รับตัดเฟรมเฉพาะตัวนั้นเป็นแนวคิดเก่ายุค 90s ครับ สมัยนี้แม้แต่โปรขี่ในตูร์ฯ ก็ไม่ได้ตัดเฟรมสำหรับตัวเองกันครับ !! เชื่อมั้ยล่ะครับว่าคอนตาดอร์ อีวาน ปาโปวิช คันเชลลาร่า พวกนี้ขี่รถระบบไซส์เดียวกับที่ผุ้ผลิตขายเฟรมครับ นั่นก็เเพราะการที่เสือหมอบทำเฟรมโสลปเป็นหน้าใหม่ของการออกแบบเฟรมไปโดยปริยายครับ หนึ่งเฟรม สามารถเข้ากับนักกีฬาได้หลายคน ใช้การเซ็ทอัพรถเข้ามาเป็นปัจจัย
ผมเขียนใว้แล้วในกระทู้วัดตัวว่า การวัดตัวเป็นเพียง"ปัจจัย"เบื้องต้นในการเลือกเฟรมเท่านั้นครับ การเซ็ทรถคือหัวใจหลักที่แท้จริง โปรของจริงใช้ระบบ motion capture ร่วมกับวิทยาศาสตร์เพื่อเซ็ทรถครับ มันหมดยุคไปแล้วที่จะตัดเฟรมให้เข้ากับนักปั่นแล้วช้สูตรเซ็ทรถสูตรเดียวกันทั้งหมด ในปัจจุบัน เฟรมหนึ่ง ประกอบกับขาจาน ระยะเบาะ เลื่อนไปมาแค่หลักมิลลิเมตรเพื่อหา optimum power คือคำตอบสุดท้ายครับ ดังนั้นสตูดิโอวัดตัวจึงไม่ได้จำเป็นอีกต่อไป นอกจากว่าคุณค่ามันอยุ่ที่ custom made bike ครับ ที่อเมริกา ร้านจักรยานสำหรับนักปั่นไม่ต้องใหญ่มาก ทุกร้านมีเครื่องมือวัดตัวพร้อมครับ ซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย !! ผมกล้าพูดแบบนั้นเพราะ สิ่งที่ัมนทำได้เพียงแค่ วัดตัวเราได้แม่นยำและสะดวกขึ้น สุดท้ายค่าที่ได้แล้วนำไปทำอย่างไรนั้นคือปัจจัยครับ หากจะวัดตัวตัดเฟรมจริงๆ ต้องมีคนที่เรียนรู้มาทางด้านนี้โดยตรงนำค่านั้นไปคำนวนเข้าห้องทดลองกันจริงๆครับถึงจะได้ผลที่นำไปใช้ได้ และ สุดท้าย ก็จบที่ห้องทดลองด้วย motion capture อยู่ดี
สมัยก่อนเฟรมต้องเป๊ะเพราะอะไร?? เพราะเฟรมเป็นแบบ traditional ครับ ระยะหลายอยา่งค่อนข้างคงที่ ความยาวคอมีเลือกไม่มาก ผิดกับปัจจุบันนี้ที่เซ็ทอัพรถได้สารพัดค่า เฟรมมีความยืดหยุ่นในด้านขนาดมากขึ้น ดังนั้นเฟรม custom made จึงตายไปเหลือแต่ตลาดเฉพาะเท่านั้นครับ
ผมรู้จักคนที่เรียนจบทางด้านการทำเฟรมจักรยานมาคนนึง เค้ารับทำเฟรมทั้งเสือหมอบและเสือภูเขาด้วยไทเทเนียมและโครโมฯ สั่งท่อเข้ามาเชื่อม สุดท้ายแล้วเค้าก็ต้องใช้ geometry ที่ออกแบบมาโดยฝรั่งอยู่ดีครับ เพราะศาสตร์เรื่องการออกแบบในเชิงลึกถึงขั้นออกแบบองศาและระยะได้ต้องใช้ทีมงานออกแบบทำอย่างจริงจังมากๆครับ อย่าลืมนะครับว่าเฟรมจักรยานในต่างขนาดกัน มีรายละเอียดการย่อและขยายระยะกับมุมต่างๆด้วย ไม่ได้แปลว่าเอามาย่อ scale เฉยๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ..... จนกว่าที่บ้านเราจะมีบริษัททำเฟรมจักรยานแข่งขันได้ ก็คงไม่มีใครบ้าพอจะไปเรียนถึงขั้นนั้นหรอกครับ คิดดูนะครับ...จบวิศวะฯอวกาศมา ยังเป็นอาจารย์ได้ ถ้าจบการออกแบบเฟรมจักรยานขั้นสุงมา จะไปทำอะไรล่ะครับ?? แล้วพูดก็พูด ถ้าอยู่ในวงการออกแบบกัน ......... เราก็ทราบๆกันดีอยู่ว่าแบรนด์ไทย มีงบประมาณในการทำ R&D กันมหาศาลเพียงใด !! เมื่อไม่มี R&D แผนกออกแบบก็ไม่ต่างกับช่างเทคนิกที่เอามาถอดแบบ แบรนด์ทำผ้าทอยิ่งใหญ่มากๆของบ้านเรา ยังคงออกแบบด้วยการส่งนักออกแบบไปช็อปปิ้งไอเดียตามงานแฟร์ต่างๆอยู่เลย !! บริษัทเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังมีดาราพิธีกรเป็นพรีเซนเตอร์เองก็ยังคลอดแบบมาด้วยการปรับระยะจากแคตาล็อคเมืองนอก ผมว่ามีไม่ถึง 20% ที่แบรนด์ไทยจะลงทุน R&D กันเอง และยังไม่นับว่างบตรงนี้คิดเป็นเท่าใหร่ เทียบกับแบรนด์นอกอื่นๆที่บางรายให้งบ R&D กันถึง 40% ของระบบทั้งหมด มองไม่เห้นทางออกว่าจะไปสู้ด้วยอะไร ........และมองไม่ออกว่าจะเรียนออกแบบเฟรมจักรยานมาทำไม
สำหรับไต้หวัน ประเทศนี้เป็นสายการผลิตอุตสาหกรรมหนักมาตลอดครับ เป็นเส้นทางเดือนเดียวกันกับญี่ปุ่นและเกาหลีเป๊ะเลย ญี่ปุ่นอาจมีปัจจัยที่ต่างและเกาหลีเน้นหนักไปที่อิเล็คทรอนิคส์ ส่วนไต้หวันนั้น เป็นฐานผลิตทั้งอลูมินั่มและคาร์บอนมายาวนานเหลือเกิน บริษัทจักรยานของเค้าเติบโตมาจากจุดนี้แหละครับ จากโนฮาวที่มี ลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ และจึงทำ R&D พัฒนาผลิตภัณฑ์ บ้านเราทำแบนี้ได้หรือเปล่าล่ะครับ?? กี่ปีแล้วที่ดันตัวเองเป็นฐานการผลิตรถยนต์ให้ญี่ปุ่น แต่ .... อย่างมากก็แค่ดัดแปลงรถและประกอบออกมาในชื่อ "ไทยรุ่ง" สิ่งที่เชิดหน้าชูตาก็คงเป็น"มอเตอร์ไซค์" ที่พูดได้ค่อนข้างเต็มปากว่าแทบจะออกแบบและวิจัยในบ้านเราทั้งสิ้นเท่านั้นเอง ถ้าผมจำไม่ผิดเราเคยฮือฮากับ"โซลูน่า" รถยนต์ที่นักออกแบบไทยได้วาดฝีมือ แต่รู้สึกว่าจะไม่ได้ออกแบบตั้งแต่ต้นนะครับ
ฟังดูเหมือนผมไม่ค่อยนิยมไทยเลย จริงๆไม่หรอกครับ สิ่งที่ LA ต้องทำก็คือ ลงทุนวิจัยและออกแบบรถของตัวเองให้ได้จริงๆ ทำรถระดับแข่งขัน ไม่ใช่ทำรถบ้าน ไม่ต้องไปมองถึงคาร์บอนก็ได้ ผมว่าได้มาก็แค่เพิ่มผลิตภัณฑ์ออกแนวขยายมากกว่า ก็แค่เสนอทางเลือกให้ลูกค้า แต่ยังไม่ได้ลงลึก ดุจากสิ่งเดิมที่เคยทำ ก็พอจะคาดหวังได้ว่าคงเป็นคาร์บอนเกรดที่ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจนัก นี่แหละครับโจทย์ที่เค้าต้องแก้ภาพลักษณ์นี้ให้ได้ จักรยานที่เราๆเล่นเอาเข้าจริงๆมันก็เป็นพวก hard sell product ครับ ต้องเน้นสมรรถนะ ถ้าขี่ดี คนก็ซื้อ พวกกลยุทธอื่นๆมันมาทีหลังการตัดสินใจข้อนี้ จะให้ทำยังไงล่ะครับในเมื่อ Trek, Bianchi, Specialized, Colnago, Pinarello, BMC, Cervelo, Look, Giant, SCOTT, และอีกสารพัดเค้าทำรถไปแข่งระดับโลกกันหมดแล้ว Jamis ก็ทำรถให้ continental pro แข่ง(จริงๆแล้ว Barloworld ก็เป็น continental pro นะ

) ผมว่า เอาแค่ LA ออกแบบเสือหมอบดีๆซักคัน ส่งให้ทีมจักหวัดหรือกองทัพซักทีมใช้แข่งจนสำเร็จ มีการเก็บข้อมูลออกแบบวิจัยพัฒนาต่อเนื่องให้ได้ก่อนดีกว่าครับ ไม่ต้องดีเด่กระฉูดอะไรมากมายนัก ขอให้พัฒนาบนสนามแข่งอย่างจริงจัง เท่านั้นก็มองเห้นทางออก ผมเคยได้ยินว่าในเสือภูเขาเค้าก็พยายามทำอยู่แล้วในระดับหนึ่ง
สรุปครับ
๐แม้แต่ในเสือหมอบ ผมเห็นว่าการทำเฟรม custom ตัดเพื่อคนเดียวนั้นมันคงหมดยุคไปแล้วหลังจากที่การออกแบบเฟรมออกแบบมาได้ยืดหยุ่นขึ้น
๐สิ่งจำเป็นจริงๆที่วิทยาศาสตร์พบคือการเซ็ทรถมีผลมากกว่าขนาดเฟรม ขนาดเฟรมสามารถแก้และเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการเซ็ทรถที่เป็นระบบ
๐และแม้จะวัดตัวผลิตได้ แต่ต้องมีผุ้เชี่ยวชาญทำงานอย่างลึกซึ้งมากๆเพื่อสร้างมิติเฟรมออกมาให้ได้ บุคลากรตรงนี้ยังไม่มีการทำเป็นระบบครับ ส่วนมากใช้ประสบการณ์
๐ดังนั้น การทำเฟรม custom ไม่น่าเป็นทางอกที่ดีต่อการดันแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับครับ การลงมือวิจัยการกออกแบบต่างหากคือสิ่งที่ผุ้บริโภคต้องการ
เป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นนะครับ
