ตามที่ทุกท่านแสดงความคิดเห็นเลยครับ....ถูก...ถูก....ถูกต้องน้ะคร้าบบบบบ....
ผมใช้แนวความคิดว่า
"เลือกสิ่งที่เราชอบ เราจะสนุก และมีความสุขสิ่งที่เลือก" เหมือนแฟนคุณเลือกคุณเพราะอะไร...
เข้าเรื่องนิด ผมปั่นจักรยานมา 7-8 ปีได้แล้วมั้ง ช่วงทำงานใหม่ๆ ไปเห็นโชว์รูมจักรายานเสือภูเขาแล้วชอบมากเดินเข้าไปดูพอเห็นราคาแล้วก็ต้องค่อยๆ เดินกลับออกกมา ทามไมมันแพงจังหว่า มันจำฝังใจ ไม่นานก็มีโอกาสเป็นเจ้าของ พอมีตังค์นั่งรถเมล์ไปเลยโปรไบค์ ปรากฏว่าของไม่มี เขาแนะนำมาที่นครไทยได้สมใจหยาก ตอนแรกปั่นคนเดียวไม่หนุกก็เริ่มมารู้จักกับเพื่อนๆ กลุ่มรามอินทราเป็นกลุ่มแรก มันมีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกเยอะ แต่ที่แน่ๆ ผมได้มิตรภาพที่ดีในกลุ่มของเพื่อนนักปั่นจักรยานด้วยกัน ไม่เฉพาะกลุ่มรามอินทรา ผมไปเจอกลุ่มไหนหรือนักปั่นท่านใดก็เหมือนกันหมด
เข้าเรื่องเฟรม อัลลอยย์(อลูมิเนียม) กะ คาร์บอน แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยหรือป่าว
- ในด้านน้ำหนักน่าจะชัดเจนอยู่
- ในเรื่องการใช้งานอาจจะไม่มาก
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นๆ อีกเวลาใช้งาน เช่น
- องศา ท่อนั่ง ท่อนอน
- ขนาดจักยานที่เหมาะกับร่างกาย ขนาดรถใหญ่หรือเล็กเกินไป จะใช้อัลลอยย์หรือคาร์บอน ก็มีค่าเท่ากัน
- ล้อ ทำให้รถไหลลื่นดีขณะเคลื่อนที่ไปกับพื้น หรือ ขึ้นภูเขา
- ชุดขันเคลื่อน ชิพเตอร์ สับจาน จาน โซ่ ก้ามเบรค เฟืองหลัง ตีนผี เกี่ยวการเปลี่ยนเกียร์ที่นุมนวล แม่นยำ รวดเร็ว
เอาเป็นว่าถ้าอยากจะรู้จริงๆ ท่านผู้หญิงลงมาสัมผัสด้วยกันเลยดีกว่า เรียนรู้ภาคปฎิบัติรู้ซึ้งแน่นอน ยังมีอีกเยอะ
อย่าคิดว่าจักรยานเป็นเครื่องมือช่วยออกกำลังกาย มีแล้วทำไมไม่ขยันปั่นเพื่อให้ผอมหรือแข็งแรง คุณผู้หญิงอาจจะคิดแบบนั้น แต่อีกอย่างผมเปรียบมันเหมือน TV เมื่อมองดูแล้วมีความสุขใจ คือได้ออกกำลังกายและได้ความสุขใจด้วยนั่นเอง
เรื่องราคาก็พยายามทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ซื้อแล้วไม่เดือดร้อน ไม่ขัดสนเงินทอง และอีกอย่างของถูกและดีไม่มีในโลก
มีข้อมูลของท่าน Tom7554 ได้โพสต์ไว้เกี่ยวกับวัสดุต่างๆ
เฟรมแบบไหนดีกว่ากัน
โดยทั่วไปแล้ว เฟรม หรือ ตัวถังจักรยานมักจะทำจากโลหะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าเหล็ก
กลมถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง แต่ในระยะหลังตลาดจักรยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเมาเทนไบค์
ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ผลิตเกือบทั้งหมดเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนอย่างต่อเนื่อง “อลูมิเนียม” และ “ไทเทเนียม” จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มจักรยานตลาดบน
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้น้ำหนักของเฟรมลดลงอย่างน่าพอใจ ในทางตรงกันข้าม
เฟรมจักรยานมีราคาแพงขึ้น แถมยังมีการออกแบบเฟรมที่แตกต่างจากพื้นฐานดังเดิมของจักรยาน
มีการนำระบบรองรับหรือกันสะเทือนเข้ามาใช้อย่างกว้างขวาง ฯลฯ จึงอยากให้เพื่อนๆ ได้รู้จัก
ประเภทของเฟรมให้มากขึ้น เรามาเริ่มกันเลย
เฟรมเหล็กและเหล็กอัลลอย
เฟรมท่อเหล็กได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากราคาต้นทุนที่ถูกกว่าพรรคพวกมากนั่น
เอง ถึงแม้ในปัจจุบันผู้ผลิตทั้งหมดต่างสรรหาวัสดุอื่นๆ มาผลิตเป็นเฟรม แต่เฟรมเหล็กยังคง
ถูกผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะขาดหายไป
ถึงแม้จะมีนำหนักมากกว่าเพื่อน แต่ด้วยกรรมวิธีการผลิตอันทันสมัยทำให้จักรยานเฟรมโลหะอย่าง
เหล็กมีน้ำหนักเบาไกล้เคียงกับอลูมิเนียม นักแข่งระดับโลกหลายๆ คนยังคงไง้งานใจเฟรมเหล็ก
อาทิ Tony Rominger เจาะจงใช้เฟรมเหล็กของ Colnago ทำสถิติโลกในการปั่น 1 ชม. ในปี
1994 ด้วยความเร็วเฉลี่ย 55.291 กม./ชม. ชนะรถจักรยานที่ใช้เฟรมโมโนคอคซึ่งผลิตจาก
คาร์บอนคอมโพสิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัยกว่าอย่างขาดลอย
Romingo เปิดเผยถึงสาเหตุที่เลือกเฟรมเหล็ก เขาเชื่อมั่นว่าเหล็กสามารถขึ้นรูปหรือทำเป็นเฟรมที่
มีความเที่ยงตรงกว่า ทำให้เหมาะกับร่ายกายนมากที่สุด
ปัจจุบันเฟรมเหล็กส่วนใหญ่จะทำจาก Chrome molybdenum, Manganese molybdenum
หรือไม่ก็ nivacrom นอกจากวัสดุดังกล่าวแล้ว ผู้ผลิตยังเพิ่มความแกร่งให้กับท่อเฟรมด้วย
วิธีการ heat treated หรือ heat tempered ทั้งสองวิธีท่อเฟรมจะถูกเผาด้วยความร้อนก่อนที่
จะผ่านความเย็นอย่างเฉียบพลัน
ข้อเด่นของเฟรมเหล็ก
ทนต่ออาการ “ล้า” จากการใช้งานระยะยาวได้ดีกว่า
แข็งแกร่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่อเหล็กคุณภาพอย่าง Reynolds 753 ที่สามารถทนต่อแรง
กระทำได้กว่า 195,000 ปอนด์/ตารางนิ้ว
แข็งแกร่งแต่ให้ตัวและยืดหยุ่นได้ดีกว่า
ราคาถูกกว่า
ข้อด้อยของเฟรมเหล็ก
น้ำหนักมากกว่า
กระบวรการที่ทำท่อเฟรมให้มีน้ำหนักเบา หรือผนังบางๆ ทำให้ต้นทุนสูงอย่างมาก อาทิ ท่อเฟรม
โครโมลี่ระดับไฮแอนด์อย่าง Ritchey Prestige Logic, Tru Temper (OXII, OXIII) หรือ Tango
Prestige
ไม่สามารถทนต่อการกัดกร่อน หรือเกิดสนิมได้ง่ายมาก (ถูกแก้ปัญหาโดยการเคลือบหรือพ่นสีคุณภาพสูง)
เฟรมอลูมิเนียม
อลูมิเนียมมีน้ำหนักเบากว่าเหล็ก และมีความแข็งแรงน้อยกว่า ผู้ผลิตจำเป็นต้องผสมโลหะ
ตัวอื่นเข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้เฟรม ถึงกระนั้นก็ตาม มันก็ยังคงมีความแข็งแกร่งน้อย
กว่าเหล็กอยู่ดีเมื่อเทียบกับท่อเฟรมที่มีขนาดความหนาเท่ากัน
ด้วยความแน่น และมีการให้ตัวที่น้อยมาก เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับเฟรมอลูมิเนียมจึงมักจะเป็น
การแตกหรือหักมากกว่าการคดหรือบิดตัวที่เกิดขึ้นกับเฟรมเหล็ก
จุดด้อยของอลูมิเนียมก็มีหลายประการเช่นกัน อาทิ การต่อเชื่อมยากกว่าโครโมลี่ และราคาแพงกว่า
ผู้ผลิตเฟรมแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการใช้เฟรมโอเวอร์โซส์ในส่วนที่เสี่ยงต่อปัญหาดังกล่าว อาทิ
down tube เฟรมที่ไม่จำเป็นต้องพ่นสี และไม่เกิดสนิมทำให้การดูแลรักษาและทำความสะอาดง่ายกว่า
คุณภาพของอลูมิเนียมแตกต่างกันตามรหัสต่อท้าย ซึ่งแสดงถึงความแตกต่างขององค์ประกอบ อาทิ
ซีรี่ส์ 7000 จะมีสัดส่วนของแมกนีเซียมสูง มีความแข็งแกร่ง และสามารถเชื่อมต่อท่อที่มีรูปแบบที่
ต่างกันได้ง่าย
ซีรี่ส์ 6000 มีแมกนีเซียมและซิลิคอมสูง, ซีรี่ส์ 6061 เป็นอลูมิเนียมที่คงสภาพความแข็งแกร่งไว้เหมือน
เดิมมากที่สุดหากเชื่อมร้อนสูงด้วยความเร็ว และเป็นซีรี่ส์ที่นิยมใช้มากที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง
นอกจากเหมาะสำหรับทำเฟรมแล้ว อลูมิเนียมอัลลอยด์ยังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในบรรดาผู้ผลิต
คอมโพเนนท์ต่างๆ อาทิ แฮนเดิลบาร์, บาร์เอน ฯลฯ
คาร์บอนไฟเบอร์
นอกจากเฟรมโลหะชนิดต่างๆ แล้ว คาร์บอนไฟเบอร์ถือเป็นวัสดุไฮเทคอีกตัวเลือกหนึ่ง
มันถูกนำมาใช้ทำเฟรมจักรยานเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ลักษณะเด่นของมันก็คือ น้ำหนักเบามาก และมีความ
แข็งแกร่งมากเช่นกัน
การผลิตคาร์บอนไฟเบอร์ต้องใช้กระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อน ผ่านกระบวนการออกแบบเฟรมด้วยคอม
พิวเตอร์ และเช่นเดียวกับคอมโพสิตอื่นๆ คาร์บอนไฟเบอร์ถูกขึ้นรูปด้วยอีพอกซี่เรซิ่น หล่อในแบบให้
กลายเป็นรูปร่างตามต้องการเพื่อผลทางด้านความสวยงามและแอโรไดนามิค หรือไม่ก็นำท่าคาร์บอนไฟ
เบอร์มาเชื่อมเข้าด้วยกันโดยใช้ LUG ทีเป็นเหล็กหรืออลูมิเนียมอัลลอยด์
ในระยะแรกเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์มีราคาแพงมาก ปัจจุบันราคาลดลงมาไกล้เคียงกับวัสดุอื่นๆ นักปั่น
จักรยานบางรายมีความเชื่อว่าเฟรมคาร์บอนไฟเบอร์มีน้ำหนักเบาก็จริง แต่แตกร้าวง่ายกว่าเฟรมอลูมิ
เนียมอัลลอยด์หรือเฟรมเหล็ก
ไทเทเนียมอัลลอยด์
ไทเทเนียมนับเป็นวัสดุที่แพงที่สุดหากต้องนำมาผลิตเป็นเฟรมจักรยาน เนื่องจากการขึ้นรูป
หรือเชื่อมไทเทเนียมนั้นทำได้ยากกว่าเหล็กโครโมลี่หรืออลูมิเนียมอัลลอยด์ จุดเด่นของมันอยู่ที่น้ำหนัก
เบากว่าอย่างอื่นมาก และยังคงความแข็งแกร่งไกล้เคียงกับเฟรมชนิดอื่น
ปัจจุบันผู้ผลิตจักรยานไทเทเนียมได้หันมาใช้วัสดุอย่างอื่นประกอบด้วยอาทิ อลูมิเนียม จึงทำให้ราคาต่ำลงมาจึงได้รับความนิยมมากขึ้น
ข้อเสียของไทเทเนียมก็คือราคาแพง และมีความแข็งแกร่งน้อยกว่าเฟรมเหล็ก
แมกนีเซี่ยม
เฟรมแมกนีเซี่ยมเป็นเฟรมที่มีน้ำหนักเบาที่สุด เมื่อเทียบกับเฟรมจักรยานที่ทำจากวัสดุอื่นๆ และมีราคาที่ต่ำกว่าอีกด้วย ข้อเสียก็คือความแข็งแกร่งสู้ชาวบ้านไม่ค่อยจะได้
หากต้องการเฟรมแมกนีเซี่ยมที่ทนทานและแข็งแกร่งเทียบเท่าเฟรมโครโมลี่ เฟรมแมกนีเซี่ยมก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนไกล้เคียงกับโครโมลี่ ทำให้สูญเสียข้อได้เปรียบเรื่องน้ำหนักไปอย่างน่าเสียดายสำหรับในตลาดบ้านเรา
สุดท้ายนี้
"ขอให้ใช้ชีวิตคู่ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน"
มีสิ่งใดขาดตกพกพร่อง ถูกผิดประการใด ต้องขออภัยเจ้าของกระทู้และผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้ทุกๆท่าน ขอบคุณครับ