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไร
ออกรถปั่นไปจนกว่าขาจะซอยอยู่ที่ 80 รอบ/นาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเกียร์ที่มือขวาเป็นเกียร์3 รอบขาของเราจะตกลงมาต่ำกว่า 80 รอบต่อนาที เร่งซอยขาจนได้ 80 รอบ/นาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์4 รอบขาจะต่ำกว่า 80 รอบอีกแล้ว เร่งซอยขาจนได้ 80 รอบต่อนาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์5 พยายามซอยขาขึ้นมาที่ 80 รอบ/นาทีอีก แล้วคงความเร็วขนาดนั้นไว้ซักพัก ถึงตรงนี้คุณจะมีทางเลือก 3 ทาง
1. คุณยังมีแรงเหลือเฟือแล้วก็อยากไปเร็วขึ้นอีก ก็เปลี่ยนเป็นเกียร์สูงขึ้นได้เรื่อยๆ
2. คุณอยากปั่นด้วยความเร็วขนาดนี้แหละ ก็รักษารอบขาไว้ประมาณนี้
3. คุณรู้สึกเหนื่อยและต้องออกแรงที่ขามาก ก็ให้ลดเกียร์ต่ำลงมาหนึ่งเกียร์ และพยายามคงรอบขาไว้แถวๆ 80 รอบ/นาที
ใช้วิธีซอยขาให้ได้ประมาณ 80-90 รอบ/นาทีนี้ แล้วถามความรู้สึกของขาคุณเองว่าเกียร์ที่ใช้อยู่นั้นหนักไป(ใช้เกียร์สูงไป) หรือ เบาไป(ใช้เกียร์ต่ำไป) แล้วก็เปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลงทีละ 1 เกียร์ให้พอดีกับแรงขา
ดื่มน้ำทุก 10-15 นาที พอ1/2 ชม.ก็จอดพักซักหน่อย แล้วก็เริ่มปั่นกลับบ้าน
การฝึกในช่วงสัปดาห์ที่3นี้ พยายามใช้เวลาให้ได้ 60-90 นาที/วัน ครบ 4-6 วันแล้วก็อย่าลืมพักเต็มๆอีกวันก่อนการฝึกในช่วงที่4ด้วย ฝึกความชำนาญในการเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวานี้ให้คล่องในทุกๆเกียร์
คำแนะนำสำหรับการหัดใช้เกียร์
มือสับเกียร์ข้างซ้ายอย่าเพิ่งไปเล่น ใช้สมาธิกับการใช้เกียร์ที่มือขวาก็พอแล้ว
พยายามใช้ให้หมดทุกเกียร์(มือขวา) จับความสัมพันธ์ของเกียร์กับความเร็วในแต่ละเกียร์ และกับแรงที่ต้องใช้
รักษารอบขาให้อยู่ในช่วง 80-90 รอบ/นาทีตลอดการฝึก
จะเลือกใช้เกียร์ไหนก็ให้ถามขาของคุณเอง ว่าเบาไป หรือ หนักไป
เวลาเปลี่ยนเกียร์ทุกครั้งให้ผ่อนแรงถีบบันไดลง แต่อย่าหยุดปั่น จะทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น
อย่าเพิ่งขึ้นเขา รอให้ฝึกสำเร็จก่อนค่ะ
บทเรียนที่3
เรามาลองใช้มือสับเกียร์ข้างซ้ายกันบ้าง ขาของแต่ละคนก็น่าจะมีแรงพอจะปั่นด้วยจานโซ่ใบใหญ่สุดได้สบายๆ ช่วงนี้เราจะค่อนข้างฟรีสไตล์ ขอให้คุณๆทำความรู้จักกับจักรยานเสือภูเขาของคุณให้ได้มากที่สุด เวลาในการขี่ในแต่ละวันไม่จำกัด ขออย่าน้อยกว่า 90 นาทีเป็นใช้ได้
การปฏิบัติบทเรียนที่3
ปั่นจักรยานด้วยความเร็วพอสมควรในเกียร์ 3 หรือ 4 แล้วใช้มือซ้ายเปลี่ยนเกียร์จาก 2 ไป 3 ผ่อนแรงถีบบันไดเล็กน้อย สังเกตดูรอบขาด้วยนะคะว่าตกมาเยอะแค่ไหน ลองซอยขาขึ้นไปที่ 80-90 รอบ/นาทีลองเปลี่ยนเกียร์ที่มือขวาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ออกแรงปั่นเยอะหน่อย ดูว่าที่เกียร์สูงสุดนั้นคุณจะยังปั่นขาที่ 80 รอบ/นาทีได้มัย ?
ถ้าได้-นานแค่ไหน ? ก่อนจะหมดแรง ลองเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำดูบ้าง เปลี่ยนเกียร์ไปที่เลข1 ทั้งสองข้าง ชะลอความเร็วลงมาจนเกือบหยุด ลองปั่นขาดู ลองเกียร์ให้ครบทุกตำแหน่งว่ารู้สึกอะไรบ้าง การเปลี่ยนเกียร์ยาก-ง่ายแค่ไหน? การออกแรงขาเป็นอย่างไร? เลี่ยงภูเขา ดื่มน้ำ พักผ่อน เหมือนที่เคยฝึกกันมา
เมื่อจบช่วงที่สี่นี้ก็เท่ากับว่าคุณๆทั้งหลายได้ปูพื้นฐานที่ดีสำหรับการเป็นนักเล่นจักรยานเสือภูเขาอย่างเต็มตัวแล้วนะคะ คุณๆจะมีทักษะและกำลังขาในการปั่นจักรยานไปไหนๆได้สบาย ใครที่ติดมาตรวัดระยะทางไว้ด้วยก็ลองดูซิคะว่าคุณใช้ระยะทางไปทั้งหมดเท่าไหร่ในการปูพื้นฐานให้ขาของคุณ และหลายๆคนที่ฝึกแบบเต็มที่ส่วนใหญ่จะได้ระยะทางมากกว่า 1,000กม. ในเวลาแค่เดือนเดียว! อย่าลืมว่าการฝึกขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญมากในการก้าวขึ้นไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น อย่างใครที่เคยเรียนเทนนิสอย่างถูกต้องก็คงจำได้นะคะว่าต้องรำไม้เปล่าๆกันอยู่ตั้งหลายนานกว่าจะได้ลงตีลูกจริงๆ หรืออย่างนักกอล์ฟก็ต้องหมั่นซ้อมวงสวิงกันอยู่ตลอด เพราะพื้นฐานที่ถูกต้องเหล่านี้แหละที่จะนำเราไปสู่การพัฒนาระดับฝีมือที่สูงขึ้นค่ะ แต่ละอาทิตย์ถ้าไม่มีเวลาที่จะขี่จักรยานกันได้ทุกวัน ก็ขอให้ใช้วันหยุดของคุณไปในการปั่นจักรยานไกลๆ (มากกว่า 60กม.) ซักวัน เพื่อรักษาสภาพความพร้อมของร่างกายไว้ให้ได้มากที่สุด

ทำไมต้องซอยขาที่ 80 รตน.หรือมากกว่า ? เหตุผลมีหลายอย่างค่ะ
1.เพราะต้องการให้หัวเข่าปลอดภัยจากอาการบาดเจ็บ อย่าลืมว่าต้องปรับตำแหน่งและความสูงของเบาะให้ถูกต้องด้วยนะคะ เพราะถ้าหากปรับเบาะไม่ถูกต้องแล้ว การซอยขาเร็วก็ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก การปั่นซอยขาได้เร็วเป็นตัวชี้ว่าขาเราออกแรงไม่มากจนเกินไป แรงกดที่กระทำต่อกระดูกหัวเข่าชิ้นต่างๆจึงไม่มากนักด้วย การสึกหรอก็น้อยตาม และจากการตั้งตำแหน่งเบาะที่ถูกต้องกับรอบขาที่สูงโดยที่แรงกดไม่มากนี้จะทำให้ชิ้นส่วนต่างๆของหัวเข่าได้ขัดถูกันอย่างดี การเคลื่อนไหวของหัวเข่าก็จะราบลื่นตามไปด้วย
2.ลดหรือเลี่ยงอาการบาดเจ็บ หรืออาการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของขา จากเหตุที่ว่าขาเราไม่ต้องออกแรงมากไงคะ กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นทั้งหลายก็พลอยสบายไปด้วย ผลพลอยได้จากการที่กล้ามเนื้อไม่ต้องออกแรงเค้นมาก และการซอยขาที่สม่ำเสมอไม่มีการกระแทกกระทั้นเหมือนกีฬาอย่างอื่น ทำให้กล้ามเนื้อขาของนักจักรยานที่ฝึกตามสูตรนี้มีรูปทรงที่สวย ไม่ปูดโปนอย่างนักฟุตบอลหรือนักวิ่งแน่นอนค่ะ(สาวๆทั้งหลายสบายใจได้)
3.มาจากห้องวิจัยด้านกีฬา(ของฝรั่ง)ว่า การซอยขาปั่นจักรยานที่ 80-90 รตน.นี้เป็นช่วงที่เราได้ประสิทธิภาพโดยรวมจากร่างกามากที่สุด คือได้กำลังจากขามากแต่ขณะเดียวกันก็ใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อน้อย และการขจัดกรดแลคติคที่เป็นของเสียจากการออกกำลังของกล้ามเนื้อก็มีอัตราที่สูง พูดง่ายๆว่าถ้าให้ใครซักคนทานอาหารที่ปริมาณเท่าๆกันแล้วปั่นจักรยาน การใช้รอบขา 80-90 รตน.นี้จะไปได้ไกลที่สุดก่อนจะหมดแรงหรือล้าจนปั่นไม่ไหว เมื่อเทียบกับการที่ใช้รอบขามากหรือน้อยกว่า
4.มาจากห้องแล็บ คือว่าการปั่นขาที่ 80-90 รตน.นี้จะสามารถเร่งความเร็วขาขึ้นไปที่รอบสูงได้ดีกว่าการปั่นขาที่รอบต่ำกว่านี้ และสามารถส่งต่อเกียร์ที่สูงขึ้นได้ดีกว่า พูดง่ายๆว่าเร่งแซงได้เร็วขึ้นกว่าการปั่นขาที่รอบต่ำ ถ้าเทียบเป็นรถยนต์ก็ลองดูสิคะว่าจากความเร็ว 60 กม./ชม.ขึ้นไปที่ความเร็ว 100 กม./ชม.นั้น ถ้าใช้เกียร์สี่จะกินเวลาเท่าไหร่? แล้วลองใช้เกียร์สามที่ต้องใช้รอบสูงขึ้นจะใช้เวลาน้อยลงแค่ไหน พอจะเห็นภาพกันหรือเปล่าคะ?
5.เป็นการถนอมระบบขับเคลื่อนของจักรยานคันเก่งของเราให้ทนขึ้น ซึ่งก็คล้ายกับเหตุผลข้อแรกนั่นแหละค่ะแต่มาประยุกต์ใช้กับจักรยานแทน แค่ห้าข้อนี่ก็น่าจะจูงใจให้มาหัด “ซอยยิกๆ” กันบ้างแล้วนะคะ
ทำไมต้องดื่มน้ำเยอะ?กีฬาจักรยานเป็นกีฬาที่มีอะไรแปลกๆหลายอย่าง คือเรื่องดื่มน้ำนี่แหละ คนที่ขี่จักรยานส่วนใหญ่ถ้าแดดไม่ร้อน หรือขี่อยู่แค่ใกล้ๆก็จะไม่ค่อยนึกถึงเรื่องกระหายน้ำกัน เหตุก็เพราะขณะที่เราขี่จักรยานฝ่าอากาศไปนั้น ลมที่มาปะทะตัวเราจะพาเหงื่อให้ระเหยไปอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่รู้สึกร้อน แล้วก็พลอยไม่กระหายน้ำไปด้วย ไม่เหมือนกีฬาอย่างอื่นที่เล่นอยู่กับที่และการเคลื่อนที่ผ่านอากาศก็ไม่ต่อเนื่องเช่น เทนนิส บาสเกตบอล ฯลฯ ที่พอหยุดเคลื่อนไหวแล้วจะรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาทันที ก็เลยต้องหาน้ำดื่มคลายร้อนกันโดยอัตโนมัติ แต่อย่าลืมว่าขณะที่เราออกแรงปั่นจักรยาน ร่างกายก็ต้องเกิดความร้อนขึ้นเช่นกัน แล้วความร้อนนี้ก็ถูกควบคุมโดยน้ำในร่างกายที่ออกมาเป็นเหงื่อ เราจึงต้องทดแทนน้ำส่วนที่เป็นเหงื่อนี้ด้วยการดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปเช่นกัน ไม่เช่นนั้นหากเสียน้ำในรูปของเหงื่อหรือปัสสาวะมากเกินไปก็จะเกิดอันตรายได้ ดังนั้นจึงควรฝึกดื่มน้ำในขณะขี่จักรยานให้เยอะๆไว้จนเป็นนิสัยค่ะ
ทำไมต้องมีวันหยุดพัก,ฝึกปั่นทุกวันไม่ได้หรือ? ก็มีหลายเหตุผลอีกแหละค่ะ หนึ่งคือเพื่อเป็นการปรับร่างกายให้เคยชินกับการฝึก จากการทดลองของฝรั่งเค้าพบว่า ถ้าตะบี้ตะบันฝึกทุกวันแล้ว อัตราการก้าวหน้าในการปรับตัวของร่างกายจะไม่ค่อยดี สู้ฝึกๆหยุดๆไม่ได้ ซึ่งจากการทดลองก็เลยพบเหตุที่สองคือสภาพที่เรียกว่า “โอเวอร์เทรนนิ่ง” (Overstraining) คือ อาการโทรมจากการฝึกซ้อมมากเกินไปสภาพนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของร่างกายตกต่ำลงอีกต่างหาก และอาจเกิดอันตรายด้วยหากยังดันทุรังฝึกหนักต่อไป ไว้จะมาแจงรายละเอียดกันเมื่อมีโอกาสหรืออาจต้องขอความรู้จากนักวิชาการตัวจริงให้มาช่วยวิสัชนากันหน่อย
ทำไมต้องให้รีบซักชุดที่ขี่จักรยาน? เหตุผลก็คือไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคไงคะ เพราะทั้งเหงื่อ ทั้งฝุ่น ทั้งขี้ไคล ขี้โคลน ฯลฯ จะทำให้ชุดเก่งของคุณๆเป็นแหล่งอาหารอันสมบูรณ์ของแบคทีเรียทั้งหลาย ไม่เชื่อก็ลองทิ้งไว้ไม่ซักสิคะ ไม่เกิน3วันเท่านั้นแหละ…เป็นศพ..เอ๊ย!..กลิ่นตลบ คราวนี้ถ้าซักไม่สะอาดจริงชุดของคุณโดยเฉพาะเป้ากางเกงก็จะเป็นบ้านอันแสนสุขของเหล่าแบคทีเรีย เวลาปั่นจักรยานครั้งต่อไปเมื่อขาหนีบของคุณเสียดสีกัน ไม่ต้องถึงกับเป็นแผลหรอกค่ะ แค่เป็นรอยถลอกบางๆเท่านั้นแหละ เจ้าแบคทีเรียทั้งหลายก็จะเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนังของคุณ แล้วก็ขยายตัวก่อให้เกิดอาการอักเสบ-ระบมขึ้นไง
ผมเล่นจักรยานมานานแล้ว จำเป็นที่จะต้องมาเริ่มโปรแกรมปั่นพื้นฐานของมือใหม่นี้ด้วยหรือเปล่า?
โปรแกรมนี้มีจุดประสงค์ที่จะปูพื้นฐานที่ถูกต้องให้กับผู้ที่รักจะเล่นจักรยาน(ทุกชนิด)ในแบบที่ถูกต้อง ก็ลองถามตัวคุณเองดูนะคะว่าคุณได้เริ่มต้นเล่นจักรยานมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า? โดยการดูว่า 1) ร่างกายของคุณปรับตัวเข้ากับจักรยานได้ดีหรือไม่? 2) ในการขี่จักรยานโดยปรกติคุณใช้รอบขาสูง 80-90 รตน.หรือไม่? 3) คุณใช้เกียร์ได้คล่องและถูกต้องหรือไม่? ถ้าคุณตอบ “ไม่ ” ตั้งแต่หนึ่งข้อขึ้นไปแล้วคุณอยากจะเล่นจักรยานให้ได้ดีไม่มีการบาดเจ็บจากการออกกำลัง ก็คิดว่าคุ้มค่าที่คุณจะมาเริ่มฝึกใหม่ตามโปรแกรม
ขณะฝึกตามโปรแกรม จะหยุดพักได้บ่อยแค่ไหน? หยุดพักได้เมื่อคุณขี่ได้ครึ่งหนึ่งของเวลาที่คุณตั้งใจจะขี่ค่ะ อย่างเช่นถ้าคุณอยู่ในช่วงแรกของบทเรียนที่หนึ่ง คุณก็จะหยุดพักได้เมื่อขี่ไปแล้ว 15 นาที แต่ในขณะที่ปั่นอยู่ใน15นาทีนั้น อย่าหยุดปั่นขาบ่อยหรือไม่ควรหยุดปั่นขาเลย (ยกเว้นในจุดที่ต้องชะลอความเร็ว เช่น ตามทางแยก หรือ ต้องเหล่หนุ่ม-เหล่สาว ฯลฯ) เพราะการซอยขาตลอดเวลาจะทำให้กล้ามเนื้อขาของเรา “จำ” การซอยขาที่ 80 รตน.นี้ได้เร็วขึ้น และทำให้ระบบการหายใจ, การเผาผลาญอาหาร ฯลฯ ของร่างกายทำงานได้คงที่ด้วยซึ่งจะเป็นผลดีต่อร่างกายของเราเองค่ะ แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้นเสมอ ดังนั้น จงหยุดพักได้บ่อยเท่าที่คุณอยากจะพักนั่นแหละค่ะ ไม่มีใครจะรู้ดีไปกว่าตัวคุณเองหรอก

