หน้า 1 จากทั้งหมด 1
Re: CAR FREE DAY กับความหวังในอนาคต
โพสต์: 25 ก.ย. 2011, 15:55
โดย สมชาย
ผมเข้าใจถูกรึไม่..ว่าเป็นวันที่ไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่ผมเห็นเค้าขนรถจักรยานกันมาทางรถยนต์กันตรึม

ในกรุงเทพฯไม่ทราบว่าใช้บริการขนส่งมวลชนฟรีรึปล่าวครับ
CAR FREE DAY หมายถึงอะไรกันแน่ครับ
โพสต์: 25 ก.ย. 2011, 16:21
โดย Rush
อยู่ที่จิตสำนึกครับ
ผมเคยไปปั่นกับ Alan Beth ก็ต้องเห็นใจชาวต่างจังหวัดที่มาจากจังหวัดภาคเหนือ มาพักโรงแรม ขนจักรยานมาลงที่ข้างวัดเบญจมบพิตร ผมเลยต้องช่วยพวกเขาเติมลม ไม่งั้นพวกเขาคงอดปั่นกระทบไหล่คนดังแน่เลย
ตกลงที่มาร่วมกิจกรรมวันปลอดรถนี่ จะมาปั่นจักรยานเพื่อแก้หลายปัญหาที่มาจากรถยนต์ หรือจะมาทำอะไรกันแน่นะ
Re: CAR FREE DAY หมายถึงอะไรกันแน่ครับ
โพสต์: 25 ก.ย. 2011, 16:56
โดย veenono
ก็ยังเป็นประเด็นถกเถียงพูดคุยอธิบายกันอยู่ทุกปีครับ คนที่ปั่นสายกิจกรรม
ก็จะค่อยๆซึมซับครับ ส่วนปั่นเชิงท่องเที่ยวหรือแข่งขันก็คือวันที่เค้ามารวมตัว
พบปะพูดคุยกันโดยยึดเอาวันนี้เป็นวันรวมตัวกัน ความหมายจริงๆมันมีในตัว
ของมันอยู่แล้วครับ จะกี่ปีชื่อและความหมายก็ยังเหมือนเดิม
เราก็จัดเหมือนกันครับคาร์ฟรีเดย์เวิล์ดในความหมายของพวกเรา เล็กๆคนร่วมนิดเดียว
ไม่มีอะไรแจกมีแต่ซาลาเปาน้ำเต้าหู้
http://www.thaicyclingclub.org/forum/in ... opic=297.0
Re: CAR FREE DAY หมายถึงอะไรกันแน่ครับ
โพสต์: 25 ก.ย. 2011, 21:26
โดย สมชาย
ทำเหมือนวันแรงงานจะได้มั้ยครับ มีเดิน,ขี่จักรยานถือป้ายรณรงค์การไม่ใช้รถส่วนตัวแล้วหันมาขึ้นรถสาธารณะ มีการยื่นหนังสือขอให้รัฐบาลส่งเสริมการใช้รถสาธารณะ,เดินหรือขี่จักรยาน สร้างทางจักรยาน ขึ้นภาษีรถยนต์แทนการลดหย่อน
Re: CAR FREE DAY หมายถึงอะไรกันแน่ครับ
โพสต์: 25 ก.ย. 2011, 22:36
โดย หมู service
ควรจะให้ภาครัฐและสื่อต่างๆมีส่วนร่วมมากกว่านี้ครับ
Re: CAR FREE DAY หมายถึงอะไรกันแน่ครับ เป็น CAR FREE ONLY DAY ได้มั้ย
โพสต์: 26 ก.ย. 2011, 19:57
โดย สมชาย
การวางระบบขนส่งมวลชน ผมว่าทำได้ ถ้าภาครัฐ หรือสื่อที่ไปดูงานที่เมืองนอก ไปดูงานจริงๆ ไม่ใช่ไปเที่ยว
การไปดูงาน มันต้องมีจุดมุ่งหมายในการไป ว่าไปดูอะไร โดยมีหน่วยงานที่เมืองนั้นตอบรับการไปดูงานของ "ท่าน" ทั้งหลาย
เมืองนี้ใช้รถแท๊กซี่ยี่ห้อประมาณนี้...ปั้มน้ำมันผมมองหาไม่เห็น ในใจผมคิดว่านี่เองคงเป็นปัญหาที่น่ารำคาญของประชากรเค้า เลยหันมาใช้บริการของขนส่งมวลชนของเค้าดีกว่า เพราะสะดวกสบายมากๆ แล้วในที่สุดประชนชนของเค้าก็ติดเป็นนิสัยในการไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว
Re: CAR FREE DAY กับความหวังในอนาคต
โพสต์: 27 ก.ย. 2011, 12:11
โดย veenono