จะได้ยืดคอกะเค้าบ้าง
รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- bbkokoo
- ขาประจำ
- โพสต์: 1430
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 มี.ค. 2010, 23:02
- Tel: 086-2438959
- Bike: C’dale evo HM
รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
เห็นหมอบที่เค้าใช้เสต็มยาวๆ กัน นอกจากความสวยงามแล้ว มันส่งผลต่อการขับขี่ยังไงบ้างครับ
จะได้ยืดคอกะเค้าบ้าง
จะได้ยืดคอกะเค้าบ้าง
บัญชี => ธ.กสิกรไทย
เลขที่บัญชี => 145-2-59394-3
ชื่อบัญชี => สุภกิจ เจนศิริศักดิ์
เลขที่บัญชี => 145-2-59394-3
ชื่อบัญชี => สุภกิจ เจนศิริศักดิ์
- เสือตะคริว
- ขาประจำ
- โพสต์: 522
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 16:47
- team: Let's go Chiangmai
- Bike: รักนะแต่ไม่แสดงออก
- ตำแหน่ง: Chiangmai
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
หน้าไม่ไว มั่นคงไม่วอกแวก ที่สำคัญดูสวยกว่าเสต็มสั้นครับ 
คุณเสือตะคริวหยุดปั่นจักรยานชั่วคราว เลี้ยงลูกน้อยไปก่อน ขอมาปั่นกระทุ้แทน
- haow
- ขาประจำ
- โพสต์: 1007
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 01:28
- team: antifire
- Bike: TREK 830,INTENSE spider, SEVEN sola ,TREK 9.9, PARLEE Z5, INTENSE M6, dahon MUP8,TREK navigater,Bianchi,cervelo R5 DI2,DEROSA TEAM 09,CIPOLLINI RB1000,ARGON18 E118 DI2,Tyrell FSX
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
นิ่งครับ
- koboku
- ขาประจำ
- โพสต์: 6637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
- team: ต่อนยอน
- Bike: FALCON & TCR
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
แต่มันช่างหายาวๆยากเหลือเกิน
กว่าจะได้มายาว 130
แพงด้วย
หนักด้วย

กว่าจะได้มายาว 130
- อ่อนล้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 2782
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 12:14
- Tel: 080-3118737
- Bike: bianchi..lemond..K2..yeah
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
มีดีมีเสียครับ.....ช่วงล้อสั้นกว่า...ลงเขาอาจมีเฮ.....
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
ไม่ใช่ว่าเห็นเขาขี่คอแฮนด์ยาวแล้วอยากเปลี่ยนบ้าง..ต้องลองดูก่อนว่าเราก้มได้มากแค่ไหน..
คอแฮนด์ยิงยาวยิ่งก้มมากหลบลม...แต่ถ้าก้มไม่ได้มากก็ขี่คอแฮนด์ยาวไม่ได้ครับ...
ต้องดูส่วนสัดผู้ขี่กับไซส์ของรถด้วย..
คอแฮนด์ยาว ขี่นิ่ง... หน้าไม่ไว...ไม่วอกแวก... สปินท์ดี.. ยืนโยกดี....
คอแฮนด์ยิงยาวยิ่งก้มมากหลบลม...แต่ถ้าก้มไม่ได้มากก็ขี่คอแฮนด์ยาวไม่ได้ครับ...
ต้องดูส่วนสัดผู้ขี่กับไซส์ของรถด้วย..
คอแฮนด์ยาว ขี่นิ่ง... หน้าไม่ไว...ไม่วอกแวก... สปินท์ดี.. ยืนโยกดี....
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
- koboku
- ขาประจำ
- โพสต์: 6637
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ส.ค. 2009, 14:08
- team: ต่อนยอน
- Bike: FALCON & TCR
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
ใช้ยาวมาก ก้มมาก ระวังติดพุง

- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
มัจฉิมานุปทา ครับ
ยาวเท่าที่ยาวได้ แต่ต้องไม่ยาวเกินไป
เคยเจอกับตัวเอง ยาวกว่าที่เคยใช้แค่ 10mm ดูเหมือนจะดี ก้มไหว แต่ปั่นแล้วท้ายมันตุปั๊ดตุเป๋เอาง่ายๆ โดยเฉพาะเวลาวิ่งบนเส้นขาวที่ใช้ตีเส้นถนน ( ปั่นบนเส้นขาวเนี่ย เบาแรงดีนัก แต่ต้องระวังลื่นนะ )
ยิ่งยาว น้ำหนักยิ่งตกที่ล้อหน้ามากขึ้น ถ้ามองว่ายาวแล้วทำให้การหักแฮนด์เพื่อเลี้ยวทำได้ละเอียดขึ้น ( ขยับน้อย ไปน้อย ) แต่ก็เหมาะในกรณีของความเร็วต่ำแล้วเลี้ยวแบบsharp turn แต่การที่นน.ตกที่ล้อหน้ามากขึ้น รถจะว่องไวขึ้น ปราดเปรียว เข้าโค้งที่ระดับความเร็วสูงได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เพราะการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง จะอาศัยการถ่ายน้ำหนักตัวมากกว่าการจะหักแฮนด์เพื่อเปลี่ยนทิศทางของรถนะครับ
นั่นแหละ ได้อย่างเสียอย่างนะครับ ดูเหมือนรถนิ่ง คุมได้ง่าย แต่การที่นน.อยู่ไปด้านหน้ามากขึ้นอีกนิด ก็ต้องไม่ลืมเรื่องนิสัยของรถที่จะเปลี่ยนไปด้วยนะครับ
ตรงนี้ สำหรับคนที่ปั่นเสือภูเขามาก่อน คงจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะเสือภูเขาที่ต้องปั่นเข้าแทรค จะต้องsetรถให้เลี้ยวได้คล่องแคล่ว พวกรถstemยาวกลับกลายเป็นรถที่เข้าแทรคได้คล่องกว่า เพราะน้ำหนักที่ตกที่ล้อหน้ามากกว่า ทำให้รถเลี้ยวง่าย และการที่stemยาวก็ทำให้การเลี้ยวทำได้ละเอียดกว่าด้วย แต่รถstemยาวก็จะมีเรื่องระทึกได้บ่อยๆโดยเฉพาะในเวลาที่ปั่นลงเขา เช่น อาจจะบินข้ามแฮนด์ได้ง่ายๆ เพียงแต่เสือหมอบไม่ได้ขับขี่ในเส้นทางที่ระทึกใจแบบเสือภูเขา การที่ใช้stemยาว(เท่าที่ยาวได้) ก็ย่อมจะช่วยเหลือในเรื่องการบังคับควบคุม รถอาจจะดูไว แต่จริงๆแล้วมันนิ่ง ขยับแฮนด์นิดเดียว รถก็เลี้ยวนิดเดียว แต่ต้องไม่ลืมว่า ขยับตัวนิดเดียว รถไม่ได้เลี้ยวนิดเดียวนะครับ
คิดจะใช้รถstemยาวขึ้น ก็แนะนำให้ทำเอวพริ้วๆให้เก่งๆไว้หน่อย ยกเว้นจะปั่นแต่ทางตรงยาวๆเท่านั้น ก็คงอีกกรณีหนึ่ง
ยาวเท่าที่ยาวได้ แต่ต้องไม่ยาวเกินไป
เคยเจอกับตัวเอง ยาวกว่าที่เคยใช้แค่ 10mm ดูเหมือนจะดี ก้มไหว แต่ปั่นแล้วท้ายมันตุปั๊ดตุเป๋เอาง่ายๆ โดยเฉพาะเวลาวิ่งบนเส้นขาวที่ใช้ตีเส้นถนน ( ปั่นบนเส้นขาวเนี่ย เบาแรงดีนัก แต่ต้องระวังลื่นนะ )