บทความคัดลอกมาครับ ลองทำดูครับน่าจะมีประโยชน์พอสมควร...
ปั่นให้เป็น เย็นเรื่อยไป อย่าให้ใครแซง....
รูปประจำตัวสมาชิก
aroma_GG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1420
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ก.พ. 2011, 21:31
team: -

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย aroma_GG »

วันนี้ก็เพิ่งปั่นหนแรกในรอบหลายเดือน ขาไปความเร็วตามมาตรฐานปกติ แต่ขากลับใจได้แต่ขามันไม่เอาด้วยแล้ว กว่าจะถึงบ้าน ช้ากว่าเดิมตั้งครึ่งชม. :cry: แต่ต้องขอบคุณ ทริปรายการพิชิตเขานางหงส์ ที่พังงา เมื่ออาทิตย์ก่อน ทำให้มีไฟขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ต่อไปก็นับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง :D ..
simmons
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 228
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2011, 14:22
Tel: 056221488
Bike: giant

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย simmons »

สวัสดีครับพี่คนเมืองเทวดา(ใช่นครสวรร์ป่าวเอ่ย)

ปั่นเจอกันก็ทักได้นะครับผมก็เริ่มขี่คนเดียวเหมือนกันครับ :mrgreen:
คนเมืองเทวดา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 365
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2012, 05:04
Tel: 055-781233
team: เสือชากังราว
Bike: polygon spy6.0
ตำแหน่ง: กำแพงเพชร
ติดต่อ:

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย คนเมืองเทวดา »

kob500 เขียน:มือใหม่เหมือนกันครับ เอาใจช่วย ^^ ค้นหาข้อมูลในเว็บนี้ ยิ่งอ่านเยอะ ทําให้ปั่นสนุกขึ้นครับ
:D ขอบคุณครับ..ก่อนปั่นก็อ่าน..หลังปั่นก็อ่าน..พี่ๆในนี้ใจดีทุกท่าน (โดยเฉพาะพี่ ลมรำเพย หาข้อมูลมาให้ขอบคุณครับ)
sportivo เขียน:4 วันนี่ปั่นติดต่อกันหรือเปล่าครับ ดูจากระยะทางและเวลาที่น้อยลงในสองวันหลังแสดงว่าร่างกายล้ามากขึ้น ปั่นไปได้สองวันแล้วควรหยุดพักสัก 1 วันครับ ไม่อย่างนั้นพอล้าแล้วการออกกำลังจะไม่ได้เป็นไปตามแผนและไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ แต่ตัวเลขสองวันแรกก็ดูดีแล้วถือว่าร่างกายมีความฟิตพอสมควรครับ แต่ถ้าจะให้ดีควรวัดค่า HR ดูประกอบกันไปด้วย :ugeek:
:D ปั่นติดต่อกันครับ...ครับเริ่มล้า..คงพักซักวันสองวันครับขอบคุณครับ
aroma_GG เขียน:วันนี้ก็เพิ่งปั่นหนแรกในรอบหลายเดือน ขาไปความเร็วตามมาตรฐานปกติ แต่ขากลับใจได้แต่ขามันไม่เอาด้วยแล้ว กว่าจะถึงบ้าน ช้ากว่าเดิมตั้งครึ่งชม. :cry: แต่ต้องขอบคุณ ทริปรายการพิชิตเขานางหงส์ ที่พังงา เมื่ออาทิตย์ก่อน ทำให้มีไฟขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ต่อไปก็นับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง :D ..
:D สู้สู้ครับ..อยู่ที่ใจครับ
simmons เขียน:สวัสดีครับพี่คนเมืองเทวดา(ใช่นครสวรร์ป่าวเอ่ย)

ปั่นเจอกันก็ทักได้นะครับผมก็เริ่มขี่คนเดียวเหมือนกันครับ :mrgreen:
:D ใช่ครับพี่บ้านอยู่คอนหวันครับ...แต่มาทำงานที่กำแพงเพชรครับ
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
เด็กราดรีขี่4300
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 12984
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:01
Tel: 081-9951152
team: LoveBike
Bike: จักรยานเก่าๆ

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย เด็กราดรีขี่4300 »

ส่วนสูง น้ำหนักเท่าผมเลย :lol:

อย่าหักโหมนะครับ อาทิตย์นึง หยุดพักสักวันนึง
รูปประจำตัวสมาชิก
T_lek
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 622
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2011, 07:40
Tel: 0818914972
team: TEPSATREE CYCLING CLUB (รถถีบค่ายเืทพ)
Bike: PEUGEOT Black Rock Cromo By MJ
ตำแหน่ง: นครศรีธรรมราช

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย T_lek »

4 วัน ปั่นไป 102 ...เร่งไปหรือเปล่าครับ.........

ผมว่าใจเย็นๆ ฝึกตามสเตปที่คุณ ลมรำเพย copyมาให้อ่านดีกว่า.. :D

ด้วยความเป็นห่วง :lol: :lol: :lol:
ปั่นไม่ไว แต่จะ ไปให้ถึง
รูปประจำตัวสมาชิก
Si-am.
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 285
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.พ. 2012, 21:37
Bike: Specialized Roubaix Comp SL2 อะไหล่เดิมๆก็หล่อสุดๆแล้ว&ทัวร์ริ่งสับถังๆๆๆๆๆ
ติดต่อ:

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย Si-am. »

เมื่อตอนที่ผมอยู่ ตจว ได้หมอบมาใหม่ๆ ผมก็ปั่นไปไกลมาก ไม่รู้ว่ากี่โล รู้แต่ว่ามันเพลินมาก
ท่ามันเท่ห์ด้วย(เป็นเสือหมอบ) พอขากลับๆมาแทบไม่ถึงบ้าน :lol: พอได้นอน ก็หลับยาวๆ เช้ามา ขาแข็งปั๊ก :lol:
แต่ก็ยังไม่หยุดปั่น แต่ปั่นสบายๆไม่ไปไกลมาก เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายและได้พัก พอสักอาทิตย์กว่าๆ
กล้ามเนื้อเริ่มเข้าที่ ทีนี้ก็ยาวๆได้ แต่ผมจะพัก อาทิตย์ละ 2 วัน ในวันที่พัก จะปั่นเบาๆ ปั่นชิวๆ


สรุปก็คือ ถ้าเรายังไม่เคยปั่น ควรเริ่มจากเบาๆไปก่อน เหมือนวอร์มอัพ สัก 2-3 วัน
ให้ร่างกาย กล้ามเนื้อปรับตัวก่อน จะได้ไม่ล้าจนเกินไป :D
ขอ พลัง จงสถิตอยู่กับท่าน เหล่าสาวก อัศวิน เจได
คนเมืองเทวดา
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 365
ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ม.ค. 2012, 05:04
Tel: 055-781233
team: เสือชากังราว
Bike: polygon spy6.0
ตำแหน่ง: กำแพงเพชร
ติดต่อ:

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย คนเมืองเทวดา »

เด็กราดรีขี่4300 เขียน:ส่วนสูง น้ำหนักเท่าผมเลย :lol:

อย่าหักโหมนะครับ อาทิตย์นึง หยุดพักสักวันนึง
:D ครับขอบคุณครับ..พักสองวันแล้ว..
T_lek เขียน:4 วัน ปั่นไป 102 ...เร่งไปหรือเปล่าครับ.........

ผมว่าใจเย็นๆ ฝึกตามสเตปที่คุณ ลมรำเพย copyมาให้อ่านดีกว่า.. :D

ด้วยความเป็นห่วง :lol: :lol: :lol:
:D ครับขอบคุณครับ..ที่เตือน..กำลังไฟแรงครับครู..สบายดีนะครับ
Si-am. เขียน:เมื่อตอนที่ผมอยู่ ตจว ได้หมอบมาใหม่ๆ ผมก็ปั่นไปไกลมาก ไม่รู้ว่ากี่โล รู้แต่ว่ามันเพลินมาก
ท่ามันเท่ห์ด้วย(เป็นเสือหมอบ) พอขากลับๆมาแทบไม่ถึงบ้าน :lol: พอได้นอน ก็หลับยาวๆ เช้ามา ขาแข็งปั๊ก :lol:
แต่ก็ยังไม่หยุดปั่น แต่ปั่นสบายๆไม่ไปไกลมาก เพื่อให้กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลายและได้พัก พอสักอาทิตย์กว่าๆ
กล้ามเนื้อเริ่มเข้าที่ ทีนี้ก็ยาวๆได้ แต่ผมจะพัก อาทิตย์ละ 2 วัน ในวันที่พัก จะปั่นเบาๆ ปั่นชิวๆ


สรุปก็คือ ถ้าเรายังไม่เคยปั่น ควรเริ่มจากเบาๆไปก่อน เหมือนวอร์มอัพ สัก 2-3 วัน
ให้ร่างกาย กล้ามเนื้อปรับตัวก่อน จะได้ไม่ล้าจนเกินไป :D
:D ครับ..ขอบคุณครับ..ตามพี่ว่าเลยหลับยาว...


รูปภาพ

ตารางของเมื่อเช้าครับ..รู้สึกดีกว่า4วันแรก หลังจากได้พัก..วันนี้ขี่แบบตารางของพี่ๆที่ให้ข้อมูลมาครับ
เมื่อเช้าขี่ที่ จานหน้าเกียร์ 2 จานหลัง(ไม่รู้)ดูที่มือเกียร์ด้านหน้า เลข 7 (สี่วันแรกขี่ที่เลข6)
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
รูปประจำตัวสมาชิก
GTX
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 520
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 พ.ย. 2010, 09:12
team: 1 Sby Cycling Team

Re: มือให่ม.รายงานตัวกับ 4วันแรก

โพสต์ โดย GTX »

ดูจากข้อมูลแล้วเหมือนวันหลังๆนี่เริ่มเมื่อยล้า เวลา ระยะทางลดลงเรื่อยๆ ผมว่าลดความเร็วและเวลาลงดูก่อนดีกว่าครับ อาทิตย์ สองอาทิตย์แรกลองปั่นดูสัก 30 นาทีดูก่อน ความเร็วไม่ต้องมาก อาจจะแค่ 15 พอ ให้ร่างได้ปรับตัวทำความคุ้นเคยกับการออกกำลังก่อน อย่าลืมยืดเส้น ยืดสาย ปั่นเบาๆวอร์มอัพ และคูลดาวน์ทั้งก่อนและหลังปั่นด้วยนะครับ

หลังจากนั้นค่อยปรับเวลาขี่ให้นานขึ้นอีกนิด อาจจะเป็น 40-45 นาที ความเร็วเดิม ขี่จนคุ้นเคยไปสัก 1-2 อาทิตย์แล้วก็ยืดเวลาออกไปอีกหน่อยเป็น 1 ชม. ปั่นอีกสัก 1-2 อาทิตย์ก็รวมแล้วราวๆ เดือนถึงเดือนครึ่ง หลังจากนี้ก็มีสองทางเลือกครับ ปรับเกียร์หนักขึ้นอีกเกียร์หรือยืดเวลาปั่นออกไปให้นานขึ้นอีก
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เทคนิคการฝึกซ้อม/สุขภาพ/อาหาร”