หน้า 1 จากทั้งหมด 2
มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 15:03
โดย Dhandranunda
มีใครบ้างที่ชีวิตนี้ยังไม่เคยปั่นจักรยานเลย?
ถ้าคำตอบคือทุกคนน่าจะเคยปั่นจักรยาน เชื่อว่าทุกคนคงไม่ลืมความทรงจำที่ดีในวัยเด็กกับจักรยานคันนั้น
แล้วทำไมเมื่อหันมาขับรถยนต์ หลายคนจึงใจจืดใจดำกับคนขี่จักรยานล่ะ?!
เมื่อทุกคนเคยขี่จักรยานมาก่อน จะมีหนทางรณรงค์ให้ผู้ขับรถมีน้ำใจกับคนปั่นจักรยานเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ถนนให้ใช้ร่วมกันบ้างไหม
แม้จะขอไบค์เลนไม่สำเร็จ แต่เมื่อคนขับรถ...เริ่มยอมรับในความมีอยู่ของจักรยาน พวกเราก็น่าจะขี่กันได้ปลอดภัยมากขึ้น
แต่มักเห็นคนขับรถไม่น้อยมีทัศนคติในทางลบกับพวกจักรยาน
ผมจึงคิดว่าในขณะที่เรารณรงค์ขอทางจักรยาน ทำไมเราไม่รณรงค์ให้คนหันมาเห็นใจ มีน้ำใจ และยอมรับชาวจักรยานบนถนนบ้าง
มาตรการที่คิดไว้ก็คือ
กระตุ้นให้ภาครัฐจัดอบรมผู้ประกอบการรถขนส่งรถสาธารณะอาทิ พนักงานขับรถเมล์ โดยเฉพาะรถร่วมบริการ ผู้ประกอบการแท๊กซี่กลุ่มต่างๆ ชาวรถจักรยานยนต์รับจ้าง รวมทั้งคนขับรถยนต์ตั้งแต่สอบใบขับขี่ พนักงานส่งเอกสาร ฯลฯ ให้มีจิตสำนึกสาธารณะที่จะเอื้อเฟือพื้นที่ถนน มีความระมัดระวังเมื่อเห็นจักรยาน ไม่ปาด ไม่เบียด ไม่แซงจักรยาน ให้ทางจักรยานเสมอ
การรณรงค์แบบคู่ขนานเช่น สมาคมกลุ่มก้อนต่างๆ จัดทำ wrist band ฯลฯ หาทุนก่อตั้งมูลนิธิที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลจากอุบัติเหตุอันเนื่องจากรถยนต์ เช่นเดียวกับโครงการถนนสีขาว เป็นการปลุกจิตสำนึกให้ปชช เห็นว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องบาดเจ็บพิการหรือเสียชีวิตเพราะแค่เขาลงไปใ้ช้ถนนร่วมกับท่านที่ขับรถยนต์ เพียงเพราะเขาต้องการเดินทางด้วยพาหนะคันเล็กๆ ไปให้ถึงจุดหมาย
เมื่อสังคมมีความเห็นใจต่อผู้ใช้จักรยาน ก็ย่อมจะเหมือนการขว้างก้อนหินลงในบึงน้ำที่ราบเรียบ มันจะก่อคลื่นวงเล็กๆ แล้วกระจายไปในวงกว้าง สังคมจะกดดันต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเอง เหมือนที่สังคมในหลายประเทศกระทำสำเร็จ
ถ้าจักรยานเพิ่มจำนวนขึ้นโดยคนในสังคมยังไม่ยอมรับหรือปรับตัวไม่ได้ มันก็จะมีปัญหาปีนเกลียวกันระหว่างคนกลุ่มนึง กับอีกกลุ่มนึงไปตลอด
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 16:17
โดย specialpump
ต้องมองคำว่า "ทํศนคติในทางลบ" หมายความว่าอะไร
