หน้า 1 จากทั้งหมด 4

ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 16:11
โดย bell mania
ทริปนี้มีชื่อว่า
เบื่อพิษแฮมเบอเกอร์ มากินเฝอกำแพงนคร ปั่นวังเวียงตะลอนๆ ค่อยไปออนซอนหลวงพระบางฯ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2530 ชื่อเนิน 1428คงจะคุ้นหูคนไทยอยู่
และถ้าพูดถึงบ้านร่มเกล้า จ.พิษณุโลก ทุกคนก็ต้องร้องอ๋อ อ้าว!แล้วมันเกี่ยวอะไรกันกับจักรยาน
ไม่เกี่ยวครับแค่จะบอกว่า ผมจะไปประเทศคู่กรณีของเรา….
จริงๆ ไทย –ลาว เรามีกรณีเกี่ยวเนื่องกันมานานโขนัก อาจจะประสาพี่หยิกน้อง น้องสะกิดพี่ เล็กๆน้อยๆ
การเขียนประวัติศาสตร์ของใครของมัน ต่างก็รับใช้ตัวเองทั้งสิ้น
และวีรบุรุษของต่างฝั่ง ต่างก็เป็นกบถของกันและกันไปโดยปริยาย
แต่รากเหง้าของอุษาคเนย์ผมว่าแทบแยกไม่ได้หรอกครับว่าใครเป็นใคร เรื่องระหว่างประเทศเป็นการเมืองที่เจ็บร้าวแต่เรื่องของนิสัยใจคอ ยังไงๆ สุวรรณภูมิก็เป็นเมืองพุทธอยู่ดีจริงไหมล่ะครับ

ยัดเสี่ยวหง (ลูกสาว)ลงกระเป๋าตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ โบกมือลาความวุ่นวายของเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์อย่างไม่แยแส
ผมเรียกแท็คซี่ให้กดมิเตอร์อย่างเร็วไวโดยไม่สนใจเรื่องแท็คซี่ธงฟ้า
หมอชิตดูคนน้อยลงไปอย่างถนัดหูตา รถทั้งคันมีผมนั่งเบียดยุงกับคนอีกแค่ไม่กี่ชีวิต
เอาเถอะ คราวเมืองไทยล้มพังพาบลงเมื่อปี40 ผมก็เห็นหมอชิตเป็นแบบนี้มาแล้ว
ผมขึ้นรถบุษราคัมทัวร์ เที่ยว22.00น.ปลายทางหนองคาย

ชะรอยฟ้าฝนที่กลางทางระหว่างอุดรจะเข้าหนองคายทำให้ผมใจแทบสั่นระริก..
เออ จริงๆใจมันต้องสั่น ต็อกแต็กๆสิ แอบชำเลืองนาฬิกา 6โมงเช้าที่อุดร แต่ฝนยังตกปรอยๆอยู่เลย
ถนนทั้งเปียกอากาศก็ทั้งหนาว แล้วถ้าผมกางลูกสาวผมลงไปปั่น ลูกสาวผมต้องมอมแมมเป็นลูกไม่มีพ่อหรือเปล่าหนอ?
ผมได้แต่กังวล
และก็06.30 มาถึงที่หนองคาย สงสารพวกสารถีสามล้อที่อุตส่าห์แย่งกันวิ่งมารอผู้โดยสารที่ประตูรถแต่ไม่ยักมีใครเรียกรถ
และผมก็คนหนึ่งล่ะที่หอบกระเป๋าเสี่ยวหงออกมากางอย่างไม่ได้เหลียวมองผู้คน มีก็แต่ผู้คนแถวนั้นที่ซุบซิบกันประมาณว่ารถอะไรวะพับใส่กระเป๋าได้
ลืมบอกไปว่า เมื่อคืนนี้ด้วยความที่ทั้งรถมีคนนั่งอยู่ไม่กี่คน
จึงมีคนมานั่งกระจุกตัวกันเป็นกลุ่มๆเหมือนความกลัวเหงายังไงยังงั้น
ในจำนวนนั้น มี ชาวสิงคโปร์ 1คนจะไปลาว ชาวไทย1คนเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยของJICA
และแกเป็นคน14ตุลา16 หนีไปอยู่ฝรั่งเศส20ปี กำลังจะไปลาวเช่นกัน เออ..ลาวมีดีอะไรอย่างนั้น ดีจนทำให้ใครๆก็ปรารถนาที่จะไปเยือน หึๆๆ เรื่องที่เราคุยกันก่อนสลบเหมือดไปกับที่นั่งตัวเองเมื่อคืนคงไม่พ้นเรื่องการเมืองแน่ๆ สำคัญสุด ตอนนี้กีฬาสีโรงเรียนอนุบาลหมีน้อยกำลังจะกรายเท้ามาถึงอีกฤดูกาลแล้วสิ เอ้อ…..ขอต้อนรับทุกคนสู่ทริปของผมครับ …..

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 16:16
โดย bell mania
ต้องขออภัยที่ไม่ได้ชวนใครเลย ไปแบบรีบๆ

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 16:23
โดย bell mania
ผมกะเอาไว้ว่าคืนวันนี้(6ก.พ.52) ผมต้องนอนค้างคืนที่หนองคายสักคืน
เพื่อดึงเกมให้ได้อยู่เวียงจันทน์ถึงวันที่9ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา
ด้วยความขี้เหนียวเกินบรรยายเลยแอบหยิบโทรศัพท์มาโทรหาเพื่อนเสียหน่อย
เพราะนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนหนีความเจริญมาเป็นเจ้าหน้าที่TOTที่หนองคายคนหนึ่งเหมือนกันนี่นา
น่าจะ พอได้อาศัยที่นอนฟรีๆ เพื่อประหยัดอัฐสำหรับการท่องยุทธภพ พับไปเพ้อไปของผม
เช้าวันนี้ผมเริ่มท่องเที่ยวด้วยการปั่นมาที่ตลาดท่าเสด็จ
มีอะไรที่นี่?
ที่นี่ มีของกิน ของใช้ เหมือนคลองถม หรือจะเรียกว่า คลองถมแอบเหมือนที่นี่ก็ไม่ผิด
มันคงแพร่กระจายออกมาจากจีนเหมือนกันแหละน่า!
ผมมีโอกาสพูดคุยกับคนพื้นที่ เรื่องการทำมาหากิน
และวนเวียนอยู่กับถนนไม่กี่สายของที่นี่ ถนนประจักร ถนนมีชัย
ผมซอกแซกซอกซอนจนครึ่งวันก็ไปมาหมดทั้งเมือง และก็เริ่มคิดได้ว่า หนองคายเล็กกว่าที่มองไว้ในGoogle earthเสียอีก
ได้มีโอกาสเจอเข้ากับนั่งปั่นชาว ฮ่องกง ที่ปั่นมาจากลาซา ทิเบต ไต่จากลาวลงมาเรื่อย จนมาเข้าหนองคาย เห็นไหมดินแดนอุษาคเนย์ใครๆก็อยากมา

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 16:29
โดย bell mania
หนองคาย ถ้าการเกษตร ยาสูบน่าจะขึ้นชื่อ
ผมปั่นไปปั่นมา ทั้งวันแหละครับ เมืองเล็กขนาดนี้ ไปถึงสะพานมิตรภาพด้วย

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 16:42
โดย bell mania
7กุมภา สะบายดีเวียงจันทน์

ตื่นนอนเอาประมาณ7โมงเช้ากว่าๆ วันนี้7กุมภาพันธ์แล้ว เมื่อคืนเพื่อนพาไปนั่งกินข้าวที่ริมโขงมา

อากาศหนาวจนตัวงอ เพราะไม่ได้ติดเสื้อกันหนาวมาด้วย
แต่ขากลับผมเอาน้องเสี่ยวหงเข้ามานอนในบ้านด้วยกลัวหนาว
ผมจัดแจง จัดสัมภาระรอเพื่อนตื่นเอาตอนจะ9โมงเช้า
หลังจากนั้นก็ปั่นไปกินข้าวกันแถว ถนนประจักษ์ สุดท้ายก็โบกมือลากัน
ผมปั่นน้องเสี่ยวหง มาตามถนนที่จะตรงไปท่าบ่อ และเลี้ยวซ้ายเข้าสะพาน เพื่อจัดการตามขั้นตอนของ ตม. ตอนนั้นเวลา11โมงแล้ว
ผู้คนที่รอต่อคิวมากมายเกินที่ผมคาดไว้เยอะ
มีรถจากขอนแก่นมาถึงที่สะพาน นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ
ผมไสเสี่ยวหงเข้าไปในช่องตรวจพาสพอร์ต ขอเอาบัตร ขาออก-เข้า มากรอก
วันนี้อากาศร้อนมาก ตรงกันข้ามกับเมื่อวานชนิดหน้ามือหลังเท้า
เจ้าหน้าที่ที่ด่านเห็นผมแต่งตัวรัดกุม แกจึงแอบกระซิบบอกผมว่า
“น้องไม่ต้องพับนะ อย่างน้องนี่ปั่นข้ามไปได้เลย” (ผมกำลังจะก้มพับเสี่ยวหงอยู่พอดีเลย เจ้าประคู๊ณ หวานหมู!!)
คนที่นั่งรอรถรับจ้าง มองผมด้วยความอิจฉา แต่ผมโบกมือบ๊าย บาย ไว้เจอกันฝั่งขะโน้น
พูดถึง ก็เสียวสันหลังเหมือนกันนะครับ ปั่นอยู่ดีๆ มีรถพ่วงวิ่งตามหลังในช่องเดียวกัน แต่
เพียงไม่กี่อึดใจผมก็มาถึงแดนลาวครับ เวลาปาเข้าไปเที่ยงวัน 12.00น.
และตามเคย ถึงแล้วก็ต้องรับเอา บัตรแจ้งเข้า-ออกเมืองมากรอก แต่ไม่วุ่นวายเท่าฝั่งไทย(ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า)
แวะแลกเงินกีบสักหน่อย ผมยื่นเงินไทย 3,000.-ได้เงินกีบกลับมา 728,550กีบ ว้าว!ผมกลายเป็นเศรษฐีแล้วครับ
จากนั้นไปจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าประเทศลาว 10.- ทีนี้ก็เจียมตัวปั่นได้แล้วสิครับ
ทุกขั้นตอน ที่ผ่านมา จากฝั่งไทย ฝั่งลาวรวมเบ็ดเสร็จ ชั่วโมงกว่าเลยเชียว นานเหมือนกันนะพูดถึง
หรือถ้ามาถึงฝั่งลาวใครขี้เกียจกรอกเอกสาร เขามีบริการกรอกให้ด้วย แต่เสียสตางค์นะเออ…
มาเที่ยวลาว ก็เจอแต่พี่ๆคนไทย พอได้ถามทางบ้าง
แต่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายถูกถาม เพราะถ้าไปถามคนลาวบางคน ถ้าเขาฟังไทยไม่ได้ พูดไทยไม่เป็นเขาจะบอกทันทีว่า “ข้อยบ่ฮู้”
แล้วผมก็เริ่มปั่น
ด้วยอารมณ์เรื่อยเฉื่อย ชมนกชมนา ไปเรื่อย แต่ไอ้การวิ่งขวาก็ทำผมงงได้เหมือนกันนะครับ
ยังติดอารมณ์บ้านเราอยู่ เจออะไรก็แวะถ่าย แวะคุยประสาคนบ้าเขียน
ผมมาถึงตัวเวียงจันทน์เอาตอน จะ บ่ายสองโมง 14.00น.
แวะหาน้ำกินก็เจอน้ำมะพร้าว ซึ่งลูกใหญ่มาก ราคาก็น่าตกใจ 7,000กีบ
แต่จะบอกว่า สู้มะพร้าวน้ำหอมบ้านเราไม่ได้ดอกขอรับเจ้านาย!
ผมนึกขึ้นได้ว่า มีแฟนประจำหนังสือชาวลาวที่ผมเป็นคอลัมนิสต์ที่เมืองไทย เคยให้นามบัตรผมไว้
เขาเป็นคนลาวแต่พูด อ่าน ภาษาไทยได้ อ้อชื่อ คุณไก่ (ท้าว สมพาไท สุดทิพง)
ทำงานด้าน เครื่องเสียงให้เช่าที่ฝั่งลาว และมีศิลปินในมืออย่าง วง CELLS เออ! ที่นี่เขาฮอตมากเลยครับ
ไหนๆก็ไหนๆ ไปแอบดูไหมครับว่าศิลปินที่ลาวเขาเป็นยังไง

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 16:52
โดย bell mania
ตามรายทางก็จอดถ่ายรูปไปเรื่อย

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 17:02
โดย bell mania
ผมเข้าไปทำข่าว พูดคุยกับเอนจิเนียร์นานสองนาน ลืมไปเลยว่า
ตัวเองยังไม่มีที่ซุกหัวนอนนะ อ้าว!!!ลืมเลย
คุณไก่ แฟนหนังสือผมและเป็นเจ้าของเครื่องเสียง หยิบบัตร คอนเสิร์ตVIP. ให้ผมฟรีมา1ใบ(ราคา 150,000กีบ เอา250หารดู) แล้วบอกว่า พรุ่งนี้6โมงเย็นเจอกัน ฮั่นแน่ โกอินเตอร์จริงๆเลย ผม
ผมวิ่งหาที่พักอยู่นานสองนาน หาไปเรื่อยๆ ซอย ตรอกไหนผ่านก็ถาม
แต่ไม่ยักมีที่ว่าง เวลาก็ปาเข้ามา 4โมงครึ่ง 16.30น. เลยแอบมาพักเหนื่อยแถวธาตุหลวง
ในใจก็นึกว่า เอายังไงดีหนอ?
คืนนี้จะนอนป้ายรถเมล์หรือเปล่า(ลาวมีป้ายรถเมล์ไหมหว่า? มารู้ทีหลังว่ามีเยอะเหมือนกัน)
หรือจะกลับไปหา คุณไก่ที่กำลังsound checkที่ Lao ITeccโน่นดี (อ่านว่า ลาวไอเต็ก)
แต่สวรรค์ก็เข้าข้างผมครับ ผมมาเจอเอาแถวๆธาตุหลวงจนได้ น้องเสี่ยวหงมีที่ซุกหัวแล้วลูก
โดนไปคืนละ 340บาทไทย แต่ไม่เป็นไร นานๆที
ว่าแล้วก็หาอะไรกินกันก่อน ไปเลย
ผมเดินหาซื้อเพลงของศิลปินลาว แวะถามไถ่คนลาวว่ารู้จักวงCELLSไหม แสดงว่าดังมากครับ ถามใคร ใครก็รู้จัก
สำคัญไปกว่านั้น ตอนนี้เป็นเทปผีแล้วด้วย
ผมซื้อเพลงลาวมาสองแผ่น
วัฒนธรรมของชาติผมว่า มีอยู่ไม่กี่อย่างที่ผมสามารถวิเคราะห์สังเคราะห์เมื่อได้เห็นนั่นคือ การกินอยู่(ตลาด) ภาษา (รวมไปถึงเพลง) และ ประเพณี (กิจกรรมในชุมชน)
ผมไม่รู้จะกินอะไรดีเลยสั่งไอ้ที่พอคุ้นหูตา แต่รสชาติก็ธรรมดาครับ
วันนี้มืดค่ำแล้ว กินกันตายไปก่อน แล้วค่อยว่ากันพรุ่งนี้ ราตรีสวัสครับ

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 17:08
โดย Kukku
ตามมาดูแล้วคะ :mrgreen:
หนุกหนานๆๆ

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 19:52
โดย bell mania
เวียงจันทน์วันที่2
8กุมภา 52

ตื่นนอนตั้งแต่ตี5 จัดการกับกิจวัตรส่วนตัว แล้วก็นึกในใจว่า ตลาดเช้ามันจะเปิดหรือยัง
โดยจินตนาการว่ามันต้องเป็นอย่างโน้น อย่างนี้
ผมไปเคาะประตูเรียกเจ้าของเกสต์เฮาส์ให้ลุกมาเปิดประตูใหญ่ให้ผม
พร้อมกับถามว่า ตลาดเช้าไปทางไหน
เมื่อได้พิกัดแล้ว ผมก็ขึ้นอานเสี่ยวหงปั่นย้อนผ่านหน้าพระธาตุหลวง ตรงลงไปทางใต้
ตอนนี้ประตูชัย อยู่ข้างหน้าผม แต่มืดตึ๊ดตื๋อ เพราะมันยังไม่6โมงเลย
ผมปั่นผ่านไป จนไปถึง สถานีรถสายใต้
มีลุงคนหนึ่งเดินมาขายตารางการเขียนอักษรลาวให้กับผม ราคา15พันกีบ ผมก็สงสัย ทำไมไม่เรียก หมื่น5 แกก็บอกว่าเขาเรียกเพื่อให้สะดวกแก่การใช้จ่ายเงินกีบ

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:03
โดย bell mania
ตลาดเช้าของลาวดูคึกคักมาก
อยู่ติดกับสถานีขนส่งสายใต้(รถทัวร์ที่รับส่งคนจากไทย ไม่ว่าจาก ขอนแก่น,อุดร, หนองคาย ก็มาจอดรับส่งคนที่นี่ )
มีผลไม้ ผักแปลกๆ ที่ผมรู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง ดารดาษกันไป
ผมกลายเป็นตัวประหลาดหนึ่งเดียวในบริเวณนั้นที่สนใจอะไรไปทั่ว
“เป็นตาขี่ดีเนาะ รถอ้ายอันนี่ คักแท้” ได้ยินนะว่านินทาอะไรลูกสาวผม


วนเวียนนานพอดู ชักสาย อากาศเริ่มร้อนๆ
คิดอะไรไม่ออกนอกจากไปประตูไซ(ประตูชัย) เพราะยังไม่ได้ถ่ายรูปคู่กันเลย
ปั่นย้อนขึ้นมาทางเหนือ ก็มาเจอลุงๆทั้งหลายที่ ปั่นจักรยานรอบวงเวียนประตูชัยกันอยู่
และตอนนั้นก็หยุดสนทนากัน2-3คนอยู่ก่อน
คนลาวที่นี่ มีทั้งลาวแท้และลาวผสมเวียด (จริงๆมันไม่มีอะไรแท้หรอก
ผมก็คนไทย ไม่รู้บรรพบุรุษ ลาว เขมร เวียดหรือมอญผสมกันก็ไม่รู้ อยู่แผ่นดินไหนก็คนของที่นั่นแหละ)
คนลาวนิยมส่งลูกไปเรียนจีน รวมถึงลุง2คนนี้ด้วย
แกมีเชื้อเวียดทั้งคู่ เวียดผสมจีน แซ่เฉิน และการสนทนา จีน ไทย ลาว เวียด ก็เริ่มขึ้นอย่างออกรสออกชาติที่นี่
ผมมีความสุขจริงๆ เวลาได้คุยเรื่อง เชื้อชาติ วัฒนธรรมกับคนต่างถิ่น

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:12
โดย bell mania
ลาวไม่มี7eleven
ไม่มีชายสี่บะหมี่เกี๊ยวตอนตีสองผับเลิก(ชายสี่บะหมี่เห็นที่เดียว ริมน้ำคาน หลวงพระบาง)
ไม่มีรถเมล์ฟรี หรือค่าน้ำ ไฟฟรี
ไม่มีการไหว้เมื่อเจอหน้ากัน แต่อาศัยการจับมือธรรมเนียมฝรั่ง
ผมแอบได้ยินคนไทยที่ไปมีครอบครัวและทำมาหากินที่นั่นบอกว่า ตอนนี้เมืองไทยแย่เพราะมีกีฬาสี เลยหนีมาอยู่ต่างประเทศ!! ถ้าคิดกันหมดประเทศ ผมว่าเมืองไทยไม่มีที่อยู่แน่!
ผมมาอยู่เวียงจันทน์วันที่สอง รู้สึกเลยทันทีว่า ข้าวของที่นี่แพงเหลือเกิน
แพงจนเกินความพอดี ก็ในเมื่อค่าครองชีพมันสูง รายได้ต่ำ และอะไรๆก็นำเข้าจากไทย
และใครบอกข้าวของในไทยแพง ผมเถียงตายเลย “ในลาวแพงกว่าอีก!!”
โค้ก กระป๋อง5พันกีบ หรือ20.-
ข้าวขาหมูธรรมดาๆ ไม่ไข่ 1หมื่นกีบ 40.-
เฝอ 1หมื่นกีบ

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:29
โดย bell mania
ผมได้นั่งรถสามล้อในลาวก็คราวนี้ เพราะกลัวลูกสาวโดนขโมย ค่ารถถือว่าแพงครับ 15พันกีบ (60บาท)
คืนนี้ผมไปดูคอนเสิร์ต ที่TIGO (ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งของลาว) เป็นคนจัด
แต่ห้ามเอากล้องเข้า
อ้าว!!! ผมหัวเสียขึ้นมาจี๊ดๆ
ถ้าไม่ถ่ายรูป จะมายืนฟังแบ๊กกิ้งแทร็คเป็นวัยรุ่นได้เหรอเนี่ยผม?
ในฐานะสื่อมวลชนอย่างผม ผมขออนุญาตเรียกว่า คุกคามสื่อ(อิอิ..) ก็แล้วกันนะ
ศิลปินร้องเพลงกับแบ๊กกิ้งแทร็ค หรือ ลิพซิงค์ผมไม่ถ่ายไปขายร้อก!!!
เออ โชคดีที่ผมเอามือถือถ่ายภาพมาได้ อ้อ..
สมัยผมทำคอนเสิร์ตบ้านเรา ตอนกำลังมิกซ์ จะมีคนของค่ายเพลงมาเซ้าซี้ว่า อัดเทปไว้หรือเปล่า?
ผมไม่ค่อยชอบนะครับ ส่วนใหญ่พวกที่มาถามคือ คนของศิลปินลิพซิงค์
มาเจอในลาวอีก ห้ามถ่ายรูป เอาๆๆ บ้านเขา
จะเอาอะไรที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกราวน์หรือ3ขา มาใช้ที่ลาว อย่าลืมหัวแปลงมาด้วยนะ
โชคดีที่ผมยังพอหาซื้อได้ แต่โดนไปหลายพันกีบเหมือนกัน เฮ้อ…

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:38
โดย bell mania
9กุมภา เวียงจันทน์
ผมยังอยู่เวียงจันทน์เป็นวันที่3 อยู่รอวันมาฆบูชา

ทาด หลือ สะถูบ
สะถูบ หลือพระทาด เดิมแท้แม่นส้างเพื่อ บันจุพระสารีลิกะทาด(กะดูกของพระพุดทะเจ้า)
ต่อมาได้กายเป็นสันยาลักแห่งพระพุดทะสาดสะหนา และได้เป็นบ่อนบันจุอัดถิของนักบวดผู้ซงคุนนะวุดทิ หลือ กะสัด

แอ่น แอน แอ๊น มาพร้อมการถอดคำภาษาลาว เพราะซุ่มไปเรียนมาเต็มที่ สะบายดีครับ มิดฮักแฟนอ่านเหมิดทุกคน … พอหอมปากหอมคอ วันนี้ผมยังอยู่ที่เวียงจันทน์ วันนี้เป็นวันมาฆบูชา
และถึงตรงนี้ ผมจะบอกว่า ทำให้ผมรักเมืองไทย ของผมมากที่สุดในโลก ทำไมครับ
ประเพณีทั้งหลายแห่งวิถีพุทธ ไทยเราประเสริฐที่สุดในโลกแล้ว
แต่ในลาว ในกำแพงนคร(ทะเบียนรถเขียน กำแพงนะคอน แต่ถ้าเขตนอกๆ ทะเบียนรถ เวียงจัน)
ขนบประเพณีของเมืองพุทธไม่ค่อยหรูหราเท่าไหร่ (ไม่เอิกเริกเท่าไทย)
แต่ผมคงไม่ตัดสินแค่นี้ เอ..หรือว่าคนลาวเขาไม่ค่อยยืดพิธีกรรมแต่เน้นสร้างจิตสำนึกในพลเมืองของเขา เอ…

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 20:51
โดย bell mania
แต่ผมคนไทย ผมโตมากับถือปิ่นโตไปวัด
ยายพาไปนอนเล่นศาลาวัด หลวงพี่เทศน์ให้ฟัง มีกฐิน มีผ้าป่า มีเทศน์มหาชาติ
ผมบวชแล้ว เรียนแล้ว ได้แต่คิด คิด คิด ว่า แบบที่ลาวเป็นอยู่น่ะดีอยู่แล้วไหม?
วันทั้งวันในวันนี้ผมยุ่งอยู่กับการไปวัด ไปหาที่ทำบุญเพราะคิดถึงยายที่เสียไปเกือบสิบปีที่แล้ว
คำตอบผมจึงอยู่ที่วัดข้างๆพระธาตุหลวง
ผมบริจาคเงินทำบุญและดูวิถีชีวิตคนลาวในเมืองหลวง เห็นหน้ายายๆทั้งหลายแล้วคิดถึงสมัยเด็ก
ลาวไม่ได้กำหนดให้วันมาฆะ เป็นวันหยุด ดังนั้นวัดจึงมีแต่คนวัยสูงอายุ


พูดได้เลยว่าวันนี้ผม เที่ยววัดสีสะเกด กับหอพระแก้ว
ผมมีประโยคที่ประวัติศาสตร์เขียนรองรับของใครของมัน ให้วิเคราะห์ ผมเขียนตามที่ได้เคยร่ำเรียนมา
“ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตจาก กรุงศรีสัตนาคนหุต มาประดิษฐานยังวัดพระแก้วในปี….”
อันนี้ของคนไทยครับ เคยเรียนตอน สปช. ไม่ก็สังคม แต่น่าจะเป็น สังคมมากกว่า
ลาวว่าไง
…..แต่ปะจุบันนี้ องพระแก้วมอละกดดังก่าว ได้ถืกไปปะดิดสะถานอยู่ต่างปะเทดแล้ว แต่ปี ค.ส.1779
พรุ่งนี้ผมจะขึ้นเหนือไปวังเวียง ตอนบ่ายเลยปั่นหาขนส่งสายเหนือสักหน่อย เจอกันพรุ่งนี้ครับ
โซกดี !... ขอบคุณ เสี่ยวหง ลูกสาวผมที่เป็นทั้งพาหนะและขาตั้งกล้องที่ใช้งานได้เยี่ยมที่สุด เป็นเพื่อนคู่กายที่น่ารักที่สุดเสมอมา ตอกย้ำว่าหนูเป็นรถพับที่ไม่ใช่แฟชั่นแต่ใช้งานได้จริง ลูกจ๋า

Re: ทริปอดสู อยู่กับรถพับ: พับไปปั่นไปในลาว

โพสต์: 16 ก.พ. 2009, 21:01
โดย bell mania
อาหารการกินในเวียงจันทน์ ผมกินเฝอมาหลายมื้อแล้ว เพราะไม่รู้จะกินอะไร