Day 2
1 ต.ค 54
(ช่วงที่ 2 เดินทางสู่แคมป์สน)
ได้เวลาออกไปปั่นกันต่อครับ เหลือสมาชิกปั่นต่อกัน 11 ท่านครับ เพราะติดภาระกิจเซอร์วิสบ้างครับ
ขอบอกว่าวันที่สองนิก็ไม่แพ้กันเลยครับผม
จุดหมายของเราคือ แคมป์สน แต่เราจะอ้อมภูไปครับ เพราะทางตรง ๆ ชันเกินไปครับ
เราลงทางภูหินร่องกล้า มุ่งหน้านครไทย ไปแยกบ้านแยง ประมาณนี้ครับ สุดยอดแห่งทางปั่นครับ
เราไปนครไทยครับ ไปซื้อเฟือง36 ซื้อจาน 22 เพิ่ม เฮ้อ
พี่คนนี้เค้าใจจริง ๆ
และผมก็ดันมาถึงเข็นซะเหนื่อยเลยอ่าาา
พร้อมแล้วก็ไปครับต้องสู้กันอีกหลายภู
ขึ้นภูหินร่องกล้า มุ่งหน้านครไทย
สภาพเส้นทางไม่ค่อยดีมากนักครับในช่วงแรก ๆ ตัวก็หนัก ฝนก็ตก ปากก็เปียก มือก็แฉะ ฮรี่ ๆ
จะว่าไปแล้วสองข้างทางจะคล้าย ๆ เขาใหญ่ครับเรียกได้ว่าสวยครับ ไม่ร้อน ช่วงนี้ถือเป็นโบนัสครับ
สองวันที่ปั่นมาไม่เจอเพื่อนนักปั่นเลยครับไม่เหมือนไปทริปอื่นจะเจอกันบ้างคุยกันบ้างทริปนี้ .............เงียบ
ถ้้าถามถึงความชันทับเบิกชันกว่าครับ ภูหินน้อยกว่ามีระยะให้พักบ้างไม่เหมือนทับเบิกที่ขึ้น24 ชั่วโมงไม่หยุดไม่หย่อน
แต่จะว่าไปจานเล็กสุด เฟืองใหญ่สุดก็ได้ถูกใช้อีกครับ กับ รอบขาที่เท่าๆ เดิม สู้โว้ยยยย
ลงก็มี คือพวกเราหมอดูทักแล้วว่าชีิวิตช่วงนี้จะขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่เชื่อหมอครับ
แต่ว่า เชื่อหมอก็พักนะ แต่ถ้าเชื่อในรักก็ไปครับ แม่ม ๆ ๆ
ฝากถึงเพื่อนนักปั่นที่อยากจะทัวริ่งทางนี้ครับต้องใช้ทักษะในการปั่นพอสมควรครับ
เพราะทางในช่วงแรก ๆ มีทั้งลื่น หลุม บ่่อ ดันเนินคล้าย ๆ ทับเบิก แต่สลับกับลงเนิน ยาว ๆ ต้องเติมบ้างอะไรบ้าง
ลงเร็วพอสมควรครับ พอจบทริปผ้าเบรคผมหมดเอาอย่างนี้แล้วกันครับง่าย ๆ
ถ้าใครเคยลงเขาใหญ่ว่ามันแล้ว ที่นี่มันกว่าครับยาวกว่า โค้งเยอะกว่า โหดกว่าครับผม
เละ ๆ ก็มี วันนี้ครบทุกรสครับ ฝน แดด ดัน แฉะ เละ ที่สำคัญ ความเหนื่อยกับความสุขแม่งมาพร้อมกันครับ
ลงเร็ว ๆ แต่เสือกมีโคลนมาดักครับ เซ็งกันไป ฮรี่ ๆ
ก่อนลงตรงนี้มีขวดน้ำหล่นกันสองสามขวดครับเพราะทางมันขรุขระ แต่ห้ามจอดครับมากันเร็ว
ต้องรอบอกไลน์กันเลยทีเดียวเพราะเป็นห่วงหญิงเดี่ยวของเราครับ
ขึ้นภูหินร่องกล้าก็ดันเนินกันยาว ๆ ซักระยะ แล้วก็ ลง ๆ ๆ มาประมาณนึงครับแวะพักที่น้ำตกหมันแดง
มีโบนัสให้ลงกันยาว ๆ ประมาณเกือบ 5-6 โลครับ แต่จะว่าโชคดี หรือ โชคร้ายหว่า เจอฝนตลอดทางครับ
ผมสรุปได้ว่าสวนหลวงทีมนั้น เก่งแต่ทางเรียบ เพราะเป็นเสือเมืองกรุง แต่เวลาลงแล้วเนี้ย สบายครับ
ค่า Mx ของแต่ละคนนิไม่ธรรมดานะครับ แต่มากสุดคงเป็นของผม เพราะตัวหนักสุด Mx 74 ครับ
เลยเตือนเรื่องความปลอดภัยกันตลอดทางครับ...ฝากไว้แล้วกันครับ
พอลงมาหน้าอุทยานภฺหินฯอีกฝั่งจะมีตู้น้ำบริการ สวรรค์มาก ๆ ครับ หิวข้าวแล้วเจ้าหน้าที่บอกข้างหน้าอีกสองโลมีร้านก๋วยเตี๊ยว
let's go
แต่พี่เสกับพี่กุ้งไปรอร้านขายของข้างหน้าก่อนครับ...

ร้านนี้พี่เล็กจัดต้มไข่เอง 11 ฟอง มันดีแท้
ภาพช่วงนี้จะขาดหายไปครับเพราะมีเหนื่อยมาก ๆ
จากร้านนี้ไปแยกบ้านแยงก็เรียบ ๆ ครับ แต่ภูมิประเทศของจังหวัดเพชรบูรณ์โหดมากครับ ขึ้น-ลง เขาตลอดเวลา
แต่ส่วนมากจะขึ้น เฮ้อ ๆ ๆ ตอนขึ้นจานหมด เฟืองหมดเหมือนกันนะครับ
ระหว่างทางนั้นเหตุการณ์ฝนตกตลอดเวลาครับไม่สามารถนำกล้องขึ้นมาถ่ายได้
ที่สำคัญมีเงื่อนไขเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องครับ ระยะทางจากหน้าด้านภูหินร่องกล้า จนถึงที่พักที่แคมป์สน
เราประมาณจากการปั่นแล้วประมาณ140 นิด ๆ ครับ เราปั่นสู้กับเนินยาวเหี้ย ๆ มาได้ ประมาณ110 กิโลเมตร
มันมืดมาก ฝนตกกำลังใจลดลง แต่...........
มิตรภาพมันเพิ่มมากครับ กลุ่มหลังของผมดันเนินมาติดฝนที่ศาลาชมวิว ที่ไหนซักแห่งบนยอดเขาเพชรบูรณ์
วิวสวยมาก แต่ก็หิวมาก จำได้ว่ามีกล้วยตากเค็ม ๆ อยู่ห่อนึง
ผมหยิบออกมาแบ่งกับเพื่อน ๆ อีกสามคน หมดในพริบตา
มองข้างล่างมีไฟรถวิ่งลงเนินกันไป นั่นและครับ การลงเนินสุดท้ายของทริปนี้ เราปล่อยเนื้อปล่อยตัวลงเนิน
ในเวลาประมาณหกโมงเย็นกว่า ๆ มองไม่เห็นข้างหน้าเกิน ห้าเมตร มีไฟหน้า- หลัง cateye เท่านั้นที่ส่องสว่าง
ไม่ได้ช่วยขายของนะครับ แต่เวลาฉุกเฉิน มันทนจริง ๆ ครับ
ต่อจากนั้นเราก็มีเราจากทีมงานมารับ คิดกันเล่น ๆ ว่าถ้าไม่ขึ้นรถ ถ้าปั่นต่อไป ในระยะทาง 30 กม.
เราคงถึงประมาณ ห้าทุ่มเที่ยงคืน หรือ มีใครไม่ถึงเลยก็ได้ ดีแล้วที่ขึ้นรถครับ มันส์มากครับ เพื่อนไม่ทิ้งกันจริง ๆ ครับ
และแล้วเราก็มาถึงที่พัก "ภูพ่อบท"
สะบักสะบอม กันมาก ๆ ครับ
อ่อถึงตรงนี้มีเพื่อนเราจาก กทม. มาสบทบด้วยครับ 1 ในนั้น คุณเม และ คุณหมา จาก bok bok bike
มาเยื่ยมเงื่อนครับ ลูกค้าตรึม ฮรี่ ๆ
และอีกกลุ่มที่ตามมาคือ คุณเพื่อนเร เฮียเต็ก และผู้การมนัส แก็งสวนหลวงนิใจง่ายครับ ชวนไปไหนก็ไปครับ
ระหว่างทางผมบ่นกับพี่ ๆ ว่าอยากแดรกไข่เจียวมาก ๆ ครับ
สวรรค์เข้าข้างผมบ้างพอถึงที่พัก ผมได้กินไข่เจียวสมใจ เหมือนแม่ครัวจะรู้ว่ากรูหิววววมาก
จัดไปประมาณห้าจานได้มั้งสุดยอด......ไข่เจียวภูพ่อบท กับแกงจืดกระดูกหมู ยำฟักแม้ว อร่อยโฮก ๆ ครับ
นี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกของวันนั้นครับผมขอจบการบรรยายภาพของวันนี้เพียงเท่านี้ครับ
เชื่อไหมว่านั่งโม้อีกเดือนก็ไม่เลิก...........
ปล. ไก่ย่างวิเชียรบุรี มันยังตามมาหลอกหลอน