ถ้าท่านที่ปั่นจักรยานแล้วทำตัวไม่เคารพกฎ แล้วคิดว่าถูก ตัวท่านเองก็ผิด ท่านยอมรับตัวเองได้หรือไม่
การปั่นย้อนศร การปั่นบนทางเท้า การปั่นปาดหน้ารถต่างๆ คิดว่าการกระทำพวกนี้ดีหรือไม่
เวลาปั่น คิดบ้างหรือเปล่าว่าทางแคบ ต้องเอื้อเฟื้อพื้นที่ให้กับรถอื่นๆ ด้วย
ทุกคำถามคิดว่ามีคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว
มันขึ้นอยู่กับว่าเวลานั้นคุณอยู่ในสถานะใด
เพียงแต่ว่าถ้าคุณใช้จักรยานอย่างสม่ำเสมอ คุณจะมีจิตสำนึกในการให้ทางกับจักรยานเองแหละ

Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 16:41
โดย auan
เสาร์ที่ผ่านมา...(เส้นรามคำแหงแถวๆ ม สัมมากร)โดนรถออกจากซอยปาดหน้า...ผมเบรคแล้วเลื้อยไปทางหลังรถเก๋งทางซ้ายมือ...รถเก๋งดันปาดซ้ายเข้าในอีก..เลยร้องเฮ้ย....แล้วอัดแซงไป...รถเก๋งขับมาเทียบ...แล้วมองหน้า...พร้อมชื่นชมผมด้วยนิ้วกลาง...แล้วก็เบี่ยงออกขวาไปยูเทิร์น...น้ำใจงามมาก...ผมไม่เรียกร้องอะไรหรอกครับ..แค่อยากให้จอดแค่นั้นเอง...จะได้คุยหนักๆซักทีนึง...พูดไปก็เท่านั้นครับ..ก้มหน้าก้มตาปั่นกันต่อไปดีกว่า..มันแก้ยากครับ...เรามันแค่ชนกลุ่มน้อยในสังคม...
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 17:03
โดย prapon sangeiam
ของผมก็นี่วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ไปปั่นเส้นเรียบมอเตอร์เวย์ ช่วงที่จะออกไปทางเขตสายไหม
มีรถกระบะส่งของตามจี้มา ผมก็หลบซ้ายให้แทบจะตกถนนแล้ว มันไม่ยอมไป ขับไล่จี้ท้าย เหมือนแกล้งเรา เลยครับ แซงได้ แต่ไม่แซง
ก็ไม่รู้ว่าไปทำเวรกรรมกับ เค้ายังงัย ไว้ พอมันเห็นว่าเราแย่แล้ว มันเร่งเครื่องให้ควันดำให้เรา แล้วก็จากไป เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ก็ได้แต่ เจียมตัวล่ะครับ เพื่อนพี่น้องจักรยาน ทั้งหลาย ไม่รู้จะเอาอะไร ไปลุยกับเค้า ........ส่วนตัวผมก็มีรถกระบะขับเหมือนกัน แต่ไม่เคยมีจิตใจเยี่ยงนี้เลย ก็ขออุทิศส่วนกุศลให้ เค้าผู้นั้นไป
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 17:06
โดย KAMENRIDER
แก้ยากนะครับ เรื่องทัศนคติที่มีต่อจักรยานเนีย ผมว่าแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องปลูกจิตสำนึกนะครับ แต่เราต้องไม่ลืมว่าเราเองชาวจักรยานยังมีหลายแบบเลย ชี่ช้า ขี่เร็ว ขี่แล้วไปสร้างความรำคาญให้พวกรถยนต์ก็มี ขี่มันกลางเลนบ้าง ย้อนศรบ้าง มากันเยอะ ยึดมันสองเลนบ้าง มันเลยทำให้ท่านที่เขาใช้ถนนเกิดความรำคาญบ้างเขาถึงมีทัศนคติที่ไม่ดีไงครับ ผมว่าการปลูกจิตสำนึกให้คนขับรถยนต์นั้นเริ่มต้นที่คนขี่จักรยานอย่างเราๆท่านๆนี้แหละ ไม่ต้องมองไปไหนไกล คนที่ขี่ไม่ดีสร้างความรำคาญให้กับรถยนต์ก้หยุดเถอะ เขาจะพาลเกลียดชาวจักรยานไปใหญ่ สำหรับผมนะ การปลูกจิตสำนึกให้คนขับรถยนต์เห็นใจเรานั้นเริ่มต้นที่เราชาวจักรยานครับ

ในส่วนของพวกที่เขาไม่เคยเลยที่จะเห็นใจจักรยานนั้นปล่อยมันไปเถอะครับ สังคมทุกสังคมมคนไม่ดีด้วยกันทั้งนั้นละ
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 17:11
โดย JADE555
คงคล้ายๆตอนเด็กๆอยากเป็นตำรวจ โตมาดันเป็นโจร
ตอนเด็กๆอยากเป็นผู้ว่ามีรถตำรวจนำ โตมาดันเป็นผู้โดนว่ามีรถตำรวจไล่ตาม

Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 17:17
โดย Dhandranunda
ผมคิดว่าบางอย่างมาจากการเดาทาง เดาใจกันลำบาก สื่อสารกันคนละภาษาแม้ว่าจะเป็นพาหนะเหมือนกัน คือถ้าคนขับรถกับคนขับรถ เหมือนเขาจะสื่อสารภาษาเดียวกัน แต่พอเป็นจักรยานกับรถยนต์ เหมือนคนละภาษากันเลย
เช่น มีรถขับตามผมมา ผมก็เจตนาดีเห็นว่าตัวเองปั่นช้า ก็ชะลอให้รถเขาไปก่อน โดยผมก็หันไปมองเขาอยู่นะ ก็สงสัยทำไมถนนก็ว่างแต่เขาไม่แซงขึ้นหน้าเรา
ก็ปรากฏว่า เขากำลังจะเลี้ยวแยกข้างหน้าเรานี่แหละ กลายเป็นว่า เขาต้องรอให้เราคลานต๊วมเตี๊ยมๆ
คือว่าเราหันไปจะไม่เห็นว่าเขาเปิดไฟกระพริบเลี้ยวซ้ายน่ะ
ถ้าเขาแปลความผิดอาจคิดว่า เราแกล้งกั๊กไม่ให้เขาไป
หรือ ถนนซอยแคบ เราก็เบี่ยงชิดริมให้เขาขึ้นหน้าไปก่อน แต่คนขับตามมาอาจจะขึ้นแซงไม่ได้เพราะข้างหน้ามีรถจอดหรือกำลังมีรถแล่นสวนทางมา การที่เราปั่นช้ากลับกลายเป็นถ่วงให้เขายิ่งช้า
มีบางครั้งที่อ่านใจเดาทางไม่ถูก เช่นรถกำลังจะออกจากซอย ต่างฝ่ายก็นึกว่า...คือเราก็นึกว่าเขาจะจอดให้เราไป เขาก็คิดว่าเราจะหยุดให้เขาไป (ทั้งที่ตามกฏหมายต้องให้ทางตรงไปก่อน) แต่อาจจะเป็นว่า เราเองที่ชะลอชะงักไม่ให้สัญญานมือขอ ทำให้เขาคิดว่าเราชะลอให้เขาไป เขาก็เลยออกตัว
แต่ก็มีเหมือนกันที่มาจากใจคอคับแคบจริงๆ อาจแค้นฝั่งหุ่นกับจักรยานมาก่อน เหมือนผมเคยปั่นแล้วรถไปครูดรถเขาๆ ก็คงจะแค้นเคืองพวกจักรยานแล้วต่อไปก็จะไม่ให้ทางจักรยานอีก
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 23:39
โดย bikeblur
ขอเล่าความเห็น ในอีกมุมกลับครับ คือ
ผมเป็นคนขี่จักรยาน ที่ไม่ได้ขับรถ (ไม่มีรถให้ขับ)
...... ผมว่าลึก ๆ มันอยู่ที่ นิสัยส่วนตัวของคนขับรถ ครับ (บวกการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด)
เพราะ ระหว่าง รถยนต์ 4 ล้อ ที่ห้อกันเองบนถนนทุกวันนี้ ยังโซ้ยกันเอง เสมอ
คราวนี้ ไม่ว่าอะไรที่มันวิ่งร่วมด้วยกันบนถนน มันก็เกิดพฤติกรรมแย่ ๆ ได้หมด กับทุกพาหานะแหละครับ
.. แต่ส่วนตัวที่ผมขี่มา ผมมองว่า คนขับรถส่วนมาก จะดี และเมตตากับจักรยานนะครับ
เข้าใจว่า คนขับจะตื่นตัวกว่าปรกติในการขับ (คนที่มีสติปกติ ไม่ได้เมา) อาจเพราะคิดว่า
ถ้าชน คนขี่จักรยานซึ่งเป็นพาหนะที่เปราะบางที่สุดบนนถนน โอกาสตายสูง ...คราวนี้ ต้องเรื่องใหญ่มาก
เลยจะระวังกับ2ล้อมากขึ้นเป็นพิเศษ ..... ยิ่งกับรถเก๋งป้ายแดง จะขับห่างผมซะกว้างไปเลย
(แต่เงื่อนไขสภาพถนนที่ผมขี่ จะขี่ในเมือง รถจะเยอะมาก คนขับยิวยาวไม่ได้ )
ส่วนเรื่องการเดาใจนี่ คิดว่าใช่เลยนะครับ เพราะหลายครั้ง ไม่มีโอกาสให้สัญญาณ โดยเฉพาะสัญญาณที่บอกว่า
เชิญเหยี่ยบคันเร่งแซงไปก่อน ... เพราะผมมักจะใช้การชะลอความเร็วรถให้เขารู้ (ก็ไม่รู้ว่าแบบนี้จะสื่อสารรู้กันหรือเปล่้า)
ผมว่า ขี่จักรยาน ในเมือง ต้องเหลือกตา แบบนกกระจอก หัวก็หันทุกทีเวลาจะออกซ้ายขวา
มันมีอะไรมาให้ตื่นตัวตลอดเวลาที่ขี่จริง ๆ แต่ก็มันดี (กลัวตายก็กลัวอยู่)
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 28 ก.ย. 2011, 12:30
โดย Dhandranunda
ถ้าเราคอยหันไปมองหลัง ดูเหมือนรถที่ขับตามมาจะระมัดระวังมากกว่าการมองกระจกนะ คือมองกระจกแล้วเบี่ยงออก บางทีรถหลังเกิดเร่งความเร็วขึ้นมา ก็จ๊ะกันพอดี แต่ถ้าเราหันไปมองหลังเต็มๆ ดูว่ามีจังหวะปลอดภัยแล้วค่อยเบี่ยง (ยิ่งใช้สัญญานมือด้วยยิ่งดี) รถที่กำลังจะเหยียบคันเร่งเขาจะเห็นว่า จักรยานกำลังจะเปลี่ยนช่องทาง ยกเว้นไปเจอคนขับรถตาบอดใจบอดก็ซวยไป
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 28 ก.ย. 2011, 12:49
โดย kerokingdom
เมื่อใดที่ผู้ปกครอง มีผลประโยชน์ร่วม ตราบนั้นผู้ปกครองย่อมไม่สามารถตอบสนองความต้องการส่วนใหญ่ของประชาชนได้
หากเมืองไทยมีขนส่งสาธารณะดีสัก 50 %ของประเทศญี่ปุ่นมีทางจักรยานเป็นเครือข่าย ประชาชนก็มีทางเลือกในการบริการมากขึ้นซึ่งแน่นอนต้องกระทบกับใคร บ้าง เช่น เจ้าของวินรถตู้ (ส่วนใหญ่เป็นใครคุมเรารู้ดี) ผู้ประกอบการรถร่วมบขส.(เจ๊เกียว,ปิยะ มั้ง) ผู้ผลิตรถยนต์ (นามสกุลอะไรรู้ดี) มอเตอร์ไซด์รับจ้าง(คะแนนเสียงทั้งนั้น) สายการบิน (อันนี้เต็มๆสายการบินแหงชาติข้าราชการเบิกได้)
