MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- BigHead
- สมาชิก
- โพสต์: 20
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 21:13
- Tel: **********
- team: FreeRide
- Bike: Madone 4.7,Dahon speed P8
MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
อยากได้ trainerไว้ซ้อมสักตัว ถามผู้รู้หลายท่านแล้วยังไม่clearระหว่างระบบfluid กับ magnetic เลือกยังไงครับ ขอความคิดเห็นจากผู้รู้ครับ 
- BigHead
- สมาชิก
- โพสต์: 20
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 21:13
- Tel: **********
- team: FreeRide
- Bike: Madone 4.7,Dahon speed P8
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ไม่มีเสียงกระซิบจากสวรรค์เลยนะเนี่ย ถามยากไปเปล่า? 
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ความเห็นส่วนตัว ผมเลือก Fluid ครับ เพราะกลุ่มนี้จะหนืดเพิ่มขึ้นตามความเร็วที่ปั่นลงไป ซึ่งจะเลียนแบบธรรมชาติที่สุด ยิ่งปั่นเร็วยิ่งหนัก ส่วนMagnetมีข้อเสียคือ พอปั่นเร็วขึ้น แม่เหล็กจะเริ่มร้อน จากนั้นแรงหน่วงจะลดลง จะยิ่งรู้สึกว่าพอปั่นเร็วขึ้นไปถึงจุดๆหนึ่ง แรงต้านกลับลดลง
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- BigHead
- สมาชิก
- โพสต์: 20
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 21:13
- Tel: **********
- team: FreeRide
- Bike: Madone 4.7,Dahon speed P8
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ขอบคุณครับป๋าลู 
- richardgere
- สมาชิก
- โพสต์: 80
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ม.ค. 2010, 12:51
- Bike: Cannondale Caad 10
- ตำแหน่ง: Phuket
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
แนะนำแบบ fluid ครับ เคยใช้ทั้งสองแบบ เป็นตามที่ป๋าลู บอกเลย
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
เคยใช้แต่ magnet 2 ตัวครับเลยไม่รู้จะเทียบยังไง
แต่เคยได้ยินมาว่าระบบ fluid ที่ใช้ของเหลวเพิ่มแรงต้านเมื่อปั่นไปสักพักความร้อนจะทำให้ของเหลวมีมวลมากขึ้นทำให้หนืดขึ้น หากระบบระบายความร้อนและของเหลวไม่ดีจะทำให้มันหนืดมากเกินครับ
ส่วนระบบแม่เหล็กที่เคยใช้ตัวแรกเเพราะอยากได้แบบจับขอบล้อสำหรับเสือภูเขาเลยมีให้เลือกแค่ตัวเดียวปัจจุบันใช้ไซคลอปซูเปอรแมคนิโตครับ
ตอนลองที่ร้านระหว่างตัว fluid กับ super ไม่รู้สึกถึงความต่างอาจเป็นเพราะได้ลองไม่นานครับ
แต่เคยได้ยินมาว่าระบบ fluid ที่ใช้ของเหลวเพิ่มแรงต้านเมื่อปั่นไปสักพักความร้อนจะทำให้ของเหลวมีมวลมากขึ้นทำให้หนืดขึ้น หากระบบระบายความร้อนและของเหลวไม่ดีจะทำให้มันหนืดมากเกินครับ
ส่วนระบบแม่เหล็กที่เคยใช้ตัวแรกเเพราะอยากได้แบบจับขอบล้อสำหรับเสือภูเขาเลยมีให้เลือกแค่ตัวเดียวปัจจุบันใช้ไซคลอปซูเปอรแมคนิโตครับ
ตอนลองที่ร้านระหว่างตัว fluid กับ super ไม่รู้สึกถึงความต่างอาจเป็นเพราะได้ลองไม่นานครับ
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
Fluid พอร้อนขึ้น ค่าความหนืดจะลดลงครับ ซึ่งเป็นไปตามกฏฟิสิกส์
แต่fluid อาศัยตัวปั่นหน้าตาเหมือนกังหัน ซึ่งความต้านทานการหมุนจะแปรตามความเร็วของการปั่นของกังหันครับ ยิ่งเร็วก็ยิ่งหนืด
เทรนเนอร์ที่ผมใช้เป็นของCatEye CS-1000 ซึ่ีงไม่มีผลิตแล้ว ตัวนี้ใช้ทั้งกังหันลมสำหรับเลียนแบบการปั่นในทางราบ และ ระบบแม่เหล็กเลียนแบบการปั่นขึ้นเนิน ปกติจะเน้นปั่นทางราบ จะรู้สึกถึงความหนืดของกังหันลมที่ปั่นลมให้หนักขึ้นเรื่อยๆ
ข้อดีของกังหันลมก็คือ ค่าความหนืดแปรตามความเร็วเท่านั้น รื้อออกมาดูแล บำรุงได้ง่าย ไม่มีเรื่องของความร้อนมาเกี่ยวข้องด้วย
ข้อเสียคือเสียงดัง
ส่วนกังหันปั่นของเหลวนั้นมีข้อดีตรงที่เงียบ และขนาดกระทัดรัด แต่ข้อเสียคือยากต่อการรื้อออกมาดูแลรักษาครับ เรื่องความร้อนไม่ค่อยห่วงนะครับ มันไม่ร้อนมากมายจนทำให้ค่าความหนืดลดลงแบบมีนัยยะสำคัญ ผิดกับแม่เหล็กที่ผมเคยปั่นมาหลายปี ยิ่งถ้าเราฟิตขึ้นเรื่อยๆแล้วอัดขึ้นไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่ง เราจะจับความรู้สึกถึงความสบายมากขึ้น ( ก็มันหนืดน้อยลงอย่างที่อธิบายไว้แล้วหละครับ )
ตรงนี้ผู้ผลิตเขาทราบดีถึงจุดแข็งจุดด้อย แบบแม่เหล็กมีข้อดีในแง่ของการง่ายต่อการรื้อออกมาบำรุงรักษาครับ แล้วเท่าที่จำได้ราคาจะเบากว่าพวก fluid
แต่fluid อาศัยตัวปั่นหน้าตาเหมือนกังหัน ซึ่งความต้านทานการหมุนจะแปรตามความเร็วของการปั่นของกังหันครับ ยิ่งเร็วก็ยิ่งหนืด
เทรนเนอร์ที่ผมใช้เป็นของCatEye CS-1000 ซึ่ีงไม่มีผลิตแล้ว ตัวนี้ใช้ทั้งกังหันลมสำหรับเลียนแบบการปั่นในทางราบ และ ระบบแม่เหล็กเลียนแบบการปั่นขึ้นเนิน ปกติจะเน้นปั่นทางราบ จะรู้สึกถึงความหนืดของกังหันลมที่ปั่นลมให้หนักขึ้นเรื่อยๆ
ข้อดีของกังหันลมก็คือ ค่าความหนืดแปรตามความเร็วเท่านั้น รื้อออกมาดูแล บำรุงได้ง่าย ไม่มีเรื่องของความร้อนมาเกี่ยวข้องด้วย
ข้อเสียคือเสียงดัง
ส่วนกังหันปั่นของเหลวนั้นมีข้อดีตรงที่เงียบ และขนาดกระทัดรัด แต่ข้อเสียคือยากต่อการรื้อออกมาดูแลรักษาครับ เรื่องความร้อนไม่ค่อยห่วงนะครับ มันไม่ร้อนมากมายจนทำให้ค่าความหนืดลดลงแบบมีนัยยะสำคัญ ผิดกับแม่เหล็กที่ผมเคยปั่นมาหลายปี ยิ่งถ้าเราฟิตขึ้นเรื่อยๆแล้วอัดขึ้นไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่ง เราจะจับความรู้สึกถึงความสบายมากขึ้น ( ก็มันหนืดน้อยลงอย่างที่อธิบายไว้แล้วหละครับ )
ตรงนี้ผู้ผลิตเขาทราบดีถึงจุดแข็งจุดด้อย แบบแม่เหล็กมีข้อดีในแง่ของการง่ายต่อการรื้อออกมาบำรุงรักษาครับ แล้วเท่าที่จำได้ราคาจะเบากว่าพวก fluid
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ตรงข้ามกับที่ผมได้ยินมาเลยครับ แต่ดูแล้วน่าเชื่อครับlucifer เขียน:Fluid พอร้อนขึ้น ค่าความหนืดจะลดลงครับ ซึ่งเป็นไปตามกฏฟิสิกส์
แต่fluid อาศัยตัวปั่นหน้าตาเหมือนกังหัน ซึ่งความต้านทานการหมุนจะแปรตามความเร็วของการปั่นของกังหันครับ ยิ่งเร็วก็ยิ่งหนืด
เทรนเนอร์ที่ผมใช้เป็นของCatEye CS-1000 ซึ่ีงไม่มีผลิตแล้ว ตัวนี้ใช้ทั้งกังหันลมสำหรับเลียนแบบการปั่นในทางราบ และ ระบบแม่เหล็กเลียนแบบการปั่นขึ้นเนิน ปกติจะเน้นปั่นทางราบ จะรู้สึกถึงความหนืดของกังหันลมที่ปั่นลมให้หนักขึ้นเรื่อยๆ
ข้อดีของกังหันลมก็คือ ค่าความหนืดแปรตามความเร็วเท่านั้น รื้อออกมาดูแล บำรุงได้ง่าย ไม่มีเรื่องของความร้อนมาเกี่ยวข้องด้วย
ข้อเสียคือเสียงดัง
ส่วนกังหันปั่นของเหลวนั้นมีข้อดีตรงที่เงียบ และขนาดกระทัดรัด แต่ข้อเสียคือยากต่อการรื้อออกมาดูแลรักษาครับ เรื่องความร้อนไม่ค่อยห่วงนะครับ มันไม่ร้อนมากมายจนทำให้ค่าความหนืดลดลงแบบมีนัยยะสำคัญ ผิดกับแม่เหล็กที่ผมเคยปั่นมาหลายปี ยิ่งถ้าเราฟิตขึ้นเรื่อยๆแล้วอัดขึ้นไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่ง เราจะจับความรู้สึกถึงความสบายมากขึ้น ( ก็มันหนืดน้อยลงอย่างที่อธิบายไว้แล้วหละครับ )
ตรงนี้ผู้ผลิตเขาทราบดีถึงจุดแข็งจุดด้อย แบบแม่เหล็กมีข้อดีในแง่ของการง่ายต่อการรื้อออกมาบำรุงรักษาครับ แล้วเท่าที่จำได้ราคาจะเบากว่าพวก fluid
ผมจะหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
อ่านเวปนอกผ่านๆเค้าแนะนำ fluid ครับ
ส่วนระบบการทำงานยังไม่ได้ดูครับ
ส่วนระบบการทำงานยังไม่ได้ดูครับ
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
- lucifer
- ขาประจำ
- โพสต์: 6393
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2010, 14:53
- team: BPMTB , BPRB , Bikeloves
- Bike: Only 2-wheels bike
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ก้อ ลองคิดง่ายๆตามหลักฟิสิกส์สิครับ
ความร้อนทำให้โมเลกุลของสสารมีการเคลื่อนที่มากขึ้น ทำให้ระยะห่างระหว่างโมเลกุลเพิ่มขึ้น ทำให้แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลลดลง
ความร้อนทำให้ของแข็งหลอมเหลวกลายเป็นของเหลว ก่อนจะกลายเป็นของเหลวก็จะเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ดูจะเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมนะครับ
ความร้อนทำให้ของเหลวระเหยกลายเป็นไอ ก่อนของเหลวจะระเหย ก็จะเริ่มหนืดน้อยลง หรือ ใสขึ้น ( Viscosity แปรตาม 1/Temp )
ยกตัวอย่างง่ายๆในกรณีของน้ำมันหล่อลื่น หรือ น้ำมันเครื่องในรถยนต์ เมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ น้ำมันเครื่องที่เย็นอยู่จะมีความหนืดที่ยังสูงอยู่ พอเครื่องยนต์ร้อนขึ้นน้ำมันเครื่องก็จะมีความหนืดลดลง (ใสขึ้น)ทำให้กระจายตัวเข้าไปหล่อลื่นส่วนต่างๆได้ง่ายขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ใช้อธิบายว่า เครื่องยนต์จะมีการสึกหรอสูงที่สุดเมื่อถูกใช้งานในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าระดับของอุณหภูมิใช้งาน(ตามที่ผู้ผลิตออกแบบ)
แล้วจะได้เข้าใจเรื่องราวในธรรมชาติได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม คือ การนำองค์ความรู้ มาประมวล แล้ววิเคราะห์ปัญหา ทำให้เมื่อพบเห็นบทความหรือข้อเขียนในสื่อต่างๆ แล้วจะได้เลือกที่จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี

ความร้อนทำให้โมเลกุลของสสารมีการเคลื่อนที่มากขึ้น ทำให้ระยะห่างระหว่างโมเลกุลเพิ่มขึ้น ทำให้แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลลดลง
ความร้อนทำให้ของแข็งหลอมเหลวกลายเป็นของเหลว ก่อนจะกลายเป็นของเหลวก็จะเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ดูจะเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมนะครับ
ความร้อนทำให้ของเหลวระเหยกลายเป็นไอ ก่อนของเหลวจะระเหย ก็จะเริ่มหนืดน้อยลง หรือ ใสขึ้น ( Viscosity แปรตาม 1/Temp )
ยกตัวอย่างง่ายๆในกรณีของน้ำมันหล่อลื่น หรือ น้ำมันเครื่องในรถยนต์ เมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ น้ำมันเครื่องที่เย็นอยู่จะมีความหนืดที่ยังสูงอยู่ พอเครื่องยนต์ร้อนขึ้นน้ำมันเครื่องก็จะมีความหนืดลดลง (ใสขึ้น)ทำให้กระจายตัวเข้าไปหล่อลื่นส่วนต่างๆได้ง่ายขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ใช้อธิบายว่า เครื่องยนต์จะมีการสึกหรอสูงที่สุดเมื่อถูกใช้งานในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าระดับของอุณหภูมิใช้งาน(ตามที่ผู้ผลิตออกแบบ)
แล้วจะได้เข้าใจเรื่องราวในธรรมชาติได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม คือ การนำองค์ความรู้ มาประมวล แล้ววิเคราะห์ปัญหา ทำให้เมื่อพบเห็นบทความหรือข้อเขียนในสื่อต่างๆ แล้วจะได้เลือกที่จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี
ถ้าอ่อนซ้อม อ่อนทักษะ ก็จะพบว่าจักรยานคันไหนๆก็ไม่แตกต่างกันหรอก เพราะปั่นไม่ไปเหมือนๆกัน และบังคับควบคุมได้ห่วยพอๆกัน
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ขอบคุณที่แนะนำครับlucifer เขียน:ก้อ ลองคิดง่ายๆตามหลักฟิสิกส์สิครับ
ความร้อนทำให้โมเลกุลของสสารมีการเคลื่อนที่มากขึ้น ทำให้ระยะห่างระหว่างโมเลกุลเพิ่มขึ้น ทำให้แรงดึงดูดระหว่างโมเลกุลลดลง
ความร้อนทำให้ของแข็งหลอมเหลวกลายเป็นของเหลว ก่อนจะกลายเป็นของเหลวก็จะเริ่มสูญเสียความแข็งแรง ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ดูจะเป็นตัวอย่างที่เหมาะสมนะครับ
ความร้อนทำให้ของเหลวระเหยกลายเป็นไอ ก่อนของเหลวจะระเหย ก็จะเริ่มหนืดน้อยลง หรือ ใสขึ้น ( Viscosity แปรตาม 1/Temp )
ยกตัวอย่างง่ายๆในกรณีของน้ำมันหล่อลื่น หรือ น้ำมันเครื่องในรถยนต์ เมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องใหม่ๆ น้ำมันเครื่องที่เย็นอยู่จะมีความหนืดที่ยังสูงอยู่ พอเครื่องยนต์ร้อนขึ้นน้ำมันเครื่องก็จะมีความหนืดลดลง (ใสขึ้น)ทำให้กระจายตัวเข้าไปหล่อลื่นส่วนต่างๆได้ง่ายขึ้น จึงเป็นสาเหตุที่ใช้อธิบายว่า เครื่องยนต์จะมีการสึกหรอสูงที่สุดเมื่อถูกใช้งานในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าระดับของอุณหภูมิใช้งาน(ตามที่ผู้ผลิตออกแบบ)
แล้วจะได้เข้าใจเรื่องราวในธรรมชาติได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม คือ การนำองค์ความรู้ มาประมวล แล้ววิเคราะห์ปัญหา ทำให้เมื่อพบเห็นบทความหรือข้อเขียนในสื่อต่างๆ แล้วจะได้เลือกที่จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดี
![]()
![]()
![]()
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
-
เณรแอร์
- ขาประจำ
- โพสต์: 2746
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 01:57
- team: โรงพยาบาลสกลนคร
- Bike: MOSSO
- ตำแหน่ง: ร.พ.สกลนคร ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร 47000
- ติดต่อ:
- BigHead
- สมาชิก
- โพสต์: 20
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 21:13
- Tel: **********
- team: FreeRide
- Bike: Madone 4.7,Dahon speed P8
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
ผมเข้าไปดูใน http://cycling-review.com/accessories/b ... iner/พอได้ ideaครับ ระบบ fluidให้ความรู้สึกเหมือนปั่นจริงบนถนนครับ ความหนึดขึ้นกับความเร็ว จุดอ่อนอยู่ที่ใช้ไปนานๆอาจมีเรื่องรั่วซึม(proชอบใช้ ไม่รู้จะหนักเกินไปสำหรับมือใหม่อย่างเราหรือเปล่า) ระบบแม่เหล็กของ cycleops ก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกัน(ดูจากกราฟ watt-velocityเป็นexponential)บางรุ่นสามารถปรับความหนักเบาได้ด้วย (supermagneto) แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องความร้อน ตรงจุดนี้เองผมจึงหันมาพิจารณาเจ้าแม่เหล็กอีกครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสลองของจริงครับ ใครเคยลองนานๆช่วยตอบด้วยครับ

- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: MAGNET V.S.FLUID TRAINER เลือกยังไง?
มาลองที่บ้านผมมะครับBigHead เขียน:ผมเข้าไปดูใน http://cycling-review.com/accessories/b ... iner/พอได้ ideaครับ ระบบ fluidให้ความรู้สึกเหมือนปั่นจริงบนถนนครับ ความหนึดขึ้นกับความเร็ว จุดอ่อนอยู่ที่ใช้ไปนานๆอาจมีเรื่องรั่วซึม(proชอบใช้ ไม่รู้จะหนักเกินไปสำหรับมือใหม่อย่างเราหรือเปล่า) ระบบแม่เหล็กของ cycleops ก็ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกัน(ดูจากกราฟ watt-velocityเป็นexponential)บางรุ่นสามารถปรับความหนักเบาได้ด้วย (supermagneto) แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องความร้อน ตรงจุดนี้เองผมจึงหันมาพิจารณาเจ้าแม่เหล็กอีกครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาสลองของจริงครับ ใครเคยลองนานๆช่วยตอบด้วยครับ![]()
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen: