หน้า 1 จากทั้งหมด 4

B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 26 ม.ค. 2009, 21:54
โดย beeggs
ถามพี่ๆ ตอนนี้ขี่ trek1.2 อยากจริงจัง เลยอยากได้คาร์บอนงบ~100000 เล็ง
B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit
ตัวไหนดีกว่ากันหรือว่าพี่ๆมีตัวอื่นแนะนำ
ขอบคุณครับ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 27 ม.ค. 2009, 08:08
โดย MONG 928
ไม่เคยลอง 5.2 เลยบอกไม่ถูก

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 27 ม.ค. 2009, 08:09
โดย พาบ
ผมแนะนำ มาโดน 5.2เลยคับ เพราะท่านจะได้รถตัวแข่งขัน พุ่ง ไหล ตามสไตล์นักแข่ง แถมของปี2009 ดำมันเงา ใส่ล้อ mavic kyliem es ละก็ รถสวยอย่าบอกใครเชียว แต่จะเกินงบไปมั่งก็ธรรมดาคับ เปนรางวัลให้ชีวิต แต่ถ้าไปเอา carbon mono q มานเปนตัวล่างๆแล้วคับ แถมราคาก็ไม่แพงด้วย เลือกเอาละกานคับ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 27 ม.ค. 2009, 15:27
โดย j_episode1
BIANCHI ขี่มันกว่าเยอะ

แต่ว่าที่ลองเป็นFG LITEครับ เทียบกับ Madone OCLV110 ของปะป๋าผม
ล้อตัวเดวกัน

ถ้าเป็นเฟรมฺBianchi น่าจะเลือก 928L T cube นะคัรบ
ไม่ก็FG Lite ไปเลย งบตั้ง100000

ปล สุดท้ายก็แล้วแต่เจ้าของตัดสินใจ พี่ชอบอันไหนก็เอาอันนั้นละกัน เพราพี่เป็นคนขี่^ ^

อีกอย่าง ปะกอบเส็จแล้ว ลงรูป ด้วยนะคัรบ ^ ^

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 27 ม.ค. 2009, 18:44
โดย ก้อย
spe...tarmac-expert ก็พอครับ เหลือไว้กรุ๊ป+ล้อดีๆหน่อย ถ้าผิดหวังไปว่าผู้นำเข้าครับ แต่ผมว่าคงไม่มั้ง ยิ่งถ้าเดิมขี่1.2ด้วยแล้ว แตกต่างจนตกใจแหละครับ ที่สำคัญท่าขี่เอาให้เหมือนในรูปด้วยนะครับ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 29 ม.ค. 2009, 13:53
โดย giro
โอ๊ยยยย ใครเป็นโปรโมเตอร์จัดมวยคู่นี้ครับเนี่ย นัดหยุดโลกคนถามและสงสัยเยอะแน่นอนครับ ราคาและคุณภาพใกล้กันมากๆ

ก่อนอื่น Madone 5.2 ไม่ใช่ตัวทีมแข่งนะครับ :) รู้สึกว่าตัวแข่งจะเป็น 6.9 ซึ่งไปลองดูตัวเป็นๆ จับชั่งน้ำหนัก ดูงานคาร์บอน มาแล้วก็น่าประทับใจในราคาตั้งที่โปรไบค์วางมาครับ ไม่แพงมาก

ส่วน Madone 5.2 เป็นตัวที่ออกแบบมาเพื่อความนุ่มสบายในการขี่เป็นหลักครับ น้ำหนักและเนื้อคาร์บอนคนละตัวกับที่ทำในรุ่นท็อป น้ำหนักและความ stiff จึงต่างกัน อย่าเอาชื่อ Madone มาสับสนว่ามันเป็นตัวแข่งทุกตัวครับ :) แม้ว่าจะ"เคย"เป็นตัวแข่งมาแล้ว แต่ในสมัยนี้ เฟรมคาร์บอนมันเปลี่ยนแปลงพัฒนาปีต่อปี คำว่า stiff เมื่อสามปีที่แล้วกับปีนี้ต่างกันมากๆครับ

