คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ
โพสต์: 06 มิ.ย. 2011, 18:31
ตอนนี้กำลังรวบรวมคติคำสอน ของเกจิ พระอาจารย์
หรือ จากพุทธพจน์ และ ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
ใครมีคติคำสอนดีๆ ช่วยเอามาแบ่งกันเพิ่มเติมด้วยครับ
"คนเราเมื่อมีลาภก็มีเสื่อมลาภ เมื่อมียศก็มีเสื่อมยศ
เมื่อมีสุขก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญก็มีนินทา เป็นของคู่ กันมาเช่นนี้
จะไปถืออะไรกับปากมนุษย์ ถึงจะดีแสนดีมันก็ติ ถึงจะชั่วแสนชั่วมันก็ชม
นับ ประสาอะไร พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเลิศยิ่งกว่ามนุษย์และเทวดา
ยังมีมารผจญ ยังมีคนนินทา ติเตียน
ปุถุชนอย่างเรา จะรอดพ้นจากโลกธรรมดังกล่าวแล้วไม่ได้
ต้องคิดเสียว่า เขาจะติก็ช่าง ชมก็ช่าง เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ
ก่อนที่เราจะทำอะไร เราคิดแล้วว่าไม่เดือดร้อน แก่ตัวเราและ คนอื่น เราจึงทำ
เขาจะนินทาใส่ร้ายอย่างไร ก็ช่างเขา บุญเราทำ กรรมเราไม่สร้าง
พยายามสงบกาย สงบวาจา สงบใจ จะต้องไปกังวล กลัวใครติเตียนทำไม
ไม่เห็นมีประโยชน์ เปลือง ความคิดเปล่าๆ ..."
ธมฺมวิตกฺโก เจ้าคุณนรฯ
________________________________________________
"เพ่งโทษตนเป็นบัณฑิต เพ่งความผิดคนอื่นเป็นพาล"
พระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล)
การตำหนิติเตียนผู้อื่น
ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเอง
ให้ขุ่นมัวไปด้วยความเดือดร้อน
วุ่นวายใจที่คิดแต่ตำหนิผู้อื่น จนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น
นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรมไม่มีดีเลย
จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน
การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง
เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์
จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน
งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย
ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว
แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทำไมพอใจสร้างขึ้นเอง
เมื่อเกิดมาอาภัพชาติแล้ว อย่าให้ใจอาภัพอีก
ผู้เกิดมาชาตินี้อาภัพแล้ว อย่าให้ใจอาภัพ
คิดแต่ผลิตโทษทำบาปอกุศลเผาผลาญตน
ให้ได้ทุกข์เป็นบาปกรรมอีกเลย
_____________________________________________
คนชั่ว ทำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี
คนดี ทำดีง่าย และติดใจกลายเป็นคนรักธรรมตลอดไป
... หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
หรือ จากพุทธพจน์ และ ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย
ใครมีคติคำสอนดีๆ ช่วยเอามาแบ่งกันเพิ่มเติมด้วยครับ
"คนเราเมื่อมีลาภก็มีเสื่อมลาภ เมื่อมียศก็มีเสื่อมยศ
เมื่อมีสุขก็มีทุกข์ เมื่อมีสรรเสริญก็มีนินทา เป็นของคู่ กันมาเช่นนี้
จะไปถืออะไรกับปากมนุษย์ ถึงจะดีแสนดีมันก็ติ ถึงจะชั่วแสนชั่วมันก็ชม
นับ ประสาอะไร พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเลิศยิ่งกว่ามนุษย์และเทวดา
ยังมีมารผจญ ยังมีคนนินทา ติเตียน
ปุถุชนอย่างเรา จะรอดพ้นจากโลกธรรมดังกล่าวแล้วไม่ได้
ต้องคิดเสียว่า เขาจะติก็ช่าง ชมก็ช่าง เราไม่ได้ทำอะไรให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ
ก่อนที่เราจะทำอะไร เราคิดแล้วว่าไม่เดือดร้อน แก่ตัวเราและ คนอื่น เราจึงทำ
เขาจะนินทาใส่ร้ายอย่างไร ก็ช่างเขา บุญเราทำ กรรมเราไม่สร้าง
พยายามสงบกาย สงบวาจา สงบใจ จะต้องไปกังวล กลัวใครติเตียนทำไม
ไม่เห็นมีประโยชน์ เปลือง ความคิดเปล่าๆ ..."
ธมฺมวิตกฺโก เจ้าคุณนรฯ
________________________________________________
"เพ่งโทษตนเป็นบัณฑิต เพ่งความผิดคนอื่นเป็นพาล"
พระพุทธพจนวราภรณ์ (จันทร์ กุสโล)
การตำหนิติเตียนผู้อื่น
ถึงเขาจะผิดจริงก็เป็นการก่อกวนจิตใจตนเอง
ให้ขุ่นมัวไปด้วยความเดือดร้อน
วุ่นวายใจที่คิดแต่ตำหนิผู้อื่น จนอยู่ไม่เป็นสุขนั้น
นักปราชญ์ถือเป็นความผิดและบาปกรรมไม่มีดีเลย
จะเป็นโทษให้ท่านได้สิ่งไม่พึงปรารถนามาทรมานอย่างไม่คาดฝัน
การกล่าวโทษผู้อื่นโดยขาดการไตร่ตรอง
เป็นการสั่งสมโทษและบาปใส่ตนให้ได้รับความทุกข์
จึงควรสลดสังเวชต่อความผิดของตน
งดความเห็นที่เป็นบาปภัยแก่ตนเสีย
ความทุกข์เป็นของน่าเกลียดน่ากลัว
แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ทำไมพอใจสร้างขึ้นเอง
เมื่อเกิดมาอาภัพชาติแล้ว อย่าให้ใจอาภัพอีก
ผู้เกิดมาชาตินี้อาภัพแล้ว อย่าให้ใจอาภัพ
คิดแต่ผลิตโทษทำบาปอกุศลเผาผลาญตน
ให้ได้ทุกข์เป็นบาปกรรมอีกเลย
_____________________________________________
คนชั่ว ทำชั่วได้ง่าย และติดใจไม่ยอมลดละแก้ไขให้ดี
คนดี ทำดีง่าย และติดใจกลายเป็นคนรักธรรมตลอดไป
... หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต