หน้า 1 จากทั้งหมด 3

ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 19:22
โดย Dhandranunda
แต่ในประเทศไทยกลับตรงกันข้ามแฮะ

ผู้ใช้รถยนต์ในหลายประเทศ คงจะเป็นฝั่งยุโรป จะถูกลิดรอนสิทธิหรือจำกัดสิทธิมากมาย การขับรถเข้าพื้นที่บางพื้นที่จะทำได้ยาก หาที่จอดรถได้ยาก หรือไม่งั้นคุณจะต้องจ่ายเงินเพิ่ม การขับรถคนเดียวจะถูกจำกัดไม่สามารถเข้าบางพื้นที่ยกเว้นมีคนโดยสารมา 4 คน อันนี้ใช่ระบบ car pool ใช่หรือไม่(ในเมืองไทยเคยใช้อยู่แต่ดูเหมือนจะเลิกไปแล้วมั้งเพราะทานกระแสผู้ใช้รถยนต์ที่เสียงดังกว่าไม่ได้)
มีรถทีก็ต้องจ่ายนั่นนี่โน่น ค่าจอดรถแพง ภาษีแพง

ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้รับสิทธิเพื่อจูงใจให้คนหันมาปั่นจักรยานและลดจำนวนรถยนต์ส่วนตัวบนท้องถนน

หันมาดูบ้านเรา จักรยานถูกห้ามผ่านไม่ว่าจะปั่นหรือจูง จักรยานหาที่จอดยากกว่ารถยนต์ทั้งที่จักรยานคันนิดเดียว
ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรกับจักรยานก็แค่ บีทีเอส ส่วนแอร์พอร์ตลิงค์หาข้ออ้างต่างๆ นาๆ ทั้งที่ร้างยังกะป่าช้า (คนแน่นทุกเที่ยวผมจะไม่ว่าเล้ย)

สรุปว่า ภาครัฐยังไม่หาทางแก้ไขทัศนคติและพฤติกรรมของคนเลย มีแต่จะทำให้คนอยากมีรถยนต์มากขึ้น (ดูเหมือน)ปั่นจักรยานแล้วลำบากเหลือแสน ต้องทุ่มเทเสียสละจริงๆ พ.ท มีเท่าไหร่อวยให้พ่อค้าแม่ขายหรือทำเป็นที่จอดรถ

กฏหมายน่ะเป็นวิธีเดียวที่จะใช้จำกัดสิทธิของผู้ใช้รถได้ แล้วหันมาอำนวยความสะดวกของผู้ใช้จักรยานให้มากขึ้น ปั่นแล้วเป็นพลเมืองเกรด A+
มันต้องมีนโยบายที่เป็น + กับกลุ่มผู้ใช้จักรยานสิครับ
ไม่งั้น กทม ก็จะถูกรถยนต์ใช้น้ำมันท่วมทับถมจมทะเลสักวัน แล้วจะมาบ่นไม่ได้นะ

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 19:34
โดย Dhandranunda
ยกตัวอย่างง่ายๆ สถานที่ราชการทุกแห่งจะต้องมี ที่จอดจักรยาน มีที่ให้ผูกจักรยานอย่างถูกต้องแข็งแรง ไม่ต้องหรูเหมือนตปท ก็ได้ ต้องอำนวยความสะดวกให้คนที่ปั่นจักรยานมาติดต่อราชการ ไม่ใช่ไล่เหมือนหมูเหมือนหมาให้ไปจอดริมถนนผูกกะเสาไฟฟ้า
ผู้บริหารที่มีรถยนต์จะต้องห้าม ปักป้ายบอกว่า ที่จอดรถของผ.อ ที่จอดรถของท่านนั่นท่านนี่ ใครก็สามารถจอดได้แม้แต่จักรยาน

ต้องมีการจูงใจให้ศูนย์การค้า ห้าง ร้านต่างๆ มีทัศนคติที่ดีต่อผู้ใช้จักรยานและให้ความสะดวก จัดให้มีที่จอดจักรยานแยกต่างหากจากมอเตอร์ไซค์ มีที่ล่ามที่ล็อคให้ถูกต้องเหมาะสม ที่ไหนทำได้ รัฐก็จะต้องมีรางวัลให้จะอยู่ในรูปใดก็ได้

7-11 และคอนวิเนี่ยนสโตร์ทุกแห่งทุกสาขาควรจะมีราวเหล็กให้ผูกจักรยานแบบชั่วคราว ทีมีตู้ atm อยู่หน้าร้านให้กดเงินไปซื้อของในร้านล่ะทำได้ สาขาที่อยู่ตามปั๊มน่ะควรจะมีอย่างยิ่ง ติดขัดตรงไหนไปหารือเจรจากันสิ

บริษัทต่างๆ ควรให้สิทธิพิเศษกับพนักงานที่ปั่นจักรยานมาทำงาน เช่นจัดหาห้องอาบน้ำ ตู้ล็อคเกอร์ (ถ้าทำไม่ได้ก็อีกเรื่องนึง) หรืออาจยอมให้พนักงานเข้าทำงานสายได้บ้าง และควรมีที่จอดจักรยานเช่นกัน (แต่ถ้าบริษัทนั้นมีปัญหาเรื่องสถานที่ก็อีกเรื่อง)

ต้องจัดการขั้นเด็ดขาดกับบริษัทห้างร้านที่ยึดทางเท้า พื้นที่ถนน โดยเฉพาะไบค์เลนไปเป็นที่จอดรถส่วนตัว ผมเชื่อว่าทำได้ทั้งกฏหมายและผ่านทางประชาสังคม

เก็บภาษีจากพวกที่ใช้น้ำมันมาเป็นงบประมาณสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้พาหนะที่ไม่ใช้น้ำมัน
อันที่จริง รัฐบาลน่าจะมีนโยบาย "จักรยานคันแรก" ซะด้วยซ้ำนะครับ คนที่อยากมีรถดีๆ แต่ราคามันสูงจะได้เป็นเจ้าของได้
ลดภาษีจักรยานและอะไหล่ พัฒนาคุณภาพของจักรยานที่ผลิตในประเทศด้วย จริงๆ ควรให้ไทยเป็นฐานการผลิตจักรยานแทนไต้หวันด้วยซ้ำ ทีรถยนต์นะ แหม ภูมิใจกันจริงๆ เป็นฐานการผลิตรถยนต์ส่งออก
สนับสนุนสินค้าที่เกี่ยวกับจักรยานและคนไทยเป็นผู้ผลิตให้มีช่องทางจำหน่ายมากขึ้น
ส่งเสริมให้มีร้านจักรยานมากขึ้นแทนที่โชว์รูมรถยนต์ที่เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง

เลิกซะทีกับโฆษณารถยนต์ โฆษณาบริษัทน้ำมันประเภท รักษ์โลก ลดภาวะโลกร้อน ฯลฯ ผมว่ามันทะแม่งๆ เหมือนโฆษณามือถือที่ให้ใช้มือถือแบบพอเพียงเท่าที่จำเป็น หรือโฆษณาเหล้าเบียร์ที่ดูเหมือนส่งเสริมสังคม

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 19:38
โดย AH Q
เลิกซะทีกับโฆษณารถยนต์ โฆษณาบริษัทน้ำมันประเภท รักษ์โลก ลดภาวะโลกร้อน ฯลฯ ผมว่ามันทะแม่งๆ เหมือนโฆษณามือถือที่ให้ใช้มือถือแบบพอเพียงเท่าที่จำเป็น หรือโฆษณาเหล้าเบียร์ที่ดูเหมือนส่งเสริมสังคม
เห็นด้วยครับ

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 19:39
โดย Dhandranunda
ขอโทษทีพล่ามมากไปหน่อย แต่ผมเชื่อว่า ลดจำนวนรถยนต์ได้ผลเมื่อไหร่
ไบค์เลนมันก็งอกขึ้นมาเองแหละ
แต่ตราบใดที่มีแต่นโยบายอวยคนขับรถ สร้างสารพัดเอาใจคนมีรถ ไบค์เลนมันจะหดลงไปๆ ไม่มีทางหรอกครับที่จะมีจริงในศตวรรษนี้ (น้ำมันหมดเมื่อไหร่ คนหันมาปั่นจักรยานหมดก็เมื่อนั้นแหละ แต่คนก็คงหาพลังงานทดแทนได้อยู่ดี)

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 19:46
โดย โอ๊ตนนท์
:roll: :roll: ยังสงสัยเรื่องแอร์พอร์ตลิ้งค์อยู่ว่า... ถ้าต่างชาติ ที่เขาปั่นจักรยานทัวริ่ง และต้องการไปขึ้นเครื่อง..เขาจะใช้บริการอย่างไร?...
..ที่ฮ่องกง ผมเอาจักรยานกลับมาไทย..ผมถอดล้อ มัดติดกับเฟรม แล้วหิ้วขึ้น รถไฟได้เลย โดยเจ้าหน้าที่เขาเปิดช่องพิเศษให้เขา แถมในรถไฟ มีพื้นที่ให้วางพวกกระเป๋า ผมก็เอาจักรยานผมไปวางไว้ชั้นล่างได้เลย....แถม ถ้าบริการแอร์พอร์ตลิ้ง ของฮ่องกง.. สามารถส่งโหลดขึ้นเครื่องได้จากสถานีต้นทางของรถไฟได้เลย เราไปถึงสนามบิน..ก็ไม่ต้องเช็คอิน หรือโหลดอะไร สามารถเดินไปเข้าทางขึ้นเครื่องได้เลย.(แต่ผ่าน ตม. ก่อนนะ..) สะดวก และ ประกันเวลา ว่าขึ้นเครื่องทันชัวร์... :D :D

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 20:59
โดย armsarms
ผมก็เห็นด้วยในหลายๆข้อนะครับ จริงๆไม่ขออะไรมากเลยแค่ให้มีทางจักรยาน ที่จอดแบบไม่ต้องลุ้นตัวโก่ง ส่วนห้องอาบน้ำของบริษัทนี่คงต้องไปไฟท์ด้วยตัวเอง ตัวผมก็ไม่ค่อยได้ดูข่าวสารบ้านเมืองสักเท่าไหร่ แต่คุ้นๆว่าเหมือนเคยมีการรณรงค์ปั่นจักรยานอยู่เหมือนกัน แล้วมันก็เงียบหายไป...

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 21:33
โดย สมชาย
เอาภาพมาฝากครับ..เป็นภาพบนรถไฟและบริเวณสถานี ของอัมสเตอร์ดัม เมืองที่ผู้หลักผู้ใหญ่ไปศึกษาดูงานกันมากมาย :mrgreen: :mrgreen:

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 21:34
โดย สมชาย
เอาภาพมาฝากครับ..เป็นภาพบนรถไฟและบริเวณสถานี ของอัมสเตอร์ดัม เมืองที่ผู้หลักผู้ใหญ่ไปศึกษาดูงานกันมากมาย :mrgreen: :mrgreen:

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 21:43
โดย สมชาย
อันนี้ที่บลัสเซลที่ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ไปศึกษาดูงานกันมากมายหมือนกัน...ที่เห็นเป็นจักรยานให้เช่า :lol: :lol:
สังเกตุรถยนต์บ้านเค้าซิ

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 22:01
โดย bichun@sanook.com
:( เห็นภาพการจอดจักรยาน ในต่างประเทศ เศร้าเลยครับ :cry: :oops:
ประเทศไทย คงอีกนานแสนนาน แต่ผมก็จะรอต่อไป ขอรับ :| :oops:
ถึงแม้ว่าจะนานแค่ไหน อยากให้อีก 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ผมเชื่อต้องดีกว่าเดิมขึ้นแน่นอน :P

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 22:04
โดย siamman18
อย่าว่าแต่ประเทศไทยเลยครับ ประเทศอเมริกา ทั้งรัฐยังไม่ใช้จักรยานกันเท่าไรเลย
ขับรถเสียส่วนใหญ่ ที่ใช้จักรยานจริงจังก็มีแต่ยุโรปนี่ละครับ เห็นเด่นชัด ส่วนถ้า airport link ยังให้ รฟท. บริหาร ผมว่าให้ตายยังไงก็
เจ๊งกับเจ๊งลงเหวแน่นอนครับ

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 22:05
โดย armsarms
จักรยานเยอะมากกกกกกก เมืองเค้าสวยดีจัง ^^

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 22 ก.ย. 2011, 22:24
โดย ลุงภพ
ท่านลองมาขี่จักรยานไปทำทุกกิจกรรมกันดู...แล้วจะรู้ว่ามันเป็นไปได้ไม่ยาก...ทั้งจ่ายตลาด,ทำงานและออกกำลังกาย ไปจนถึงการแข่งขัน

จ่ายตลาด พอทำได้ ครับ แต่จักรยานใหม่ๆ สวยๆ หายบ่อยมาก ต้องใช้อีแก่คันเก่าเท่านั้น

ทำงาน ไม่ได้ ปั่นเข้าหน้าตึกยาม มันไล่แล้ว

ออกกำลังกาย ผมปั่นประจำ ยากตรงหาเส้นทางที่ปลอดภัย ปราศจากมลพิษครับ

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 23 ก.ย. 2011, 00:20
โดย kanapat
ทุกอย่างเกิดจากผู้นำ ถ้าไม่เห็นความสำคัญ ก็ไม่เกิดผล ผมอยากให้ผู้นำทุกองค์กรมาปั่นกัน และทำตัวเป็นกลางเพื่อส่วนรวม มันไม่ยากสำหรับคนจริงใจ แต่มันยากสำหรับคนขี้เกียจและเห็นแก่ตัว ถ้ารู้ประโยชน์และปฏิบัติ อย่างมีสติและความเชื่อมั่นแล้ว สังคมจะน่าอยู่กว่านี้อีกมาก มันหมดสมัยแล้วกับการสบายตัวแบบเพิ่มไขมัน และหลอกตัวเอง ทุกวันนี้ขี่จักรยานในกรุงเทพเหมือนเป็นส่วนเกิน แม้ใน BICYCLE LANE ก็ยังโดนรถบีบแตรไล่เลย อีกทั้งโดนเบียดและปาดหน้าอีกต่างหาก การรณรงค์ต้องวางแผนระยะยาวต่อเนื่องมีโอกาสสำเร็จครับ สื่อก็เป็นส่วนสำคัญ ถ้าสื่อช่วยมีหวังสำเร็จ ไม่ใช่เอาไปแอบแทรกรายการแบบเป็นเกร็ดความรู้

Re: ในหลายประเทศ ผู้ใช้รถยนต์จะถูกจำกัดสิทธิ ส่วนผู้ใช้จักรยานจะได้สิทธิ

โพสต์: 23 ก.ย. 2011, 00:28
โดย a lone wolf
การให้นักการเมืองที่สมัครเป็นผู้ว่ากรุงเทพฯมาใส่ใจผู้ขี่จักรยานอย่างจริงใจ...มีสองทางครับ

หนึ่ง...ให้คนที่ชอบขี่จักรยานมาสมัคร จุดอ่อนของทางเลือกนี้คือ ต้องเป็นคนที่มีคุณลักษณะอย่างอื่นมากกว่าการขี่จักรยาน เพื่อดึงดูดคะแนนเสียงของคนที่ไม่ได้ขี่จักรยานให้เลือกเขามาเป็นผู้ว่ากรุงเทพฯ ต้องพร้อมรอบตัวในทางอื่นด้วยว่าจั๊งซั่น มีเสน่ห์ มีภูมิหลังด้านการบริหาร ขายฝันได้เก่ง

สอง...ต้องทำให้คนขี่จักรยานบนถนนในกรุงเทพเยอะขึ้นจนเป็น critical mass แล้วคน หน่วยงาน ธุรกิจ ที่เห็นจำนวนคนขี่จักรยานมากขึ้นจนรู้สึกว่าต้องเอาใจ จะจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆให้

ผมมองว่าทางเลือกที่หนึ่งยากกว่าทางเลือกที่สองครับ เพราะถ้าสังเกตกันดีๆ ปัญหาลำดับแรกๆที่คนกทม.ต้องการให้ผู้ว่าแก้ไขคือการจราจรโดยรถยนต์ ทั้งรถส่วนตัวและรถโดยสารสาธารณะไม่ติดขัด คือคนกรุงเทพขอให้ได้นั่งรถที่มีกำลังเครื่องยนต์พาไปยังที่หมาย มีที่หลบแดดหลบฝนหรือแถมด้วยความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ และไปแบบสะดวกคือไม่ติดขัดอยู่บนถนนนานๆ เขาไม่ได้อยากตากแดดตากฝนเหงื่อออกและต้องใช้แรงขาพาไปจุดหมาย ไอ้ฝันทำนองนี้ก็ยั่วให้คนกรุงเทพฝันกลางวันกันมานานแสนนาน คิดว่าจะมีคนทำได้ แล้วก็ลงคะแนนให้เขา ใครทำได้บ้างหรือครับ????

ลองนึกถึงว่าถ้าเราจะไปสมัครผู้ว่าฯแล้วต้องการได้คะแนนเสียงมากพอที่จะชนะคนแบบสุขุมพันธุ์ แบบอภิรักษ์ แบบสมัคร แบบพิจิตร แบบกฤษดา แบบจำลอง โดยประกาศนโยบายว่าเราจะแบ่งถนนพระอาทิตย์ครึ่งเลนจากที่มีอยู่สองเลนไปเป็นทางจักรยาน คนที่จอดรถบนถนนเส้นนี้จะจอดถัดมาอีกหนึ่งเลน เหลืออีกครึ่งเลนให้รถวิ่งซึ่งจะไปกินเลนของฝั่งที่สวนมาอีกครึ่งเลน....ชิบหายตั้งแต่เริ่มคิดแล้วล่ะครับ เราอดเป็นผู้ว่ากทม.ชัวร์ป้าด (ผมพูดถึงผู้ว่ากทม.นะครับ ไม่ใช่ผู้ว่าอัมสเตอร์ดัม คนที่อัมสเตอร์ดัมนั้นคิดไม่เหมือนคนกรุงเทพนะครับ อย่าลืมข้อนี้ คนจะสมัครเป็นผู้ว่ากทม.ก็เลยพลอยต้องคิดต่างไปจากคนที่จะสมัครผู้ว่าอัมสเตอร์ดัมไปด้วย)

มาดูทางเลือกที่สอง ทำยังไงให้คนขี่จักรยานในกรุงเทพเยอะขึ้นจนเป็น critical mass
ถ้าเราต้องการสตาร์ทด้วยการจัดทางขี่จักรยานให้ไม่ปะปนกับรถยนต์ เราก็ต้องฝ่าทางตันให้เกิดทางเลือกที่หนึ่งคือมีนักการเมืองที่ใส่ใจคนขี่จักรยานมาจุติบนโลกก่อนแล้วทุกอย่างจะดีเอง....เรากำลังฝันกลางวันอีกแล้วครับ

เราบ่นกันได้ เราปรับทุกข์กันในเวปคนขี่จักรยานแบบ thaimtb ได้ เราพยายามกระตุ้นส่งเสียงไปยังนักการเมืองได้ เราอาจเชื่อว่าเราไม่ควรอยู่นิ่งเฉยทำอะไรกันได้ก็ทำกันไป พวกนี้ทำได้หมดครับแต่ถ้าไม่สำเร็จอย่างที่เราคาดหวังไว้ก็อย่าไปทุกข์นะครับ เพราะถ้าไม่ละวางก็ทุกข์แน่นอน

ผมเห็นว่า critical mass จะเกิดเมื่อการขี่จักรยานนั้นไปใช้พื้นที่ร่วมกับรถยนต์บนถนนปกติครับ
...เราเคยเผยแพร่องค์ความรู้ทำนองว่า "ขี่จักรยานบนถนนในกรุงเทพ ไม่ยากอย่างที่คุณคิด" กันไหมครับ
ก่อนผมเริ่มขี่ผมกลัว แต่พอขี่แล้วผมก็พบว่ามันไม่ยากเกินจัดการ แถมเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มานั้นมันคุ้มค่าเหลือหลาย
ถึงคนกรุงเทพส่วนใหญ่จะฝันกลางวันว่าจะมีเทพมาจุติในรูปของผู้ว่ากทม.ที่จะทำให้การจราจรโดยรถยนต์ไม่ติดขัด แต่ยังมีคนอยากขี่จักรยานเยอะนะครับ
ถ้าคนพวกนั้นอยากขี่บนถนนในกรุงเทพ เขาจะขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง? ทำให้เขาเข้าถึงความรู้แบบนี้ได้ง่ายๆได้บ้างไหม?

แน่นอนครับ โลกไม่ได้สวยงามแบบที่เราฝันไว้เสมอไป
คนขี่จักรยานบางคนจะโดนรถเฉี่ยวชน บาดเจ็บสาหัส พิการ ล้มตาย..fallen comrades
แต่ถ้ายังคงมีคนขี่ต่อไป คนที่กลัวก็จะคลายความกลัวลง โลกมันก็เป็นอย่างนี้แหละครับ

คนขี่จักรยานบนถนนมากขึ้น สิ่งที่เราฝันไว้ ไบค์เลน บริการให้ความสะดวกด้านการจอดในที่สาธารณะหรือในที่เอกชน การพาจักรยานไปบน mass transit มันจะตามมาเองครับ

เอ่อ.....แต่ที่เขียนมานี่นั้น มันอาจไม่เกิดเลยทั้งทางเลือกที่หนึ่งหรือทางเลือกที่สอง
ทว่าเราคนขี่จักรยานน่าจะค้นพบความจริงความเบิกบานบางอย่างนะครับ
ยามที่เราขี่จักรยานเป็นเป็นพาหนะนั้น สิ่งที่ได้กลับคืนมีเช่นใดบ้างทุกท่านย่อมทราบดีแก่ใจของท่านอยู่โดยไม่ต้องมีใครมาบอกกล่าว
เจอคนถามไถ่ เราช่วยให้ความรู้กับเขาได้ก็ให้เขาไป เป็นวิทยาทาน
ขี่บนไบค์เลนมันทุกข์เพราะขี่อยู่ดีๆก็ทิ่มเข้าไปในแผงขายอาหารตามสั่ง หรือหงุดหงิดกับรถยนต์ที่จอดขวางบนช่องทาง ลองหัดขี่บนถนนไปเลยก็ดี มันอาจไม่ยากอย่างที่คิดนะครับ
critical mass อาจไม่เกิด แต่ enlightening moment ในชีวิตของเรานั้นน่าจะเกิดนะครับ
คนอีกสิบล้านไม่ได้คิดอย่างเรา เราก็อย่าทุกข์ หาความสุขที่เป็นส่วนบุคคลของเราไปเถิดครับ :D