ส่วน 928 Carbon MONO-Q เป็นตัวเชื่อมระหว่าง 1885 กับ 928 T-CUBE ซึ่งเป็นตัวแข่ง การออกแบบมาเน้นไปที่ความพุ่งมากกว่า ความ stiff ทำได้ไม่เท่ากับ T-CUBE แน่นอนครับ แต่น้ำหนักดีกว่า K-vid ซึ่งเป็นคลาส C2C พูดง่ายๆคือ มันมีวิญญาณของรถแข่งซ่อนอยู่ แม้ว่าตัวเนื้อคาร์บอนจะไม่ได้เบาและ stiff มากเท่ากับที่เอามาทำ T-CUBE และ SL แต่ด้วยการออกแบบการผลิตแบบโมโนค็อก ก็พอจะชดเชยส่วนนี้ได้ครับ เฮียซุ้งแห่ง Bianchi Club ขี่คันนี้อยู่สีขาวสะอาดตา แรงดีแรงเยอะ ตามหนุ่มๆเล่นได้ เวลาหนีก็หนีได้ขาด เวลาไล่ก็ไล่ได้ทนเหลือเกิน

Tarmac Expert ตัวนี้ก็เป็นสายพันธุ์เฟรมแข่งแท้ๆอีกตัวครับ น้ำหนักและความ stiff ไม่สูงเท่า SL2 แต่ด้วยราคาที่โดนใจเป็นที่สุด ทำให้มันเป็นทางเลือกที่น่าจับจองมากๆครับ ตัว SL2 น้ำหนักทั้งชุดเฟรมรวมหลักอานอยู่ที่ 1700 กรัม ตัว Expert ก็น่าจะประมาณ 1900 กรัมไม่เกินนี้ล่ะครับ

ทั้งสามตัวที่ว่ามาไม่ทิ้งกันเรื่องน้ำหนัก ไม่ทิ้งกันเรื่องความ stiff สูสีเป็นที่สุดครับ ราคาก็ใกล้เคียงกัน ผมฝากพิจารณาองศาและระยะท่อด้วยครับ ผมเคยตั้งกระทู้เทียบให้แล้วลองค้นหาดูนะครับ แต่จะสรุปสั้นๆให้ว่า ตัว Bianchi จะมีระยะท่อบนที่ยาวที่สุดในสามตัวนี้ครับ แต่ช่วงส่งกำลังสั้นกว่าเพื่อน แปลว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะสูญเสียกำลังในการกระชากจากกระโหลกไปที่ตะเกียบโซ่น้อยกว่า ส่วน Madone นั้นเฟรมจะเล็กและสั้นมากครับแต่ช่วงฐานล้อและตะเกียบโซ่ยาวกว่า ในการขี่ทางไกลก็จะสบายตัวกว่า เซทรถได้รถคอยาวๆนิ่งกว่าครับ Tarmac นั้นองศาจะกลางๆ ไม่สั้นไม่ยาวจนเด่นชัด แต่เด่นที่องศาท่อนั่งและท่อคอชันกว่าเพื่อนส่งกำลังควงต่อเนื่องได้ดีกว่าแถมให้ฟิลลิ่งในการโยกที่ฉับไวด้วยท่อคอที่ชัน

โดยส่วนตัวผมเชียร์ดังนี้ครับ
Tarmac Expert
928 Mono-Q
Madone 5.2

หากเพิ่มเงินได้แนะนำฝห้ลองมอง
Tarmac SL2 หรือ Tarmac Pro SL (ถ้ามี)
928 T-CUBE
SCOTT CR1 PRO

งบหนึ่งแสนบาท ... ลองคิดคร่าวๆเล่นๆแบบเอาสมรรถนะเข้าว่าไม่สนใจความสวย และเผื่ออัพเกรดและซื้อล้อเพิ่มอีกคู่นะครับ
Tarmac SL2 + Ultegra + R550 พอดีๆงบ
Tarmac Expert + Centaur + Khamsin เหลือเงินสำหรับชิ้นส่วนคาร์บอนหรือเป็นทุนอัพล้อได้อีกหน่อย
928 Mono-Q + Chorus + Khamsin เหลือเงินสำหรับชิ้นส่วนคาร์บอนหรือเป็นทุนอัพล้อได้อีกหน่อย

แต่ถ้าอยากได้แบบจบๆกันไปเลยแสนนึง ก็คงเป็น
928 Mono-Q + Ultegra + Token T50
Tarmac Expert + Ultegra + Shamal
สองตัวเลือกนี้ประกอบกับเบาะและแฮนด์อลูฯกลางๆก็พอครับไม่ได้ส่งผลมากมายอะไร ก็น่าจะจบได้ในงบหนึ่งแสนบาท

ความเห็นส่วนตัวนะครับ รักชอบถูกใจหรือไม่คงต้องลองพิจารณาเอาครับ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 29 ม.ค. 2009, 15:58
โดย MONG 928
giro เขียน: เฮียซุ้งแห่ง Bianchi Club ขี่คันนี้อยู่สีขาวสะอาดตา แรงดีแรงเยอะ ตามหนุ่มๆเล่นได้ เวลาหนีก็หนีได้ขาด เวลาไล่ก็ไล่ได้ทนเหลือเกิน
ขอแก้ไข ผมเองครับ ที่ขี่ MONO Q เฮียชุ้ง ขี่ FG lite สีขาวครับ เดี๋ยวคนเข้าใจผิด นึกว่าผมขาแรง

ปล. ตอนนี้ เริ่มรู้สึกเสียดายแล้ว ไม่น่าขายเลยกรู... :? :?

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 29 ม.ค. 2009, 20:02
โดย giro
ไอ๋หยา จำผิดนี่เองครับ
พบกันวันอาทิตย์นี้ครับ และต้องขอโทษด้วยที่ผมนึกไม่ออกตอนมาทักที่อ่อนนุช มาแบบปิดหน้าปิดตา ผมนึกว่าไปปาดหน้าใครมาเลยโดนเรียกเข้าเสียแล้วววว :mrgreen:

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 29 ม.ค. 2009, 20:22
โดย thaveeca
เฮียหมง....รถประกอบเสร็จแล้วครับ น้ำหนักไม่รวมบันได 7.25 kgs ครับ ช่วงรถยาวไปนิดครับ เลยต้องใช้ stem 100 คงต้องปรับท่าขี่พอสมควร ไอ้ครั้นจะซื้อเฟรมใหม่ให้พอดีตัวก็ลำบากซะแล้วเพราะงบหมดครับ ผมจะพยายามดื่มนมทุกวันเผื่อจะสูงขึ้นอีกซัก สอง เซ็นต์ ก็จะพอดีเลยครับ .... รักนะ จุ๊บ ๆๆๆๆ

ปล. เฮียหมงครับ ถ้าไม่รบกวนเกินไป ช่วยส่งน็อตขากระติกมาเข้าชุดกับเฟรมด้วยครับ เฟรมร้องไห้หาน็อตขากระติกทุกวันเลยครับ จะได้เสียบนมขวดไว้ดื่มระหว่างปั่นครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 29 ม.ค. 2009, 21:02
โดย MONG 928
thaveeca เขียน:เฮียหมง....รถประกอบเสร็จแล้วครับ น้ำหนักไม่รวมบันได 7.25 kgs ครับ ช่วงรถยาวไปนิดครับ เลยต้องใช้ stem 100 คงต้องปรับท่าขี่พอสมควร ไอ้ครั้นจะซื้อเฟรมใหม่ให้พอดีตัวก็ลำบากซะแล้วเพราะงบหมดครับ ผมจะพยายามดื่มนมทุกวันเผื่อจะสูงขึ้นอีกซัก สอง เซ็นต์ ก็จะพอดีเลยครับ .... รักนะ จุ๊บ ๆๆๆๆ

ปล. เฮียหมงครับ ถ้าไม่รบกวนเกินไป ช่วยส่งน็อตขากระติกมาเข้าชุดกับเฟรมด้วยครับ เฟรมร้องไห้หาน็อตขากระติกทุกวันเลยครับ จะได้เสียบนมขวดไว้ดื่มระหว่างปั่นครับ :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

จิงเดะพี่ :o ตัวใหม่ผม ยัง7.5โลเลย

ส่วนเรื่องน็อตเดี๋ยวจัดให้ครับ ถอดไว้ที่ร้านเฮียนุ

เจอกันทริปหัวหินอาทิตย์นี้ครับ :D

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 29 ม.ค. 2009, 21:09
โดย beeggs
:o ขอบคุณทุกความคิดเห็นมากๆเลยครับ :o

คงต้องลองไปดูเอง 8-) ทุกตัวแล้วล่ะฮะ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 30 ม.ค. 2009, 22:04
โดย sas22th
กำ...พิมผิด :(

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 30 ม.ค. 2009, 22:10
โดย sas22th
sas22th เขียน:เฟรมคาร์บอนมันเปลี่ยนแปลงพัฒนาปีต่อปี คำว่า stiff เมื่อสามปีที่แล้วกับปีนี้ต่างกันมากๆครับ
รบกวนพี่ช่วยขยายความคำว่า stiff หน่อยครับเห็นพูดถึงกันเยาะ(ตามความเข้าใจของผมคือ กดบันไดแล้วมันพุ่งไปเลยหรือกระชากออกไปเลยใช่ไหมครับ ) แล้ว stiff เมื่อ3ปี่ที่แล้วกับ ปีนี้มันต่างกันยังไงครับ
ขอบคุณครับ... :mrgreen:
ปล.ไม่เคยขี่เสือหมอบแต่สนใจครับ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 02 ก.พ. 2009, 09:08
โดย giro
stiff แปลง่ายๆมันก็คงเป็นคำว่า"แข็ง"ครับ

ความแข็งมันสำคัญตรงแรงที่ส่งไปที่รถ และ แรงกระทำที่รถจะไม่สูญเสียไปกับการซับและย้วยของวัสดุ ทำให้ส่งกำลังไปที่ระบบขับเคลื่อนผลักกระชากตัวรถไปได้ในยามที่มีแรงบิดสูงๆ รวมทั้งการคงตัวเวลาเรากด ดัน โยก รถบนเขา

การปั่นปกติๆไม่มีการกระชากให้พุ่งนั้นใช้แรงไม่มากนักอาจจะแค่ร้อยกว่าวัตต์เท่านั้น ในขณะที่เวลาขี่ไทม์ไทรฯที่คงระดับความหนักคงที่ก็อาจอยู่ที่ 240-280 วัตต์ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับเวลาทำหน้าที่ลากอยู่หัวแถวหรือปั่นเดี่ยวด้วยความเร็วมากๆ แต่สำหรับเวลากระชาก สปรินท์ ให้รถพุ่งเพื่อไล่และหนีนั้น ในเวลาไม่กี่วินาทีนั้นเราส่งกำลังด้วยแรงบิดหลายๆร้อยวิตต์ครับ ถ้าแข็งแรงเล่นกันหลักพันวัตต์กันไป แรงบิดมากขนาดนั้น ถ้าเฟรมไม่แข็ง มันก็จะยวบย้วย ซุ่งทำให้แรงสูญเสียไป ในวินาทีคับขันการสูยเสียแรงไป 10% ก็หมายถึงความต่างหนึ่งช่วงรถกันได้แล้ว ดังนั้นความ stiff จึงมีผลตรงนี้ครับ :)

วัสดุอย่างอลูมินั่ม ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความ stiff เพราะตัวมันเองแข็งและกระด้างมากอยู่แล้ว เฟรมอลูมินั่มกลางๆก็ stiff แบบวางใจได้ และเฟรมอลูมินั่มระดับหัวแถวที่ร่ำลือทั้งหลายก็หายห่วงเรื่องนี้ครับ เช่น Specialized S-Works E5, Bianchi FG-Lite, Cannondale CADD9, Cervelo Soloist เหล่านี้เป็นเฟรมที่นักแข่งไครทีเรี่ยมที่มีการสปรินท์กระชากกันบ่อยๆนิยมใช้กันมากเพราะความแข็งของมันนี่แหละ ทว่าในความแข็งก็ซ้อนไปด้วยความกระด้างที่จะบั่นทอนความสดเวลาขี่ทางยาวๆ ดังนั้นคาร์บอนจึงมาเติมเต็มตรงนี้ แถมได้น้ำหนักที่เบาหวิวมาด้วย

ทว่าคาร์บอนนั้นยากเหลือเกินที่จะทำให้มัน stiff ได้เท่าอลูมินั่ม คุณสมบัติกดปุ้บติดปั๊บปานดีดนิ้ว(ฝรั่งเรียกกันว่า snap เลย) ก็จึงหายไปด้วยความย้วยให้ตัวได้ของมัน ในเกมส์เสือหมอบรถถนนที่มีการกระชากกันบ่อยๆจึงต้องพัฒนาลบจุุดอ่อนเหล่านี้ให้ได้ครับ

ทั้งการผลิตและวัสดุของเฟรมคาร์บอนยุคก่อนทำให้เฟรมมีจุดอ่อนเรื่องความ stiff สู้อลูฯไม่ได้ แต่ได้ความสบายในทางไกลๆ เรียกว่าประนีประนอมยอมรับกันได้ อย่าง SCOTT CR1 Pro หรือ Specialized Tarmac SL ซึ่งเคยเป็นเฟรมระดับแข่งขันของโปรนั้นปัจจุบันก็ร่วงมาเป็นรองอันดับหนึ่งหรือนางงามมิตรภาพไปแล้วด้วยการแทนที่ของเฟรมที่เบากว่า แข็งกว่าอย่าง Adict และ SL2 แม้แต่ Cervelo R3 ที่เคยเป็นอาวุธคู่ใจของขุนพล CSC ก็ดันน้องใหม่ R3 SL เข้ามาแทน เฟรมน้องใหม่พวกนี้ไม่ได้แค่เบาลงเท่านั้น เพราะแม้ว่ามันจะเบาแลงแต่ย้วยเท่าเดิม นักแข่งก็คงไม่ต้องการมันนัก แต่เฟรมเหล่านี้มันทั้งเบาและแข็ง ทำให้ผลที่ได้คือความพุ่งที่มากขึ้นไปด้วย

หลักการง่ายๆก็คือการพัฒนาคาร์บอนที่แข็งและกระด้างให้ได้ พวกเฟรมคาร์บอนน้ำหนักต่ำกว่า 1000g ทั้งหลายทำจากคาร์บอนที่แข็งมาก ใช้เนื้อวัสดุน้อยให้ได้โครงสร้างเท่าเดิม และแข็งพอจะรับแรงบิดเยอะๆได้นั่นเอง ในขณะที่คาร์บอนแบบเดิมๆต้องใช้เนื้อวัสดุที่มากเพื่อให้ได้โครงสร้างที่ดีพอ แถมเนื้อวัสดุมันเองก็ไม่ได้แข็งพอจะรับแรงบิดมากๆได้โดยไม่ย้วยไปเสีย

สังเกตุเฟรมคาร์บอนยุคนี้ดูครับ มันได้รับการออกแบบให้มีกระโหลก ตะเกียบโซ่ ท่อคอ ที่หนาเตอะเพื่อให้มันมีความแข็งใกล้เคียงโลหะให้ได้มากที่สุด ใครๆที่เคยขี่รถนุ่มๆมาก่อนเมื่อลองได้ขี่เฟรมคาร์บอนระดับแข่งขันแท้ๆจะพบว่า .... มันไม่ได้นุ่มอย่างที่คิดเลย ดังนั้นมันจึงเปิดจุดขายในการตลาดใหม่ขึ้นมาคือเฟรมคาร์บอนที่สร้างคุณสมบัติฟิลลิ่งแบบรถไทเทเนียมหรือรถเหล็กสำหรับคนที่อยากขี่เฟรมคาร์บอนแบบสบายๆไม่ได้ต้องกระชากอะไร เฟรมคาร์บอนเหล่านี้เน้นเนื้อวัสดุที่ซึมซับแรงสะเทือนได้ดี ซึ่งมันไม่ได้ stiff นัก น้ำหนักเฟรมคาร์บอนเหล่านี้อยู่ที่ 1300-1500g หนักพอๆกับเฟรมอลูมินั่มเกรดกลางๆ แต่ให้ฟิลลิ่งที่สบายนุ่มนวลแทน

ประมาณนี้ครับ

Re: B4P 928 CARBON MONO Q VS Madone 5.2 profit

โพสต์: 02 ก.พ. 2009, 16:32
โดย sas22th
ขอบคุณพี่ giro มากครับ..แจ่มแจ้ง..ชัดเจนเลยครับ :mrgreen: