พอดีมีพี่คนนึงเสนอว่า ปั่นรอบอุบลฯเมืองแห่งพุทธศาสนา แทนการเวียนเทียนรอบอุโบสถก็แล้วกัน
ทริปนี้จึงเริ่มขึ้นแบบขำไม่ค่อยออก เพราะไข้เริ่มมาเยือนผมก่อนวันไป1วัน
ผมเองก็ปั่นไปทั้งทั้งมูกไหลและไอตลอดทาง กัดฟันไหนๆก็นัดใว้ละลุยยยยย.....
ทริปนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 5 คน ตั้งใจว่าจะปั่นให้ครบเป็นวงกลมเป็นแนว อำเภอที่อยู่รอบๆจังหวัดอุบลฯ
มีคนร่วมทริปดังนี้ครับ
1. พี่ยอด
2. พี่เหน่ง
3. ยศ
4. บอม
5. บอย
จากเดิมคุยกัน น่าจะมีพี่หมิงไปด้วย เพราะคนต้นทริป ปรากกฏว่าคนต้นทริปใหล่อักเสบ หมอสั่งให้พัก2เดือน
เลยอดปั่น อดไป ห้ามทำงานหนัก น่าเสียดายเนาะพี่หมิง มีรูปมายั่วน้ำลาย เป็นระยะๆ จาก น้องๆนะคร๊าบ
หลังจากนัดกันเสร็จ ในวันศุกร์ ว่า บอมกับบอย จะมาทางรถไฟ มาถึงอุบลฯประมาณ 7.45 ของเช้าวันเสาร์
แล้วจะไปรวมตัวกันที่ Bic C อุบลฯ ผมก็ขับรถไปรับบอยกับบอมที่สถานีรถไฟฝั่งอ.วารินชำราบ ขบวนรถมาเลทนิดหน่อย
กลัวจะช้าบอกให้เอาของ เอารถขึ้นรถ แต่ 2คนไม่ยอมจะปั่นท่าเดียว เลยให้ปั่นมา มาอาบน้ำอาบท่า ที่ห้องพักผม
แล้วไปรวมกับ พี่เหน่งกับพี่ยอด ที่ Bic C บอยเอากระเป๋าให้พี่ยอด(สั่งซื้อราคาพิเศษ)ไปแพคของแล้วกลับมาเพื่อออกเดินทาง
วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ Bic C อุบลฯ-อ.ตระการพืชผล-อ.โพธิ์ไทร-สองคอน- หาดสลึง ระยะทาง 114 กม.
ออกเดินทาง10.30 จากBic C อุบลฯ ถึง อ.ตระการพืชผล ประมาณบ่ายโมง กินก๋วยเตี๋ยวเรือกัน4คน พี่ยอดไปกินข้าวผัดเพราะไม่กินเนื้อ แต่ก็มาแจมกับสาวๆร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ 555+ ออกจากตระการบ่ายโมงครึ่ง ถึง อ.โพธิ์ไทรประมาณ
บ่ายสามโมงกว่าๆแล้วก็ยาวไปหาดสลึง ถึง หาดสลึง ประมาณ17.30 รวมระยะทางประมาณ 114 กม. แต่เป็น 114กม.ที่ค่อนข้างทรมาณเพราะต้องปั่นฝ่าลมหนาวที่พัดมาจากทางเหนือ ทำให้ปั่นโต้ลมตลอดเวลา เห็นธงที่ติดหน้าบ้านอยากไปบอกให้เจ้าของบ้านเอาออกจริงๆ ปั่นไปถึงไหนก็เห็นธงมันโบกกลับด้านหลัง มาถึงหาดสลึง โอ้วๆๆๆสวยมากๆ ตรง รี่ไปหาที่กางเต้นท์ บอยกะบอม บอกว่าเอาหาดน้ำโขงเลยพี่ (ไม่อยากไปกลัวน้ำป่ากั๊กๆๆเลยหาข้ออ้าง) ข้างบนดีกว่า หาข้าวกินได้ด้วย แถมมีห้องน้ำให้อาบน้ำ และปลดทุกข์อีกต่างหาก
ชาวบ้านบอกว่าวันนี้ มีงานบุญเดือน3 ที่วัดปากแซงหรือที่เราเรียกติดปากกันว่าวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
แต่ตอนนี้แต่ละคนหมดแรงกันอยากจะนอนอย่างเดียวเลยไม่ไปกันเอาใว้คราวหน้าจะมาใหม่
หลังจากทานอาหารเสร็จผมก็สลบกับพี่ยอด ส่วนพี่เหน่งกับ2บ.หาน้องลีโอมากระตุ้นต่อมความอยาก
เพื่อให้หลับสบาย แต่.....
กลางคืนประมาณตี1หมามันหอนลั่นหาดแม่น้ำโขง หอนตัวเดียวยังพอว่า มันพากันหอนทั้งหมู่บ้าน
ตอนอาบน้ำมีไฟดับ มีคนตะโกนโหวกเหวกในห้องห้อง อย่างน่าสงสาร แต่ พี่ๆน้องๆมึนเห็นเป็นเรื่องธรรมชาติอิอิๆๆ
เลยไม่ไปช่วยเหลือ คืนนี้ผ่านไปอย่างทุลักทุเล (ขอขอบคุณอาจารย์อำนาจ ที่ให้ที่กางเต้นท์ และห้องน้ำได้ใช้
และพี่ๆที่มาเที่ยวแถวนั้นที่เอาของกินมาให้กินกันเยอะมากๆ จนเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรดี ขอบคุณในความมีน้ำใจครับ)
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ หาดสลึง-สามพันโบก-นาโพธิ์กลาง-อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ระยะทางประมาณ 80กม.
วันนี้ตื่นเช้ากันทุกคนเพราะหมาหอนเมื่อคืนออกจากหาดสลึงพร้อมกับพระอาทิตย์กำลังขึ้น ภาพตอนเช้าสวยมากๆ
แต่ถ่ายภาพไม่ค่อยเก่ง ภาพเลยไม่สวยแต่ความสวยงามเก็บใว้ในใจหมดละ คราวหน้าจะมาใหม่ ออกจากหาดสลึง(มีคนชอบบอกว่าหาดสองสลึง)ผมพยายามหาว่ามันอยู่ตรงไหนของไทยใครรู้บอกด้วยนะครับ เพราะอุบลฯมีแต่หาดสลึง ไม่ต้องเติมให้ครับ แล้วก็เดินทางกันต่อไปที่ สามพันโบก อันนี้อินเทรนมากๆ พี่เบิร์ดพึ่งมาโฆษณาของ ททท.ไป
วันที่เราไป มีอีกกองมาด้วย โอ้วววววว...สาวชุดขาว ทำให้เรา5คนหันพร้อมๆกัน คอแทบหัก พี่ๆเขาเข้ามาทักทาย ตั้งแต่ร้านค้าที่เราแวะซื้อน้ำ เขาบอกว่าจะไป สามพันโบกเหมือนกัน เลยไปเจอกันอีกรอบ ดิ่งจักรยานลงไป
เมื่อก่อนไม่มีทางรถใหญ่ลง สงสัยพี่เบิร์ดไปทำโฆษณาเลย ทำทางรถลงไป ถ่ายภาพ พอหอมปาก หอมคอก็ไปต่อ เพราะวันนี้เราต้องสู้กับเขา เพื่อจะไปให้ถึงผาแต้มก่อนอุทยานไม่ให้เข้า ปั่นไปสู้กับอากาศร้อนๆและไข้ของตัวเองซึ่งหนักขึ้นทุกวันๆ ตอนเที่ยงเราก็ถึง ที่ทำการ อบต.นาโพธิ์กลาง หาข้าวกินตรงข้าม อบต.พอดี อาหารราคาถูก ราคาย่อมเยาว์ แถมให้เยอะมากๆ ที่อบต. มีน้ำฟรี กาแฟฟรีเชิญนะครับ หลังจากอิ่มกันแล้วก็มานั่งพักที่ทำการ อบต. ทุกคนหันไปมองทางเข้า ป่าดงนาทามพร้อมกันหมด คราวหน้ามีโอกาสจะไปให้ได้(แหะๆ ผมไปมาหลายรอบละ) เดี๋ยวมีคลิปเด็กอุบลให้ดูครับ รับรอง... เพราะแอบงีบกันไปพักใหญ่ ผมกับ2บ.ไปเล่นเปตองกัน ที่อบต. มีให้เล่นฟรี(อีกแล้ว)
และแล้วก็เดินทางออกจาก อบต. นาโพธิ์กลางเพื่อไปผาแต้มให้ทัน ไปถึงผาแต้มก่อนค่ำ วันนี้ทางไม่ค่อยดี รั่วกันไป3คัน
ไปถึงทางขึ้นผาแต้ม หาอะไรกินกันพร้อมกับติดต่อเรื่องอาหารที่จะกินในคืนนี้ แล้วก็ปั่นขึ้นผาแต้ม จ่ายค่าด่าน40บาท เฉพาะคน ไม่ต้องจ่ายค่าจักรยาน
ไปถึงลานกางเต้นท์ที่ผาแต้ม โอ้....แม่จ้าวทำไมเต้นท์มันเยอะขนาดนี้เนี่ย ปั่นผ่านร้านค้าสวัสดิป๊าดๆๆ...สาวสวย2นางเดินผ่านพวกเราไป ทำไมน่ารักขนาดนี้ สอบถามได้ความว่า วันนี้คณะบริหารของ ม.อุบลราชธานี มาสัมมนาบนผาแต้ม
กลางคืนมีร้องเพลง(ตายละตรูจะนอนหลับไหมเนี่ย) แอบมองกระเป๋ายา ดีนะที่เอายานอนหลับมาด้วย ไม่งั้น...
พวกเราำไปกางเต้นท์ ข้างๆห้องน้ำ บนศาลาสาวๆเดินกันมาห้องน้ำ นุ่งสั้นนุ่งยาว โอ้ยยยย..ไม่อยากปั่นต่อเลยพรุ่งนี้
แทนที่ไข้จะลด ความร้อนในกายพุ่งปรี๊ดๆๆ ความดันเพิ่ม 5555++
ทานข้าวเสร็จประมาณ2ทุ่มผมก็กินยานอน พี่เหน่งกับบอม&บอย ก็ตบน้องลีโอเพื่อเป็นยานอนหลับ แกล้มด้วยสาวๆที่เดินผ่านไป ผ่านมา ผมหลับไม่รู้เรื่อง เห็นพี่เหน่งบอกว่า 4ทุ่มเขาก็ให้ปิด เงียบหมด
วันนี้ขอบคุณบอยมากๆ ไปขอมอไซด์เจ้าหน้าที่ ไปเอากินจากข้างล่างที่ทำการ มาให้กิน ขอบคุณลุงกับป้าที่ร้านหาหารด้วย
ที่ใจดีให้ถังน้ำแข็งมาให้คอลีโอได้ดื่มแบบเย็นๆกัน
วันจันทร์ิที่ 9 กุมภาพันธ์ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม-อ.โขงเจียม-ช่องเม็ก-อ.บุณฑริก-
อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ระยะทาง 140 กม.
อีกสาย ผาแต้ม-โขงเจียม-พิบูลมังสาหาร-วารินชำราบ-อุบลฯประมาณ 90กม.
วันนี้พี่ยอดต้องกลับอุบลฯเพราะหยุดได้แค่3วัน ส่วนผม ไข้เริ่มเล่นงานหนักสเลดเริ่มออกเขียวๆแดงๆ หัวปวดตุ๊บๆเลยขอตัวแยกทางวันนี้ด้วย วันนี้ บอย บอม ตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศไทยที่ผาแต้ม พอลงมาเห็นคุยใหญ่
ว่าสาวๆเต็มไปหมด มาขอถ่ายรูปด้วย ไม่รู้จริงหรือเล่น เหะๆ ไม่เห็นกะตาไม่เชื่อนะน้อง บอยกับบอมลงมาจากผาแต้ม
ก็มาแพ็คของปั่นจากผาแต้ม ไปอ.โขงเจียม จากผาแต้มมาโขงเจียมลงอย่างเดียว มีขึ้นบ้างประปรายเราก็แยกทางกันตรงโขงเจียม แบ่งเป็น2สาย พี่เหน่ง บอย บอม ปั่นไปทางช่องเม็ก ส่วนผมกับพี่ยอดปั่นกลับทางอ.พิบูล ตอนแรกว่าจะขึ้นรถกลับเลย กลัวจะเป็นหนักกว่านี้ พี่ยอดไปถามชาวบ้านเขาว่ารถมีตอนบ่ายสาม โห นี่ยังไม่10โมงเลย เลยบอกพี่ยอด ปะพี่ปั่นไปพิบูลเลย ไหวก็ถึง ไม่ไหวก็จะโบกรถเอา รักษาตัวรอดใว้ก่อนเวลายังมีให้แก้แค้นอีกเยอะ เป็นอะไรไปไม่คุ้ม
และแล้วผมกับพี่ยอดก็ถึงอ.พิบูล นึกในใจ เออ..ดีแหะ ไข้ขึ้นแทบลมจับ ปั่นกลางแดด แถมยังปั่นมาเกือบ50โล ถึกจริงๆ
จริงๆ ผมกะว่าจะปั่นให้ถึงอุบล แต่พอดี แลกยางนอกกับบอยที่โขงเจียมเพราะแก้มยางบอยฉีก บอยยังต้องปั่นอีกไกล เวลาปั่นมันเด้งดึ๋งๆตึกๆ ยังกะปั่นขึ้นลูกระนาด เลยขึ้นรถ2แถวดีกว่า ดันทุรังไปไม่มีประโยชน์ ผมนั่งหลับตลอดทาง
ส่วนทางพี่เหน่ง บอย บอมไปถึงอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยประมาณ1ทุ่ม เห็นว่าเสียวมากๆ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังเองครับ
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย -อ.นาจะหลวย-อ.น้ำยืน-ผามออีแดง-อ.กัณฑราลักษณ์
ระยะทางประมาณ 135 กม.
โชคดีมากๆของกลุ่มพี่เหน่งกับ2บอ วันนี้เป็นวันแรกที่เปิดให้ชมผามออีแดง ของฝั่งไทย
เลยพากันขึ้นไปเที่ยว เห็นว่าสนุกสนานกันมากๆแล้ววันนี้ก็ร่ำลากันเพราะ บอมกับบอยให้แฟนมารับที่อ.กัณฑราลักษณ์
เพราะลาได้1วัน พรุ่งนี้ต้องไปทำงานต่อยังไงก็ให้พี่เหน่ง บอมและบอย มาเล่าให้ฟังเองในวันนี้ครับ
เดี๋ยวผมจะทยอยลงภาพในกล้องเน่าๆของผมไปเรื่อยๆ มันใกล้จะพังละ เวลาเปิดต้องเอานิ้วแคะหน้ากล้องมันถึงจะถ่ายได้ เหะๆ
































