สำหรับปัจจุบัน ผู้ปกครองสร้างค่านิยมต้องนั่งเครื่องบิน ต้องมีรถยนต์ สนับสนุนให้ใช้รถ ตำรวจจราจรต้องเร่งระบายรถไม่ให้ติดจนรถยนต์วิ่งบนไหล่ทางกลายเป็นเรื่องปกติ(คนก็ไม่มีไหล่ทางให้เดิน) พอรถเต็มถนนก็ขยายสร้างถนน (บริษัทอะไรได้สัมปทานก็บริษัทของผู้ปกครองนั่นแหล่ะ)ทางด่วนวื่งกิน 80กม/ชมถูกจับ ทางปกติวิ่ง 80 กม/ชม ถูกมองหน้าด่าว่าวิ่งเกกะอีก
ทางเท้าทางจักรยานสร้างไว้แต่ไม่ดูแล แผงลอย วินมอเตอร์ไซด์ยึด ใครเก็บส่วยเราก็รู้อยู่ดี
ทั้งหมดเกิจากผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่รัฐนั่นแหละ ผลประโยชน์ลงตัวจบข่าว
Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 28 ก.ย. 2011, 13:48
โดย JADE555
เห็นด้วยเลย คะแนนเสียงทั้งนั้น
ทำไมพวกรัฐบาลไม่คิดบ้างว่ายังมีคนอีกมากกว่าหลายเท่าที่พร้อมเป็นคะแนนเสียง ฮึ่มมมม

Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 28 ก.ย. 2011, 15:43
โดย test600
บางครั้งผมก็ไม่เข้าใจนะครับ
เวลาขี่จักรยานชอบโดนมอเตอร์ไซต์ตัดหน้าบ่อยๆ
ไปขี่ในเมือง รถยนต์ก็ชอบจี้ตูดเข้ามา
ใจจริงแล้ว อยากให้ปลูกฝังการใช้ถนนร่วมกันมากกว่าครับ
ได้ใบขับขี่ออกมา แต่ไม่มีระเบียบวินัยในการใช้ถนนเลยครับ อยากจอดตรงไหนก็จอด จะทำอะไรก็ทำ
"กับการทำอะไรที่มันเล็กน้อย ไม่มีค่าใช้จ่ายเยอะ ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาสนใจหรอกครับ เพราะไม่ได้กำไร"
แค่นั้นแหละครับ

Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 29 ก.ย. 2011, 11:23
โดย กฤษณ์ชพงษ์
kerokingdom เขียน:เมื่อใดที่ผู้ปกครอง มีผลประโยชน์ร่วม ตราบนั้นผู้ปกครองย่อมไม่สามารถตอบสนองความต้องการส่วนใหญ่ของประชาชนได้
หากเมืองไทยมีขนส่งสาธารณะดีสัก 50 %ของประเทศญี่ปุ่นมีทางจักรยานเป็นเครือข่าย ประชาชนก็มีทางเลือกในการบริการมากขึ้นซึ่งแน่นอนต้องกระทบกับใคร บ้าง เช่น เจ้าของวินรถตู้ (ส่วนใหญ่เป็นใครคุมเรารู้ดี) ผู้ประกอบการรถร่วมบขส.(เจ๊เกียว,ปิยะ มั้ง) ผู้ผลิตรถยนต์ (นามสกุลอะไรรู้ดี) มอเตอร์ไซด์รับจ้าง(คะแนนเสียงทั้งนั้น) สายการบิน (อันนี้เต็มๆสายการบินแหงชาติข้าราชการเบิกได้)
สำหรับปัจจุบัน ผู้ปกครองสร้างค่านิยมต้องนั่งเครื่องบิน ต้องมีรถยนต์ สนับสนุนให้ใช้รถ ตำรวจจราจรต้องเร่งระบายรถไม่ให้ติดจนรถยนต์วิ่งบนไหล่ทางกลายเป็นเรื่องปกติ(คนก็ไม่มีไหล่ทางให้เดิน) พอรถเต็มถนนก็ขยายสร้างถนน (บริษัทอะไรได้สัมปทานก็บริษัทของผู้ปกครองนั่นแหล่ะ)ทางด่วนวื่งกิน 80กม/ชมถูกจับ ทางปกติวิ่ง 80 กม/ชม ถูกมองหน้าด่าว่าวิ่งเกกะอีก
ทางเท้าทางจักรยานสร้างไว้แต่ไม่ดูแล แผงลอย วินมอเตอร์ไซด์ยึด ใครเก็บส่วยเราก็รู้อยู่ดี
ทั้งหมดเกิจากผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่รัฐนั่นแหละ ผลประโยชน์ลงตัวจบข่าว
+100

Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 30 ก.ย. 2011, 12:03
โดย cirus
มันอยู๋ที่จิตสำนึกของแต่ละคนมากกว่านะ
แล้วคนปั่นจักรยานส่วนใหญ่
"ขาดการใช้สัญญาณมืิอ"
และยังขาดการตัดสินใจ เช่น ทางแคบ หรือถนนไม่ค่อยดี คนตามหลังแซงยาก ถ้าเราสปีดได้ก็ให้สปีด เมื่อถึงจุดที่แซงได้ก็ลดความเร็ว ส่งสัญญาณมือให้ข้างหลังแซง
แต่สา่วนใหญ่ที่โดนแบบข้างต้น จะเป็นพวก
1. เด็กที่ยังไม่โต แต่พ่อแม่รวยซื้อรถให้ขับ
2. กลุ่มคนงานก่อสร้าง ขาดความรอบคอบในการขับรถ
ผมจะโดนกลุ่ม 2 ประจำ เพราะแถวบ้านมีแต่หมู่บ้านจัดสรร บางวันถนน 3 เลนพี่แกมาจากขวาสุดแล้วขับเร็วปาดหน้าเราเข้าซอยทางซ้าย ถนนใหญ่เราก็ซัดไป 40+ ทั้งเบรคทั้ง Skid ยังเกือบแย่
ดังนั้น เมื่อเราต้องใช้ถนนร่วมกับผู้อื่นก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นครับ หุหุ..

Re: มีคนขับรถคนไหนที่ไม่เคยขี่จักรยานบ้างครับ
โพสต์: 30 ก.ย. 2011, 16:32
โดย thee_time
จากที่เคยปั่นจักรยานไปทำงาน และใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางใน กทม. เป็นประจำ ผมแทบจะไม่ค่อยมีปัญหากับรถชนิดอื่นเลย แม้แต่ถูกบีบแตรใส่ ก็แทบจะน้อยๆๆๆๆมาก เพราะใช้หลักว่า รู้เขารู้เรา รู้เราหมายถึงว่า เราต้องรู้ว่า เรามีขีดความสามารถในการปั่นจักรายานในความเร็วที่ระดับต่างๆ ได้เร็วและนานแค่ไหน เพื่อจะได้รู้ว่า เราจะต้องใช้ถนนร่วมกับรถชนิดอื่นอย่างไร อย่างเช่น ถ้าในช่วงเวลานั้น ความเร็วของการจราจรในถนนอยู่ในขอบเขตที่เราสามารถทำความเร็วได้ถึง เราก็ไม่จำเป็นต้องปั่นจักรยานชิดขอบถนนอย่างเดียวก็ได้ เราสามารถใช้สิทธิอย่างเต็มที่บนถนนเหมือนรถชนิดอื่นได้เลย และที่สำคัญต้องรักษาความเร็วและระยะห่างระหว่างรถชนิดอื่นอย่างพอเหมาะพอดี แต่เมื่อใดที่ความเร็วของการจราจรในถนนสูงกว่าขอบเขตที่เราสามารถปั่นทำความเร็วได้ ดังนั้นเราควรปั่นชิดซ้ายของถนน เพื่อความปลอดภัยของเรา และเพื่อไม่ให้ผู้ขับรถชนิดอื่นรู้สึกรำคาญเราได้ ส่วนรู้เขา หมายถึงว่า เมื่อเราจะวิ่งตรง จะเลี้ยวซ้าย จะเลี้ยวขวา จะจอด จะเบี่ยงรถเพื่อวิ่งแซงรถคันหน้า หรือแซงรถรถที่จอดข้างทาง ก็ควรเปลี่ยนทิศทางตั้งแต่เนิ่นๆ หรือส่งสัญญาณด้วยมือ หรือการหันมาสบสายตาก็ได้ ทั้งนี้เพื่อให้คนขับรถชนิดอื่นเข้าใจ และเตรียมตัวล่วงหน้าได้ทัน สุดท้ายก็เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และความขัดแย้งระหว่างกันบนท้องถนน ปกติผมมักจะใช้สัญญาณด้วยการใช้มือกับการหันมาสบตา ส่วนกระจกมองข้าง จักรยานของของผมไม่ติด เพราะมองแล้วไม่ถนัด ซึ่งสู้วิธีการหันมาสบสายตากับผู้ขับรถท่านอื่นไม่ได้ เพราะจะทำให้เข้าใจกันได้ง่ายและเร็วกว่า สำหรับผมน่ะ ถ้าเราสามารถปั่นจักรยานทำความเร็วได้สูงสักหน่อย ก็จะทำให้เราสามารถปั่นจักรยานบนถนนในเมืองไทยได้สบาย ความเร็วที่ผมปั่นในเมืองได้ อยู่ในช่วงความเร็วไม่เกิน 40 กม./ชม บางทีบางช่วงอาจถึง 45 กม./ชม. ถ้าจะให้ระดับเซียนจริงๆ ต้องคุณแมวทอง ปั่นจักรยานเสือหมอบปะปนกับรถใหญ่บนถนนวิภาวดีได้อย่างสุดเนียน ปั่นจักรยานเร็วเหมือนกับขี่มอเตอร์ไซค์ สรุปการปั่นจักรยานในเมืองไทยได้อย่างราบรื่น ก็คือว่า ประการแรก ถ้าเราปั่นจักรยานช้า ทางเลือกหรือสิทธิบนท้องถนนของเราก็จะน้อย ต้องปั่นชิดซ้ายหรือปั่นบนฟุตบาททั้งปีทั้งชาติ ทำให้เสี่ยงต่อการถูกรถชนิดอื่นเฉี่ยวชน และถูกปาดหน้า ประการที่สอง การอ่านใจกันให้ทะลุปุโปร่ง โดยเฉพาะการให้สัญญาณกับรถชนิดอื่นเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งได้แก่ การใช้สัญญาณมือ และการใช้วิธีหันมาสบสายตา การใช้ไฟสัญญาณในการปั่นในยามค่ำคืน และที่สำคัญพยายามขับขี่ให้อยู่ในแนวตรง ถ้าจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางต้องเริ่มเปลี่ยนทิศตั้งแต่เนิ่นๆ หรือถ้าจำเป็นต้องการเปลี่ยนทิศทางกระทันหัน ก็ต้องดูจังหวะให้ดี ประการที่สาม วางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยการพิจารณาความเร็วของการจราจรในถนนเส้นนั้นๆ และสภาพพื้นผิวถนนเป็นลำดับแรกๆ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องและเหมาะสมกับขีดความสามารถในการปั่นของเรา เส้นทางที่ควรเลือก ควรเป็นเส้นทางที่เราคุ้นเคย และเป็นถนนที่มีผิวที่เหมาะกับการปั่นจักรยาน ที่สำคัญไม่ควรปั่นจักรยานในเวลากลางคืนในเส้นทางที่เราไม่คุ้นเคย เพราะประสิทธิภาพในการมองในยามค่ำคืนจะลดน้อยลง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย