หน้า 1 จากทั้งหมด 2
เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 13:00
โดย tokja
ระหว่างชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิดเอา อันไหนให้ประสิทธิภาพในการใช้งานดีกว่ากัน
ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ

Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 13:40
โดย O'Pern
พูดถึงความดี ผมว่าดีเท่ากัน
แต่ถ้าพูดถึงความชอบของแต่ละคนนั้น มันไม่เท่ากันแน่
ยกตัวอย่างตัวผมเองคนเดียว
ผมชอบแบบมืดกดยิงธรรมดาๆ นี่แหละ แบบใช้นิ้วชี้กด up shift นิ้วโป้งกด down shift โบราณๆ นี่และ เวิร์คมากสำหรับผม
และที่ไม่ชอบก็คือแบบบิด ไม่ชอบเพราะมันรู้สึกขาดๆ เกินๆ บางเกียร์ต้องมีบิดแล้วแถม บิดแล้วทอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเกียร์สุดท้ายที่ทำให้สายเคเบิ้ลตึง
- ไม่ชอบอีกอย่างคือมือบิดมันบวมๆ ขึ้นมา ทำให้พื้นที่ในการจับปลอกแฮนด์มันน้อยลงไป จับไม่ถนัด
แต่ชิฟเตอร์แบบบิดก็มีข้อเด่นของเขาก็คือ
- สามารถบิดรูดทีเดียวข้ามหลายเกียร์ได้ จะเด่นมากตอนใช้งานดาวฮิล
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 13:46
โดย อ้วนค้าบ
สำหรับผมนะ เรื่องเกียร์ แม่นไม่แม่น มันอยู่ที่ปรับตั้ง ต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัวล้วนๆ
-
แบบบิด สุดยอดแล้ว ทั้งความคล่องตัว และความสนุก มีปัญญาบิดแค่ไหน เกียร์ก็ไปตามนั้นเลย ไม่รู้สึกรำคาญก้านเกียร์เวลากำแฮนด์เต็มๆ มือ คนมือใหญ่ๆ คงจะเข้าใจ ใช้ได้ไม่นาน ยังติดใจอยู่เลย
ข้อเสีย ใช้นานๆ ยางที่หุ้มมือบิดจะเปื่อยอะดิ๊
-
แบบกด รวมๆ ผมก็ว่าโอเคนะครับ ดีกว่ามือบิดตรงไม่มียางป่ง ยางเปื่อยให้รำคาญใจ
ข้อเสีย คนมือใหญ่ๆ มันจะเกะกะ เวลากำแฮนด์เต็มๆมือ ต้องละนิ้วชี้ออกจากมือเบรก ไปปรับเกียร์ด้วย
ทางออก มือตบครับ

Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 14:16
โดย แม่อุ๊
ขออนุญาตออกความเห็นเพิ่มเติมนะขอรับ
มือบิด-ดีตรงที่ด้านซ้ายมีหลายกิ๊ก(กิ๊กหลายคน

)ทำให้บิดหลบสับจานได้ และตั้งสับจานได้ง่ายขึ้น (อ้างอิงจาก sram)
ส่วนการบิดรูดทีเดียวข้ามหลายเกียร์ก็ระวังหน่อยเด้อ ถ้าบิดเร็วไป โซ่วิ่งตามขึ้น-ลงไม่ทันแล้วไปติดคาในร่องเฟือง ทำให้ดึงตีนผี/ดร็อปเอ๊าท์หักได้นาขอรับ
ข้อเสียที่เจอ
1.ชิ้นส่วนภายที่ป็นพลาสติกหักง่ายจัง
2.ยางหุ้มเปือยแล้วหาซื้อยาก แพงด้วย
3.เปลี่ยนสายสลิงยากกว่าแบบกดแยะเลย
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 14:55
โดย อาซูจิ ยามากูเตะ
น่าจะฝาก มือตบของ Shimano ไว้เปรียบเทียบด้วยอีกตัวนึงครับ พักหลังๆดูคนใช้จะน้อยลงนะครับ
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 15:30
โดย อ่อนล้า
ผมใช้แบบกด ... ถนัดดี ... แบบบิดบางทีรถตกหลุมหรือจังหวะเผลอๆมือมันไปหมุนเปลี่ยนเองแบบไม่ตั้งใจ ก็เคยเป็น....และเหตูผลอีกอย่างคือ เจ้าหลานจอมยุ่งมันชอบไปบิดเล่นเวลารถจอดนิ่งๆ แล้วเราไม่อยู่ด้วยสิครับ...ไม่รู้มันสนุกอะไรกัน บิดทีหลายๆแก๊ก บิดขึ้นบิดลง.ไม่เลิกง่ายๆด้วย..เฮ้อ..เปลี่ยนดีกว่า
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 16:40
โดย tokja
ขอบคุณทุกท่านสำหรับความคิดเห็น
งั้น...ก็ถามต่อเลยว่า
ถ้าเปรียบเทียบมือตบกับมือรวม ข้อดี?ข้อเสีย?

Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 19:12
โดย ลายคราม
ชอบกันแต่่ต่างออกไป ตามความถนัดนะเนี่ยะ

Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 21:44
โดย spacemee
ผมขอ ตอบแบบว่า ตอนนี้ใช้จักรยานอยู่ 3 คัน มีทุกแบบเลยครับ
มือตบ จะมีข้อดีคือ ไม่รกครับ ดูแล้วเรียบร้อยดี ไม่เกะกะ เวลาเบรคแรงๆ หรือเผลอ อาจจะไปเปลี่ยนเกียร์ได้ครับ ใช้แรงในการเปลี่ยนเกียร์น้อย ระยะตบสามารถเปลี่ยนทีละหลายๆเกียร์ได้ โดยที่ไม่ต้องออกแรงในการเปลี่ยนเกียร์มากนัก วัสดุทนทาน
มือบิด จะเปลี่ยนเกียร์ได้แม่นยำกว่า และสามารถเปลี่ยนได้ทีละหลายๆเกียร์ได้ในการบิดครั้งเดียว จาก 1-9 เลยได้ครับ แต่ว่ายางของมือบิด เนื่องจากมันเป็นยาง จอดทิ้งไว้ ใช้ไปนานๆ ตากแดดบ้าง ยางอาจจะละลายติดมือได้คับ แต่ว่า ค่ามือบิดก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร เคยเห็นของ sram XO ถ้าจำไม่ผิดจะประมาณ 2000 บาท คือระดับtop ของมือบิด sram แต่ วัสดุเป็นพลาสติกดูไม่ค่อยหนักแน่นแข็งแรง และตีนผีจะแพงมาก มีหลายๆคนที่เคยใช้บอกว่า ขาตีนผีเปราะ หักกันได้ง่ายๆครับ ใช้แรงในการบิดเปลี่ยนเกียร์ไม่มากนัก แต่ก็สวยดีครับ คันต่อไปว่าจะใช้ครับ
มือกด ถ้าไม่เคยใช้จักรยานแบบมีเกียร์จะงงๆ นิดหน่อย เพราะว่า เกียร์ของมือซ้าย จะตรงข้ามกับมือขวา ว่าง่ายๆ คือ กดปุ่มนี้ ข้างซ้าย เป็นลบ ข้างขวา กลับเป็นบวก แล้วก็ระยะกด (เดี๋ยวนี้ รู้สึกจะเยอะมากครับ นิ้วไปไม่ถึง slx แต่ไปลองกด ของ xtr กลับไม่เป็นนะครับ) วัสดุทนทานนานปี ไม่น่าจะมีเสีย หรือเสื่อมสภาพ ง่ายๆ
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 24 ก.พ. 2009, 23:45
โดย Jaggies
จากประสบการณ์ ที่เคยใช้แล้วทั้งสามแบบ ตอนนี้ เลือกคบกะแบบกด กะแบบบิดครับ
ที่ไม่ใช้แบบตบ เพราะ นิ้วผมสั้น... (เกินไปมั้ง) เลยเปลี่ยนเกียร์ได้ครั้งละน้อยเกียร์ ... เหอๆๆๆ
แบบกด ผมใช้ กะตีนผี reverse นะครับ ก็ง่ายดี ไม่ค่อยสับสนกะจานหน้า เพราะเวลาเปลี่ยน ถ้าใช้นิ้วชี้เกี่ยว จะเบาขึ้น... ชอบเวลาเข้าแทรคที่ต้องขึ้นเขาเยอะ เพราะตอนเปลี่ยนเกียร์ให้เบา ใช้แรงน้อยดี ใช้นิ้วชี้เขี่ยเลย เบาแรงดี แต่ มีคนเค้าว่าไว้ ว่า แรงสปริง อาจจะน้อยเกินไป ในการดึงโซ่ขึ้นเฟืองใหญ่ แต่ จากที่ลองใช้มา กับ xtr rev ก็ใช้ได้ดีครับ อาจจะเพราะยังไม่เคยใช้ตอนโซ่ตึงสุดๆ ก็ได้... แต่การเซ็ตสับจาน ต้องนิ่งๆ นิดนึง เพื่อให้ จานกลางใช้ได้ทั้งหมดตั้งแต่ เฟือง 1 ยันเฟือง 9
แบบบิด ชอบทุกอย่างครับ ความเร็ว ความสะดวกสบายในการใช้ โดยเฉพาะ มือซ้ายที่ปรับจานหน้าได้ละเอียด แต่ ที่ไม่ชอบมีสองอย่าง คือ ใช้แรงเยอะตอนบิด กะชอบบิดเกินบิดขาด (ประจำ) โดยเฉพาะมือซ้ายนี่แหล่ะ
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 25 ก.พ. 2009, 02:28
โดย martie
เรื่องเปลี่ยนได้ทีละหลายๆเกียร์ของมือบิดนี่
ก็ดีคับ แต่ตอนนี้ใช้แบบมือกดอยู่ก็ทนทานดี ไม่มีเปื่อย
เรื่องเปลี่ยนที่ละหลายเกียร์ ผมมีรุ่นเก่าอยู่คันนึง
ใช้มือเกียร์รุ่นเก่าของshimano มันมีอยู่ก้านเดียว
จะขึ้นจะลงก็ก้านนี้แหละ เปลี่ยนได้ที่ละหลายเกียร์ด้วย
ไม่รู้แบบนี้เรียกว่าอาไร ใช่มือตบหรือเปล่า
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 25 ก.พ. 2009, 05:26
โดย a_bug
สับถังครับ แบบที่ว่าน่ะ
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 25 ก.พ. 2009, 08:03
โดย martie
ไม่ใช่แล้วคับ
เป็นเสือภูเขานะไม่ใช่หมอบ
นึกแบบเกียร์รุ่นเก่าๆดูหน่ะคับ
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 25 ก.พ. 2009, 08:23
โดย น๊อต สุ1000
ใช่ไอ้ที่มันมีกลมๆ แล้วก็มีก้านยื่นมารึเปล่าครับ ดันขึ้นดันลงอ่ะครับ
Re: เปรียบเทียบชิพเตอร์แบบกดกับแบบบิด
โพสต์: 25 ก.พ. 2009, 09:05
โดย martie
ใช่ๆคับ กลมๆมีก้านยื่นดันขึ้นลง
ที่กลมๆมีป้ายสีเหลืองๆเขียนชิมาโนและเลขบอกตำแหน่ง
เก่ามาแล้วนะ10กว่าปีได้