หน้า 1 จากทั้งหมด 2
ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 00:36
โดย Dhandranunda
อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอกับทุกคนโดยเฉพาะชาวจักรยาน แต่ทีนี้หลายท่านจะวางใจให้ชีวิตตัวเองอยู่ในมือของจนท มูลนิธิบางคนได้หรือไม่
เมื่อกี้ดูรายการเรื่องจริงผ่านจอ คลิปที่ชายคนนึงพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากเสาไฟฟ้าแรงสูงร่างลอยละลิ่วลงมาบนพื้นสนามหญ้า พื้นดินบริเวณนั้นยุบลงไปตามน้ำหนักตัวเขา
ภาพของจนท มูลนิธิวิ่งกรูมาที่ร่างหมดสติของชายคนนั้น จากนั้นก็กุลีกุจอยกร่างของเขา ยังไม่ได้ยกขึ้นเปลหรอกครับ ยกจากตำแหน่งที่ตกลงมามาวางไว้อีกมุม (ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าจะยกทำไม) วิธีการยกก็แบบ จับแขนจับขา ดึงตัวยกถูลู่ถูกังพิกล แล้วก็มีคนนึงปั๊มหัวใจ 3-4 ทีแล้วก็หยุด จากนั้นก็หิ้วในแบบเดิมไปไกลหลายสิบเมตร สักพักก็มีคนนำเปลมาวางก่อนที่จนท จะนำร่างหมดสติขึ้นเปลหามออกไป
ผมดูแล้วคิดเอาเองว่ามันไม่น่าจะถูกต้อง คนที่ตกจากที่สูง กระดูกหลายชิ้นน่าจะหัก การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจะต้องมีขั้นตอนที่เหมาะสม
การปั๊มหัวใจก็เหมือนกัน ไม่ใช่มาถึงก็ใช้มือทาบหน้าอกแล้วก็กดเอาๆ น่าจะดูก่อนว่าหัวใจหยุดเต้นมั้ย หยุดหายใจมั้ย ที่สำคัญกระดูกซี่โครงหักอาจจะทิ่มปอดหรืออวัยวะสำคัญได้อีก
แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่รอเปลมาถึงจุดเกิดเหตุก่อน ทำไมต้องหิ้วไปขึ้นเปล(ก็จวนจะถึงรถมูลนิธิแล้ว)
เวลาเกิดเหตุแบบนี้ทำไมไม่มีหน่วยแพทย์หรือตำรวจเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ (อาจคิดว่าคงไม่โดดหรอก เดี๋ยวสักพักก็คงปีนลงมาเอง..)
มีหลายครั้งที่เห็นบางองค์กร ใช้ใครก็ไม่รู้มาเป็นเจ้าหน้าที่ มีเด็กอายุสิบกว่าขวบก็มี คือใครก็อาสาเข้ามาทำงานได้ทั้งที่งานต้องเกี่ยวข้องกับ "ชีวิต" ความเป็นความตายของคน
ผมอยากให้มีการอบรมและออกใบอนุญาตเหมือนบุคลากรของหน่วยแพทย์ก่อนที่จะใช้ชื่อว่า หน่วยกู้ชีพ แถมรถก็ยังขับขี่ด้วยความเร็วมาก
แต่ก็แปลกที่เขาจะมาถึงที่เกิดเหตุก่อนรถตำรวจและรถพยาบาลทุกที
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 08:18
โดย เอ้ บ้านโป่ง
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 08:30
โดย Dhandranunda
เพื่อนผมนั่งดูอยู่ด้วยก็บอก "ก็อยากจะฆ่าตัวตายอยู่แล้วจะได้ตายสมใจอยาก"
คืออันนี้ไม่ได้อยากตำหนิติเตียน จนท ทุกคนหรอกนะครับ แต่บางองค์กร บางหน่วยงานนี่ดูแล้วไม่น่าจะช่วยชีวิตคนเลย แต่งกายเหมือนพนักงานเก็บตั๋วรถร่วมหรือคนขับซะมากกว่า รองเท้าฟองน้ำก็เห็นบ่อย บางคนชุดฟอร์มก็ไม่สวม จะรีบอะไรขนาดนั้น
ที่สำคัญเขาได้รับการฝึกอบรมมาดีเพียงพอหรือไม่ คือไม่ใช่แค่ อบรม แต่จะต้องฝึกอบรมกันให้เชี่ยวชาญ บางทีการช่วยชีวิตผิดๆ แทนที่จะรอดก็ตายได้
จริงๆ แบบนี้ต้องล็อคต้นคอไม่ให้เขยื้อน มัดติดกับเปล การยกต้องทำอย่างระมัดระวังที่สุด
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 09:56
โดย siamman18
รายรับของ ร่างกายที่ไร้วิญญาณ หรือบาดเจ็บเท่าไรผมบ่ทราบ แต่ว่า ตามเนื้อข่าวสมัยก่อน จนท. 1669 แย่งกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ
ทั้งหลาย แทบจะเป็นจะตาย มีให้เห็นบ่อย ขนาดคนใหม่จะเข้าไปทับเส้นทางสัมปทานของคนเก่ายังแทบจะ ต่อยกัน ข่มขู่กันยังมีเลย
ถ้าอยากรู้ว่าเขาทำงานยังไง ลองหาวิทยุ CB245 วิทยุแดงมาดูครับ ใช้ได้ดีเวลาขี่จักรยานไปนอกทาง ว. เรียกได้ ไม่แพงเกินไป
หาได้ตามร้านขายวิทยุึ ครอบครองได้ ใบอนุญาิตไม่ต้องสอบไปขอเอา แค่ 545 บาท ทั้งหมด พกยันตายเลย
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 11:15
โดย atom_000
ผมทำงานอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน รพ.
ปัญหาผู้ป่วยอุบัติเหตุอย่างเช่น รถชน ตกจากที่สูง
โดยส่วนมากหากไม่เสียชีวิต
ก็มักจะมีปัญหาความพิการตามมาด้วยเสมอครับ
สาเหตุหลักๆก็จะเกิดระหว่างนำส่สงที่ไม่ถูกวิธีนี่แหละ
หมอมักจะปวดหัวกับพวกการบาดเจ็บจากกระดูกสันหลัง
ที่ได้รับมาและเพิ่มเติมจากการนำส่งที่ไม่ถูกวิธี
ทำให้เกิดอัมพาต แขนขาไม่มีแรง พิการตามมา
ผมนับถือน้ำใจพี่ๆที่มาช่วยเหลือนะครับ
แต่ขอนิดนึง ทำตามสเตปเถอะครับ
ช้านิดหน่อย แต่ลดผลเสียที่จะตามมาได้ทั้งชีวิต
หากรักษาหายแต่ต้องนอนเป็นอัมพาตอยู่ทั้งชีวิต(อดปั่นจักรยาน)
ผมคงเลือกตายๆไปซะดีกว่า
ปล.เคยจัดอบรมการช่วยเหลือสำหรับกู้ภัย
แต่คนเข้าร่วมน้อยซะเหลือเกิน
ขนมระหว่างพักเบรคเลยเหลือบาน
ต้องเอาไปแจกเจ้าหน้าที่ คนไข้ที่ รพ.ซะส่วนมาก
(อันนี้แค้นส่วนตัว

)
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 17:07
โดย Dhandranunda
พูดถึงกระดูกสันหลัง ในรายที่ผมดูผ่านรายการเรื่องจริงผ่านจอ เขาโดดลงมาเอาหลังลงพื้นจนพื้นหญ้าตรงนั้นยุบลงไปเป็นรูปคน จนท ก็ดันมายกร่างขึ้นจากจุดนั้นนำไปวางไว้อีกจุดนึงที่ห่างแค่ 2-3 ก้าวในลักษณะยกแขนยกขา (ตามที่ผมบอกไปแล้ว) ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่ากระดูกสันหลังจะกระทบกระเทือน กระดูกต้นคอ กระดูกซี่โครง ฯลฯ จะต้องมีการเคลื่อนที่อย่างแรงจากการฉุดกระชากดึงรั้ง เพราะเป็นการ หิ้วที่ไม่ถูกหลักวิธีในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
บางท่านอาจจะคิดว่าไม่เห็นเป็นอะไร เขาก็มาช่วยแต่ถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่เรารู้จักหรือเป็นตัวเราเอง คงภาวนาให้มีคนนำส่งโรงพยาบาลอย่างรอดปลอดภัยไม่พิการในภายหลังเป็นแน่
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 17:24
โดย pisitas
กรณีกู้ชีพ ต้องผ่านการอบรม BLS (Basic Life Support) ถึงจะมีสิทธิช่วยผู้ได้รับบาดเจ็บ และได้รับเงิน
จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.)
แต่จากการเห็น ๆ ตอนอบรม ส่วนใหญ่ก็ตั้งใจ บางส่วนก็ไม่ค่อยใส่ใจ (ถึงตั้งใจก็อาจจะรับได้ไม่เต็ม 100%)
เวลาทำงาน ก็มีทั้งคนที่ผ่านการอบรม ไม่ผ่านการอบรม ไปทำงาน (บางส่วนก็คงอย่างที่เห็นในจอ)
ผลที่เกิดขึ้น ก็ มีบาดเจ็บ พิการ เพิ่มได้ครับ
อาจจะมีความจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก่อนมีเปล ในกรณีบริเวณที่เกิดเหตุไม่ปลอดภัย เช่น รถชนกัน มีไฟลุกไหม้ ฯลฯ
บางที การไม่เคลื่อนย้าย ดีกว่า การเคลื่อนย้ายไม่ถูกวิธี
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 25 พ.ย. 2011, 21:10
โดย Dhandranunda
อยากให้มีการจัดระเบียบการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นระบบกว่านี้ ป้องกันพวกเข้ามาหาประโยชน์หรือไม่ได้ทำเพื่อสังคมอย่างแท้จริง
รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อชีวิตและร่างกายของผู้ได้รับความช่วยเหลือด้วย
งานบางอย่างเราจำเป็นต้องอาศัยความช่วยเหลือของจนท เหล่านี้ แต่ไม่ใช่ทุกงาน บางงานจำเป็นต้องอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนั้นจริงๆ
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 26 พ.ย. 2011, 15:28
โดย pisitas
อันนี้อยู่ในมือ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ล่ะครับ
และพวกเรา ช่วยกันกดดัน ให้มีมาตรการที่จริงจัง เข้มข้น กว่านี้
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 27 พ.ย. 2011, 00:12
โดย มายาทัศนา
เคยศึกษาเรื่องการปฐมพยาบาล (สำหรับนักกีฬา) กรณีตกกระแทกหรือกลิ้งกระแทก
อันดับแรกที่ต้องระวัง คือ คอ... ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุเด็ดขาด พลิกปั๊บ หักปุ๊บ..
หากผู้ประสบเหตุหมดสติ ห้ามเคลื่อนย้าย ต้องดามคอก่อนเท่านั้น
จากหัวกระทู้ สมมุติถ้าเราขี่จักรยานแล้วกลิ้งสลบแถมคอร้าว ก็คงต้องยกโยชน์ให้คนที่พลิกหรือยกเราเป็นคนช่วยส่งเราไปสวรรค์ไม่ต้องตื่นมาทรมานต่อที่ รพ. เท่านั้นแล...
ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 27 พ.ย. 2011, 10:12
โดย Rush
ผมเป็นหน่วยกู้ชีพเหมือนกัน ก็เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อย แต่หน่วยจักรยาน ไม่สามารถทำอะไรคนเดียวได้อยู่แล้วล่ะ
วิทยุสื่อสารยี่ห้อที่ถูกสุดคือ Fujitel FB-6 กับ Speeder SP-T2 ราคาไม่เกิน 2000 บาท ที่ถนนบ้านหม้อนะ
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 27 พ.ย. 2011, 18:05
โดย Dhandranunda
มายาทัศนา เขียน:เคยศึกษาเรื่องการปฐมพยาบาล (สำหรับนักกีฬา) กรณีตกกระแทกหรือกลิ้งกระแทก
อันดับแรกที่ต้องระวัง คือ คอ... ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ประสบเหตุเด็ดขาด พลิกปั๊บ หักปุ๊บ..
หากผู้ประสบเหตุหมดสติ ห้ามเคลื่อนย้าย ต้องดามคอก่อนเท่านั้น
จากหัวกระทู้ สมมุติถ้าเราขี่จักรยานแล้วกลิ้งสลบแถมคอร้าว ก็คงต้องยกโยชน์ให้คนที่พลิกหรือยกเราเป็นคนช่วยส่งเราไปสวรรค์ไม่ต้องตื่นมาทรมานต่อที่ รพ. เท่านั้นแล...
ภาพที่ผมเห็นผ่านทางทีวีมันตรงกันข้ามเลย อันดับแรกที่จนท มูลนิธิทำก็คือ วิ่งกรูกันเข้ามา คนนึงจับแขนซ้าย คนนึงจับแขนขวา อีกคนยกขา ไม่มีคนประคองต้นคอ ไม่มีการเช็คดูก่อนว่าคนเจ็บยังหายใจรึเปล่าหรือสำรวจตรวจตราอะไร
แค่ภาพที่เห็นก็สะท้อนว่า จนท คิดช่วยจริงแต่ไม่มีพื้นฐานการช่วยชีวิตคนเลย สิ่งที่ทำประจำคือ เคลื่อนย้ายคนที่ "ตาย" แล้วมากกว่า ไม่ใ่ช่คนที่บาดเจ็บภายใจร้ายแรง
ผมไม่อยากให้มีคนพูดว่า "ทำดีที่สุดแล้ว" แต่เผอิญคนเจ็บเสียชีวิตระหว่างทาง
ผมเคยเห็นเด็กจมน้ำแล้วจนท นำขึ้นรถมูลนิธิไปส่งร.พ ตลอดทางไม่มีการปฐมพยาบาล ผายปอด หรืออะไรที่ตามหลักวิชาเลย
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 28 พ.ย. 2011, 17:03
โดย pisitas
เคยเห็นในรูป ที่ สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพื้นฐานด้วย (อยากให้บ้านเรามีจัง)
คนของเขา ก็อบรมกันจนเป็น เหมือนยาสามัญประจำบ้าน
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 28 พ.ย. 2011, 19:58
โดย Dhandranunda
pisitas เขียน:เคยเห็นในรูป ที่ สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพื้นฐานด้วย (อยากให้บ้านเรามีจัง)
คนของเขา ก็อบรมกันจนเป็น เหมือนยาสามัญประจำบ้าน
ญี่ปุ่นนี่ผมยอมรับจริงๆ ครับ เขาดูจะทำงานกันเป็นขั้นตอน เป็นระบบ ช้าๆ แต่แน่นอน
ขนาดว่าหน่วยพิสูจน์หลักฐานของเขา นอกจากถุงมือจะต้องสวมแล้ว เขาก็ต้องสวมถุงครอบรองเท้าด้วยนะครับเวลาเดินเหยียบย่ำจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันรอยเท้าไม่ให้ทำลายหลักฐานโดยไม่ตั้งใจ
แล้วเขาไม่ละเลยในการสวมชุดหรืออุปกรณ์ต่างๆ แบบทะมัดทะแมงดี บ้านเรารองเท้านิรภัย หมวก หน้ากากนิรภัย ถุงมือ ฯลฯ ไม่ค่อยชอบสวมกัน เหมือนกับว่าถ้าสวมแล้วมันจะดูเหมือนไม่ทุ่มเทให้กับงาน
Re: ชีวิตในมือของจนท มูลนิธิ
โพสต์: 29 พ.ย. 2011, 14:30
โดย paa
Dhandranunda เขียน:pisitas เขียน:เคยเห็นในรูป ที่ สถานีรถไฟที่ญี่ปุ่น มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพื้นฐานด้วย (อยากให้บ้านเรามีจัง)
คนของเขา ก็อบรมกันจนเป็น เหมือนยาสามัญประจำบ้าน
ญี่ปุ่นนี่ผมยอมรับจริงๆ ครับ เขาดูจะทำงานกันเป็นขั้นตอน เป็นระบบ ช้าๆ แต่แน่นอน
ขนาดว่าหน่วยพิสูจน์หลักฐานของเขา นอกจากถุงมือจะต้องสวมแล้ว เขาก็ต้องสวมถุงครอบรองเท้าด้วยนะครับเวลาเดินเหยียบย่ำจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันรอยเท้าไม่ให้ทำลายหลักฐานโดยไม่ตั้งใจ
แล้วเขาไม่ละเลยในการสวมชุดหรืออุปกรณ์ต่างๆ แบบทะมัดทะแมงดี บ้านเรารองเท้านิรภัย หมวก หน้ากากนิรภัย ถุงมือ ฯลฯ ไม่ค่อยชอบสวมกัน เหมือนกับว่าถ้าสวมแล้วมันจะดูเหมือนไม่ทุ่มเทให้กับงาน
เพราะที่นี่เมืองไทย ก็เลยได้แค่นี้ เศร้าค่ะ
