หน้า 1 จากทั้งหมด 10

ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 19:36
โดย giro
ที่สุดขอยคำถามยอดฮิตเรือ่งการเลือกไซส์เฟรมและการเซ็ทอัพรถเสือหมอบสำหรับมือใหม่ มือเก่า มือกลาง มือดี มือแรง มือปลาหมึก :mrgreen: ทุกๆสัปดาห์จะมีคำถามแบบนี้มาเสมอๆ และทุกกระทู้ขายเฟรมเสือหมอบจะต้องมีคำถามควบคู่เสมอๆว่า "ผมสูง 170 จะขี่ได้มั้ย" ต่อไปนี้คือการใช้งานเวปไซท competitivecyclist หนึ่งในเวปที่สร้างระบบการวัดตัวและระยะการเซ็ทอัพรถมาให้เราใช้งานแบบครบวงจรแบบง่ายๆที่บ้าน อาศัยเพียงเครือ่งมือวัดนิดหน่อย คนรู้ใจช่วยวัด และ .... คอมพิวเตอร์ (ซึ่งคงไม่ยากหากคุณกำลังอ่านข้อความนี้อยู่ แสดงว่าคุณมีหนึ่งในสามอุปกรณ์หลักในการวัดตัวแล้ว!!)

เริ่มต้นด้วยการใส่ URL หรือ ที่อยู่เวปไซท์ลงไปในช่องของ browser ของท่าน ไม่ว่าจะเป็น IE, Firefox, Safari ทุกอย่างใช้งานได้ไม่มีปัญหาหครับ เพียง copy ตรงนี้ไป

http://www.competitivecyclist.com/za/CC ... ATOR_INTRO

อย่าลืมเปิดหน้าต่างใหม่ก่อนนะครับ อย่าใส่บนหน้าต่างนี้ เดี๋ยวจะโบกมือลาหน้าเวป ThaiMTB ไปซะก่อน :)

จากนั้นจะได้หน้านี้มาครับ ยังไม่ต้องสนอกสนใจอะไรมากมายนัก มองไปที่ด้านขวาล่างจะมีช่องให้เรากรอกข้อมุลเบื้องต้นลงไป ก็จัดการกรอกตามลำดับเสียให้เรียบร้อยครับ อันแรกคือ เพศของผู้ขี่ มีชายและหญิง ไม่มีอีแอบให้เลือกนะครับถ้าจิตใจและร่างกายไม่สามัคคีกันเลือกเพศขอให้เลือกตามร่างกายเป้นหลักครับ :mrgreen: อีกอันคือเลือกมาตราวัด เลือกระบบเซ็นติเมตร(เมตริกซ์) หรือระบบนิ้ว-ฟุต(อิมพีเรียล)

รูปภาพ

เสร็จแล้วกดปุ่ม start ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการวัดตัวอย่างละเอียดครับ คำแนะนำของทางเวปนั้นย้ำว่าแต่ละข้อมุลควรวัดหลายๆรอบแล้วนำค่าที่ได้มาเฉลี่ยกัน ยิ่งละเอียดยิ่งดี ยิ่งแม่นยำยิ่งได้ระยะถูกใจกันได้ ทางเวปพบว่าส่วนมากจะไม่สำเร็จสมใจก็เพราะวัดแล้วคลาดเคลื่อนครับ ดังนั้นหาคนมาช่วยวัดซักคนก็ดีครับ วัดหลายๆรอบเอาชัวร์ใว้ก่อน

รูปภาพ

เอาล่ะครับ ช่องแรกแรกนี้คือขั้นตอนการวัดระยะ inseam หรือระยะขาด้านใน คำแนะนำก้คือให้ใส่กางเกงปั่นจักรยาน(หรือแก้ผ้าซะ) เท้าเปล่านะครับยืนแยกเท้าซัก 8 นิ้ว(20เซนต์)หันหลังชิดกำแพงมาร์คจุดตำแหน่งส้นเท้าและจุดตรงเป้า(ผมเอาสมุดซักเล่มมาเสียบเข้าหว่างขาซะแล้วมาร์คที่สันสมุดด้านติดเป้าตรงกำแพง) จากนั้นวัดระยะจากจุดแรกถึงจุดที่สอง **ห้ามเอาระยะจากกางเกงขายาวมาวัดนะครับ ระยะพวกนั้นจะสั้นกว่าระยะขาจริงสองนิ้ว!!

กดปุ่ม next step สู้หน้าต่อไปครับ

รูปภาพ

trunk หรือระยะตัวช่วงบน นั่งบนเก้าอี้(หรือพื้นแต่ต้องนั่งหลังตรงนะครับ) หลังตรงชิดผนัง ต้องให้แน่ใจว่าตั้งแต่ก้นจนถึงตลอดทั้งแผ่นหลังแนบผนังเอาใว้ จากนั้นมาร์คที่ระยะความสุงของกระดูหัวไหล่ช่วงที่ไหปลาร้าเรามาชนกับหัวไหล่นั่นล่ะ วัดตั้งแต่เก้าอี้(หรือพื้น)ดิ่งมาที่ระยะนี้ วัดสองข้างแล้วเฉลี่ยมาใส่นะครับ ใส่แล้วกด next step สู้ช่องต่อไป

รูปภาพ

forearm หรือแขนท่อนล่าง อันนี้วัดง่ายหน่อยครับ กำปากกาเมจิกซักแท่งเอาใว้ในอุ้งมือ กำให้มันตั้งฉากกับแนวแขนเรานะครับจากนั้นนั่ง(หรือยืนก็ได้)สบายๆงอศอกเป็นมุมแาก วัตถุที่กำควรชี้ชื้นฟ้า วัดจากกุ่งกลางของเจ้าวัตถุถึงกุ่งกลางของข้อต่อข้อศอกเรา นั่นล่ะครับ กรอกลงไปแล้วไปต่อขั้นต่อไปกันเลยดีกว่า

รูปภาพ

arm หรือความยาวแขน ยังคงกำแท่งปากกาแท่งเดิมนั่นนะครับ แต่ทีนี้ยืดแขนไปด้านหน้าให้สุดแขน อย่าให้ไหล่เอี้ยวไปด้วยนะครับ ถ้านั่งติดผนังก็ให้แผ่นหลังแปะผนังเอาใว้ให้มั่นทั้งสองด้าน วัดจากกุึ่งกลางแท่งเดิมมาที่ตรงรอยต่อกระดูกแขนกับหัวไหล่ วัดสองข้างเฉลี่ยแล้วกรอกลงไปในช่องต่อไป แล้วกด next ครับ

รูปภาพ

thigh หรือความยาวขาท่อนบน นั่งบนเก้าอี้ที่เมื่อนั่งแล้วขาเราจะห้อยลงมาทำมุมฉาก นั่งให้หลังชิดกำแพงตลอดตั้งแต่บั้นท้ายจนท่อนบนครับ วัดระยะจากผนังจนถึงสะบ้าเข่าด้านหน้าสุด วัดแล้วเฉลี่ยสองข้างมาลงในช่องต่อไปได้เลยครับ

รูปภาพ

lower leg แปลตรงตัวครับ ขาท่อนล่าง นั่งบนเก้าอี้ตัวเดิมนะครับ นั่งให้ขางอทำมุมแากสบายๆเอาหนังสือปกแข็งซักเล่มมาวางบนเข่าทั้งสองข้าง(เล่มเดียวนั่นล่ะครับแต่วางบนขาสองข้าง) วัดจากพื้นจนถึงระดับของสมุดเล่นนี้ หาสองข้างแล้วเฉลี่ยนะครับ จากนั้นใส่ลงไปในช่องเลยครับ

รูปภาพ

sternal nortch หรือระยะช่วงตัวท้งหมด ยืนหลังตรงติดผนังแล้วหาตำแหน่งกุ่งกลางที่ไหปลาร้าสองข้างวิ่งมาชนกัน ตรงนั้นคือยอดของกระดูกหน้าอกพอดีๆครับ วัดจาดตรงนี้ลงไปถึงพื้นดิ่งลงไป นี่คือระยะของความยาวตั้งแต่ขาถึงช่วงตัวเราทั้งหมดครับ กรอกแล้วไปสู่ช่องสุดท้ายกันเลยครับ

รูปภาพ

อันสุดท้ายไม่ต้องบอกมากครับ ความสูงครับ ความสุงทั้งตัวไม่รวมเส้นผมครับ เมื่อกรอกแล้วกดปุ่มได้เลยครับ เข้าสู่หน้าต่อไปที่เรารอคอย

รูปภาพ

นี่คือผลสรุปรวมของค่าทั้งหมดที่เราได้มาครับโดยทางระบบจะคำนวนระยะทั้งหลายออกมาในรูปแบบของ frame geometry หรือ มิติของเฟรมที่เราสามารถนำไปใช้งานได้ทันที เพื่อความเข้าใจง่ายๆของคนหมู่มาก ผมจะอธิบายคำต่างๆง่ายๆดังนี้ครับ

seat tube range c-c
ระยะความยาวท่อนั่งวัดจากกุ่งกลางกระโหลก ไปจนถึงกึงกลางของแนวรอยต่อท่อนั่งและท่อบน
seat tube range c-t
ระยะความยาวท่อนั่งวัดจากกุ่งกลางกระโหลกไปจนถึงยอดสุดของท่อนั่ง
top tube range
นี่คือระยะที่สำคัญที่สุดสำหรับขนาดเฟรมครับ !! ค่าที่ได้นี้ไม่ใช่การวัดขากกุ่งกลางท่อคอไปหากึ่งกลางท่อนั่งดื้อๆนะครับมันคือค่า effective top tube หรือ horizental top tube พูดง่ายๆคือค่าท่อบนวัด"ชนาน"พื้นแบบท่อบนเสือหมอบแบบเก่า ไม่ใช่การวัดตามแนวเฟรมโสลปครับ
stem length
ความยาวเสต็ม
bb-saddle position
ระยะจากกึ่งกลางกระโหลกไปจนถึงบนสุดของเบาะนั่ง อย่าลืมว่าบันได คลีท และเบาะต่างๆมีค่าคาดเคลื่อนไม่เหมือนกัน ดังนั้นค่าที่ได้นี้มีระยะคลาดเคลื่อนได้ถึง 2 เซนต์ฯ ครับ ทางออกคือ.... ลองหาตามทฤษฏีท่าปั่นที่ดีอีกครั้งดีกว่าครับ
saddle-handle bar
ระยะจากเบาะถึงแฮนด์ วัดจากจมูกของเบาะไปจนถึงขอบท่อแฮนด์ด้านใกล้ตัว ค่านี้สำหรับการวาง CG หรือจุดศูนย์ถ่วงที่เหมาะสมบนจักรยานคัรบ
saddle set back
เป็นระยะที่สำคัญสำหรับการออกแรงอย่างมีประสิทธิภาพครับ วัดโดยการทิ้งลูกดิ่งจากจมูกของเบาะไปดุว่าเบานั้นอยู่ห่างจากกึ่งกลางของกระโหลกมากน้อยเท่าใด(กติกา UCI มีระบุขอบเขตุนี้ใว้ด้วย!!)

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 19:36
โดย giro
เอาล่ะครับ มาดุคำจำแนกประเภทของการเซ็ทรถกันเป็นสิ่งที่เราต้องรู้ก่อนที่เราจะนำค่าต่างๆพวกนี้ไปใช้งานเพื่อพิจารณาหาเฟรมและเซ็ทรถให้เหมาะสมกับตัวเรากันต่อไปครับ นอกจากเซ็ทรถให้เหมาะกับ"คนขี่"แล้ว ยังต้องเซ็ทรถให้เหมาะกับ"การขี่" อีกด้วยครับ ทางเวปไซท์ได้จำแนกการเซ็ทอัพรถเอาใว้สามแบบดังนี้ครับ

Competitive Fit
คือการเซ็ทรถที่เป็นค่าที่ได้จากประสบการณ์ของเวปไซท์ที่ได้มาจากการสังเกตุและมองดูลูกค้าที่มองหารถที่แรง ก้าวร้าว ดุดัน ซึ่งรถที่เซ็ทมาจากโรงงานในสมัยนี้ระดับบนๆมักจะมากับการเซ็ทรถแบบนี้ทั้งนั้น ท่าทางการขี่ที่ลู่ลม ก้มต่ำ แฮนด์ต่ำทิ้งน้ำหนักลงบนมือมากกว่าบนเบาะคือท่าทางที่ได้จากการเซ็ทอัพรถแบบนี้ครับ บางครั้งระดับเบาะและแฮนด์อยู่ห่างกันถึง 10 เซนต์ฯทีเดียว การเซ็ทอัพแบบนี้เหมาะกับผู้ที่มีความยืดหยุ่นของร่างกายที่ดี สามารถทนต่อการคุดคู้อยู่บนเฟรมเล็กๆได้นาน ดังนั้นในทางกลับกัน หากไม่ใช่นักปั่นระดับเข้มข้น บางครั้งท่าปั่นแบบโปรเช่นนี้ก็คือนรกบนเบาะจักรยานที่ระยะยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง !!

The Eddy Fit
ชื่อนี้มาจากท่าปั่นของนักปั่นในตำนานอย่าง Eddy Merckx หรือรู้จักกันดีในฉายา "ฮาร์นิบาล" นักปั่นเลือดเดือดโหดร้ายเกมส์ร้อนแรงจากยุค 70s-80s ดังนั้นไม่เกี่ยวกับความเร็วนะครับ !! คนมักจะเข้าใจว่าการเซ็ทแบบโปรแบบแรกให้ความเร็วสุงที่สุด ทว่าถ้าเป็นแฟนจักรยานรุ่นเก๋ากว่านั้นคงจะพอนึกออกว่าตาเอ็ดดี้แกไม่ได้ปั่นหวานเย็นอืดอาดแต่อย่างใดเลยครับ แต่เพราะกาลเวลาผ่านไป นักแข่งสมัยใหม่ได้รับรถที่สบายขึ้นจึงยอมเสียความสบายในท่าทางการปั่นไปให้กับการออกแรงที่มีประสิทธิผลสูงสุด อย่างไรก็ดี ในการแข่งทัวร์ยาวๆโหดๆ นักแข่งจำนวนหนึ่งฏ็ยังคงพบว่าภาพลักษณ์ท่าปั่นแบบยุค 70s นั้นดูจะเหมาะสมกว่า มีรายละเอียดเชิงลึกที่ทางเวปเค้าอธิบายแต่ขอยกไม่แปลแล้วกันครับ สรุปง่ายๆว่า อาจจะลำบากหากจะหาเฟรมสมัยใหม่ที่สามารถเซ็ทอัพแบบนี้ได้"สมบูรณ์"แบบเหมือนเฟรมยุคนั้น ทว่า ต่างคนต่างมีระยะที่ต่างกันครับ ไม่แน่ว่าเฟรมที่ออกแบบมาสมัยใหม่บางรุ่น บางพวก บางยี่ห้อ อาจไปตกหล่นอยุกับร่งกายของใครซักคนที่เหมาะอย่างไม่น่าเชื่อที่จะนำมาเซ็ทรถแบบนี้ ย้ำนะครับ ไม่ได้แปลว่าขี่ยบายแล้วจะช้า แต่มันคือ"สไตล์การขี่" ในเชิงลึกการออกแรงขี่ในยุค 70s กับสมัยนี้ก็ไม่เหมือนกันด้วยนะครับ

The French Fit
การเซ็ทรถแบบนี้ใช้แนวคิดตรงกันข้ามกับแบบแรกครับ คือมุ่งเน้นที่ความทนทานในการปั่นมากกว่า เฟรมใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเหมาะ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า"ไปช้า" บนเส้นทางยาวๆขี่กัน 8 ชั่วโมง 10 ชั่วโมง คนที่เซ็ทรถแบบแรกกะว่าจะไปเร็ว สุดท้ายบั้นปลายจะแป้กและแผ่วตรงกันข้ามกับคนที่เซ็ทรถแบบนี้จะรักษาระดับได้ง่ายกว่า เหตุผลง่ายๆก็เพราะการเซ็ทแบบแรกนั้นเซ็ทรถให้สามารถนำไปกระชาก ไปยิง ไปไล่ได้อย่างสนุกสนานมันส์เท้า แต่แบบที่สามนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางแบบ"คงที่" อาจสปรินท์ไม่ดีแต่จะสามารถรักษาความเร็วไปเรื่อยๆบนทางไกลได้ รถอาจดูไม่สวยงามดุดันนัก แต่หากคุณเป็นนักปั่นรถเสือถนนที่ไม่สนใจสายตาคนมอง ไม่สนใจอยากยิงก็ยิงไป เดี๋ยวอีกครึ่งวันเจอกันแถวๆเส้นชัยหรือจุดหมายปลายทาง นี่คือการเซ็ทรถที่เหมาะมากๆครับ อย่าลืมว่า ต่อให้แข็งแรงแค่ใหน แต่ถ้า"ความล้า"มาเยือน ไม่เหนื่อยก็ทรมานไม่หมดแรงก็ไม่อยากออกแรงแล้วนะครับ

อันนี้ผมขอเสริมเองอีกประเด็นว่า .... สมัยนี้บริษัทรถจักรยานออกแบบเฟรมมาหลายหลากเป้าหมาย ทางที่ดีก่อนที่จะนำค่านี้ไปเซ็ทรถล่ะก็ ลเือกเป้าหมายของเฟรมที่เรามองให้เหมาะด้ว เช่น ถ้าอยากเซ็ทรถแบบดุดันแบบ competitive แต่ดันไปเลือกรถในกลุ่มขี่สบายๆมาแทน ผลที่ได้ก็คือต้องเซ็ทรถยากกว่าเดิม ได้อรรถประโยชน์ไม่เต็มที่ ในทางกลับกัน หากไปซื้อรถที่มีมิติแบบโปรเน้นแข่งเน้นแรงแต่มาเซ็ทแบบ French Fit ก็จะพบว่าทำได้ยากยิ่งเหมือนกัน เชื่อว่าหลายๆท่านคงได้ศึกษามิติเฟรมมาดีแล้วว่าออกแบบรุ่นใดมาเพื่ออะไร แล้วจึงมาศึกษาเรื่องการวัดตัวนี้นะครับ

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:13
โดย giro
อย่าลืมเอาค่าที่ได้ไปเทียบกับเฟรมและอุปกรณ์ที่กำลังจะซื้อนะครับจะได้เลือกเป้าหมายได้ถูกตัวถูกใจ

เช่น ขอยกตัวอย่างจากกระผมเองครับ ค่าเซ็ทอัพที่ได้มาจากเวปเป็นดังนี้ครับ

The Competitive Fit
Seat tube range c-c 47.9 - 48.4
Seat tube range c-t 49.4 - 49.9
Top tube length 50.6 - 51.0
Stem Length 9.9 - 10.5
BB-Saddle Position 63.1 - 65.1
Saddle-Handlebar 47.1 - 47.7
Saddle Setback 2.7 - 3.1

The Eddy Fit
Seat tube range c-c 49.1 - 49.6
Seat tube range c-t 50.6 - 51.1
Top tube length 50.6 - 51.0
Stem Length 8.8 - 9.4
BB-Saddle Position 62.3 - 64.3
Saddle-Handlebar 47.9 - 48.5
Saddle Setback 3.9 - 4.3

The French Fit
Seat tube range c-c 50.8 - 51.3
Seat tube range c-t 52.3 - 52.8
Top tube length 51.8 - 52.2
Stem Length 9.0 - 9.6
BB-Saddle Position 60.6 - 62.6
Saddle-Handlebar 49.6 - 50.2
Saddle Setback 3.4 - 3.8

เฟรมที่ใช้อยู่มีมิติแบบนี้ครับ
Bianchi B4P 928 Carbon T-CUBE
seat tube c-c 46.9
seat tube c-t 49.0
top tube 52.0
stem 10.0

ก็จะพบว่าปัญหาเรื่องท่อบนยาวเกินเป็นปัญหาที่พบง่ายๆครับ ท่อนั่งนั้นไม่ค่อยเจอปัญหานี้ซักเท่าใหร่ จากการเทียบทุกยี่ห้อพบว่ามีเพียงไม่กี่ยี่ห้อเท่านั้นที่"เหมาะเหม็ง"กับร่างกายผมจริงๆ และแม้จะเล่นยี่ห้อนี้ก็คงต้องมองหาเฟรมไซส์ซัก 47 ที่ท่อบนสั้นกว่านี้ซักนห่อยมาเล่น (เป็นโชคไม่ดีที่บ้านเราไม่มีใครนำเข้าไซส์นี้มาด้วย) แต่เนื่องจากเฟรมสมัยนี้ท่อนั่งจะสั้นเป็นแบบเฟรมโสลป ดังนั้นเมื่อเราพิจารณาจากท่อบนเป็นหลักจะพบว่าท่อนั่งที่ได้จากการวัดของระบบจะยาวเกินท่อนั่งที่บรรดาผุ้ออกแบบเฟรมเสนอให้ทั้งนั้น ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาครับเพราะระยะที่สำคัญตรงนี้คือระยะ bb-saddle ต่างหาก

ย้ำนะครับว่าการวัดไซส์แบบนี้ เป้นการวัดที่ละเอียดที่สุดก็จริงอยู่แต่มันคือการวัดด้วยระบบประมาณ ในการเซ็ทรถแบบขั้นโปรจริงๆนั้นมีการจับการเคลื่อนที่ของร่างกายแต่ละส่วนเพื่อนำไปคำนวนมุมองศาที่ดีต่อไปอีก ดังนั้นในความเป็นจริงแล้วเราสามารถแก้ไข่เซ็ทรถต่อไปได้อีกมากครับ อย่างง่ายๆที่เห็นๆก็คือ "ขาจาน" ขาจานจะเข้ามามีผลทันทีเมื่อเรานำระยะขาจานมาคำนวนด้วย ระยะเบาะสูงต่ำหน้าหลังจะเปลี่ยนไปทั้งหมดครับ

อย่างไรก็ตาม หวังว่าแนวทางนี้คงเป็นประโยชน์กับคำถามยอดฮิตคำถามนี้ต่อไปครับ มันช่วยให้สามารถมองหาไซส์เฟรมเสือหมอบได้ง่ายกว่าเดิมอยะครับ(แม้ว่าการเซ็ทรถนั้นจะต้องไปลงลึกกันอีกเยอะ)

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:50
โดย เจษฎา
ขอบคุณครับ :D

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:55
โดย sas22th
พี่ giro Inwจริงๆมีของดีๆมาแบ่งปันอีกแล้ว :mrgreen:

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 17 ก.พ. 2009, 01:00
โดย kk
ขอบคุณมากๆ giro ในเวปมีคนอย่างนายเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากๆๆๆ

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 17 ก.พ. 2009, 06:09
โดย dang
-ขอบคุณมากที่แบ่งปั่นความรู้กัน...กำลังหาอยู่พอดี... :roll:

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 17 ก.พ. 2009, 10:02
โดย Saksith Sasibutra
สวัสดี ครับ คุณ Giro
ขอแสดงความชื่นชม ยกย่อง ในน้ำใจที่คุณมีต่อวงการจักรยาน ได้ติดตามข้อเขียนและข่าวสารดี ๆ ที่นำมาให้เพื่อน ๆ นักจักรยานได้ทราบ ขอเป็นกำลังใจใน spirit อันนี้ ขอให้ดำรงคุณงามความดีของคุณตลอดไป ครับ
ด้วยความปรารถนาดีและชื่นชม
ศักดิ์สิทธิ์

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 17 ก.พ. 2009, 11:46
โดย ชิน
แหล่มจรงิงๆ :mrgreen:

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 16 มี.ค. 2009, 08:50
โดย double X
ขอบคุณมากครับ กระทู้หลายๆกระทู้ของคุณ มีประโยชน์ ต่อชาวเสือมากๆ ผมติดตามอ่านตลอดครับ

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 20 มี.ค. 2009, 01:04
โดย bird_
ขอบคุณมากครับพี่... :D

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 20 มี.ค. 2009, 17:35
โดย sasasasa
:o :o :o โอ้ กระทู้นี้ช่างมีคุณค่าเสียจริงๆเลยครับ ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ดีๆขนาดนี้ ไม่บอกไม่รู้เลยนะเนี่ย :o :o :o
ขอให้คุณ Giro ปั่นดี ปั่นอึด ปั่นไว และได้มีความสุขกับการปั่นจักรยานมากๆครับ :)

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 18 เม.ย. 2009, 07:30
โดย บุโรทั่ง
ถึึงไม่ได้เขียนเอง
แต่ก็แปลได้ใจความดี
สอดแทรกความเห็นมีประโยชน์

ขอให้ประโยชน์จากวิทยาทานนี้
ส่งผลให้ giro เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไปเถิด






แหล่มจริงๆ พ่อคุณเอ๊ย...

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 19 เม.ย. 2009, 21:17
โดย myydi
:D

Re: ที่สุดของคำถามยอดฮิต "ไซส์เสือหมอบ" : competitivecyclist

โพสต์: 22 เม.ย. 2009, 08:35
โดย choo_607
saddle set back
เป็นระยะที่สำคัญสำหรับการออกแรงอย่างมีประสิทธิภาพครับ วัดโดยการทิ้งลูกดิ่งจากจมูกของเบาะไปดุว่าเบานั้นอยู่ห่างจากกึ่งกลางของกระโหลกมากน้อยเท่าใด(กติกา UCI มีระบุขอบเขตุนี้ใว้ด้วย

รบกวนขอรายละเอียดว่า ระยะห่างนั้นควรห่าง กี่ ซ.ม.-กี่ ซ.ม. และห่างกับชิดกึ่งกลางกระโหลกมีผลต่างกันอย่างไรครับ ขอบคุณครับผม :D