หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 17 ม.ค. 2012, 22:22
โดย bom001
ผมปั่นทุกวัน30-50กม. มีอาการเมื่อยขาไม่หายวันใหนออกรอบยาวหน่อยจะล้ามากเพี่อนๆมีวิธีแก้อาการบ้างไม๊ครับ

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 17 ม.ค. 2012, 22:48
โดย koboku
ลองพักมั่งสิครับ :D

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 18 ม.ค. 2012, 05:58
โดย titon7524
ถ้าเป็นไปได้ให้ถ่ายรูปด้านข้างขณะปั่นจะได้ช่วยดูครับ แต่ถ้าสันนิษฐานไว้ก่อนคือตำแหน่งหัวเขาเวลากดบันไดลงเมื่อขาจานอยู่แนวขนานพื้น หัวเขาไม่ตรงหรือเยื้องมากเกินไปกับแกนบันได ทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักครับ

หรือถ้าเซตจักรยานลงตัวแล้วลองดูเทคนิคการปั่นทางไกล โดยคุณเมาธา เปรมแสง

ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือเพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ
-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมากและร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ

การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบที่กล่าวถึงข้อห้าข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือ
คุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ


ติดตามเนื้ออื่นได้ครับ http://203.121.145.180/forum/viewtopic. ... e875b1fca1

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 18 ม.ค. 2012, 08:23
โดย จั๊ว
ก่อนและหลัง ขี่จักรยานต้องยืดเส้น-คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการบาดเจ็บ เมื่อยล้าได้ครับ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 1&start=45

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 18 ม.ค. 2012, 08:51
โดย เด็กราดรีขี่4300
:o ปั่นหนักไหมพี่ ถ้าปั่นหนักต้องพักให้ร่างกายมันซ่อมมั้งนา

เสริมโปรตีนเข้าไปหน่อย

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 20 ม.ค. 2012, 00:57
โดย bom001
titon7524 เขียน:ถ้าเป็นไปได้ให้ถ่ายรูปด้านข้างขณะปั่นจะได้ช่วยดูครับ แต่ถ้าสันนิษฐานไว้ก่อนคือตำแหน่งหัวเขาเวลากดบันไดลงเมื่อขาจานอยู่แนวขนานพื้น หัวเขาไม่ตรงหรือเยื้องมากเกินไปกับแกนบันได ทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักครับ

หรือถ้าเซตจักรยานลงตัวแล้วลองดูเทคนิคการปั่นทางไกล โดยคุณเมาธา เปรมแสง

ผมขอเตือนนักขี่จักรยานทางไกลทั้งต่อเนื่องติดด่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือเพื่อออกกำลังกายเพื่อสุขภาพครับ
-ข้อแรกสำคัญที่สุด อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด
-ข้อสองเดินทางเป็นกลุ่มเอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง คือเป็นตัวมาตรฐานการเดินทางครับ
-ข้อสามประชุมหารือกันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับวิธีการตามข้อสองให้ได้
-ข้อสี่ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75%ของความสามารถสูงสุด
ของคนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นครับ
-ข้อห้าห้ามขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อครับ ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย
วิธีนี้ไม่สามารถนำมาขี่ทางไกลได้ครับ แม้แต่ แล้มป์ แชมป์3 สมัยก็ไม่ใช้วิธีขี่แบบนี้ครับ
-ถ้าใช้วิธีตามข้อห้า ผลเสียคือ
1. การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง
2.กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดครับ
3. เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย
4. การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมากและร่างกายไม่เสียหายครับ
5. การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม
6. เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน
- ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วครับ
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ครับ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีครับ
อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ครับ
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นครับ
@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวครับแล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN ครับ บางท่าน
เข้าใจผิดนึกว่าความดันขึ้น ตกใจไปกันใหญ่ครับ

การขี่จักรยานแล้วใช้พฤติกรรมแบบที่กล่าวถึงข้อห้าข้างบนนี้ มีค่าเท่ากับ คุณกำลังทำร้ายตัวเอง หรือ
คุณกำลังพยายามฆ่าตัวตายนั่นเองครับ


ติดตามเนื้ออื่นได้ครับ http://203.121.145.180/forum/viewtopic. ... e875b1fca1

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 20 ม.ค. 2012, 00:59
โดย bom001
ขอบคุณมากเลยครับต้องเปลี่ยนวิธีการขี่ใหม่

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 21 ม.ค. 2012, 21:17
โดย bom001
วันนี้ไปลองมาแล้วครับขี่ช้ากว่าทุกวันปรกติขี่ประมาณ30-40กม/ชมวันนี้ขี่แบบสบายๆ20-27กม/ชมระยะทางประมาณ35กมใช้เกียเบาๆแบบขี่สบายๆกลับมาไม่มีอาการล้าที่ขาขี่สนุกขึ้นกลับมายังลองบนเทนเนออีก20นาทีสบายๆเลยครับอ้อผมลืมบอกผมขี่เสือภูเขาครับแล้วเมื่อวานก็พัก1วันขอบคุณมากเลยครับ

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 22 ม.ค. 2012, 01:49
โดย Dhandranunda
ขอถามหน่อยครับ คือจะไปทริปประเพณีกทม หัวหิน ทีนี้ช่วงนี้รถผมพัง กำลังรอคันใหม่ ไม่ได้ปั่นมา 2 อาทิตย์ หลังจากได้รถใหม่มาจะมีเวลาแค่ 3 วันเองก็จะถึงวันกำหนดเดินทาง เห็นว่าเขาจะปั่นกันประมาณ 30-35

ยังไม่เคยปั่นรวดเดียวร่วม 200 ก.ม กลัวว่าการขาดการซ้อมจะทำให้ร่างกายทนไม่ไหว คิดว่าจะทำยังไงดีครับ ควรยกเลิกมั้ย
หรือไปได้เท่าที่ทำได้ แล้วขึ้นรถเซอร์วิสถ้าไปไม่ไหว

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 22 ม.ค. 2012, 13:17
โดย bom001
ผมว่าถ้ามีโอกาศและเวลาก็น่าจะไปเอาแค่ไปไหวครับเก็บไว้เป็นประสพการผมก็อยากไปแต่ไม่มีโอกาศถ้าเป็นผมนะครับจะซ้อมแบบเบา
ๆไม่ให้ร่างกายล้ามากเพราะมีเวลาซ้อมน้อยไปแล้วก็ไปปั่นด้วยใจครับแข่งกะตัวเองหัวหินทริปในฝันครับอันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 23 ม.ค. 2012, 10:20
โดย SekRanger
คิดว่า overtrained ครับ

ควรมีวันพักบ้าง ใจเราไหว แต่ร่างกายมันมีขีดจำกัดของมันครับ

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 24 ม.ค. 2012, 09:23
โดย aatmatnavoy
เหมือนผมเป๊ะเลย ต้องพักบ้างครับ เเล้วจะดีขึ้น....

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 15 ก.พ. 2012, 13:54
โดย curfew race-bike
:D :D :D :D

Re: เมื่อยขาไม่หาย

โพสต์: 18 ก.พ. 2012, 10:05
โดย Dhandranunda
ผมมีอาการปวดร้าวหัวไหล่ลามมาถึงต้นแขนข้างซ้ายครับ ข้างขวาไม่เป็น อาการมือชาก็เป็นบ้างธรรมดาครับ ใช้ปลอกแฮนด์ลดมือชาแบบป้าน ก็ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรจึงเป็นข้างเดียว หรือว่าแขนซ้ายขวามันไม่เท่ากัน ระยะเอื้อมจึงต่างกันเล็กน้อย