ยิ่งยาว น้ำหนักยิ่งตกที่ล้อหน้ามากขึ้น ถ้ามองว่ายาวแล้วทำให้การหักแฮนด์เพื่อเลี้ยวทำได้ละเอียดขึ้น ( ขยับน้อย ไปน้อย ) แต่ก็เหมาะในกรณีของความเร็วต่ำแล้วเลี้ยวแบบsharp turn แต่การที่นน.ตกที่ล้อหน้ามากขึ้น รถจะว่องไวขึ้น ปราดเปรียว เข้าโค้งที่ระดับความเร็วสูงได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้เพราะการเข้าโค้งที่ความเร็วสูง จะอาศัยการถ่ายน้ำหนักตัวมากกว่าการจะหักแฮนด์เพื่อเปลี่ยนทิศทางของรถนะครับ
นั่นแหละ ได้อย่างเสียอย่างนะครับ ดูเหมือนรถนิ่ง คุมได้ง่าย แต่การที่นน.อยู่ไปด้านหน้ามากขึ้นอีกนิด ก็ต้องไม่ลืมเรื่องนิสัยของรถที่จะเปลี่ยนไปด้วยนะครับ
ตรงนี้ สำหรับคนที่ปั่นเสือภูเขามาก่อน คงจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เพราะเสือภูเขาที่ต้องปั่นเข้าแทรค จะต้องsetรถให้เลี้ยวได้คล่องแคล่ว พวกรถstemยาวกลับกลายเป็นรถที่เข้าแทรคได้คล่องกว่า เพราะน้ำหนักที่ตกที่ล้อหน้ามากกว่า ทำให้รถเลี้ยวง่าย และการที่stemยาวก็ทำให้การเลี้ยวทำได้ละเอียดกว่าด้วย แต่รถstemยาวก็จะมีเรื่องระทึกได้บ่อยๆโดยเฉพาะในเวลาที่ปั่นลงเขา เช่น อาจจะบินข้ามแฮนด์ได้ง่ายๆ เพียงแต่เสือหมอบไม่ได้ขับขี่ในเส้นทางที่ระทึกใจแบบเสือภูเขา การที่ใช้stemยาว(เท่าที่ยาวได้) ก็ย่อมจะช่วยเหลือในเรื่องการบังคับควบคุม รถอาจจะดูไว แต่จริงๆแล้วมันนิ่ง ขยับแฮนด์นิดเดียว รถก็เลี้ยวนิดเดียว แต่ต้องไม่ลืมว่า ขยับตัวนิดเดียว รถไม่ได้เลี้ยวนิดเดียวนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย lucifer เมื่อ 30 พ.ย. 2011, 10:11, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
ขอแจมด้วยคนครับ
เฟชั่นคอยาว
ส่วนตัวแล้วคิดเอาเองว่า
น่าจะมาจากการที่เหล่าโปรมี พลังช้างศาร ในการปั่นจักรยาน
ขนาดที่ว่าเฟรมที่แข็งแกร่ง ยังปิดเปี้ยวได้ ด้วยพลังที่กล่าวมา
เพื่อลดเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการขี่รถที่เฟรมเล็กลง เพื่อลดการบิดตัวของวัสดุ หรือ ที่เราเห็นผ่านๆว่า คล่อมไซค์ แล้วใส่ สเต็มคอยาวววววว อานเยื้องหลัง
แต่เราอย่าลืมว่า โปรทั้งหมด สามารถวัดตัวตัดเฟรมให้เข้ากับสรีระตนเองได้ ดังนั้น
การที่เราเห็นว่าโปรปั่นรถไซค์เล็ก แต่จริงๆแล้ว ตำแหน่งการนั่งปั่นของเหล่าโปร ก็ล้วนแต่ไม่ต่างอะไรมากกับ ตอนที่ปั่นรถที่ดูตรงไซส์
ด้วยเหตุดังกว่า
เราจึงเกิดแฟชั่นคล่อมไซค์ สเต็มยาว อานเยื้องหลัง ซึ่งก็ได้ผลเหมือนเหล่าโปร ที่รถให้การตอบสนองดีขึ้น
ก็มีข้อแนะนำว่า หากคร่อมไม่มากไป ใส่สเต็มยาว อานเยื้องหลัง ก็ยังได้อยู่
แต่ถ้าคล่อมมากไป ตำแหน่งถ้านั่ง มันจะเซ็ตยากมาก ยิ่งพวกที่เป็นหลักอานพิเศษ สำหรับเฟรมตนเองเท่านั้น จะเกิดปัญหามาก เพราะไม่สามารถเปลื่อนหลักอานได้ เหมือน เฟรมหลักอานท่อกลมทั่วไป
ส่วนหากเห็นโปร ที่ปั่นรถดูตรงไซค์ แล้วทำไม สเต็ม ยังดู ยาวววววว
ส่วนตัวคิดเอาเองว่า น่าจะมาจากการที่โปร มีกล้ามเนื้อ ที่แข็งแรง และยืดหยุ่น ทนทานกว่าเรามาก
จึงสามารถที่จะเอื้อม มือจับแฮนท์ไปข้างหน้า ไ้ด้มากกว่าเรา เพื่อให้ลมที่มาปะทะแขนมีความลาดเอียง ลู่ลมกว่าเดิม และเวลาหายใจ ลำตัวที่ยืดยาวกว่า
ก็ สามารถบรรจุอากาศได้ง่ายกว่า อีกทั้งทั้งเวลา ยืนโยกตำแหน่งการกดลูกบันไดก็เยื้องไปด้านหน้ามากกว่า ทำให้สร้างแรงกดได้ดีกว่าเดิมด้วย
ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมมั่วนะครับ
แต่ทุกๆอย่างอาจจะเปลี่ยนไปในอนาคตข้างหน้านี้
เพราะได้ข่าวว่า UCI จะออกกฎเรื่อง มิติ รถ ใหม่อีกแล้ว
ส่วนตัวคิดว่า การปั่นรถให้ใกล้เคียง ไซค์ ของ ตนเองมากที่สุด โดยยึดถือจากท่านั่งที่ไ้ด้มาตราฐานก่อน
แล้ว ค่อยยืด สเต็ม ตาม ถนัด น่าจะเป็นทางเลือกที่ เหมาะสมกว่าครับ
แต่จากคำถาม เรื่อง ความยาว สเต็ม มีผลต่างกับ สเต็มที่สั้นอย่างไร ก็
ถ้ายาวแล้ว มันจะ รู้สึกขณะปั่นว่า แฮนท์รถ นิ่งขึ้น ไม่วอกเวกส่ายง่าย เพราะระยะเส้นรอบวงในการหมุนแฮนท์มัน กว้างขึ้น ทำให้ ระยะขยับของ ท่อนแขน
ต้องขยับ มากขึ้น ในการหมุน แฮนท์ ส่งผลให้เราแม้จะขี่รถมือไม่นิ่งเหมือนที่ผ่านมา แต่หากเราใช้ สเต็ม ยาว แฮนท์ มันก็จะ นิ่งขึ้น จากผลของ ระยะเส้นรอบวงในการหมุนคอรถ ที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง
ส่วนเรื่องขี่แล้ว ทำความเร็วได้ดีกว่าเดิมหรือไม่ อันนี้ ต้องดู รายละเอียดส่วนบุคคล เป็น รายๆไปครับ เพราะแต่ละคนที่ ความถนัดที่แตกต่างกัน
ครับ จะมายาวตามกันแล้วเร็วหมด ก็ไม่ใช่ ลองตามไปดูรถโปร กันก็ดีครับ บางท่าน สเต็ม 110 ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งครับ
เฟชั่นคอยาว
ส่วนตัวแล้วคิดเอาเองว่า
น่าจะมาจากการที่เหล่าโปรมี พลังช้างศาร ในการปั่นจักรยาน
ขนาดที่ว่าเฟรมที่แข็งแกร่ง ยังปิดเปี้ยวได้ ด้วยพลังที่กล่าวมา
เพื่อลดเหตุดังกล่าว จึงเป็นที่มาของการขี่รถที่เฟรมเล็กลง เพื่อลดการบิดตัวของวัสดุ หรือ ที่เราเห็นผ่านๆว่า คล่อมไซค์ แล้วใส่ สเต็มคอยาวววววว อานเยื้องหลัง
แต่เราอย่าลืมว่า โปรทั้งหมด สามารถวัดตัวตัดเฟรมให้เข้ากับสรีระตนเองได้ ดังนั้น
การที่เราเห็นว่าโปรปั่นรถไซค์เล็ก แต่จริงๆแล้ว ตำแหน่งการนั่งปั่นของเหล่าโปร ก็ล้วนแต่ไม่ต่างอะไรมากกับ ตอนที่ปั่นรถที่ดูตรงไซส์
ด้วยเหตุดังกว่า
เราจึงเกิดแฟชั่นคล่อมไซค์ สเต็มยาว อานเยื้องหลัง ซึ่งก็ได้ผลเหมือนเหล่าโปร ที่รถให้การตอบสนองดีขึ้น
ก็มีข้อแนะนำว่า หากคร่อมไม่มากไป ใส่สเต็มยาว อานเยื้องหลัง ก็ยังได้อยู่
แต่ถ้าคล่อมมากไป ตำแหน่งถ้านั่ง มันจะเซ็ตยากมาก ยิ่งพวกที่เป็นหลักอานพิเศษ สำหรับเฟรมตนเองเท่านั้น จะเกิดปัญหามาก เพราะไม่สามารถเปลื่อนหลักอานได้ เหมือน เฟรมหลักอานท่อกลมทั่วไป
ส่วนหากเห็นโปร ที่ปั่นรถดูตรงไซค์ แล้วทำไม สเต็ม ยังดู ยาวววววว
ส่วนตัวคิดเอาเองว่า น่าจะมาจากการที่โปร มีกล้ามเนื้อ ที่แข็งแรง และยืดหยุ่น ทนทานกว่าเรามาก
จึงสามารถที่จะเอื้อม มือจับแฮนท์ไปข้างหน้า ไ้ด้มากกว่าเรา เพื่อให้ลมที่มาปะทะแขนมีความลาดเอียง ลู่ลมกว่าเดิม และเวลาหายใจ ลำตัวที่ยืดยาวกว่า
ก็ สามารถบรรจุอากาศได้ง่ายกว่า อีกทั้งทั้งเวลา ยืนโยกตำแหน่งการกดลูกบันไดก็เยื้องไปด้านหน้ามากกว่า ทำให้สร้างแรงกดได้ดีกว่าเดิมด้วย
ที่กล่าวมาทั้งหมด ผมมั่วนะครับ
แต่ทุกๆอย่างอาจจะเปลี่ยนไปในอนาคตข้างหน้านี้
เพราะได้ข่าวว่า UCI จะออกกฎเรื่อง มิติ รถ ใหม่อีกแล้ว
แล้ว ค่อยยืด สเต็ม ตาม ถนัด น่าจะเป็นทางเลือกที่ เหมาะสมกว่าครับ
แต่จากคำถาม เรื่อง ความยาว สเต็ม มีผลต่างกับ สเต็มที่สั้นอย่างไร ก็
ถ้ายาวแล้ว มันจะ รู้สึกขณะปั่นว่า แฮนท์รถ นิ่งขึ้น ไม่วอกเวกส่ายง่าย เพราะระยะเส้นรอบวงในการหมุนแฮนท์มัน กว้างขึ้น ทำให้ ระยะขยับของ ท่อนแขน
ต้องขยับ มากขึ้น ในการหมุน แฮนท์ ส่งผลให้เราแม้จะขี่รถมือไม่นิ่งเหมือนที่ผ่านมา แต่หากเราใช้ สเต็ม ยาว แฮนท์ มันก็จะ นิ่งขึ้น จากผลของ ระยะเส้นรอบวงในการหมุนคอรถ ที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง
ส่วนเรื่องขี่แล้ว ทำความเร็วได้ดีกว่าเดิมหรือไม่ อันนี้ ต้องดู รายละเอียดส่วนบุคคล เป็น รายๆไปครับ เพราะแต่ละคนที่ ความถนัดที่แตกต่างกัน
ครับ จะมายาวตามกันแล้วเร็วหมด ก็ไม่ใช่ ลองตามไปดูรถโปร กันก็ดีครับ บางท่าน สเต็ม 110 ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้งครับ
แก้ไขล่าสุดโดย แมวทอง เมื่อ 30 พ.ย. 2011, 10:52, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- โต้งหลังอนามัย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3542
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
- Tel: 0848507344
- team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
- Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
- ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
ยาวได้เท่าไหร่ ?
ลองปรับให้ปลายเบาะถอยหลังจากกึ่งกลางกระโหลก(ในแนวตั้งฉาก)ประมาณ 5-7 ซม. แล้วลองขี่ดูก่อน จับความรู้สึกดูว่า เอื้อมหรือค่ำ ไปจะได้รู้ว่าคอที่ใส่อยู่สั้นหรือยาวไป (อนุมานว่าจบเรื่องของไซส่เฟรมไปแล้วน่ะ) ส่วนตัวผมว่า ปลายเบาะควรถอยจากกึ่งกลางกระโหลกประมาณ 5-7 ซม. คอยาวไม่น้อยกว่า 110 ดูสมส่วน สวยงาม แต่ถ้าต้องเลื่อนเบาะมาด้านหน้ามากๆ เพื่อใส่คอยาว มันดูไม่ค่อยสวย และ ก็ไม่น่าจะเป็นท่าขี่ที่ดีต่อสภาพร่างกายในระยะยาวด้วย ที่สำคัญเซทแล้วเราต้องขี่มันได้ด้วยน่ะ...
ลองปรับให้ปลายเบาะถอยหลังจากกึ่งกลางกระโหลก(ในแนวตั้งฉาก)ประมาณ 5-7 ซม. แล้วลองขี่ดูก่อน จับความรู้สึกดูว่า เอื้อมหรือค่ำ ไปจะได้รู้ว่าคอที่ใส่อยู่สั้นหรือยาวไป (อนุมานว่าจบเรื่องของไซส่เฟรมไปแล้วน่ะ) ส่วนตัวผมว่า ปลายเบาะควรถอยจากกึ่งกลางกระโหลกประมาณ 5-7 ซม. คอยาวไม่น้อยกว่า 110 ดูสมส่วน สวยงาม แต่ถ้าต้องเลื่อนเบาะมาด้านหน้ามากๆ เพื่อใส่คอยาว มันดูไม่ค่อยสวย และ ก็ไม่น่าจะเป็นท่าขี่ที่ดีต่อสภาพร่างกายในระยะยาวด้วย ที่สำคัญเซทแล้วเราต้องขี่มันได้ด้วยน่ะ...
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555
- Team-CSC
- ขาประจำ
- โพสต์: 834
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:56
- team: จักรยานตราจรเข้
- Bike: จักรยานตราจรเข้
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
เห็นด้วยกับคุณโต้ง และ ความเห็นก่อนๆที่บอกว่า ควร set เบาะให้พอดีก่อน แล้วจึงหาความยาว stem ที่เหมาะกับความยืดหยุ่นของร่างกาย หรือ ลักษณะท่านั่งที่เราคิดว่าสบายที่สุดเวลาปั่น
ทฤษฏีการตั้งตำแหน่งของเบาะนั้น จำได้ว่ามีการถกกันในกระทู้อื่นไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะอ้างอิง Knee Over Pedal (KOP) หรือให้ ด้านล่างของลูกสะบ้าเข่า อยู่ตรงกับแกนของลูกถีบ (Pedal) อย่างไรก็ตามทฤษฏีนี้จริงๆแล้วไม่ได้มีผลทางด้าน Physics ใดๆเลย (จำไม่ได้ว่าอ่านมาจากบทความใคร) ดังนั้นถ้าจะบอกว่า set ตำแหน่งตรงนี้แล้วทำให้แรงถีบดีที่สุดก็ยังน่ากังขาอยู่
อย่างไรก็ตามการ set ตำแหน่งนั่ง ถ้าเราไม่ตกเป็นเครื่องมือของวิทยาศาสตร์แบบบ้าตัวเลข แล้วฟังร่างกายของเราให้มากขึ้น ก็คือการหาตำแหน่งที่เราปั่นแล้วสบายที่สุด หรือ ทรมานร่างกายน้อยที่สุดนั่นเอง ท่านที่ปั่นจักรยานเป็นระยะทางไกลๆก็คงสังเกตได้ว่าเราขยับตัวเลื่อนหน้าหลังแทบจะเป็นเรื่องปกติ ซึ่งการขยับตัวแบบนี้ก็ทำให้ เข่าไม่ได้ตรงในตำแหน่ง KOP อยู่แล้ว เมื่อเราก้มหมอบเมื่อจับแฮนด์ล่าง ตัวก็ต้องปรับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาสมดุล ก็ทำให้หลุดจากตำแหน่ง KOP หรือแม้กระทั่งการขึั้นเขาที่นักปั่นหลายๆท่าน มักจะเลื่อนตัวมาด้านหลังประมาณ 6-8 cm (อย่างน้อย Lance ก็ทำแบบนี้ และได้แนะนำจุดนี้) เพื่อเพิ่มแรงกด คล้ายๆกับการใช้หลักของคาน เพื่อเพิ่ม Torque
เมื่อหาตำแหน่งนั่งแล้ว stem คงไม่ใช่ปัญหาครับ สั้น หรือ ยาว ก็ดูว่าเราชอบจับตำแหน่งไหนมากที่สุด จะก้มจับบาร์ล่างบ่อยๆ หรือ จับตรงเบรคฮูด หรือจับตรง แฮนด์ด้านบนใกล้ๆตำแหน่งคอ บางคน set รถประหนึ่ง จะขี่ก้มจับบาร์ล่าง ประเภทโปรมาเองเลย แล้วก็บอกขี่ได้สบายไม่มีปัญหา เพราะไม่เคยขี่ระยะทางยาวๆ นานๆชั่วโมง (ไกลแปลว่า 100 KM ++ นานแปลว่า 3 ชม++) แบบนี้คงต้องพิจารณาหน่อย
รถสวยทำให้เราอยากมอง แต่รถที่ขี่สบายสนุก ทำให้เราอยากขี่ เมื่อขึ้นขี่แล้วเรื่องความสวยก็ลงบทบาทลงแล้วล่ะครับ มันมีแต่อยากจะปั่น ยิ่งปั่นสบายเข้ากับสรีระก็ยิ่งอยากปั่น พอใช้ปรัชญาแบบนี้ ตอนนี้รถสวยผมก็เลยมาหาดูใน ThaiMTB ส่วน รถขี่สบายเอาไว้ไปปั่นทุกๆเย็น แต่ถ้าได้ ทั้งสวยทั้งสบาย (ซึ่งทุกคนก็คงอยากได้จุดนี้) มันก็สมบูรณ์แบบครับ ส่วนสวยแต่รูป จูบไม่หอม ก็ไม่เอาแล้ว
ทฤษฏีการตั้งตำแหน่งของเบาะนั้น จำได้ว่ามีการถกกันในกระทู้อื่นไปแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะอ้างอิง Knee Over Pedal (KOP) หรือให้ ด้านล่างของลูกสะบ้าเข่า อยู่ตรงกับแกนของลูกถีบ (Pedal) อย่างไรก็ตามทฤษฏีนี้จริงๆแล้วไม่ได้มีผลทางด้าน Physics ใดๆเลย (จำไม่ได้ว่าอ่านมาจากบทความใคร) ดังนั้นถ้าจะบอกว่า set ตำแหน่งตรงนี้แล้วทำให้แรงถีบดีที่สุดก็ยังน่ากังขาอยู่
อย่างไรก็ตามการ set ตำแหน่งนั่ง ถ้าเราไม่ตกเป็นเครื่องมือของวิทยาศาสตร์แบบบ้าตัวเลข แล้วฟังร่างกายของเราให้มากขึ้น ก็คือการหาตำแหน่งที่เราปั่นแล้วสบายที่สุด หรือ ทรมานร่างกายน้อยที่สุดนั่นเอง ท่านที่ปั่นจักรยานเป็นระยะทางไกลๆก็คงสังเกตได้ว่าเราขยับตัวเลื่อนหน้าหลังแทบจะเป็นเรื่องปกติ ซึ่งการขยับตัวแบบนี้ก็ทำให้ เข่าไม่ได้ตรงในตำแหน่ง KOP อยู่แล้ว เมื่อเราก้มหมอบเมื่อจับแฮนด์ล่าง ตัวก็ต้องปรับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาสมดุล ก็ทำให้หลุดจากตำแหน่ง KOP หรือแม้กระทั่งการขึั้นเขาที่นักปั่นหลายๆท่าน มักจะเลื่อนตัวมาด้านหลังประมาณ 6-8 cm (อย่างน้อย Lance ก็ทำแบบนี้ และได้แนะนำจุดนี้) เพื่อเพิ่มแรงกด คล้ายๆกับการใช้หลักของคาน เพื่อเพิ่ม Torque
เมื่อหาตำแหน่งนั่งแล้ว stem คงไม่ใช่ปัญหาครับ สั้น หรือ ยาว ก็ดูว่าเราชอบจับตำแหน่งไหนมากที่สุด จะก้มจับบาร์ล่างบ่อยๆ หรือ จับตรงเบรคฮูด หรือจับตรง แฮนด์ด้านบนใกล้ๆตำแหน่งคอ บางคน set รถประหนึ่ง จะขี่ก้มจับบาร์ล่าง ประเภทโปรมาเองเลย แล้วก็บอกขี่ได้สบายไม่มีปัญหา เพราะไม่เคยขี่ระยะทางยาวๆ นานๆชั่วโมง (ไกลแปลว่า 100 KM ++ นานแปลว่า 3 ชม++) แบบนี้คงต้องพิจารณาหน่อย
รถสวยทำให้เราอยากมอง แต่รถที่ขี่สบายสนุก ทำให้เราอยากขี่ เมื่อขึ้นขี่แล้วเรื่องความสวยก็ลงบทบาทลงแล้วล่ะครับ มันมีแต่อยากจะปั่น ยิ่งปั่นสบายเข้ากับสรีระก็ยิ่งอยากปั่น พอใช้ปรัชญาแบบนี้ ตอนนี้รถสวยผมก็เลยมาหาดูใน ThaiMTB ส่วน รถขี่สบายเอาไว้ไปปั่นทุกๆเย็น แต่ถ้าได้ ทั้งสวยทั้งสบาย (ซึ่งทุกคนก็คงอยากได้จุดนี้) มันก็สมบูรณ์แบบครับ ส่วนสวยแต่รูป จูบไม่หอม ก็ไม่เอาแล้ว
--Human Knowledge Belongs to the World--
- kaisernoi
- ขาประจำ
- โพสต์: 1454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ธ.ค. 2010, 13:21
- Tel: PM ถามนะ อิอิ
- team: ใครให้ปั่นด้วยอยู่ด้วยหมดอะครับ
- Bike: จักรยานมีเกียร์
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
อ่านจบแล้วไปยกคอแฮด์ขึ้นหน่อยดีกว่า
เพราะรู้สึกปั่นไปซัก 3 ชั่วโมงเริ่มเมื่อยคอ
เพราะรู้สึกปั่นไปซัก 3 ชั่วโมงเริ่มเมื่อยคอ
- เสือเชน
- ขาประจำ
- โพสต์: 4117
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 มี.ค. 2009, 21:12
- team: M-78, OSK-109, AFAPS-32
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
อยากยาวบ้าง
เล็ก สั้น ขยันซอย
เล็ก สั้น ขยันซอย
-
Jr1
- ขาประจำ
- โพสต์: 227
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ต.ค. 2010, 14:54
- Tel: 0830311474
- Bike: Raly
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
สูง 176 ใครก็บอกให้ใช้ Size 53
ว่าจะหารถ Size 50 มาใช้แล้วปรับโดยใช้เสต็มยาวแทน
โดยส่วนตัวมีความคิดว่ารถ Size พอดีทีใครแนะนำจะพอดีเมื่อจับแฮนด์ล่าง
แต่โดยทั่วไปจะจับแฮนบนที่เบรคเป็นหลัก ซึ่งยืดออกไปอีก 2-3 นิ้วทำให้เวลาจับรู้สึกยาวไปทุกทีต้องยืดหลังมาก
คันเก่าที่มี Size 54 ก็รู้สึกแบบเดียวกันคืออยากให้แฮนอยู่ใกล้กว่านี้ตอนจับเบรคยาวเกินไปหน่อยสำหรับขี่ยาวๆ
อีกอย่างรถเบียงคี่มี Size 50 แล้วโดนไป 53 เลย
เลยว่าจะแหกกฎไม่เชื่อใคร เชื่อสรีระตัวเองว่าสบายกันตัวเองที่สุดและโดยมากจับแฮนบนที่เบรคไม่ได้จับแฮนล่างเท่าไหร่เพราะหายใจไม่ออก
ถ้าขาดเหลือยังใช้สเต็มยาวได้ปรับเบาะสูงได้ สงสัยจะเป็นโปรขี่รถคร่อมไซด์กะเขาคราวนี้
ว่าจะหารถ Size 50 มาใช้แล้วปรับโดยใช้เสต็มยาวแทน
โดยส่วนตัวมีความคิดว่ารถ Size พอดีทีใครแนะนำจะพอดีเมื่อจับแฮนด์ล่าง
แต่โดยทั่วไปจะจับแฮนบนที่เบรคเป็นหลัก ซึ่งยืดออกไปอีก 2-3 นิ้วทำให้เวลาจับรู้สึกยาวไปทุกทีต้องยืดหลังมาก
คันเก่าที่มี Size 54 ก็รู้สึกแบบเดียวกันคืออยากให้แฮนอยู่ใกล้กว่านี้ตอนจับเบรคยาวเกินไปหน่อยสำหรับขี่ยาวๆ
อีกอย่างรถเบียงคี่มี Size 50 แล้วโดนไป 53 เลย
เลยว่าจะแหกกฎไม่เชื่อใคร เชื่อสรีระตัวเองว่าสบายกันตัวเองที่สุดและโดยมากจับแฮนบนที่เบรคไม่ได้จับแฮนล่างเท่าไหร่เพราะหายใจไม่ออก
ถ้าขาดเหลือยังใช้สเต็มยาวได้ปรับเบาะสูงได้ สงสัยจะเป็นโปรขี่รถคร่อมไซด์กะเขาคราวนี้
- lonely Rolling
- ขาประจำ
- โพสต์: 181
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 พ.ค. 2010, 15:26
Re: รถหมอบที่เสต็มยาวๆ ดียังไงครับ
ผมเคยแต่ใช้รถที่สเต็มสั้น 60, 90, 100 และ 105
เมื่อก่อนไม่เข้าใจ ใช้รถใหญ่ ท่อยาว
พวกสเต็มสั้น ๆ
นั่งหมอบขี่เฉย ๆ ก็ไม่อะไรยังไงเท่าไรครับ
แต่บางจังหวะจะยืนโยกออกจากไฟแดงโชว์สาว ๆ บนสองแถว
ถึงได้เข้าใจว่าล้อหน้ามันจะพับหักศอกเอาง่าย ๆ ทีเดียว
ต้องฝึกสักระยะ
ตอนนี้ได้รถเล็กท่อนอนกำลังพอดีมาแล้ว
กระเถิบสเต็มได้ยาวขึ้น จนตอนนี้ 105
ยืนโยกมันไม่ต้องระวังหน้ามากเเหมือนแต่ก่อน
แต่ก็ไม่ค่อยได้โยกบ่อยแล้ว
ขามันสั่น...
เมื่อก่อนไม่เข้าใจ ใช้รถใหญ่ ท่อยาว
พวกสเต็มสั้น ๆ
นั่งหมอบขี่เฉย ๆ ก็ไม่อะไรยังไงเท่าไรครับ
แต่บางจังหวะจะยืนโยกออกจากไฟแดงโชว์สาว ๆ บนสองแถว
ถึงได้เข้าใจว่าล้อหน้ามันจะพับหักศอกเอาง่าย ๆ ทีเดียว
ต้องฝึกสักระยะ
ตอนนี้ได้รถเล็กท่อนอนกำลังพอดีมาแล้ว
กระเถิบสเต็มได้ยาวขึ้น จนตอนนี้ 105
ยืนโยกมันไม่ต้องระวังหน้ามากเเหมือนแต่ก่อน
แต่ก็ไม่ค่อยได้โยกบ่อยแล้ว
ขามันสั่น...
Impossible is an opinion not a fact.