ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
- ป้อม วีระชัย ว.
- ขาประจำ
- โพสต์: 1009
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:33
- Tel: 081-933-3074
- team: Bike Joy
- Bike: Hilight - Titanium
- ติดต่อ:
ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ปั่นจักรยานกันเถอะ
เจาะโลก
วิจักขณ์ ชิตรัตน์
ออสเตรียเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพลเมืองแค่ 8 ล้านคนเศษ แต่ผู้คนมีฐานะร่ำรวยเป็นอันดับ 3 ใน 27 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
เป็นฐานการผลิตรถยนต์ยี่ห้อดังๆ ของยุโรปจำนวนไม่น้อย ราคาจึงไม่แพงนัก แต่คนออสเตรียเองก็ไม่ได้เอารถยนต์มาเป็นตัวชี้วัดฐานะของตน
ออสเตรีย (รวมทั้งยุโรปตะวันตกอีกหลายประเทศ) เข้มงวดมากเรื่องความปลอดภัยของชีวิตผู้คน ให้ความสำคัญสูงมากๆ กับการป้องกันอุบัติเหตุทางรถยนต์ รวมทั้งยังมองว่ารถยนต์คือตัวร้ายที่ก่อมลภาวะ ทำให้โลกร้อน ดังนั้น การมีรถยนต์สักคันหนึ่ง มักสร้างภาระมากกว่าให้ความสะดวกสบาย
ประเทศนี้เป็นที่ที่คิดค่าจอดรถแพงพอควร คือราว 100 บาทตอช.ม. แต่ค่าปรับเมื่อไม่จ่ายค่าจอดรถแพงกว่า คือจะถูกปรับราว 1 พันบาท ไม่มี การยกเว้น ต่อรอง หรือตั้งศาลเตี้ย ฯลฯ เช่นที่บางประเทศนิยมกัน
อาจเป็นเพราะว่าออสเตรียไม่เอาตำรวจราจรมาตรวจจับรถยนต์ที่ทำผิดกฎหมาย แต่จะมีพนักงานบริษัทมาตรวจตราแทน เมื่อเจอรถที่จอดผิดที่ผิดทาง ฯลฯ ก็เขียนใบสั่งแปะไว้หน้ารถ หากได้ใบสั่งแล้วยังไม่จ่ายเงิน (ซึ่งวิธีการก็แสนสะดวก) ค่าปรับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พนักงานพวกนี้ได้รับเปอร์เซ็นต์จากการเขียนใบสั่ง ยิ่งเขียนมากก็ได้เงินมาก จะไปตั้งศาลเตี้ย หรือรับข้อต่อรองทำไมให้ผิดกฎหมายและถูกด่า
คนออสเตรียที่ผมรู้จักคนหนึ่ง เบี้ยวค่าปรับมาแค่ไม่กี่เดือน ค่าปรับพุ่งจากพันกว่าบาทเป็น 5 พันกว่า และหากยังไม่จ่ายจะถูกถอนป้ายทะเบียน ฯลฯ พูดง่ายๆ คือ กฎหมายของเขาศักดิ์สิทธิ์มาก
การมีรถยังทำให้เราต้องจ่ายค่าผ่านทาง เพราะทางด่วนสร้างด้วยเงินเอกชน เอกชนจึงเป็นผู้เก็บค่าผ่านทางแบบรายปี และมีกลไกตรวจตราที่ดีมากว่าใครจ่ายหรือไม่จ่ายค่าผ่านทาง หากเจอคนเบี้ยว ก็โดนปรับหนักอีก
ก่อนหน้านี้ ออสเตรียเจอเรื่องน้ำมันราคาแพง รัฐบาลจึงกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถที่กินน้ำมันน้อย ปล่อยไอเสียน้อย คิดกันไปไกลถึงขนาดจะเก็บภาษีมากน้อยตามจำนวนไอเสียที่รถปล่อยออกมา การเดินทางด้วยขนส่งมวลชนจึงทั้งสบายและถูกกว่าด้วยประการทั้งปวง
แต่วันนี้ ออสเตรียเจอปัญหายอดขายรถตกต่ำ เพราะพิษเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ต้องโดดเข้ามาอุ้ม แม้ว่าจะไม่ใช่ด้วยเงินมากมายอย่างที่รัฐบาลอเมริกันทำอยู่ แต่ก็ไม่เบา กล่าวคือ รัฐบาลจะจ่ายเงิน 1,500 ยูโร หรือราว 7 พันกว่าบาท ให้แก่ใครก็ตามที่ซื้อรถคันใหม่ เพื่อที่จะเอารถเก่าที่อายุตั้งแต่ 13 ปีไปทำลายทิ้งซะ (ไม่ใช่เอาไปขายต่อนะครับ)
เรียกว่าเป็นการยิงนัดเดียวได้นกสองตัว คือกระตุ้นยอดขายรถยนต์ พร้อมกับรักษาสภาพแวดล้อม เพราะรถเก่าย่อมสร้างมลพิษมากกว่า
แต่องค์กรเอกชนของออสเตรียออกมาค้านเรื่องนี้ บอกว่าทุกวันนี้เลนจักรยานก็มีอยู่มากมายทั่วประเทศแล้ว และในจำนวนพลเมือง 8 ล้านคนก็มีจักรยานกันแล้วถึง 2.4 ล้านคัน จึงไม่น่าจะไปจ่ายเงินหนุนสิ่งที่สร้างมลพิษ แต่เอาเงินมาให้นักปั่นจักรยานดีกว่า
ข้อเสนอขององค์กรนี้ก็ดูดีทีเดียว คือเสนอว่า ให้จ่ายเงินรางวัล 4,500 บาทแก่ทุกคนที่ปั่นจักรยานได้ระยะ 1,000 ก.ม.ใน 1 ปี และหากว่าคนนั้นยังเป็นคนที่ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินใช้ทั้งปี ก็จะเพิ่มรางวัลให้อีก 4,500 บาท รวมเบ็ดเสร็จก็คือ 9,000 บาท/ปี
ผู้เสนอบอกว่า ใครก็ตามที่ปั่นจักรยานได้ 1,000 ก.ม. จะช่วยลดปริมาณคาร์บอนฯ ลงได้ถึง 180 ก.ก. และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
ฝรั่งนั้นเป็นที่น่าอิจฉาตรงที่เอา "เสรีภาพทางความคิด" มาใช้ในทางสร้างสรรค์ได้มากกว่าพวกเสรีนิยมที่เย้วๆ กันในหลายๆ ที่
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_ ... B6TVE9PQ==
เจาะโลก
วิจักขณ์ ชิตรัตน์
ออสเตรียเป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพลเมืองแค่ 8 ล้านคนเศษ แต่ผู้คนมีฐานะร่ำรวยเป็นอันดับ 3 ใน 27 ประเทศที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป
เป็นฐานการผลิตรถยนต์ยี่ห้อดังๆ ของยุโรปจำนวนไม่น้อย ราคาจึงไม่แพงนัก แต่คนออสเตรียเองก็ไม่ได้เอารถยนต์มาเป็นตัวชี้วัดฐานะของตน
ออสเตรีย (รวมทั้งยุโรปตะวันตกอีกหลายประเทศ) เข้มงวดมากเรื่องความปลอดภัยของชีวิตผู้คน ให้ความสำคัญสูงมากๆ กับการป้องกันอุบัติเหตุทางรถยนต์ รวมทั้งยังมองว่ารถยนต์คือตัวร้ายที่ก่อมลภาวะ ทำให้โลกร้อน ดังนั้น การมีรถยนต์สักคันหนึ่ง มักสร้างภาระมากกว่าให้ความสะดวกสบาย
ประเทศนี้เป็นที่ที่คิดค่าจอดรถแพงพอควร คือราว 100 บาทตอช.ม. แต่ค่าปรับเมื่อไม่จ่ายค่าจอดรถแพงกว่า คือจะถูกปรับราว 1 พันบาท ไม่มี การยกเว้น ต่อรอง หรือตั้งศาลเตี้ย ฯลฯ เช่นที่บางประเทศนิยมกัน
อาจเป็นเพราะว่าออสเตรียไม่เอาตำรวจราจรมาตรวจจับรถยนต์ที่ทำผิดกฎหมาย แต่จะมีพนักงานบริษัทมาตรวจตราแทน เมื่อเจอรถที่จอดผิดที่ผิดทาง ฯลฯ ก็เขียนใบสั่งแปะไว้หน้ารถ หากได้ใบสั่งแล้วยังไม่จ่ายเงิน (ซึ่งวิธีการก็แสนสะดวก) ค่าปรับจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พนักงานพวกนี้ได้รับเปอร์เซ็นต์จากการเขียนใบสั่ง ยิ่งเขียนมากก็ได้เงินมาก จะไปตั้งศาลเตี้ย หรือรับข้อต่อรองทำไมให้ผิดกฎหมายและถูกด่า
คนออสเตรียที่ผมรู้จักคนหนึ่ง เบี้ยวค่าปรับมาแค่ไม่กี่เดือน ค่าปรับพุ่งจากพันกว่าบาทเป็น 5 พันกว่า และหากยังไม่จ่ายจะถูกถอนป้ายทะเบียน ฯลฯ พูดง่ายๆ คือ กฎหมายของเขาศักดิ์สิทธิ์มาก
การมีรถยังทำให้เราต้องจ่ายค่าผ่านทาง เพราะทางด่วนสร้างด้วยเงินเอกชน เอกชนจึงเป็นผู้เก็บค่าผ่านทางแบบรายปี และมีกลไกตรวจตราที่ดีมากว่าใครจ่ายหรือไม่จ่ายค่าผ่านทาง หากเจอคนเบี้ยว ก็โดนปรับหนักอีก
ก่อนหน้านี้ ออสเตรียเจอเรื่องน้ำมันราคาแพง รัฐบาลจึงกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถที่กินน้ำมันน้อย ปล่อยไอเสียน้อย คิดกันไปไกลถึงขนาดจะเก็บภาษีมากน้อยตามจำนวนไอเสียที่รถปล่อยออกมา การเดินทางด้วยขนส่งมวลชนจึงทั้งสบายและถูกกว่าด้วยประการทั้งปวง
แต่วันนี้ ออสเตรียเจอปัญหายอดขายรถตกต่ำ เพราะพิษเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ต้องโดดเข้ามาอุ้ม แม้ว่าจะไม่ใช่ด้วยเงินมากมายอย่างที่รัฐบาลอเมริกันทำอยู่ แต่ก็ไม่เบา กล่าวคือ รัฐบาลจะจ่ายเงิน 1,500 ยูโร หรือราว 7 พันกว่าบาท ให้แก่ใครก็ตามที่ซื้อรถคันใหม่ เพื่อที่จะเอารถเก่าที่อายุตั้งแต่ 13 ปีไปทำลายทิ้งซะ (ไม่ใช่เอาไปขายต่อนะครับ)
เรียกว่าเป็นการยิงนัดเดียวได้นกสองตัว คือกระตุ้นยอดขายรถยนต์ พร้อมกับรักษาสภาพแวดล้อม เพราะรถเก่าย่อมสร้างมลพิษมากกว่า
แต่องค์กรเอกชนของออสเตรียออกมาค้านเรื่องนี้ บอกว่าทุกวันนี้เลนจักรยานก็มีอยู่มากมายทั่วประเทศแล้ว และในจำนวนพลเมือง 8 ล้านคนก็มีจักรยานกันแล้วถึง 2.4 ล้านคัน จึงไม่น่าจะไปจ่ายเงินหนุนสิ่งที่สร้างมลพิษ แต่เอาเงินมาให้นักปั่นจักรยานดีกว่า
ข้อเสนอขององค์กรนี้ก็ดูดีทีเดียว คือเสนอว่า ให้จ่ายเงินรางวัล 4,500 บาทแก่ทุกคนที่ปั่นจักรยานได้ระยะ 1,000 ก.ม.ใน 1 ปี และหากว่าคนนั้นยังเป็นคนที่ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินใช้ทั้งปี ก็จะเพิ่มรางวัลให้อีก 4,500 บาท รวมเบ็ดเสร็จก็คือ 9,000 บาท/ปี
ผู้เสนอบอกว่า ใครก็ตามที่ปั่นจักรยานได้ 1,000 ก.ม. จะช่วยลดปริมาณคาร์บอนฯ ลงได้ถึง 180 ก.ก. และยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย
ฝรั่งนั้นเป็นที่น่าอิจฉาตรงที่เอา "เสรีภาพทางความคิด" มาใช้ในทางสร้างสรรค์ได้มากกว่าพวกเสรีนิยมที่เย้วๆ กันในหลายๆ ที่
http://www.matichon.co.th/khaosod/view_ ... B6TVE9PQ==
- Saaslipknot
- ขาประจำ
- โพสต์: 175
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:44
- team: เสือแคลาย
- Bike: Specialized Sirrus, HUMMER
- ตำแหน่ง: Melbourne, Australia
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
เป็นแนวคิดของประเมศที่พัฒนาแล้ว น่าชื่นชมจริงๆครับ
-
p-master
- ขาประจำ
- โพสต์: 272
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:31
- Tel: 0860393835
- team: Alone Team
- Bike: 2ล้อถีบ
- ติดต่อ:
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
โครงการปั่นกันเถอะเราของไทยเงียบหายไปเลย
upวันละนิดจิตเเจ่มใส
line id phet124
line id phet124
-
เจษฎา
- ขาประจำ
- โพสต์: 3331
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 05:44
- Bike: surly :karate monkey
- ติดต่อ:
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ไม่หายหรอกครับเมื่อวานยังปั่นกันอยู่เลยครับ 
-
maniex...
- ขาประจำ
- โพสต์: 929
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ส.ค. 2008, 18:40
- team: Hadyai
- Bike: RB & MTB
- ตำแหน่ง: อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
- ติดต่อ:
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ขอบ่นหน่อยนะครับ...
ผมว่าบ้านเราจัดงานรณรงค์กันตามกระแสนิยมเป็นพักๆครับ
ก่อนหน้านี้ เรื่องโลกร้อนมาแรงครับ .
จังหวัดผม ทั้งส่วนจังหวัด เทศบาล มหาวิทยาลัย หรือกลุ่มเอกชนที่ต้องการโปรโมตตัวเอง...
ก็จัดโครงการปั่นจักรยานกันบ่อยหน่อย ช่วงนี้เริ่มเงียบอีกแล้ว...
ส่วนพวกเราที่ปั่นกันเป็นประจำปกติก็ปั่นกันต่อไป
มันจะช่วยเรื่องโลกร้อนยังไง ผมว่ายิ่งจัดงาน ยิ่งเพิ่มมลภาวะให้โลกร้อนเข้าไปอีก
ในงานรณรงค์ปั่นจักรยาน มากันประมาณ400-500 คัน
แต่ขนขึ้นรถกระบะกันมาทั้งนั้น รวมถึงรถของทีมงาน ผู้ติดตาม ญาติพี่น้องผู้จัด รถจอดติดกันข้างถนนบริเวณงานเต็มไปหมด
ตั้งแต่ประธานในพิธี ผู้ว่า รองผู้ว่าฯ นายกสมาคมจักยานต่าง มาผลัดกันยื่นพูด
(พูดให้รณรงค์แต่ไม่รู้ที่คนบ้านท่านเคยปั่นจักรยานกันหรือเปล่า) พูดกันเป็นชั่วโมง กว่าจะปล่อยตัว
พอปล่อยตัวเริ่มสาย อากาศเริ่มร้อน พวกท่านๆ หรือญาติท่าน ปั่นได้2 กิโล ก็ปั่นกลับ ยังไม่ทันปั่นรอบเมือง
สุดท้ายเหลือไม่กี่คัน ก็พวกปั่นกันจริงจังทั้งนั้น
ผมว่าอยู่ที่จิตสำนึกคนครับ พูดง่ายแต่ทำยากมากๆ ครับ...

ผมว่าบ้านเราจัดงานรณรงค์กันตามกระแสนิยมเป็นพักๆครับ
ก่อนหน้านี้ เรื่องโลกร้อนมาแรงครับ .
จังหวัดผม ทั้งส่วนจังหวัด เทศบาล มหาวิทยาลัย หรือกลุ่มเอกชนที่ต้องการโปรโมตตัวเอง...
ก็จัดโครงการปั่นจักรยานกันบ่อยหน่อย ช่วงนี้เริ่มเงียบอีกแล้ว...
ส่วนพวกเราที่ปั่นกันเป็นประจำปกติก็ปั่นกันต่อไป
มันจะช่วยเรื่องโลกร้อนยังไง ผมว่ายิ่งจัดงาน ยิ่งเพิ่มมลภาวะให้โลกร้อนเข้าไปอีก
ในงานรณรงค์ปั่นจักรยาน มากันประมาณ400-500 คัน
แต่ขนขึ้นรถกระบะกันมาทั้งนั้น รวมถึงรถของทีมงาน ผู้ติดตาม ญาติพี่น้องผู้จัด รถจอดติดกันข้างถนนบริเวณงานเต็มไปหมด
ตั้งแต่ประธานในพิธี ผู้ว่า รองผู้ว่าฯ นายกสมาคมจักยานต่าง มาผลัดกันยื่นพูด
(พูดให้รณรงค์แต่ไม่รู้ที่คนบ้านท่านเคยปั่นจักรยานกันหรือเปล่า) พูดกันเป็นชั่วโมง กว่าจะปล่อยตัว
พอปล่อยตัวเริ่มสาย อากาศเริ่มร้อน พวกท่านๆ หรือญาติท่าน ปั่นได้2 กิโล ก็ปั่นกลับ ยังไม่ทันปั่นรอบเมือง
สุดท้ายเหลือไม่กี่คัน ก็พวกปั่นกันจริงจังทั้งนั้น
ผมว่าอยู่ที่จิตสำนึกคนครับ พูดง่ายแต่ทำยากมากๆ ครับ...
"Just Get Out & Ride..!!!
No.016
No.016
-
rainbow
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
- Tel: 0896402264
- team: -
- Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
อยากทราบว่า แล้วเขาจะรู้ได้ไงว่าเราปั่นครับ 1,000 โล ในรอบ 1 ปี ครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=347851 การขี่ปั่นท่องไป
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=437764 บทปรารภจักรยาน Brompton
- BoyMTB
- ขาประจำ
- โพสต์: 2785
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:36
- Tel: 084-0222-910
- team: Boy'z Bike
- Bike: Giant Anthem,Giant XTC A1,Specialized Allez Alu/Carbon
- ตำแหน่ง: เด็กดอนเมือง
- ติดต่อ:
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ผมว่าคงใช้ไมล์แบบที่เราใช้แหละครับrainbow เขียน:อยากทราบว่า แล้วเขาจะรู้ได้ไงว่าเราปั่นครับ 1,000 โล ในรอบ 1 ปี ครับ
แล้วก็ผมว่าฝรั่งเค้าให้ความซื่อสัตย์กับตัวเองมากคงไม่โกง...ถ้าเป็นบ้านเราอาจจะมีเห็นเอาล้อมานั่งปั่นกันแน่ ๆ
ที่นอร์เวย์ก็มีกฎหมายแรงเช่นเดียวกันครับ ฝ่าไฟแดงเจอปรับเจอห้ามขับ.....ห้ามขับบ้านเค้าเค้าห้ามจริง ๆ นะไม่ใช่แบบบ้านเรา โดนยึดใบขับขี่ก็ยังขับกันเฉย....
เพราะถ้ายังขับอยู่อาจจะโดนยาว 3 เดือน
ตำรวจถ้าเมาแล้วขับ......โดนออกจากราชการทันที...บ้านเราตำรวจเมาแล้วขับประจำ
เวลาคนเดินเท้าหรือจักยานจะข้ามถนน...รถทุกคันต้องหยุดให้ทุกครั้ง
แล้วเวลาขับผ่านคนเดินบนถนนหรือจักรยานเค้าจะอ้อมรถไปห่างมาก ๆ แล้วก็ช้าด้วย..เป็นบ้านเรา ....ไม่ต้องบรรยาย
มีลิฟท์สำหรับจักรยานโดยเฉพาะ
เวลากลางคืนตามผับ.....จักรยานจอดตรึม....เพราะเมาแล้วขี่ได้ยกเว้นหน้าหนาวเค้าห้ามขี่
บ้านเมืองเราที่คนให้ความนิยมน้อยเพราะอากาศครับ.......อันนี้ผมก็เป็นครับ..ร้อน ๆ หน่อยมันเบื่อ...ปวดหัว แถมพอกลับมาบ้านตัวอย่างกับเตาปล่อยความร้อนไม่เลิก
สินค้า
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
-
GUD NJ
- ขาประจำ
- โพสต์: 3204
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 19:17
- Tel: -
- team: ฅนชานเมือง
- Bike: thai fixed♡^_^♡
- ติดต่อ:
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
★...สิ่งที่ทำให้เราหมดเรี่ยวแรงนั้น หาใช่ภูผาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไม่.....หากแต่เป็นทรายเม็ดเล็กๆ เม็ดหนึ่ง ในรองเท้าของเราเอง........☀ <º))))><❤
➸ สู้ต่อไป....ทาเคชิ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪
➸ สู้ต่อไป....ทาเคชิ♫ ♬ ♪ ♩ ♭ ♪
- tpc
- ขาประจำ
- โพสต์: 771
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ธ.ค. 2008, 23:12
- Bike: 2 mtb & 1 touring
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
สุดท้าย คนมีเงินก็ทำเพื่อเงินอีกนั่นแหละ ผมว่าไม่เห็นน่าชื่นชมเท่าไหร่เลยเสนอว่า ให้จ่ายเงินรางวัล 4,500 บาทแก่ทุกคนที่ปั่นจักรยานได้ระยะ 1,000 ก.ม.ใน 1 ปี
การปั่นจักรยานเพื่อสิ่งแวดล้อมและเพื่อสุขภาพ แต่เอาเงินมาเป็นสิ่งล่อใจ
ถ้าผมอยู่ในประเทศนี้ผมคงไปประท้วงปิดสนามบินและทำเนียบ หรือว่าเว่อร์เกินไปหว่า
- HS3AKM
- ขาประจำ
- โพสต์: 170
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ม.ค. 2009, 10:35
- Tel: 0857720022
- Bike: trek
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
ถ้าเอาจักรยาน ไปปิดถนนประท้วง ขอเลนจักรยานแบบเมืองนอกเค้ามั่ง จะสำเร็จมั้ยเนี่ย
- อดิเรก
- ขาประจำ
- โพสต์: 2499
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 19:26
- team: ต้วมเตี้ยมทีม
- Bike: s-works m5 KLEIN ORBEA JAVA mini trek520 cerve'lo s1 KHS F20 T-3 KHS T-20 KHS F100 challenger tandem
Re: ปั่นจักรยานกันเถอะ - บทความในหนังสือพิมพ์ข่าวสด
สนับสนุน ท่าน tpc ท่าน hs3akm ครับ และ ณ บัดนี้ ขออนุญาต แต่งตั้ง ท่านทั้งสอง เป็นแกนนำโดยชอบด้วยกฏหมู่ของนักปั่นครับ ปฎิบัติการปิดเทอมนี้เลยครับ เริ่มจากถนนในบ้านผมก่อนนะ ย้ำครับในบ้านผมก่อน ผมจะลองประท้วง ผบ.ผมก่อนครับ
ล้อเล่นนะ คงจะมีวันนั้น วันของเรานักปั่นครับ
ต้วมเตี้ยม เตาะแตะ เดี๋ยวแวะ เดี๋ยวหยุด