จุดหมายแรก ซ้อมรถและกำลังขา(Quest No.1)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 31 ตุลาคม 2010 เวลา 23:02 น.
วันนี้ก็ตื่นแต่เช้าแปดโมงกว่า จัดข้าวจัดของเตรียมสัมภาระส่วนตัวกะออกไปค้างคืนหนึ่งวัน ก็เตรียมของที่จำเป็นพอที่จะใช้ได้ จุดหมายแรกที่อยา่กจะไปคือ ไปหาแม่ก่อนเลย เพราะทุกที ชอบอ้า่งว่าไปยากไปลำบากนั่งรถเข้าออกก็ไม่ค่อยได้ เลยใช้บ้านแม่เป็นเป้าหมายแรกเลย ได้ลองรถแล้วก็สร้างความคุ้นเคยกับเจ้าเบนโตะซะหน่อย พอก่อนจากบ้านก็ดูมันเก้ๆกังๆซะหน่อย มะค่อยคุ้น ขี่ไปก็สาระวนกับเจ้าเกียร์ต่าง จนเข้าใจว่าเบอร์ไหนเป็นยังไง ก็จบที่ จาน2 เพือง 6 เพราะรู้สึกจะเบาสบายแล้วขี่ง่ายที่สุดแบบไปเรื่อยๆ ถ้าอยากเร่งก็สุดๆทั้งสองอัน จาน3 เพือง 8 หนักแต่เร็วสุดแล้วก็ล้าง่าย (แต่หลังๆคงต้องใช้หล่ะกะมั้งเพราะเด๋วจะตามใครไม่ทัน) พอออกรถใหญ่ก็เริ่มจะเกร็งๆ เพราะรถบรรทุกเยอะเหมือนกันกว่าจะเข้าเลนนอกได้ก็ลุ้นเหมือนกัน กัวไปหมด(ไม่ได้ขี่รถมาเกีิอบยี่สิบห้าปี)วันนี้แดดไม่แรงมากคงเพราะยังเช้าอยู่มั้ง หลังจากขี่ไปได้สักพัก ก็ได้รู้ว่ารถรอบตัวเราเป็นยังไงบ้าง ตะก่อนไม่เคยสังเกตุ รถกะบะกับรถเก๋งญี่ปุ่นนี่เวลาจะแซงเราหรือจะตัดหน้าเราเพื่อจะเข้าซ้ายจะบีบแตร์ก่อน เจอหลายคันเลยสักเกตุได้แรกๆำก็ไม่รู้ แต่รถราคาแพงหน่อย จะไม่เหมือนกันตัดหน้าเลี้ยวเข้าปั้มหรือแยกไปเลย เราต้องระวังตัวเองว่าเค้าจะตัดหน้าเรามั้ย (มือจับเบรคตลอดเตรียมไว้เลย ) ยิ่งแท๊กชี่นี่น่ากัวสุดปาดแล้วจอดเลย แรกๆตกใจ พอหลังๆเริ่มชิน เตรียมตัวเบรคเลย ถ้าเห็นคนริมถนนทำท่าจะเรียกรถ กว่าจะถึงบ้านแม่ก๋ใช้้เวลาไป40นาที ระยะทาง 14.8 กิโล อยู่กันครบเลย น้องสองคนกะเเม่ เห็นเราเลี่้ยวเข้าบ้านก็งงกันใหญ่ว่าใครมา พอถอดหมวกก็ดีใจกันใหญ่คงนึกไม่ถึงว่าเราจะขี่จักรยานมาถึงนี่ได้่ ก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันใหญ่เส็ดก็นอนพักเลยปวดขามาก
สรุป
Level.1 Rookie F (Dst=14.8/100 Km)
ประสบการณ์
1.ก่อนออกรถขี่ไประยะทางไกล ควรจะวอร์ม ร่างกายเสียก่อน
2.ระวังสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ที่สามารถจะออกมาขวางทางเราได้ ในช่วงกะชั้นชิด
3.อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจแท๊กซี่ เพราะเค้าสามารถจะตัดหน้าและเบรค ที่ไหนเมื่อไรก็ได้
4.อย่าสนใจสิ่งที่เราเลยผ่านไปแล้ว คือเลี้ยวไปมอง นานเกิน สมาธิต้องอยู่ข้างหน้าเสมอ
--------------------------------------------------------------------------
ลองออกไปเผชิญความลำบากที่อยากลองซะหน่อย(Quest No.2)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2010 เวลา 0:06 น.
หลังจากที่ได้พักสักระยะนึงแล้ว กินข้าวกินปลาเรียบร้อย ขาก็หายปวด เลยวางแผนจะออกไำปข้างนอก แต่ยังไม่รู้ที่ไหนดีเลย ดูจากจีพีเอสเอา ก็สรุปได้ว่าจะไปหาหาดที่ติดทะเลกรุงเทพ คือตรงไปจากเส้น บางขุนเทียน เทียนทะเล แล้วเลี้ยวขวาดูเผื่อมีมุมสวยๆ รับลมซะหน่อย แล้วขากลับก็จะกลับมานอนบ้านแม่เหมือนเดิม เพราะสั่งให้น้องทำอาหารไว้ กะจะกลับมากินตอนขากลับ กว่าจะออกมาได้ก็บ่ายสองกว่าๆ (เพระาช่วงเที่ยงแดดแรงมาก)ด้วยความไม่คิดอะไร เลยฝากสัมภาระำไว้ที่บ้านแม่ก่อน แล้วออกมาตัวเปล่าๆ หลังจากขี่ออกมาได้สักระยะหนึ่ง ก็นึกขึ้นได้ว่ากระเป๋าตังส์อยู่ในเป้สะพาย(เวงกรำแหล่ะ) แต่ก็คิดว่าช่างมันขี่ไปไม่ได้ใช้เงินอยู่แล้ว น้ำก็มีเป็นขวด ข้า่วก็เด๋วขากลับก็กลัีบมากิน ขี่ไปเรื่อยๆชมวิวริมทางไป ตลอดทางนี่หมาเยอะมาก ตกใจตลอดทาง ความเร็วก็ประมาณ 22-26kmh จริงๆแรก ไปไหนคนเดียวน่าจะดีกว่า เพราะอยากไปไหนก็ได้ ไม่ต้องขอความเห็นใคร แต่สักพัีกก็รู้สึกมันเงียบเกินไป เลยเปิดเพลงที่มือถือเสียบหูฟัีงไว้ข้างเด๋ว ไม่กล้าเสียบสองข้าง(เคยมีข่าวรถมอไซด์โดนรถทับเพราะไม่ได้ยินเสียง รถไล่หลัง)แต่อีกข้่างก็เสียบบูทูธอยู่ ขี่ไปจนสุดทางแล้วก็ยังไม่เห็นทะเลสัีกที ดูจากแผ่นที่ที่มือถือ ก็วิ่งเลียบทะเลอยู่ แต่มีจุดนึงเหมือนจะเป็นท่าน้ำ แล้วดูจากป้ายก็เห็นบอกว่าข้างหน้าเป็น ตำหนักกรมหลวงเสด็จเตี๋ย เลยอยากไปดู (ลืมดูระยะทางว่าเท่าไร) ก็ฟังเพลงเพลินๆ เปิดแผ่นที่นำทางไปด้วย จนถึงที่หมาย
เห็นตำหนักเสด็จเตี๋ย ก็ลงไปสักการะเพื่อเป็นสิริมงคง แล้วก็เลยไปท่าน้ำ ถ่ายรูปไว้หลายรูปเหมือนกัน แสงสวยดี คุ้มค่้ากับที่ปั๋นมาซะไกล ดูจากเครื่องวัดระยะที่หน้าเครื่อง 48.6 ลบกับเมื่อเช้าบ้านแม่ 14.8 ก็เท่ากับมาได้ 33.8 กิโล (โอวเยอะไปมั้ยเนี้ยสำหรับวันแรก)
เห็นวิวทิวทัศน์แล้วหายเหนื่อย ชื่นใจที่เราทำได้ ถ้าวันนึงขี่ได้ 40กิโลแล้วเป็นยังนี้ได้ก็ไหวนะ ภูมิใจอ่ะ อิอิ *-*
สรุป
Level.1 Rookie F (Dst=48.6/100 Km)
ประสบการณ์
5.ช่วงนี้ถึงจะเหงาแต่ขี่ึคนเดียวสบายใจกว่า อยากไปไหนก็ได้ไม่ต้องวางแผนมาก
6.อย่าฟังเพลงสองหูให้เผื่อหูนึงไว้รับเสียงที่มาจากด้านหลัง
7.น้ำขวดติดรถให้จอดรถก่อนแล้วดื่ม อย่าดื่มขณะปั่นไปด้วย เสียหลักง่ายแล้วก็พะวงกับการหยิบแล้วเสียบคืนที่เดิม(อาจเป็นเพราะมือใหม่ด้วยมั้ง แล้วแต่คนแล้วกัน
8.ระวังหมาข้างทางด้วย ส่วนมากมันจะกระโจนไล่เราทุกตัว ถ้าไม่ระวังจะเสียหลักแล้วรถเบี่ยงออกไปโดนรถที่กำลังแซงเราซะ(ถึงตายได้)

- q123.jpg (117.79 KiB) เข้าดูแล้ว 2733 ครั้ง
--------------------------------------------------------------------------
เีรื่องที่ลืมไป และความสับเพร่าของตัวเอง เจอจริงๆแระความลำบากเนี้ย(Quest No.3)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2010 เวลา 1:33 น.
เหอะๆจริงเรื่องนี้ไม่คิดมาก่อนว่ามันจะเ้ป็นเควสที่สาม เรื่องมันต่อจากที่ไปท่าน้ำนี่หล่ะ หลังจากที่ฟังเพลงมาตลอดทาง ถ่ายรูปไปเยอะแยะ เปิดใช้แผนที่ดูทางไปด้วย สรุปว่า แบตหมด(เวงกรำ เริ่มมาเยือนแล้ว) เครื่องดับไปขณะถ่ายรูปอย่างเมามัน ถ่ายไปลบไปอันไหนไม่ชอบ แผนที่ก็เปิดทิ้งไำว้กินแบตน่าดู คราวนี่ทำไงหล่ะเนี้ย แผนที่ไม่มีแล้ว ตอนแรกก็ตั้งใจกลับทางเดิม แต่สักพักก็คิดเอาเองว่า ทางเข้าด้านหน้าน่าจะใกล้กว่าแล้วถนนก็ใหญ่้ด้วยกลับทางเดิมนี่ น่าจะมืดมาก เพราะขามาสังเกตุว่าไม่มีไฟทางเลย มีแค่จุดใหญ่ๆก็เลยขี่กลับอีกทาง ผ่านทางวันโกรกกราก แล้วกะตรงไปบางขุนเทียน (อันนี้ถามจากมอไซดวิน แผนที่พึ่งไม่ได้แล้ว) ก็ขี่ไปได้เรี่อยๆ แบบว่าอาศัยดูํป้ายบอกทางเอา ขี่ไปได้ไกลพอสมควร นานมากฟ้าเริ่มมืดแล้ว ออกจากท่าน้ำ 5โมงครึ่งจนถึงแยกแยกนึงต้องเลี้ยวซ้าย
แต่ทางขวาเป็นทางบอกว่าไปชมพระตำหนักเสด็จเตี้ย อ่าว....!!? นี่เราวิ่งเป็นวงกลมรึเนี้ย ก็แยกนี่ตอนแรกตรงไปขี่ไปไม่ถึง20นาที่เลย ก็ถึงแล้ว นี่กลับมาแยกนี้เสียเวลาไปชั่วโมงกว่าๆ เวงๆๆๆ กลับมาทางเดิมรึเนี้ย แต่ก็ช่างมันไม่ต้องถามใครแล้วเพราะเป็นทางที่มาตอนแรก ดิ่งตรงอย่างเดียว (แต่มันมืดมากกกๆ ) ตามปกติเวลาไปไหนเวลายังไม่ถึงจะรู้สึกนานมากว่าทำไมยังไม่ถึงผิดกลับขา่กลับ แป๊บเดียวก็ถึงแล้ว ความรู้สึกมันต่าง แต่กับการขี่จักรยานที่ไม่ใช่ ทุกจุดที่ผ่านมามันทำให้ท้อมากๆ จากขาไปเจอบ้านโน้นก็สวยดีนะ เจอร้านอาหารนี่ก็แต่งร้านดีนะน่ากืน แต่ขากลับนี่ได้่แต่ท้อใจ ว่าเพิ่งถึงตรงนี้เองเหรอ โหวอีกตั้งไกลเลยนะ ตรงนั้นยังไม่ถึงเลยนิ ตลอดทาง แล้วยิ่้งปั่นก็ยิ่งมืด ไอ่พวกหมากลุ่มเดืิมๆ มันก็ยังอยู่แต่ตอนนี้เราไม่เห็นมันแล้ว มันโผล่กระโจนมาแต่ละครั้ง ตกใจตลอดเพราะมันใกล้ตัวมาก แล้วอีักอย่างขากลับนี่ลมแรงมากย้อนมาตลอด จริงๆขาไปก็ต้านนะ งงเหมือนกัน ว่าทำไมขากลับก็ต้านอีักแรงกว่าเดิมด้วยซ้ำ คือถ้าจอดรถนี่รถถอยหลังแน่ๆ จากสปีดขามาทำได้ 22-26 km ขากลับนี่เละเลย ไม่อยากดูวิ่งได้12-16kmทั้งหนักทั้งเหนื่อยแรงก็หมดแล้ว น้ำก็หมด หิวก็หิว มันจะทุ่มแล้ว ขามาก็ไม่กล้ากินเยอะกลัวจุก เงินก็ไม่ได้เอามา เวงกรำสุดๆเลย ได้แต่คิดอย่างเดียวว่า ต้องรีบกลับ ยิ่งนานยื่งช้ายิ่งดึก แต่มันไกลเหลือเกิน เหมือนมันไกลกว่าขามาสามถึงสี่เท่า ขึ้นสะพานแต่ละอันขามายังปั่นขึ้่นได้ ขากลับนี่ไม่ไหวเลยอ่ะ ต้องเข็นขึ้นก็มีหมดแรง ปวดขามาก หยุดก็ไม่ได้ ข้างทางมืดมากๆ ขี่ไปเจอที่สว่างพอก็พัก แต่ไม่นาน อยากกลับไวๆ หิวน้ำ หิวข้าว ทุกอย่าง มีความคิดนึง พอเห็นรถกระบะแซงไปอยากจะโบกแล้วขอเค้าขึ้นไปด้วย แต่ก็ไม่เอา อยากจะผ่าฟันตรงนี้ไปให้ถึงที่สุด คงเพราะเจ้าเครื่องวัดหน้าเครื่องด้วยมั้งไม่อยากให้ตัวเลขมันไม่ตรงกลับระยะที่เรามา เลยกัดฟันปั่นไปสู้ๆ จนถึง สน เทียนทะ้้่เลนี่หล่ะ ไำม่ไหวจืงๆเลยจอดพักยาวเ้ลยครั้งนึง นั่งนวดขา แล้วก็ขยับๆมันจนเข้าที่ ทุเลาลงบ้าง เห็นมีจักรยานกลุ่มนึงขี่ผ่านไปเหมือนกัน ความเร็วไม่ตกเลย ได้แต่มองเค้าผ่านไป แล้วดูสภาพตัวเอง สับสนเหมือนกันว่าต่อไปเราจะไหวมั้ยเนี้ย จะเป็นแบบพวกเค้าได้รึป่าว ถ้าไปเป็นกลุ่มแบบนั้นคงโดนทิ้งหายแล้วเป็นภาระกับกลุ่มแน่ๆ คิดไปก็ท้อนะ แต่ยังอยากทำอยากปั่นอยู่ เลยปั่นต่อ ทั้งๆที่ยังปวดแต่ใจมันมีช่วงฮึดมาเลยกัดฟันปั่นต่อไป ท่องไว้แค่คำเดียวว่า เด๋วก็ถึงแล้ว เด๋วก็ได้กินข้าวแล้ว
สมองตอนนั้นเหมือนไม่มีชิวิตอยู่เลย ปั่นๆอย่างเดียว สมองกลับเ้หมือนกำลังฝันไปเรื่อยเรื่องโน้นเรื่องนี้ ได้สติทีก็ตอนมีรถแซงไปหรือผ่านที่สว่างๆ จนถึงสะพานสุดท้ายที่จำได้ว่าถึงสะพานแล้วก็ถึงซฮยเข้าบ้านแล้ว ใจมันลิงโลดมากฮึดมาอีกรอบ ปั่นขึ้นสะพานจนหมดแรงซะงั้น กว่าจะุถึงบ้านแม่ก็วางรถแล้วล้มนั่งเลย ยืนไม่ไหวขาสั่นมาก น้องออกมารับร้องโวยวายใหญ่ว่าหายไปไหนมา เค้าเอารถออกไปตามหากันตลอดทางโทหาทั้งบ้านโน้น ว่ากลับมายัง มองนาฬืกา สองทุ่มสี่สิบ ระยะทาง เกือบ 83km สรุปว่า ขาไปใช้เวลาสองชั่วโมง ขากลับใช้เวลาสามชั่วโมงกว่า ระยะทางขาไป30kmกว่าๆ ขากลับกับใช้ระยะทาง 38km เกิินมาแปดกิโล (ที่ไปอ้อมเป็นวงกลม)นอนพัก สักพัีกก็ิอาบน้ำิึอุ่นสบายตัวมากเลย เส็ดก็ลงมากินข้าวอย่างกับไม่เคยกินมาก่อน (ก็ท่องมาตลอดทางว่ากลับมาจะกินข้่าวกิืน กำลังใจเดียวเลยนะเนี้ย)เสร็จน้องก็ให้กิืนยาแก้ปวดแล้วก็ยาคลายกล้ามเนื้อ กินเส็ดก็หลับเลย เหนื่อยมากๆ
สรุป
Level 1 Rookie F (Dst=83km/100km)
ประสบการณ์
9.อย่าใช้โทรสับหลายหน้าที่เกินชารจ์ให้เยอะที่สุดแล้วใช้งานให้น้อยที่สุด อย่าใช้หลายหน้าที่เกินไปอยากใช้ก็ต้องมีแบตสำรองไว้
10.ศึกษาเส้นทางให้ดีๆก่อนออกเดินทา่งอย่ามั่ว เพราะถ้าผิดทางหรือไปทางที่ไกลกว่าจะเพิ่มระยะทางและเสียเวลาเพิื่มด้วย
11.อย่าทิ้งสัมถาระตัวเอง ของทุกอย่างที่เอามามันจำเป็นแน่นอนอยู่แล้ว อย่าทิ้งหรือฝากไว้ภ้าไม่จำเป็นจริงๆ
12.พกเงินฉุกเฉินไว้ที่อื่นด้วยนอกเหนืิอจากกระเป๋าตังส์
13.ระวังหมาให้มากๆกว่าเดิมด้วย มันดุจรืงๆ ก่อนผ่านมันให้่ระวังรถตามด้วย แล้วปั่นหนีแม่งก่อนเลย
--------------------------------------------------------------------------
หยุดไม่ได้เพราะใจมันยังไม่ยอม (Quest No.4)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 1 พฤศจิกายน 2010 เวลา 2:22 น.
หลังจากได้นอนพัีกเต็มๆ หนึ่งคืนตื่นมาตอน แปดโมงเช้า ปวดท้ิอง4 และหิวน้ำมาก แต่พอลุกมานั่งยองๆปุ๊บ หงายท้องลงไปนอนเฉยเลย ขาไม่มีแรงไรเลย กว่าจะลุกนั่งได้ต้องตั้งหลักอยู่พอสมควร พอสายๆ น้องๆก็เตรียมตัวเตรียมของไปขายที่คลองสาร เพื่อขายของ เราเองก็เหมือนจะอาการหายดีเป็นปกติวิ่งเหยาะๆ กระโดดไปมาพอได้ เลยกะว่าไหวจะไปต่อ เพราะถ้าหยุดเลยวันนี้ มันจะไม่อยู่ตัวที่ปั่นมาก็จะเสียเปล่า เลย กะว่าจะหาทางไปอีกสักหน่อย น้องๆก็งงว่าจะไปไหนก็เลยบอกว่าออกไปจะหาทางไปดูว่าไปไหนดี ก็ออกมาพร้อมกัน น้องขับรถออกเราขี่รถตาม แต่ไปทางซ้ายแทน วันนี้กะจะลองจีพีเอสนำทางดูจริงๆซะที (แบตเต็ม100%) ก็เลยกะจะไปหาน้องอีกคนแถวแสมดำเลยเปิดเพื่อหาทางลัดตามซอย มันก็นำทางมาจนออกถึงภนนใหญ่จนได้แล้วก็ปั่นไปอีก เกือบ10km ถึงตอนเที่ยงกว่าไำปถึงมันมะอยู่ซะนี่ลืมบอกมันว่าจะมาหา แต่พอดีมันไม่ได้ล๊อกห้องเลยเข้าไปนอนพักรอได้ เห็นมันบอกว่าครึ่งชั่วโมงจะกลับ เลยนอนรอสักพักหลับไปจริงๆ (คงเพลียจากเมื่อวานมากไปจริงๆ) ตื่นมาสี่โมงกว่าๆ หลับยาวเลยวูบเดียวสี่ชั่วโมง ก็เลยโทรบอกว่าไม่รอแล้วนะจะกลับเลย แล้วก็เปิดจีพีเิอสหาทางกลับทางเดิมแต่กะจะไปคลองสารซะหน่อยเพราะบอกไว้ตอนกลางวันว่าจะแวะไปหาที่ร้าน จีพีเอสก็ให้เส้นทางลัดเลาะที่เหลือเกิน ทางมองไปข้างหน้ามีแต่หญ้ารกๆ แต่ก็เชื่อมัน อยากลองว่ามันจะรู้จริงรึเปล่า ปรากฏว่าเลยป่ารกๆมานิดนึงมีสะพานปูนเล็กๆ ข้ามได้แต่ชันมากต้องลงเข็นแล้วข้ามไป พอขี่เลยไปหน่อยก็ออกทางใหญ่แล้วถึงภนนเลย แต่ ตัวจีำพีเอสมันให้เราวิ่งย้อนศรไปทางที่มาก็ งงๆอยู่ว่าย้อนไปได้รึเปล่า้เนี้่ยแต่สักพักก็มีรถมอไซดวื่งย้อนไปหลายคันเหมือนกัน เลยลองตามไปดู จนถึงวงแหวนนั่นหล่ะมันก็ให้ตรงย้อนศรเหมือนเดิม แรกๆก็ไม่กล้าไป แต่ก็มีมอไซด์ย้อนนำไปอีก เลยเอาว่ะลองดูปรากฏว่ามีทางเชืิอมเล็กๆแล้่วก็วิ่งวงขึ้นวงแหวนไปได้จรืงๆ เพื่อข้ามไปฝั่งเลนโน้น(มันเจ๋งจริงๆอ่ะ)ก็ไม่มีไรมากแล้วคราวนี้ปิดแผนที่(ประหยัดแบตประสบการณ์เมื่อวานยังไม่ลืม)แล้วก็ดื่งตรงไปแยกบางปะแก้วเลย แต่ขี่ไปเนี้ยโดนจักรยานแซงด้วย หลายคันอยู่ปั่นตามก็ไม่ทัน เหมือนรถมันหนืดๆไงไม่รู้ จรืงๆเป็นตั้งแต่เมือวานแล้ว ไม่ได้สนใจมาก มั่วแต่ห่วงจะกลับบ้านอย่างเดียว
พอดีทางผ่าน ผ่านที่ร้านซื่ิอรถพอดีเลยแวะ บอกอาการเพราะหลังจากขี่เมือวานก็พอรู้ว่ามันเป็นไงบ้าง เด็กที่ร้านเค้าก็ดูรภให้ที่ว่า หนืดๆ พอยกล้อหน้าแล้วปั้่นให้่หมุนปรากฏว่ามันหยุดเหมือนแตะเบรคไว้ สรุปว่าเบรคหน้ามันค้างเค้าปรับให้ใหม่ แล้วหมุนดู วิ่้งฉิวก็นึกขึ้นมาได้ว่า้ "นี่เมืิอวานตูขี่รถทั้งๆที่เบรคค้างตลอดทางเลยรึเนี่ย" มิน่า หมามันไล่ตูเกือบทันทุกตัวเลย เวงกรำจิงๆ แก้รถเส็ดปรับรถให้เข้ากลับตัวเรานิดหน่อย ผู้หญิงเจ้าของพูดจาดีเหมือนเดืม บอกว่าขี่เมื่อวานรวมวันนี้ได้ร้อยกว่าโลแล้ว กดดูระยะหน้าร้าน ได้ 112 กิโล เค้าก็ทำท่าตกใจว่าขี่สองวันแรกเล่นซะร้อยโลเลยรึ(ไม่้รู้้เหมืิิอนว่าผิดปกตืหรือเ้ค้าแกล้งตกใจ เอาใจเรา)ทำเสร็จก็เลยจากสำเหร่ ไปคลองสานหาน้่อง กินข้าวสักพักนั่งเล่นแล้วก็ปั่นรถกลับบ้าน ได้กระเป๋าเป้มาใบนึงใหญ่ไปหน่อย ไม่รู้จะถนัดมั้ยเล็กไปก็ใส่ของไม่หมดนื ถึงบ้านก็เจอพ่ิอพอดีถามเรื่องเมื่อวานเกิดอะไรเค้าโทรตามกันจ้าระหวั่นไปหมด ก็บอกไม่มีไร ขี่หลงผิดทางไปหน่อย(8โล) พอแระ ปวดขาจังเด๋วนอนนวดสักพักแล้วกัน กว่าจะกลับมาห้องได้เนี้ยเลยเขียนซะที่บันทึก ไปๆมาๆก็คิดถึงห้องสี่เหลี่ยมเหมือนกันนะ ไม่รู้ที่ทำอยู่เนี่ยเสียเวลาหรือใช้ชีวิตถูกทางรึป่าว ยังไงก็ขอลองดูสักพักแล้วกัน คิดถึงคนบางคนด้วย เฮ้อ..ไม่รู้เป็นยังไง
สรุป
Level 2 Rookie E (Dst 123km/200km)
ประสบการณ์
14.ก่อนออกรถไปไหนให้ตรวจดูสภาำพรถให้ดีก่อน ออกไปกลางทางจะหาพึ่งใึีครได้
15.จะไปไหนเช็คก่อนว่าที่หมายนั่นมีคนที่ติดต่ออยู่มั้ย (โชดดีที่เข้าห้องได้ไม่งั้นไปเก้อแน่ๆ)
16.อย่าลืม เปิดไฟท้ายรถทุกครั้งเมื่อเข้าเวลากลางคืน
17.เข้าที่ชุมชนทางเดิน หรืิอมีซอยคนเดินพลุกพล่านให้เปลียนมาเข็นจะดีกว่า
--------------------------------------------------------------------------
วันสบายๆไม่ต้องจัดเต็ม (Quest No.5)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 2 พฤศจิกายน 2010 เวลา 0:11 น.
วันนี้ก็ตื่นสายได้ไม่รีบ นอนในห้องตัวเอง เฮ้อ จากเบื่อๆกลับกลายเป็นคิดถึงที่นอนเดิมๆซะได้เนี้ย ขาก็ยังปวดนิดหน่อย ผิดคาดนึกว่า ตื่นมาจะลุกไม่ขึ้นซะอีก เดืนไปเดินมาสักพัก ก็เริ่มหายปวดเลยจะหาเ้รื่องออกไปข้่างนอก นึกขึ้นได้ว่ายังไม่จ่ายค่าไฟ เลยหาเรื่องไปจ่ายดีกว่า ก็แต่งตัวธรรมดา เสื้อขาว เกงขาสั้น รองเท้าแตะ ก็ปั่นไปจอดที่การไฟฟ้า ก็หาที่จอด ก็รถหายเหมิอนกันไม่เคย จอดทิ้งที่ไหนมาก่อน เลยเอาไปจอดไว้ข้างๆยาม กะว่ายังไงก็ช่วยดูได้ แล้วยามก็บอกให้จอดเอง ถามว่าต้องล็อกมั้ยเค้าก็ว่าไม่ต้องหรอก เข้าไปข้า่งใน คนเยอะ้เหมือนกัน วันจันทร์นิน่า คนเลยเต็มไปหมด
กดบัตรคิวได้เกือบสามสิบกว่าคิว (โอว) นั่งไปสักพักห่วงรถขึ้นมา คิวก็ยังอีกนาน เลยออกไปดู เหอะๆ ยามเดินไปไหนไม่รู้ เลยเดินไปล๊ิอกรถดีกว่า เส็ดก็กลับมานั่งรอแต่ความนี้สบายใจกว่าเดิมเยอะ จ่ายเส็ดก็เลยนึกว่าจะกลัีบหรือไปไหนต่อดี ใกล้เที่ยงพอดี นึกอยากกินข้่าวหมกไก่บังเดช เลยปั่นไำปกินเลยดีกว่า ระยะทางก็ไม่ไกลเท่าไร อาหารอร่อยสมใจอยาก น้ำซุปสุดยอดเหมือนเดิม กินเส็ดก็เลยไปต่อที่ท่าน้ำ นั่งเก็บภาพเ้ก่าๆที่เคยมา เมื่อก่อน นั่งเล่นสักพักก็กลับ ขากลับก็เจอ นักปั่นชายมีอายุเหมือนกัน ปั่้นแซงแกไปก็ก้มหัวให้แบบเกรงใจ เพราะแซงเค้าไป เค้าก็ยิ้มอย่างใจดี น่ารักดีนะพวกปั่นรถเนี้ยเหมือนรู้กัน เส็ดก็กลับบ้าน เช็ดฝุ่นเจ้าเบนโตะซะหน่อยขี่มาหลายวันไม่เคยเช็ดมันเลย นั่งเช็ดอยู่พ่อก็เดินมาถามเลียบๆเคียงๆว่ามันปั่นยังไง ปรับเกียรแบบไหน เลยบอกพ่อว่าเอาไปขี่ืทำงานก็ได้แกก็เลยรีบบอกว่าไม่รู้ว่าเราไม่ใช้วันไหน ก็บอกไปว่าวันอังคาีรกับศุกร์ไม่ใช้เพราะทำงาน(อาทิตยทำงานสองวัน)พ่อก็พูดว่าพรุ่งนี้หล่ะสิ ดูท่าแกอยากขี่จริงๆแฮะเลย บอกว่าเอาไปขี่ได้เลย แล้วก็สอนวิธีเปลี่ยนเกียรกับปรับเบาะ แล้วก็กาีรล๊อกรถ(สำคัญมาก) ให้แกไป ถ้าพรุ่งนี้เป็นยังไงจะมาเล่าให้ฟังแล้วกัน
สรุป
Leve 2 Rookie E (Dst 133km/200km)
ประสบการณ์
18.ล๊อกรถทุกครั้งก่อนออกไปทำธุระ หรือ คลาดสายตาจากรถเป็นเวลานาน อย่าไว้ใจใึครที่หวังจะมาช่วยเฝ้ารถให้
19.ล้างรถอาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย เพราะคาบที่เกาะเริ่มจะแข็งตัวแล้ว ขูดออกยาก เป็นรอยด้วย

- qn5-tile.jpg (62.42 KiB) เข้าดูแล้ว 2710 ครั้ง
--------------------------------------------------------------------------
หายไปนานสรุปเอาสั้นๆแล้วกัน
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2010 เวลา 10:23 น.
หลังจากหายไปหลายวัน หยุดทำงาน แล้วก็เหนื่อย บวก ขี้้เกียจ เปิดคอม มีเวลาตอนเช้านี้ยังไม่รู้จะทำไรก่อน เลยเอาบันทึกมาอัพก่อน
ตั้งแต่อังคารที่ผ่้านมาก็ทำงาน ตื่นปกติเช้าหน่อยมีเวลาก็เลย นั่งดูเว็บแผนที่ว่าระยะทางจากบ้านไปที่ทำงานกี่กิโล ก็ได้คราวๆว่า27กิโล ก็โอเคนะ แต่ไม่รู้เวลาที่ต้องปั่นไป(กัวสา่ย) แล้วก็เส้นทางไม่คุ้นเคย แถมยังไม่รู้จะจอดรถไว้ไหนไม่กล้าเสี่้ยงจอดรถทิ้งไว้นานๆ เลยพักเึควสนี้ไว้ก่อนแล้วกัน ก็ไปทำงานโดยรถเมล์ปกติก่อนดีกว่า
พอวันพุธก็ไม่มีไรมีงานแค่ไปซ่อมคอมที่แถวออฟฟิตพ่อ ขี่รถไปเพราะไม่ไกลเท่าไร ทำเสร็จก็มีเวลาเหลือขี่โต๋เต๋ ไม่มีสาระ เลยคิดว่าไม่เอาแระ หาเรื่องขี่ไปไหนดี ก็นึกได้ว่ามีพี่เปิดโฮมสเตย์แถวสมุทรสงคราม เลยกะว่าจะลองขี่ไปเยี่ยมดู แต่ดูแผนที่ก็ไม่แน่ใจ เคยแต่นั่งรถไป จำได้แค่ทางเข้า เลยเตรียมตัวไว้พรุ่งนี้ดีกว่า เลยรีบกลับบ้านแล้วก็ออกมาไปพักบ้านแม่ก่อนเพื่อเตรียมตัวไปวันพรุ่งนี้ ไปบ้านแม่ก็เลยมีเวลาลองทดสอบเส้นทางอื่นดู เข้าอีกเส้นทางนึงดู เข้าท่าข้ามแล้วไปทะลุเทียนทะเล ก็เหมือนจะใกล้กว่านะแต่ จีพีเอสไม่แนะนำ ทางนี้ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน คงเลือกทางที่ลดเลี้ยวน้อยกว่าให้มั้ง แต่ระยะ 15 กิโลนี่ รู้สึกมันจะปกติแล้วเหมือนวันที่ขี่มาวันแรก(เควส 1) ถึงบ้านแม่ก็นอนเตรียมตัวออกไปเริ่มเควสใหม่พรุ่งนี้
--------------------------------------------------------------------------
ข้ามขีดจำกัดของความรู้สึกตัวเอง (Quest No.6)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 6 พฤศจิกายน 2010 เวลา 13:34 น.
เช้านี่ตื่นปกติ แต่มะไม่คนเลยหายไปไหนหมดหว่า โทถามก็ถึงรู้ว่าแม่ออกไปร้านแล้ว น้องก็ไปซื้อของเพื่อเตรียมทำ เลยยังไปไหนไม่ได้นั่งรอน้องกลับมาก่อน ก็เลยเอามือถือต่อกับทีวี จอใหญ่เพื่อดูแผนที่วางแผนเส้นทางเสียก่อนขั้นเวลา ดูก็ยังงงๆว่ามันอยู่ไหนกันแน่ ชื่อที่พักก็ไม่รู้จัก เลยเอาว่ะขี่เอาระยะไปก่อนขอแค่วันนี้ข้ามแม่น้ำท่าจีนไปให้ได้ก่อนแล้วกัน เพราะตามความรู้สึก คือไอ่สะพานข้า่มแม่น้ำท่าจีนเนี้ย มัีนไกลมาก เกือบเที่ยงน้องก็มากัน เตรียมข้าวของทำอาหารขายเพื่ออบพรุ่งนี้ ก็เลยออกมาตอนบ่ายเพราะออกเที่ยงเลยคงไม่ไหว ถึงแดดวันนี้จะไม่แรงมากก็เหอะ ขี่ออกมาตามเส้นทางเดิมที่เคยมาหาน้องชายแถวแสมดำ แต่ึคราวนี้ไม่แวะแล้วกะมีเวลาจะแวะมาขากลับ ก็ดิ่งตรงไปเลย วันนี้รู้สึกแรงดีนะ คงพักมาหลายวัน ตั้งหน้านตั้งตาปั่นได้ระยะมาเกือบ20โลถึงเรื่มมีอาการปวดแล้วก็เหนื่อยมาบางแล้ว (เออลืมกิืนข้าวก่อนออกมาด้วยเวงเลย) ก็เลยหาปั้มน้ำมัน เ้พื่อจอดแวะพักชั่วคราว ก็สั่งน้ำเปล่าดืม ตอนแรกอยากจะลองสั่ง เกรเตอเรด กินเหมือนกันแต่ที่นี่ไม่มี อยากรู้ว่ามันช่วยได้จริงมั้ย เพราะกินปกติรสชาติจืดๆไม่มีรส เห็นว่าต้องกินตอนเหนี่อยจริงๆเท่านั้น พักสักแป๊บนึงเริ่มหายเหนี่อยก็ออกไปต่อ โหวแรงกลับมาเพรียบเลย ปั่นได้เร็วมากๆอยู่พักนึงแล้วก็ผ่อนมาขี่ระยะปกติต่อ และแล้วก็เหนผ่านอยู่ข้างหน้า ใหญ่โตสูงมากกว่าสะพานที่ผ่านมา กว่าจะปั่นขึ้นโหวหนักเอาการสับเฟื่องซะเกือบหมด กะจะพักกลางสะพานซะหน่อยแต่เข้าผิืดเลน ดันเข้าเลนใน เลยจอดไม่ได้ รถ18ล้อเยอะมาก (จริงๆมันเยอะตลอดทางที่มาแหล่ะ) น่ากัวโครตเลยแซงไปแต่้ละคันรถสั่นตลอด แต่เหลือบมอง ที่เครื่องบอกระยะ ก็30กิโลกว่าๆ ก็ลงทางไปตอนนี้มะรู้จะปั่นต่อไปไหนดี เจอป้ายนี่เข้าก็เรื่มลังเล
ไปไหนดี เนี้ย ไหวหลวงพ่อโต คลองดำเนิน หรือ ไปดอนหอยหลอดไหว้เสด็จเตี่ย ดีหว่่า
ก็็ดูแผนที่มันก็ผิดเส้นทางไปเยอะ20กว่าโล แล้วก็ไม่มีอะไรก่อนหน้าเลยคือต้องขี่ไปที่นั่นอย่างเดียว เลยไม่เอาดีกว่า คิดว่าจะไปดอนหอยหลอด แต่หาในแผนที่ก็ไม่เจอ ก็เลยขี่ตรงๆไปก่อน ไปได้แปดกิโลก็สะดุดตากับวัดๆนึง ใหญ่โตมาก มีเจดีย์ทองสูงๆ ตั้งอยู่ด้านหลัง ดูชื่อก็ไม่รู้จักเลยจะขี่ผ่้าน แต่้เลยไำปได้นิดเดียว ก็เอาน่าแวะสักหน่อย ไหนๆก็มาแล้ว จะเลือกเข้าแต่วันดังๆ ก็เกินไปมั้ง เรามาเซอรเวเส้นทางนิน่า ก็เลยแวะเข้าไป โบสถ์ใหญ่โตมาก ผ่านมาถึงกะดึงดูดให้ต้องแวะสักหน่อย เจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีย์ริกธาตุ น่ามาสักการะนะถ้าผ่านแถวนี้ ลงจากแม่น้ำท่าจีนมา8โลเอง
เข้ามาข้างในนี่ผิดกลับท้องถนนเลย ร่มเย็นมาก บรรยากาศดี มีที่ให้ทำบุณเยอะัแยะมากมายหลายแบบ รูปองค์พระเยอะแยะหลายองค์ คืออยากจะทำกับหลวงพ่ออะไรก็มีหมด รอบโบสถ์ก็มีลูกนิมิตรอบตัวโบสถ์มีป้ายบอกทีมา ว่าของพระสาวกองค์ไหน
ด้านหลังมีวัว คงเป็นที่เค้าทำบุญไุุถ่ชีวืตมา มีที่นั่งทำสมาีธืของคนที่มาปฏิบัตธรรม น่ามาดีนะวัดนี้ ถึงจะดูเป็น พานิชไปหน่อยแต่ก็รู้สึกสบายใจดี เห็นคนมาปฏิบัติธรรมก็ยังคิดอยู่ว่าเค้าก็เหมือนกับเรา หาแสงสว่างในชีวิตเหมือนกัน แค่ คนละรูปแบบ ของเรามันต้องแลกมาด้วยหยาดเหงือแล้วก็ความอดทนของร่างกาย (คงทำกรรมไว้เยอะมั้ง) ก็อนุโมทนาบุณให้พวกเค้าไปด้วย แ้ล้วก็แผ่ให้กับคนที่เรา้เป็นห่วง ก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ เดินจนรอบก็กลับมา อยากขึ้นไปดูองค์พระประธานว่าโบสถ์ใหญ่ขนาดนี้ องค์พระท่านจะขนาดไหนนะ ก็เลยตัดใจผูกเจ้าเบนโตะไว้ข้างล่่างขอขึ้นไปไหว้พระท่านซะหน่ิิอย องค์พระประธานใหญ่โตมาก ยืนดูองค์ท่านต้องแหงนหน้ามอง วัดจากร่มที่ตั้งก็ได้
ถ่ายจากมุมไกล ความสูงของเราคอจะอยู่ประมาณขอบเสาเอง
เข้าไปนี่องค์ท่านใหญ่โตสมกับโบสถ์จริงๆโล่งดีมาก บรรยากาศไม่อึดอัด มีของขลังของ วัตถุมงคลมากมาย ขายข้างใน กราบท่านแล้วก็เดินดูิิอยู่พักนึงก็รีบลง เป็นห่วงเบนโตะมัน ลงมาก็ว่าจะหาไรกิน ก็ไม่รู้จะกินไร มองนาฬิกาก็สี่โมงกว่า จะไปต่อดีหรือกลับดี ไม่แน่ใจ สุดท้่ายก็ตัดสินใจกลับเพราะไปต่อไม่รู้ไปไหนจิงๆ ยี่สิบโล แล้วต้องบวกขากลับอีก (ประสบการ์๊ณ เควสสาม เข็ดแร้ว ) เลยพอแค่นี้ก่อนไม่แน่ใจกำลังตัวเองแล้วเรื่องเวลาอีกไม่อยากขี่มืดๆ สุดท้ายก็กลับทางเดิมแต่เป็นเส้นนอกแทน เพื่อจะได้ไปจอดบนสะพานถ่ายรูปสักหน่ิอย อยากให้ระยะทางจากบ้านมาที่สะพานเป็นตัววัดระยะ เวลาไปที่ไหนก็ตาม เป็นหลักไว้ ได้รู้ว่า 30 โล ก็คือจากบ้านมาสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนนี่เอง เจ้าเบนโตะบนสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน กว่าจะมาถึงได้เล่นซะหอบ อันนี้ได้สมกับคอนเซฟ ตามหาแสงสว่าง ถึงวืวจะไม่มีไร แต่ความรู้สึกที่ำำำได้มันมากกว่า ว่าเราได้ผ่านจุดนี่มาแล้ว เหนื่อยโครตเลยอ่ะ แต่ โอเคนะไม่แย่เหมือนวันแรกๆ แต่ยังไม่แน่เพราะยังเหลืออัก 30 โล..!!! ต้องปั่นกลับ ลงจากสะพานก็ขี่กลับเรื่อยๆแล้วไม่เร่งไรมาก เพราะยังไม่เย็นมาก เจอนักปั่นมีอายุแก่กว่าคนนึงแซงไป ก่อนแกแซงก็ยังกล่าวสวัดดีแล้วก็แซงไปเราก็สวัสดีตอบ (น่ารักดีนะเจอบ่อย พวกนักปั่นส่วนมาก) แล้วก็พยายามปั่นตามเพื่อได้รักษาระยะไม่ได้คิดจะแข่งหรือแซงเค้าหรอก แค่อยากอยู่ความเร็วปกติของนักปั่นว่าเค้า ปกติปั่นกันที่ความเร็วเท่าไร แต่.... ยิ่งปั่นไหง เค้ายิ่งทิ้งเราไปเรื่อยๆ มองการสับขาก็สับความเร็วพอๆกัน กว่าจะสับเกียร์ หาระยะได้เค้าก็ไปซะไกลลิบแล้วเลยไม่อยากตาม ขี่ความเร็วเหนือยเท่าเดิม 20km พอใกล้ถึงบ้านน้องชายก็เองข้ามเลนตรงแยกเอกชัยใช้วิธี ย้อนศรเอาจนถึงบ้าน ปรากฏว่า ยังไม่กลับ ตอนนี้นก็หกโมงครึ่งแล้วนะ โทถามมันก็บอกว่าทำโออยู่ ก็เลยพักแค่ล้างหน้าล่างตา แล้วก็นอนพักแป๊บนึง ทุ่มนึงก็ออกไปต่อใช้ทางเดิมที่เคยมาทางที่แล้ว กลับบ้านแม่ แต่พอถึงซฮยในข้างใน มันมืดมาก จีพีเิอสก็นิ่งไปซะงั้น เวงแระอยู่ตงไหนก็ไม่รู้ เคยมาตอนขามา แล้วก็สว่าง ก็อาศัยเดาๆทางไป มืดก็มือหมาก็เยอะเช่นเดิม กว่้าจะเข้าทางหลักได้ก็เล่นเอาซะงงแล้ว จีพีเอสก็มีเสียง ขับตรงไปข้างหน้ามากกว่า1กิโมเมตรแล้วจะถึงที่หมาย -*- เวง ตูหลงในซอยตั้งนานไม่ช่วยตูเลย หาทางเข้าทางหลักได้ เจือกทำเป็นรู้ ทางผ่านก็เลยแวะซื้อไก่ย่าง5ดาวหน้าบ้านกืนอยากกืินตั้งแต่ปั่นกลับแล้ว เพราะเจอไก่ย่างตลอดทางไปกลับ ถึงบ้านเเม่ก็เกือบสองทุ่มพอดี น้องสองคนก็ยังนั่งอยู่ที่เืดิม ทำอาหารขายเตรียมของทำส่งพรุ่งนี้อยู่เหมือนเดืิม ก็เป็นอันจบเควส ถึงจะล้มเหลวก็ตาม ไปไม่ถึงที (ลืมไปเลยว่าตอนแรกจะไปบ้านพี่นิน่า)
แถมนิดนึง.....
ตอนเช้าก็ปั่นกลับตอนสิบโมง เพราะว่าต้องออกไปทำงานตอนเที่ยง กะว่าสองชั่วโมงน่าจะทัน แต่ใช้เส้นทางข้างใน จากท่าข้ามที่ขามาแล้วก็จะเข้าเส้นประชาอุทิศ แต่หาทางไปต่อไม่เจอไม่แน่ใจ กัวเข้าไปหลงอ้อมข้างในอีก จังหวะ พอดีเจอกลุ่มนักปั่นเข้า ก็เลยถามทางกลับสรุปว่า เค้าให้ไปทางเดียวกับเค้าก่อยแล้วถึงแยกไปสุขสวัสดิ์ให้เราเลี้ยวขวาเอา ใจดีมากมาย สอบถามถึงรู้ว่าเป็นกลุ่มนักปั่น จอมทอง ก็ขอบคุณมา ณ.ที่นี้ด้วย(เสียดายไม่ได้ถ่ายรูป)ขี่ตามไปสักพักกลุ่มหลังให้แซงไปก่อนเพราะเค้ามีน้องใหม่ในกลุ่มต้องขี่ดูอยู่เ้ลยแซงไปเกาะกลุ่มหน้า แต่ตามยากมาก สปีดต่างกัน ไม่เข้าใจเหมือนกันยังหาสาเหตุๆไม่ได้จริงๆ ว่าทำไมระยะไม่เท่ากัน เราดูออกแรงมากกว่าแต่ความเร็วเกาะกลุ่มเค้าไม่ได้เลย โดนทิ้งไปเรื่อย เหมือนเมื่อวานที่โดนชายแก่ทิ้ง พอถึงทางแยกที่เราต้องเลี้ยวขวาก็มีกลุ่มหน้าจอดรอบอกทางอยู่ เลยแยกตัวออกไปเส้นทางกลับบ้านเรา กว่าจะออกมาเจอซฮยได้ก็ไกลแล้วก็ซับซ้อนเหมือนกัน มิน่า จีพีเิิอส ถึงไม่แนะนำ เพราะมีนซํบซ้อนกว่าและระยะก็มากกว่า ถึงคืดเองว่าใกล้กว่าก็เหอะ จริงๆมันไม่ใช่แฮะ ภึงหน้าซอยก็แวะซื้อน้ำกืิน ได้เกรเตอเรด มาลองซะที 25 บาท -*- สรุปว่ามันก็ธรรมดาอ่ะ สปอรน์เซอร์ดีกว่าเยอะ ถึงจะหวานก็ตามเหอะถึงบ้านก็รีบอาบน้ำแต่งตีวออกมาทำงานต่อเลย ไม่ได้พีก แต่ก็ดีนะ ไม่มีอาการปวดหรือเหนือยเลย คงอยู่ตัวแล้วมั้ง พอแระ ไว้เควสหน้าจะลงต่อกำลังหาระยะทางประมาณ60กืโลอยู่ว่าไปไหนได้
สรุป
Level 3 Rookie D (Dst 272km/300km)
ประสบการณ์
20.วางแผนการเดินทางให้ดี การผิดเส้นทางหรือออกนอกเส้นทาง ก็เท่ากับเอาระยะเกินคูณสอง
21. สอบถามและหาข้อมูลที่จะไปให้ดี เบอร์โทหรือชื่อที่จะติดต่อต้องเตรียมไว้ก่อนออกเดินทางเลย
22.อย่าหวังพึ่งจีพีเอสมาก คิดอยู่เสมอว่ามีโอกาสสูญเสียสัญญาณได้เสมอ จดจำเส้นทางด้วยตัวเองด้วย

- qn061-tile.jpg (97.44 KiB) เข้าดูแล้ว 2695 ครั้ง
--------------------------------------------------------------------------
ท่องไปยามราตรีในสถานที่เดิม แต่ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม (Quest No.7)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2010 เวลา 11:24 น.
วันนี้ก็ตื่นสายนิดหน่อย ไม่ปวดขาเหมื่อยหรือล้าเลย ออกไปหาไรกินแล้วก็แวะคุยกับน้องหน้าซอย เลยเอาหนังที่ยืมมาไปคืนแล้วก็ทำคอมให้ด้วย กว่าจะเสร็จก็เกือบๆหกโมง กลับมากินผัดหมี่กะทะเบ่อเร่อ นอนจุกสักพักก็คิดได้ว่าวันนี้ไม่ได้ปั่นไปไหนไกลเลย เอ๊ะ!!วันเสาร์นิน่าไปคลองถมดีกว่า ว่าแล้วก็เตรียมตัวเปลี่ยนชุด ออกมา ปั่นไปสายเจริญกรุงเลยแวะหาน้องที่คลองสานก่อน เห็นน้องหน้าจ๋อยๆคงขายไม่ดี เลยทำทีเป็นลูกค้าซื้อน้ำพั้นซ์กินแล้วนั่งกินโชว์หน้าร้านซะเลย (เป็นฟรีเซนเดอร์กำมะลอ) แล้วก็อยู่ช่วยขนโน้นขนนี่จนมันปิดร้าน แล้วก็ไปคลองถมต่อ ถึงโน้นสามทุ่มกว่าเอง คนเยอะมาก ตอนแรกตั้งใจจะหาที่จอดรถแล้วเดินเอา แต่พอคิดอีกทีก็ยังกลัวๆอยู่ แล้วยังจำประวัติ ขโมยตรงนั้น เอามาแยกขายตรงนี้ได้ เลยยังมะกล้าทิ้งเจ้าเบนโตะไว้ตามลำพัง ก็เลยจูงไปตามทางด้วยเกะกะชาวบ้านเค้านิดหน่อย หยุดซื้อของตรงร้านขายเครื่องมือ ได้ตัวไขรถมาอันนึงกับไขควง อย่างละ20เอง(ไม่รู้จะทนรึป่าว ใช้ๆไปก่อน)ยืนเลือกก็มีคนมาถามเจ้าเบนโตะหลายคนเหมือนกัน แหะๆ เหมือนเราตะก่อนเลย ที่เห็นนักปั่นจักรยานแล้วอยากคุยด้วย(แต่ตอนนั้นเราเองกลับไม่กล้าคุยกับเค้าซะเอง) เค้ามองๆแล้วก็อยากรู้ว่าอะไรเป็นอะไรตอนยังไม่มีรถ ก็บอกๆไป งูๆปลาๆ ตามที่ตัวเองคิดได้ (ส่วนมากจะถามราคาแล้วก็ซื้อที่ไหน) เสร็จก็เข็นไปเรื่อยเปื่อย จะหาตัวล๊อกมือถือหน้ารถ แต่สักพักไม่ไหวเกะกะคนอื่นเค้ามาก เลยต้องออกมาเข็นริมถนนแล้วชะเง้อดูข้างในแทน เข้าไปข้างในอีกซอย ก็เข็นยากลำบากมาก เกรงใจคนอื่นที่เค้าเดินๆเลือกของเหมือนกัน เข็นมาเส้นทางนอกเหมือนเคย ชะเง้อมองไปเรื่อยจนวนครบรอบนอก ก็เลยเอาว่ะไปดูสนามหลวงดีกว่าทางเดิน กว้างกว่าเข็นดูได้ทั่วแน่นอน ทางผ่านก็ออกไปทางภูเขาทอง มีที่จัดไฟสวยๆเยอะเลยเก็บภาพไว้ด้วย เคยผ่านหลายครั้งไม่เคยถ่ายเก็บไว้เลย เลยเก็บภาพมาได้หลายภาพเหมือนกัน เสร็จก็เลี้ยวไปทางสี่แยกคอกวัวกะจะไปถ่ายรูปเสาชิงช้า แต่พอถึงเค้าไม่เปิดไฟ มืดมาก ก็เลยเลี้ยวออกซอยขวามือ พอปั่นเลยไปหน่อยก็ทะลุถึงหลังกระทรวงพอดี หลังกระทรวงแถวนี้จะมีคนเอาของมาแบขายเยอะพอสมควร พอเดินดูของหลังกระทรวงหมดจนวนไปวนกลับมา จริงๆของหน้าดูหน้าซื้อหลายอย่างนะ ของไม่น่าเอามาวางขายก็มี แต่เหมือนมาเดินดูเฉยๆจริงๆ(ไม่ได้อะไรเลย)ก็ไม่รู้จะทำไร หมดโปรแกรม เก็บภาพอีกสองสามภาพก็ปั่นกลับ จะปั่นไปต่อสะพานพุืทธก็ได้ แต่พอผ่าน กลับขี้เกียจขึ้นมาเฉยๆ เลยกลับดีกว่า อากาศเริ่มเย็นๆแล้ว ปั่นกลับมาเรื่อยๆ แต่ความรู้สึกมันแป๊บเดียวจริงๆ หรือเรื่มชินกลับระยะประมาณนี้แล้วมั้ง (ขี่ๆหยุดๆด้วยหล่ะกระมัง) กลับมาเลยจอดหน้าตลาด กินข้าวมันไก่หน้าบ้านซะ เจ้านี้แปลกขาย ห้าทุ่มถึงตีสองเท่านั้น (รสชาตื3ดาว) ถึงบ้านก็ดูมิเตอรวัดระยะ โอว วันนี้สามสิบโลกว่าแฮะ เวลอัฟแล้วสิเนี้ย แต่ยังดูอ่อนๆไงไม่รู้ ขี่ตามใครเค้ายังไม่ค่อยจะทันเลย ไม่รู้เป็นที่รถหรือเป็นที่เรากันแน่หนอ
สรุป
Level 4 Rookie C (Dst 306km/400km)
ประสบการณ์
23.ปั่นกลางตืนต้องเพื่มความระมัดระวังอย่างมาก อย่าลืมเปิดไฟหน้าหลังด้วย (มีรถย้อนศรตลอด)
24.อย่าพะวงกลับทิวทัศน์ข้างหน้าจนลืมระวังตัวจากรถรอบด้าน เค้าเดาเราไม่ถูกว่าจะทำอะไร
25.อย่าเอารถเข้าที่ชุมชน สร้างภาระให้กลับตนเอง และรบกวนการเดินของผู้อื่น ควรหาที่จอดที่ไว้ใจได้จริงๆ

- acb1-tile.jpg (113.74 KiB) เข้าดูแล้ว 2620 ครั้ง
--------------------------------------------------------------------------
ข้ามขีดจำกัดอีกขั้น ลบคำว่่าทำไม่ได้ออกไป (Quest No.8)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2010 เวลา 2:21 น.
หลังจากอยู่บ้านไรสาระมาสองวัน กะวันนี้ก็จะตื่นแล้วก็ไปทำงานปกติ แต่เวลาตื่นมัีนเก้าโมงกว่า มีเวลาเยอะเกิน เลยเปิดเครื่องลองวัดระยะทางจากกูเ้กิ้ลแมพ ไปที่ทำงานดูใหม่ หลังจากไล่เส้นทางหาเส้นทางง่ายสุดรู้จักที่สุดก็จบลงที่ 23.7 กิโลเมตร วิ่งจากบ้านข้ามสะพานกรุงเทพ เลี้ยวซ้ายวิ่งเรียบถนน เจริญกรุง เลี้ยวขวาไปเส้นสาทร เข้าถนนวิทยุ เลี้ยวซ้ายเข้าประตูน้ำ ตรงไปออกถนนราชปรารภ เข้าเส้นถนนดินแดง เลี้ยวซ้ายยาวไปถึงแยกจตุจักรเลยแล้วเข้าพหลโยธินไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว โอเคอ่ะ ว่าแล้วก็วางแผนจัดชุดทำงานใส่้เป้ กะว่าถึงโน้นเหงื่อเต็มตัวแน่ เอาเสื้อไปเปลี่ยนตัวนึง กางเกงยีนส์หนึุ่งตัว รองเท้าไม่ต้องใช้คู่ที่ขี่ไปน่าจะได้ ว่าแล้วเตรียมของเสร็จก็ออกเดินทาง เริ่มต้นออกจากบ้านสิบเอ็ดโมงตรง ปั่นออกไปสักพักนึกได้ไม่ได้กินน้ำก่อนออกมา ปั่นแป๊บเดียวเริ่้มคอแห้ง แต่ฝืนไว้ก่อนเ้ดียวเคยตัว ปั่นถึงสะพานกรุงเทพ 4กิโลใช้เวลา 15นาที ต่อจากนั่นก็วิ่งตามเส้นทางที่บอก ถึงแยก สาทร 8กิโล ใช้เวลา 30 นาทีสุดถนนสาทรเข้าวิทยุ เกือบ 12 กิโล ใช้เวลา 45 ถึงจุดนี้เริ่้มรู้สึกเหนื่อยและหอบไวมาก ปกติทีั่เคยลองไปสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีัน จะรู้สึกแบบนี้ตอนถึง20กิโล น่าจะเกิดจากสภาำพอากาศทีั่ถนนสาทร หายได้ไม่ออกจิงๆ ควันรถแรงมาก พอปั่นสุดถนนวิทยุ จะต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าแยกประตูน้ำเส้นนี้รถติดมาก ติดจอดติดจอดหลายรอบมากหาช่องไปแทบไม่้ได้เลย กว่จะพ้นก็เสียเวลาพอดู หลังจากนั้นก็ไปติดไปแดงตรงสถานีรถไฟฟ้าที่ไปสุวรรณภูมิ เลยพักดื่มน้ำไปส่วนนึงไม่ไหวจริงๆ คอแห้งแล้วเหม็นควันรถที่ผ่านมามาก ตรงนี้ดูมิเตอร ใช้ระยะอยู่16กิโล ใช้เสียเวลารวมไปประมาณ 1ชั่วโมง 5นาที หลังจากได้น้ำก็กลับมามีแรงฮึดอีกรอบปั่นยาว ตามทางไปเลย มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงแยกจตุจักรแล้ว ระยะทาง 23 กิโลใช้เวลารวม 1ชั่วโมงครึ่ง แล้วก็ไปอีก2กิโล ถึงออฟฟิตพอดีั ใช้เวลารวม 1ชั่วโมง 40นาที ถึงก็เสียเวลากับการถ่ายรูปและหาที่จอดเจ้าเบนโตะและยังต้องล๊อกและถอดอุปกรณ์ทุกชิ้นที่สามารถถอดออกได้ด้วยมือ และยังต้องเปลีั่ยนชุดอีก รวมๆแล้วใช้เวลาอีกเกือบครึ่งชั่วโมง (ต้องรอให้เหงื่อแห้งแล้วล้างตัวในห้องน้ำเปลี่ยนชุด)
แล้วขากลับก็ต้องเสียเวลาเปลี่ยนชุดแล้วก็ประกอบอุปกรณ์คืนอีกรวมแล้วใช้เวลา 2ชั่วโมงกับ40นาที ซึ่งคำนวนแล้วการเอารถมาทำงานที่นี่ ไม่สมควร แต่อารมณ์ตอนมา่ถึงนี่มัน สมใจแล้ว ลบความรู้สึกว่าทำไม่ได้ มาไม่ได้หรอก ออกไปซะที คราวนี้มีแต่ ความรู้สึกที่ว่าที่นี่เราก็เคยเอาเจ้าเบนโตะมาได้แล้ว ก็สุขใจและมี จิตใจที่จะพยายามเควสอื่นต่อไป
สรุป
Level 4 Rookie C (Dst 331km/400km)
ประสบการณ์
26.อย่าลืมดืมน้ำก่อนออกจากจุดเรื่มต้นจะทำให้เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
27.สาทรเป็นถนนที่ควรหลีกเลี่ยงที่สุด เพราะมลพิษจากควันรถ สูงมากจนรู้สึกได้
28.การจอดรถในที่จอดรถ ให้ปลดอุปกรณ์ทุกชิ้น ที่สามารถดึงออกด้วยมือได้ให้หมด เพราะถึงรถยังอยู่แต่อุปกรณ์พวกนี้มีสิทธิที่จะหายได้เช่นกัน
29.ลีลมก็เป็นถนนอีกเส้นที่ไม่สมควรปั่นรถตามเส้นทางนั้น เพราะรถแท๊กซี่อัตราการจอดรับสูงมากและยังรถอื่นๆด้วย จอดหรือชลอรถกันตลอดทาง ต้องเพิ่มความระมัด ระวังมากกว่าปกติ
--------------------------------------------------------------------------
กิจกรรมเพื่อสังคมอันแรก เนียนๆเค้าไป (Special Quset)
โดย Huggybeary Bike Rider เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2010 เวลา 2:53 น.
ก็หลังจากเควสที่ผ่านมาสำเร็จก็กะจะไม่บันทึกขากลับ เพราะก็ไม่้น่าจะมีอะไรน่าสนใจ แต่หลังจากปั่นกลับผ่านเส้นทางเดิม เห็นกลุ่มจักรยานกลุ่มหนึ่งจอดทำอะไรกันอยู่หน้าสถาณทูตจีน ก็ได้แต่มองผ่านๆแล้วปั่นเลยไป ติดไฟแดงแยกหน้า พอดี สักพัีกกลุ่มนักปั่นที่ผ่านมาก็มาจอดเทียบแล้วทักตามปกติของนิสัยนักปั่น ก็เลยสักถามว่าไปไหนทำอะไรกัน สรุปได้ว่า เค้าเป็นชมรมชวนปั่นอะไรสักอย่าง(มารู้ชื่อที่หลังว่าชื่อ กลุ่มเอ๊กซ์เซนเจอร์ไบค์)ต้องนี้่กำลังทำการสำรวจถนนที่มีเส้นทางจักยานแล้วโดน จอดทับเส้นทาง เลยปั่นสำรวจเส้นทางกันดู จากกลุ่มแล้วก็ไม่ใหญ่มาก และตัวเราเองก็หมดเรื่องธุระแล้ว จะกลับช้าหน่อยก็ไม่เป็นไรกำลังก็ยังเหลือเฟือ เลยขอเค้าเข้าร่วมทีมปั่นด้วย พวกเค้าก็ยินดี สรุปว่าก็ร่วมทีมกันไปตามทาง ตอนปั่นก็เลยนึกเส้นทางต่างทั้งหมดที่ผ่านๆมาก็ เห็นเป็นจริงว่า ถนนมีเส้นทางให้จักรยานใช้แล้ว แต่ทำไมรถบางคันยังจอดทับเส้นทา่งเหมือนเป็นเรื่องปกติ ทีั่่ผ่านมาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเจอกลุ่มนี้เข้าเลยคิดว่าจริงๆเราต้องเรียกร้องสิทธิเราบ้าง เพระางบประมาณที่ตีเส้น และบางเส้่นทางก็ทาสีแดงซะด้วยซ้ำก็ยังถูกรถจอดทับเส้นทางเป็นเริ่องปกติ จริงๆทำแบบนี้ก็ดีัแล้ว จะได้เป็นการปลูกจิตสำนึกของคนใช้รถใช้ถนนว่า ขณะนี้มีเส้นทางที่ทำขึ้นเพื่อขับขี่จักรยานอย่างเป็นจริงเป็นจังแล้ว น่าจะแบ่้งปั่นให้รถจักรยานได้ใช้สอยเส้นทางที่เตรียมให้อย่างถูกต้องซะที (แต่ก็น่าเห็นใจนะ ถ้าเค้าไม่มีที่จอดจริงๆ และไม่รู้ว่าจอดทับเส้นทางจักรยานเนี้ยผิดกฏหมายรึป่าว) ก็ร่วมทางไปจนจบทางที่เค้าระบุมา ตามทางก็มีนักข่าวทำข่าวตามขบวนรภตลอดทาง แต่ไม่ได้ให้สัมภา๋ษณ์เหมือนคนอื่น ยังใช้ภาษาไม่เก่งเท่าไร(คือติดต่อสื่้อสารกับผู้อื่นยังไม่ดี เท่าที่ควร)มีพักกินอะไรกันแถวลาดหญ้าด้วย ก็ขอบคุณน้องที่เลี้ยงข้าวมื้อเย็นด้วย เนียนมากะพวกเค้าแต่ไม่ทันคิดว่าเค้าจะเลี้ยงข้าวด้วย น่ารักมาก (แฮะๆ เค้าเลี้ยงข้า่วชมเค้าซะหน่อย) จบทริปหน้าแยกทางถนนบำรุงเมืองก็แยกย้ายกัน เราก็ปั่นกลับทาง หน้าึคลองถม ดูกำลังขา เหมือนแรงยังไม่หมด เพราะตลอดทางปั่นๆหยุดๆแล้วก็ไม่ได้รีบไรกันมากเรื่อยๆซะมากกว่าเน้นปลอดภัยกันดี พอแยกออกมาก็เลยกะจะใช้ให้หมดรวดปี่น เดียวถึงสะพานพระปกเกล้าเลย (ติดไฟแดงบางแยกนิดหน่อย) พอถึงแยกที่จะเลี้ยวซ้ายไปคลองสาน ความรู้สึกก็เหมือนถึงบ้านแล้ว ปั่นเร่งปั่นไปตลอด(กำลังเหลือจริงๆ ไม่รู้แรงมาจากไหน)พอถึงใกล้บ้านก็เริ่มผ่อนเก็บแรงไว้นิดหน่อย เพราะเคยอ่านในเว็บบอกว่าการปั่นไม่ใช่ปั่้นแค่วันเดียวแต่ต้องปั่้นแล้วสามารถมีแรงไปต่อได้พรุ่งนี้ด้วยเลยหยุดแค่หน้าวัดดาวคะนองแล้วก็ปั่นเรื่อยๆมาตลอดทาง กลับมาจนถึงตอนนี้ไม่รู้สึกปวดหรือเหมือยเลยจริงๆแสดงว่าเราอยู่ตัวแล้วมั่งเนี้ย แต่ก็ไม่รู้นะความเร็ว อาจจะเต่าเหมือนเดิมก็ได้ คิดว่าตอนนี้ก็ยังคงเป็น นักปั่นกำมะลออยู่ดีอ่ะ
สรุป
Level 4 Rookie C (Dst 360km/400km)
ประสบการณ์
30.เส้นทางจักรยานมีไว้ให้ รถจักรยานวิ่ง เราสมควรจะได้ใช้สิทธิ ตรงนี้บ้าง ถึงจะโดนริดรอนไป แต่ก็ถือว่าเราได้บอกให้ผู้ใช้ทาง รับรู้ได้่บ้างว่า ทางนี้คือ "ทางจักรยานนะครับ"
31.พยายามพูดจาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือประสบการณ์กับผู้อื่นบ้าง จะได้มีัทัศนะคติการปั่นดีขึ้นบ้าง ว่าโลกนี่ไม่ได้มีเราเพียงคนเดียว
32.ฝึกร่างกายให้พร้อม เก็บแรงไว้เพื่อวันพรุ่งนี้ อย่าใช้หมด ใจอาจทำได้ แต่รายกายต้องถนอมให้ดีที่สุด
--------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุท้ายเรื่อง
หลักการอ่านแต่ละบันทึก ให้สังเกตุที่ในวงเล็บ ( ) ถ้าเป็นQuest No... คือการปั่นแบบหาทริปเอาเฉพาะหน้านึกอยากไปที่ไหนก็ไปหรืออาจจะไปอ่านเจอในเว็บชวนปั่นก็ไปกับเค้าเลย อาจไม่ได้เตรียมตัวอะไรวัดดวงไปเลย แต่ถ้าเป็น Main Dungeon .. จะเป็นงานหลักๆที่มีทุกปีเป็นประจำแล้วอาจจะไปร่วมด้วยทุกปีในอนาคตการไปมีการเตรียมตัววางแผนอย่างดี หากเป็น Private Dungeon จะเป็นทริปใหญ่ๆ ที่อยากไปแต่เป็นทริปส่วนตัวไปคนเดียว อาจจะไปอีกหรือไม่ก็ได้ เลเวลที่เห็นก็จะนับจากระยะทางตามที่เครื่องวัดหน้ารถ อาจคลาดเคลื่อนหรือบวกกับบางที่เล็กน้อยที่ไม่ได้ลงในบันทึก การบอกยศก็เหมือนกับเกมปังย่าออนไลน์(Panya Online)เพื่อได้สะดวกใน แบ่งระดับความสามารถตัวเอง และได้เป็นกำลังใจในการทำระยะทางต่อไปเพิ่มขึ้น เพื่อเลื่อนยศตัวเอง ประสบการณ์แต่ละข้อก็เกิดจากเห็นการตามเควสนั้นหรือทริปนั้นที่เกิดขึ้นโดยตรงบวกกับความคิดในขณะนั้น บางอันอาจจะซ้ำกันกับอันเก่าก็ให้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นอีกแล้วจนต้องนำกลับมาย้ำเตือนให้รู้และระมัดระวังอีกครั้งหนึ่ง
[/b]

- pom1-tile.jpg (114.99 KiB) เข้าดูแล้ว 2620 ครั้ง