10 ธ.ค.54 ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสหยุดยาวกับเค้ากันสักที
อีกทั้งสมาชิกส่วนใหญ่ได้หยุดงานพร้อมกัน
จึงได้วางแผนจะขึ้นภูหินร่องกล้า
แต่นึกไปนึกมา...อ้าว...ไหนๆก็ได้ไปร่องกล้ากันแล้ว
ก็ไปภูทับเบิกมันซะเลยด้วยดีกว่า…ไม่ได้จะมากันได้บ่อยๆด้วย
ว่าแล้วจึงเกิดทริปนี้ขึ้นมา
.......
.......
ทางผู้เขียนได้ตกลงกับหัวหน้าชมรมไว้ว่าจะออกเดินทาง
เย็นวันที่ 9 ธ.ค.54 จะขึ้นไปค้างที่ภูหินร่องกล้าก่อน
ส่วนสมาชิกท่านอื่นที่ติดภารกิจพาภรรยาเข้านอน
ก็จะออกเดินทางอีกรอบในช่วงเช้าวันที่ 10 ธ.ค.54
ก็เป็นอันตกลง
.........
.........
.........
ผู้เขียนได้ออกเดินทางไปค้างคืนก่อนพร้อมกับสมาชิกท่านอื่นๆ
โดยทางหัวหน้าชมรมได้เตือนไว้เป็นอย่างดีว่า
“ตอนกลางคืนก็เพลาๆหน่อยเน้อ เดี๋ยวตอนเช้าจะขี่ไม่ไหว”
(เพลาๆอะไรก็คิดเอาเองนะครับ)

ฝ่ายรถเซอร์วิส+เสบียง

ตอนกลางคืนมีมีทติ้งรอบกองไฟ
กับแกล้มก็หมูย่างบาบีคิว แจ่วฮ้อน หมูกระทะ
ลูกชิ้น ฮอทดอก กินกันแบบไม่เกรงกลัวล่มจม
เรียกได้ว่ามาเที่ยวนี้น้ำหนักขึ้นกันอย่างน้อยคนละ3-4 กก.เลยทีเดียว
ผู้เขียนมองนาฬิกาเลยตกใจ!!!
ซวยแล้ว!!! ตี 3 แล้ว เมาปลิ้นอีกต่างหาก
พรุ่งนี้จะไหวไหมเนี่ย?? ว่าแล้วก็ขอตัวเข้าไปนอน
แต่ room mate เจ้ากรรม
ดันนอนเบิ้ลเครื่องเป็นเด็กแว้นขี่ 4 สูบ
ครอกกกกกกก...ฟรีรีรีรีรีรีรรีร.....
กว่าจะได้หลับก็ตี 4 T_T
ช่วงนี้ใครมาที่ภูหินร่องกล้า
แนะนำว่าควรเอาอุปกรณ์กันหนาวมาเยอะๆหน่อย
เนื่องจากอากาศหนาวมากครับ
ลมก็ค่อนข้างแรง ยังดีที่ไม่มีฝน



แม่ครัวประจำทีม
7.00 น.ตามเวลานัด
แน่นอนผู้เขียนถูกลากขึ้นมาจากที่นอน
ด้วยอาการเมาค้าง ปวดหัวสุดชีวิต
(ตอนนี้คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าเพลาๆอะไร)
แต่ไหนๆก็มาแล้วไปก็ไป(วะ) ไม่ไหวก็อู้ขึ้นรถเซอร์วิสเอา
ตื่นมาอาบน้ำแปรงฟันพอให้สร่างหน่อยนึง
แล้วก็จัดแจงเตรียมตัวไปกัน
ตอนเช้าช่วงที่ผมมาที่นี่ลมค่อนข้างแรงครับ
อากาศหนาวมาก



เราโชคดีได้เจอคนคอเดียวกันมาจากกรุงเทพครับ
เค้าบอกว่าเล่นอยู่ ThaiMTB เหมือนกัน ชื่อพี่ยะ ยินดีที่ได้รู้จักครับ




เริ่มลงจูงกันเป็นแถวๆ
ลักษณะเส้นทางที่ไปภูทับเบิกนั้นเป็นทางเรียบ
ลาดยางครับ แต่เป็นทางขึ้นตลอด ประมาณ 30 กม.
มีลงบ้างเพียงเล็กน้อย เล่นเอาหน้ามืดกันไปเป็นแถบๆครับ

กิจกรรมภายในครอบครัวครับ คุณพ่อกับคุณลูก
ส่วนคุณแม่เป็นตากล้อง+ พลขับรถเซอร์วิส


เส้นทางตัดผ่านป่า ร่มรื่น ไม่ร้อนครับ อากาสค่อนข้างหนาวเลยล่ะ

น้ำตกร่มเกล้า ภราดร ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า


จุดขายของที่ระลึกครับ ราคาตกลงกันได้

ผมสงสัยอยู่อย่างนึง ลูกศรมันชี้ทางขวา แต่ทำไมเลี้ยวซ้ายนะ
.ขึ้นอีก 23 กม.T_T




หนุ่มน้อยอนาคตไกล

แวะพักเป็นระยะๆ

ขอขอบคุณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย
ที่สนับสนุนรถพยาบาลสำหรับจัดทริปจักรยานแทบทุกครั้งครับ
(แต่พลขับเกี่ยงกันขับแฮะ เพราะมีแต่คนอยากปั่น
ผู้เขียนรอดตัวเพราะขับรถไม่เป็น)


อันนี้คุณแม่ ตากล้อง+พลขับ ถ่ายคู่กับคุณพ่อ




ในที่สุดก็มาถึงครับภูทับเบิก นักท่องเที่ยวเพียบเลย
ภูทับเบิก

ที่มาของภาพ http://travelthai-photo.blogspot.com/20 ... t_475.html
ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร
ภูทับเบิกมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร
นับเป็นจุดที่สูงที่สุดของจังหวุดเพชรบูรณ์
สร้างความตื่นตาตื่นใจกับผู้ที่ไปเยือนได้เป็นอย่างมาก
จนกลายเป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND
ด้วยภูมิประเทศที่สวยงาม ธรรมาชาติแบบทะเลภูเขา
อากาศบริสุทธิ์ และเย็นสบายตลอดปี
เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง
จึงสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกล
ในตอนเช้าจะมองเห็นกลุ่มเมฆ
และทะเลหมอกตัดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์
นอกจากนี้ภูทับเบิกยังเป็นสถาที่ที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์
คือ เป็นจุดที่ใช้รับน้ำฟ้ากลางหาว (เมื่อวันที่ 9 กัยยายน 2542)
เพื่อนำไปร่วมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้า
ถวายเป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์
ในพิธีพระราชมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542

คนนี้ที่ 1 over all ครับ หนีเดี่ยวมาก่อนเลย แรงจริงๆ




วิวทิวทัศนครับ อย่างกับเส้นทางตรูเดอ ฟรอง เลย เส้นทางไปหล่มสัก


แวะพักร้านกาแฟทานข้าวกัน


กองทัพเดินด้วยท้อง

คุณแม่กับคุณลูก




เด็กๆม้งครับ น่ารัก อัธยาศัยดี


หลังจากทานกันอิ่มแล้ว พักหายเหนื่อยแล้วก็เปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยครับ
จากตอนแรกสุดคิดไว้ว่ามาถึง ทานข้าว พักหายเหนื่อยแล้วก็กลับกัน
เปลี่ยนเป็นไปนมัสการพระอาจารย์วัชระ เจ้าอาวาสวัดป่าภูทับเบิกกันดีกว่า
ได้เที่ยวด้วยได้ทำบุญด้วย
วัดป่าภูทับเบิก

ที่มาของภาพ http://www.muangthai.com/
เป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2542
ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นช่วงที่กระแสลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยพัดผ่าน
โดยมีอุณหภูมิต่ำที่สุดบนภูทับเบิก
เพื่อนำไปรวมเป็นน้ำเพชรน้อมเกล้าถวาย
เป็นน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธี
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ
ในวันที่ 5 ธันวาคม 2542 นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระมหาเจดีย์โพธิปักขิยธรรม
เจดีย์เพชร 37 ยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและ
พระอรหันต์ธาตุ กว้าง 40 เมตร
ยาว 40 เมตร สูง 80.09 เมตร
จากตัวทางแยกกทับเบิก-เพชรบูรณ์-ภูหินร่องกล้า
ออกมาประมาณ 7 กม.จะไปถึงวัดป่าครับ
เส้นทางช่วงนี้ส่วนมากก็ยังเป็นทางขึ้นเขา
โดยเฉพาะช่วง2-3 กม.สุดท้ายผ่านหมู่บ้านทับเบิก
จะชันเป็นพิเศษ เค้าถึงบอกกันว่า
การทำความดีช่างยากลำบากนัก
(ขนาดจะไหว้พระยังเหนื่อยซะขนาดนี้)








เสือโด่ง ฉายา กลิ้งทั่วไทย









ทำบุญกันหน่อย จะได้เดินทางปลอดภัย แคล้วคลาดจากตัวตะคริว


บริเวณนี้กละครับที่เป็นจุดรองรับน้ำฟ้ากลางหาว

มาถึงที่นี่ต้องนี่เลยครับ ชาสมุนไพร ดับกระหาย เพิ่มความสดชื่น



กลุ่มพวกเราโชคดีมากครับที่มาทันหลวงพ่อวัชระ เจ้าอาวาสวัดป่าภูทับเบิก
กลับมาจากงานนิมนต์พอดี ท่านให้เกียรติถ่ายรูปร่วมกับพวกเราเพื่อเป็นสิริมงคล
พร้อมทั้งมอบวัตถุมงคลให้แก่กลุ่มพวกเราเพื่อป้องกันอันตราย
เดินทางโดยปลอดภัย

วัตถุมงคลที่หลวงพ่อให้มาครับ
หลังจากเสร็จจากการนมัสการหลวงพ่อ
เดินไหว้พระและชมบรรยากาศภายในวัดจนพอใจแล้ว
กลุ่มพวกเราก็เดินทางกลับกันครับ
ขอสารภาพตามตรง ขากลับนี่ขึ้นรถกันยกทีม
เริ่มด้วยตะคริวกินไป 2 คน
หมดแรงอีก 3 คน จึงตกลงกันว่าขึ้นรถกลับเหอะ T_T

ทยอยกันขึ้นรถทีละคนๆ


อัดขึ้นรถตู้มา 6 คันครับ

ขากลับเราแวะเที่ยวช๊อปปิ้งของที่ระลึกและเที่ยวชม รร.การเมืองการทหารกัน

รถผู้ใด แสดงตัวด่วนครับผม


กระปุกน้ำแบบใหม่

ภายใน รร.การเมืองการทหารครับ

บ้านพรรคสหายคอมมิวนิสสมัยนั้น




หลังจากเที่ยวจนจุใจแล้วก็เดินทางกลับกันครับ

ถึงบ้านแล้ว
สรุปทริปนะครับ
- ระยะทางที่ขี่ทั้งหมด 38 กม.(จากภูหินร่องกล้า-ภูทับเบิก-วัดป่าภูทับเบิก)
เที่ยวเดียว ขากลับอู้ขึ้นรถ
- เส้นทางขาไปเป็นทางขึ้นซะส่วนมากครับ
น่าจะมีพื้นฐานการออกกำลังกายมาบ้าง
- ขากลับเป็นทางลง ค่อนข้างอันตรายมากครับ โค้งเยอะ รถสวนไปมามาก
โดยเฉพาะฤดูท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นค่อยๆลงเถอะครับ
- เอายานวดติดมาด้วยก็ดีครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับผม