ท่านที่เป็นโรคนี้ลองเข้ามาติดตามอ่านดูนะครับ เพราะผมขอร้องให้คุณโหน่งมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เรื่องนี้ครับ เพราะคุณโหน่งเป็นโรคนี้มาหลายปีแล้วอาการถือว่าเข้าขั้นโคม่าเลยครับสำหรับโรคนี้ พอดีคุณโหน่งมีบ้านอยู่ไม่ไกลจากร้านผมตอนเย็นๆหลังเลิกงานคุณโหน่งก็จะมาขี่จักรยานร่วมกับรุ่นพี่ๆที่ร้านครับ แล้วจักรยานคันนี้ก็เป็นจักรยานคันแรกของคุณโหน่งด้วย คุณโหน่งจะมาอัพเดทให้ท่านฟังทุกๆ วันครับ ถ้าท่านใดจะสอบถามก็สอบถามคุณโหน่งได้เลยครับ คุณโหน่งยินดีครับ
Dimond Back จักรยานคันแรกในชีวิตของ"คุณโหน่ง" กับเรื่องราวที่น่าติดตาม
คุณโหน่งทำงานเป็นผู้จัดการบริษัทโตโยต้าลิสซิ่ง คุณโหน่งมากับเพื่อน ซึ่งเพื่อนของคุณโหน่งสั่งจักรยานเอาไว้แล้ว คุณโหน่งมาพูดคุยทีร้านบอกผมว่า อยากขี่จักรยานเหมือนกัน แต่มีปัญหาหมอนรองกระดูกเคลื่อน เนื่องจากเคยประสพอุบัติเหตุ ซึ่งเคยผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูกมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีอาการปวดอยู่ หลังจากคุยกันอยู่นาน คุณโหน่งก็มีความรู้สึกว่าอยากขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกายบ้าง แต่ก็ยังติดปัญหาเรื่องหมอนรองกระดูก ผมเองก็ได้เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ฟัง ผมเคยตกจากหลังคากระดูกสันหลังซ้น มีอาการปวดหลังเป็นเดือนๆ ไม่ยอมหาย ก็เลยตัดสินใจมาขี่จักรยาน ไม่ถึงครึ่งเดือนก็หาย แล้วเคยแนะนำคนที่มีปัญหาเรื่องปวดหลังลักษณะนี้มาหลายคน แต่ละคนเมื่อได้ขี่จักรยานก็เห็นหายกันหมด เพราะผมมีความรู้สึกว่าถ้าได้ขี่จักรยานในท่าทางที่เหมาะสม แล้วทำให้กล้ามเนื้อในส่วนสันหลังแข็งแรงขึ้น เมื่อขี่ไปนานๆกล้ามเนื้อส่วนนี้ก็จะมีหน้าที่รับน้ำหนักแทนกระดูก ซึ่งอันนี้เป็นความคิดของผมเองครับ เปรียบเสมือนเราหล่อเสาขึ้นมา1ต้น สมมุติว่าเสา1ต้นต้องมีเหล็ก4เส้น แต่ถ้าเราใส่เหล็ก1เส้น แต่ปูนที่เทหล่อเสาแข็งแรง กับอีกอย่างหนึ่งเราใส่เหล็ก4เส้น แต่ปูนที่เทหล่อเสาไม่แข็งแรงหรือว่าไม่ได้เทปูนหล่อเสาให้เป็นเหล็กออกมาเฉยๆ ผมถามว่า แบบไหนรับแรงได้มากกว่าครับ? สุดท้ายคุณโหน่งก็ตัดสินใจสั่งจักรยานเพื่อออกกำลังกายเพราะไม่เคยออกกำลังกายมานานแล้ว
จักรยานคันนี้เป็นจักรยานคันแรกในชีวิตครับ เพราะคุณโหน่งไม่เคยมีจักรยานเป็นของตัวเองเลยครับ แม้กระทั้งตอนเป็นเด็กถึงขี่จักรยานเป็น แต่ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของจักรยาน ทุกท่านลองติดตามเรื่องราวว่าเป็นหมอนรองกระดูกเคลื่อนจะออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานได้ไหม? แล้วผลจากการขี่จะทำให้โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนนี้อาการดีขึ้นไหม? เพราะจักรยานคันนี้จุดประสงค์ในการซื้อก็คือ เพื่อออกกำลังกาย ผลพลอยได้คือ โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนจะทุเลาลงหรือเปล่า หรืออาจจะหายไปเลย ลองติดตามนะครับ













ทุกคันที่ผมประกอบจะต้องผ่านกฎเกณท์ด้านการขี่ 2ประการแรกตามภาพด้านบนคือ
1. SMOOTH RIDE การปั่น +การสัมผัสพื้น จะราบเรียบเหมือนคุณปั่นบันไดเปล่าๆไร้แรงเสียดทาน และสะท้อนหรือต่อต้านทุกอย่างทำงานเหมือนอุปกรณ์มีแค่ชิ้นเดียว
2. SYMMETRIC RIDE การควบคุมมั่นคงสูงสุด ฉับใว เลี้ยวโค้งมั่นคง เกาะถนนแน่นศูนย์ถ่วงอยู่ใต้บันไดไม่มีความรู้สึกว่าน้ำหนักมาโงนเงนอยู่ด้านบน การทำงานของเบรคสัมพันธ์กับความเร็วของรถที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเป็นธรรมชาติ การชะลอเบรคทั้งบนทางตรงและทางโค้งมั่นคงเท่ากันแล้วไม่ว่าท่านจะกดเบรคด้านหน้าหรือหลังก่อนแต่ความรู้สึกเหมือนเบรคทำงานมาจากด้านหลัง
3. ทั้งสองข้อข้างบนเป็นผลมาจาก GEOMETRIC RIDE คือ การวางตำแหน่งของผู้ขับขี่ ทั้งตำแหน่งความยาวของเสต็ม รวมทั้งความสูง ต่ำของสเด็มรวมทั้งองศาของสเต็มกับแกนตะเกียบ+ และความโค้งงอของตะเกียบที่ต้องเหมาะสมกับองศาความเอียงของคอ + ขนาดของแฮนด์ทั้งความสั้นยาวและตวามโค้งที่จะต้องมีองศาอยู่ในตำแหน่งกดเท่านั้นรถถึงจะมั่นคงและเบาแรง+ ตำแหน่งมือเบรคคือความห่างของมือเบรคซ้ายขวาสัมพันธ์กับความกว้างของไหล่รวมทั้งองศาการวางมือเบรคต้องสัมพันธ์กับข้อมือของท่านก็คืออยู่ในตำแหน่งวางมือที่พอดีกับนิ้วมือที่กำแฮนด์+ตำแหน่งอานนั่งจะอยู่ในตำแหน่งที่การกดขาต้องผ่อนคลายแต่ได้กำลังสูงสุดในแบบรถนั้นๆซึ่งแบบรถแบบที่1กับแบบที่2ตำแหน่งการกดบันไดอยู่คนละตำแหน่งเพราะท่าขี่คนละท่าแล้วการใช้กล้ามเนื้อก็คนละส่วน และนี่คือเหตุผลว่า เมื่อท่านได้รถไปแล้วท่านอย่าปรับแต่งใดๆทั้งสิ้นในทุกๆตำแหน่ง เพราะผมเองใช้เวลากับการจัดตำแหน่งในข้อนี้มากกว่าเวลาการประกอบรถ แล้วผลจาก GEOMETRIC RIDE นี้จะส่งผลให้รถทุกคันทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนเป็นชิ้นส่วนของตัวท่านเอง ซึ่งบุคลิคนี้จะเป็นบุคลิคประจำร้านซึ่งจะต้องมีอยู่ในรถทุกคันครับ
@@@@ ผลจากข้างบนทั้งหมดทุกท่านต้องเข้าใจว่าผมไม่ได้ซ่อมรถให้ท่านขี่แต่ นี่คือ การโมดิฟายส์รถให้ท่านขี่ให้เหมาะกับตัวท่านเองทุกประการครับ@@@@
ทุกคันจะผ่านขั้นตอนการทำแบบนี้ครับ










การปรับเกียร์หลังจากใช้งานไปแล้ว100-300กม
รูปแรกหลังจากใช้งานไปสักพัก100 ก ม แรก ปลอกสายเกียร์จะเข้าไปหดตัวกับหัวปลอกปลายสาย เลยทำให้สายสลิงหย่อน
สับจานหน้าก็จะสีกับจานหน้าเมื่อเวลาเฟืองหลังอยู่เฟืองเล็กสุดแล้วจานหน้าอยู่ใหญ่สุด วิธีแก้ไขง่ายมากๆ ครับ ให้คลายน้อตพลาสติกที่เห็นตามภาพออกทีละ1/4 รอบ จนสับจานหน้าไม่สีกับจานหน้าครับ@@@ ยกเว้นจานหน้า1และ2ถ้าเฟืองหลังอยู่ลูกเล็กสุดสองลูกล่างถ้าจานหน้าสีสับจานท่านไม่ต้องปรับครับ เพราะสองลูกสุดท้ายนี้ท่านใช้ไม่ได้อยู่แล้วเพราะเป็นหน้าที่ของจานใหญ่สุดครับ

รูปที่สอง หลังจากใช้งานไปสักพัก100 ก ม แรก ปลอกสายเกียร์จะเข้าไปหดตัวกับหัวปลอกปลายสาย เลยทำให้สายสลิงหย่อนทำให้เกียร์หล่นเช่นอยู่เฟือง5ขี่ๆอยู่ หล่นไปเฟือง 6 ให้ท่านคลายน็อตพลาสติกตามรูปออกทีละ1/4 รอบเช่นเดียวกันครับ
@@### จำใว้อย่างเดียวคลายออกเท่านั้นไม่มีการหมุนเข้าครับ เพราะเมื่อเราใช้ไปนานๆ ปลอกสายจะหดตัว ##ย่นลงเท่านั้นครับ



































