กิจกรรมรณรงค์ “Moving Planet” เป็นกิจกรรมใหญ่ที่จัดขึ้นในวันที่ 24 กันยายน
เพื่อรณรงค์ด้านสภาพภูมิอากาศโลก เป็นวันที่ทุกๆ ชาติทั่วโลกจะมารวมตัวกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าเราจะช่วยกันพาโลกของเรา
เคลื่อนไปไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย
เช่น การเดินขบวน ขบวนจักรยานรณรงค์ และกิจกรรมอื่นๆ
ทำไมจึงต้องมีการรณรงค์นี้
เพราะว่าผู้นำชาติต่างๆ ปฏิเสธ เพิกเฉย ผ่อนปรน และไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก
เราต้องยุติสิ่งเหล่านี้ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องจัดการกับปัญหาอย่างจริงจัง
ที่ไหน
ทุกที่ทั่วโลก
เมื่อไหร่
24 กันยายน 2554
ใครเข้าร่วมบ้าง
พวกท่านทุกคน รวมถึงเพื่อนๆ ครอบครัว และเพื่อนบ้าน
วัตถุประสงค์
ต้องการให้โลกหันไปหาพลังงานสะอาดและไม่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เพียงอย่างเดียว
ผ่านกิจกรรมทั้งบนท้องถนน การรณรงค์ การเดินเท้า การปั่นจักรยาน และวิธีอื่นๆ ที่ยั่งยืน
รวมถึงกิจกรรมระดับการเมือง โดยเรียกร้องต่อผู้นำทางการเมืองทั่วโลกให้แก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกให้กลับมาสู่ระดับ 350 พีพีเอ็ม ให้ได้
(เส้นตายของโลก คือเมื่อชั้นบรรยากาศมีความเข้มของคาร์บอนสูงกว่า 350 พีพีเอ็ม หรือ 350 ส่วนในล้านส่วน ปัญหาโลกร้อนจะอยู่เหนือความแก้ไข)
โดยลดการใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ การรวมตัวภาคประชาสังคมนั้นมีความสำคัญมาก
แต่สิ่งที่สำคัญมากเช่นกันและเป็นเป้าหมายหลักของการรณรงค์นั้นคือการทำให้รัฐบาลลงมือทำและแก้ปัญหาดังกล่าว
เราจะทำอะไรกันบ้างในวันนั้น?
เราของให้ผู้จัดงานตามที่ต่างๆ เอาความคิดเรื่องการรณรงค์ดังกล่าวไปปรับใช้ให้เหมาะกับชุมชนและพื้นที่
ตัวอย่างกิจกรรมที่น่าจะทำได้คือการรวมตัวกันของมวลชนโดยการเดินหรือปั่นจักรยานไปทำงานหรือไปโรงเรียน
การเดินหรือปั่นจักรยานโดยเริ่มจากสถานที่ที่เป็นปัญหา (เช่นโรงไฟฟ้าถ่านหิน) ไปยังสถานที่ที่เป็นวิธีแก้ปัญหา (เช่นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์)
การเดินหรือปั้นจักรยารไปยังอาคารสถานที่ราชการเพื่อยื่นคำร้องและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงโดยสันติ
หรือการเดินหรือปั่นจักรยานโดยช่วงระยะเวลายาวนานหลายวัน เป็นต้น
ทำไมเราต้องพาโลกของเราเคลื่อนไปไม่ต้องพึ่งพาเพียงแค่เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์?
โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกที่ใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์นั้นเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของโลก และเป็นเป้าหมายหลักของเราในการรณรงค์
เชื้อเพลิงดังกล่าวก่อให้เกิดมลพิษกับมหาสมุทร พื้นดิน ชุมชน อากาศ และปอดของเด็กๆ
เชื้อเพลิงนั้นเป็นปัญหาที่ทำให้การเมืองย่ำแย่เพราะรัฐต้องใช้เงินกว่าหกแสนล้านเหรียญทั่วโลกเพื่ออุ้มราคาเชื้อเพลิง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการเผาผลาญถ่านหินและน้ำมันต่อไปเรื่อยๆ จะทำให้ภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศกลายเป็นหายนะ
การลดและงดพึ่งพาพลังงานซากดึกดำบรรพ์เป็นสิ่งแรกที่เราต้องทำเพื่อให้สภาพภูมิอากาศโลกให้กลับมาสู่ระดับ 350 พีพีเอ็ม
แล้วเราจะมุ่งหน้าไปทางไหน?
เพื่อให้สภาพภูมิอากาศโลกให้กลับมาสู่ระดับ 350 พีพีเอ็ม เราต้องลดและงดพึ่งพาพลังงานซากดึกดำบรรพ์ ณ บัดนี้
และหันไปสู่อนาคตที่โลกใช้พลังงานที่หมุนเวียน สามารถควบคุมได้โดยหลักประชาธิปไตย และยั่งยืน โดยเร็วที่สุด
โครงการรณรงค์ “Moving Planet” ต้องการให้แต่ละพื้นที่เลือกวิธีการรณรงค์ที่เหมาะสมกับรัฐบาลท้องถิ่นของตนอันจะทำให้เกิดอนาคตดัวกล่าวได้
ทำไมถึงต้องมีงานรณรงค์ทั่วโลกอีก?
เราได้รับแรงบันดาลใจจากความเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในประเทศอียิปต์ในปีนี้ และที่อื่นๆ ทั่วโลก
ทำให้เราตระหนักว่าพลังของมวลชนนั้นเข้มแข็งและทรงพลังกว่าอำนาจของภาคอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์
พลังดังกล่าวจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ การใช้มวลชนทำให้เราได้รู้จักคนใหม่ที่หลากหลาย ได้สมาชิกเพิ่ม
ทำให้เกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่เป็นพลวัตรทั่วโลก และเมือเรารวมพลังกันร่วมรณรงค์ในวันเดียวกัน
เราจะสามารถก่อให้เกิดผลกระทบขนาดใหญ่ได้ผ่านสื่อต่างๆ ไปสู่นักการเมืองและผู้นำประเทศ ซึ่งจะได้ผลกว่าที่เราจะต่างคนต่างทำ
ทำไมถึงเป็นวันที่ 24 กันยายน?
เราต้องการเชื่อมโยงงานรณรงค์นี้กับเครือข่าย World Carfree Network ซึ่งได้รณรงค์เรื่องวัน “car-free days”
ในเมืองต่างๆ ทั่วโลกในวันที่ 22 กันยายน นอกจากนี้ วันที่ 24 กันยายน ยังเป็นวันเสาร์ ที่ทุกคนจะมีเวลาว่าง
และเป็นช่วงเวลาที่ประชากรส่วนใหญ่ทั่วโลกไม่ได้หยุกพักร้อน นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
เราต้องการแยกวันนี้ออกมาเพื่อให้สาระที่เราต้องการจะสือและการรณรงค์นั้นมีความชัดเจน
ใครเป็นผู้จัดงานรณรงค์?
งานรณรงค์ Moving Planet จัดโดยหน่วยงานที่ชื่อว่า
350.org เป็นการรณรงค์ผ่านเครือข่ายต่างๆ ทั่วโลก
โดยทำงานกับองค์กรระดับรากหญ้าใน 88 ประเทศเพื่อร่วมกันสร้างความตระหนักเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและอนาคตที่มีความยุติธรรม
Moving Planet เป็นความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน องค์กร ชุมชน และปัจเจกบุคคล
ซึ่งเราขอให้แต่ละคนร่วมมือโดยลองดูว่าในท้องถิ่นตนจะสามารถทำอะไรได้บ้างในวันที่ 24 กันยายน
เพื่อให้การรณรงค์เรื่องปัญหาการใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์นั้นได้รับความสนใจแก้ไข
