หน้า 1 จากทั้งหมด 2

ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 12:57
โดย Enter
อยากรู้ว่ายี่ห้ออะไร รุ่นอะไรครับ
สูงเท่าไหร่ top tube เท่าไหร่ สเตมเท่าไหร่ มีใครใช้ต่ำกว่า90หรือเปล่าครับเห้นว่าสั่นมากๆแล้วหน้ามันไว เลยอยากรู้มีใครใช้ต้ำว่า90 แล้วเป็นยังไงบ้าง
ผมสูง167.5 ท่อนอน น่าจะประมาฯ52-52.5 สเตม90 ปั่นๆก็โอเคนะครับแต่ตอนนี้ ก็รู้สึกอยาก ได้เฟรมคาบอร์นมาทุ่นแรงหน่อยแล้วเลยคืดว่าจะหา top tube ที่สั่นกว่าเดิม
และอยากรู้จังเลยครับ ว่า ความต่างท่อนอน 1cm นี่มีผลมากแค่ไหนครับ

ผมรู้สึกว่า เฟร หมอบหา ท่อนอนต่ำกว่่า 52cm นี่ยากมากๆเลยครับ พี่ๆคิดแบบนั้นกันบ้างหรือเปล่าครับ
ผมอยู่เมกา ดูๆหาๆท่อ50-51 กับราคาที่พอซื้อได้นี่ยากมากเลยครับ
ก็มีแต่พวกเฟรม TRIATHLON ที่มันมี ท่อนอน 49หรือมากกว่า






ตั้งกระทู้ออกแนว บ่นๆที่เกิดมาสั้น
ตอนนี้เป่าหมายปั่น เพื่อความสนุก กับ ใช้เป้นยานพาหานะครับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 13:16
โดย K-LEAK
ผมว่า xs สเปก็สั่นนะ และอากอน 18 xs

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 14:37
โดย benher1st
ลองดู FUJI สิครับ เผื่ออาจจะได้ขนาดที่ต้องการ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 15:23
โดย big3210
ผมสูง 168 ซม. ก็ใช้ scott cr1 xs ได้คับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 16:45
โดย W@B
.
.
.
ผมก็สูง 165 ซม. ใช้giant tcr xs คอ90มิล ก็พอดีนะคับ ว่าจะลองเอาคอ100มิลใส่ดูเหมือนกันคับ :D
.
.
.

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 19:34
โดย tangkwa
ผมก้อเคยคิดเรื่องนี้นะ เพราะผมเป็นคนที่มีช่วงขายาวมาก ถึงแม้ไม่เคยขี่หมอบแต่ภูเขาก้อชอบทำท่อบนกันค่อนข้างยาว ซึ่งในทัศนะผมน่าเป็นเรื่องของ
1. สมรรถนะรถที่เพิ่มขึ้น คงอ่านกันมาเยอะกันแล้ว ผมแค่สรุปสั้นๆพอได้ใจความ
2. ผมว่าเป็นเรื่องของการตลาดที่จะได้ทำรถแค่ไม่กี่ไซด์แล้วครอบคลุมคนขี่มากขึ้น อันนี้เป็นเรื่องธุรกิจล้วน
ส่วนตัวผมเองเคยวัดท่อนอนที่ผมควรจะใช้อยู่ที่ 530-535 แต่ก้อหายากเหมือนกัน ยี่ห้อที่รู้สึกว่าชอบอยู่ที่ 540 เท่านั้น แต่ผมว่าผมก้อน่าจะขี่ได้โดยการปรับเปลี่ยนคอให้สั้นลงหน่อย แต่ความชอบส่วนตัวชอบรถคอยาวๆ เลยไม่ได้ขี่หมอบกับเขาเสียที 5555

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 14 พ.ค. 2011, 20:44
โดย Enter
อยากให้พี่ๆ ทุกท่า ที่เข้ามาโพส ช่วยบอกด้วยครับ ว่า ใช้ Top tube effect กันเท่าไหร่บ้าง โดยเฉพาะความสูงไกล้เคียงผม แล้วมีวิธีทำให้ระยะเอื้อมไปจับแฮนได้ไกล้ขึ้นยังไงบ้าง

ถ้าผมเปลี่ยนแฮนใหม่ด้วย ให้ระยะ ระยะเอื้อม(reach) สั่นกว่าเดิมจะช่วยให้ผมจับแฮนได้ง่ายขึ้นหรือเปล่าตรับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 07:34
โดย บุโรทั่ง
เรียนคุณ Enter

กระผมตอบตามประสามวยวัด
ขี่เปะ ๆ ปะ ๆ ไป

รถหมอบนั้นให้ความสำคัญกับความยาวของท่อนอนขนานพื้น
ซึ่งมีผลกับช่วงตัวด้านบน คือตั้งแต่หัวไหล่ไปจนก้นกบ
ส่วนสูงของคนขี่จึงบอกอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากคร่าว ๆ หยาบ ๆ เท่านั้น

อย่างหนึ่งคือความสบายของการขี่
ช่วงที่เหมาะ ทำให้ก้มลงไปแล้วจับรีช จับดรอปได้พอดี
ถ้าช่วงรถสั้นกว่าช่วงลำตัวที่ว่า คนขี่ต้องงอตัวคุดคู้ให้พอดีกับช่วงรถ
ต้องเกร็งช่วงเอวมากกว่าปรกติเพื่อรับน้ำหนักลำตัว

จริงอยู่ที่รถเล็ก ทำให้ผู้ขี่สะดวกในการควบคุม
เล็ก ๆ เหมือนลูกเสือในกำมือ จะเลี้ยวจะหมุนตรงไหน ก็อยู่ในช่วงแขนควบคุมได้สะดวก
บวกกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นจากการส่งกำลังในระยะที่สั้นกว่า
แต่หมอบ มักจะขี่กันเป็นร้อยกิโล (คนอื่นนะ ผมขี่แค่สามสี่สิบโล) ใช้เวลากันค่อนวันครึ่งวัน
ถ้าไม่ใช่โปรทัวร์แข่งขัน ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทนงอตัวคุดคู้เพื่อสมรรถนะของรถอยู่อย่างนั้น
แต่หลายท่านก็ทน บอกว่าขี่มันดี

รถใหญ่ ก็ให้ความนิ่งเสถียรในการขี่ทางตรง ๆ ยาว ๆ ซึ่งเป็นเส้นทางปรกติของหมอบ
แต่ถ้าช่วงรถยาวกว่าช่วงลำตัว แขนจะต้องเอื้อมไปหยิบแฮนด์ ทำให้การทิ้งน้ำหนักของลำตัวส่วนหนึ่งไม่ลงแขน
ผู้ขี่ต้องเกร็งหน้าท้องและเอวรับน้ำหนักลำตัวท่อนบน เพราะแขนไม่อยู่ในตำแหน่งที่ช่วยรับน้ำหนักอย่างที่ควร
คนอายุเท่าผม เมื่อลงจากรถก็อาจจะยืนตรง ๆ ไม่ได้
เมื่อยขบไปหมด

ส่วนช่วงขานั้น ยืดหดหลักอานให้พอดีได้ง่าย
ขอเพียงท่อบนของรถ ไม่กระแทกกับท่อล่างของคนขี่ เมื่อกระโดดลงจากอานคร่อมรถเท่านั้น

ส่วนสเต็มที่ว่าให้ผลกับรถว่อกแว่ก
ดูแต่ล้อหน้า ก็ไม่เห็นว่ามันจะว่อกแว่กอะไรนัก
แต่สังเกตุได้จากเมื่อก้มมองลอดใต้จั๊กกะแร้ ดูล้อหลังขณะกำลังหมอบ
ถ้าเห็นว่าเชนสเตย์หรือล้อหลังส่ายไปส่ายมามาก ๆ
ขณะที่เรากำลังออกแรงควงลูกบันได และใช้ความเร็วเกินสามสิบ
ถือว่ารถว่อกแว่กแล้ว
ไม่ได้มีผลเลวร้ายอะไรกับผู้ขี่ นอกจากเสียแรงฟรี ๆ นิดหน่อย
แต่จะมีกับเพื่อนร่วมทางที่หวั่น ๆ ว่ารถเราจะไปเกี่ยวเขาเมื่อไรเท่านั้น

เพื่อนสมาชิกในบอร์ดชื่อคุณจิโร เขียนว่า Giro de... ต่อด้วยอะไรก็จำไม่ได้เสียแล้ว
เคยแนะนำเว็บวัดตัวไว้ให้
ถ้ามั่นใจก็วัดรอบเดียว
ถ้าไม่มั่นใจ เป็นคนย้ำคิดย้ำทำ ก็วัดสักสามรอบ
แล้วดูความยาวของ Effective Top Tube ที่เว็บคำนวณไว้ให้เป็นสำคัญ
เขาแม่นอยู่พอใช้

ขอบพระคุณที่ทนอ่านมา
กระผมก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนร่วมทางบ้างขอรับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 07:43
โดย บุโรทั่ง
เขียนมายาวแล้วยังลืมอีก

สรีระของผู้ขี่ก็สำคัญ
ขนาด EFT ที่ได้มา ก็ยังต้องไปลอง
เนื่องจากแต่ละคน ก้มไม่เหมือนกัน
บางคนก้มแล้วตัวงอ
บางคนก้มแล้วหลังตรง
บางคนก้มแล้วบอกว่าตูไม่เอาแล้ว หม่งหมอบ
เมื่อยจัง

ท่อนอนก็ปรับไปตามการก้ม

ดรอป และรีช ก็เลือกได้
บางคนหมอบเตี้ย
บางคนหมอบนิดเดียว
บางคนหมอบราบ โดยเฉพาะต่อหน้าแม่บ้าน หูจะลู่ด้วย... (กระผมเอง)

ก็เลือกได้
เอาแบบที่ชอบ ๆ ได้เลย

พูดถึงก็เรียกไปจัดสำรับมื้อเช้าพอดี
กระผมขอตัวไปหมอบราบกราบท่านก่อน เดี๋ยวจะเคืองขอรับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 07:44
โดย ก้อย
บ่นสั้น ก็ตอบสั้นๆ ลองเปลี่ยนหลักอานตรงก่อน เดินหน้าเบาะให้สุดสเกล ไม่พอค่อยลดสเต็มอีกที

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 08:30
โดย tossapon56
ความรู้ยาวๆ :D คนตัวสูงก็หายากเหมือนกันนะครับ :lol:

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 10:24
โดย Enter
ก้อย เขียน:บ่นสั้น ก็ตอบสั้นๆ ลองเปลี่ยนหลักอานตรงก่อน เดินหน้าเบาะให้สุดสเกล ไม่พอค่อยลดสเต็มอีกที

ก็รู้นะครับ ว่าหลักอานคืออะไร แต่นึกไมออก ว่าตรงเป็นยังไง แต่พอไปดูรูปแล้ว เห็นแล้วรู้สึกมีความสุขขึ้นมาเลยครับ (แสงสว่าง)
ขอบคุณมากครับ พี่ก้อย
บุโรทั่ง เขียน:เรียนคุณ Enter

กระผมตอบตามประสามวยวัด
ขี่เปะ ๆ ปะ ๆ ไป

รถหมอบนั้นให้ความสำคัญกับความยาวของท่อนอนขนานพื้น
ซึ่งมีผลกับช่วงตัวด้านบน คือตั้งแต่หัวไหล่ไปจนก้นกบ
ส่วนสูงของคนขี่จึงบอกอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากคร่าว ๆ หยาบ ๆ เท่านั้น

อย่างหนึ่งคือความสบายของการขี่
ช่วงที่เหมาะ ทำให้ก้มลงไปแล้วจับรีช จับดรอปได้พอดี
ถ้าช่วงรถสั้นกว่าช่วงลำตัวที่ว่า คนขี่ต้องงอตัวคุดคู้ให้พอดีกับช่วงรถ
ต้องเกร็งช่วงเอวมากกว่าปรกติเพื่อรับน้ำหนักลำตัว

จริงอยู่ที่รถเล็ก ทำให้ผู้ขี่สะดวกในการควบคุม
เล็ก ๆ เหมือนลูกเสือในกำมือ จะเลี้ยวจะหมุนตรงไหน ก็อยู่ในช่วงแขนควบคุมได้สะดวก
บวกกับสมรรถนะที่เพิ่มขึ้นจากการส่งกำลังในระยะที่สั้นกว่า
แต่หมอบ มักจะขี่กันเป็นร้อยกิโล (คนอื่นนะ ผมขี่แค่สามสี่สิบโล) ใช้เวลากันค่อนวันครึ่งวัน
ถ้าไม่ใช่โปรทัวร์แข่งขัน ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องทนงอตัวคุดคู้เพื่อสมรรถนะของรถอยู่อย่างนั้น
แต่หลายท่านก็ทน บอกว่าขี่มันดี

รถใหญ่ ก็ให้ความนิ่งเสถียรในการขี่ทางตรง ๆ ยาว ๆ ซึ่งเป็นเส้นทางปรกติของหมอบ
แต่ถ้าช่วงรถยาวกว่าช่วงลำตัว แขนจะต้องเอื้อมไปหยิบแฮนด์ ทำให้การทิ้งน้ำหนักของลำตัวส่วนหนึ่งไม่ลงแขน
ผู้ขี่ต้องเกร็งหน้าท้องและเอวรับน้ำหนักลำตัวท่อนบน เพราะแขนไม่อยู่ในตำแหน่งที่ช่วยรับน้ำหนักอย่างที่ควร
คนอายุเท่าผม เมื่อลงจากรถก็อาจจะยืนตรง ๆ ไม่ได้
เมื่อยขบไปหมด

ส่วนช่วงขานั้น ยืดหดหลักอานให้พอดีได้ง่าย
ขอเพียงท่อบนของรถ ไม่กระแทกกับท่อล่างของคนขี่ เมื่อกระโดดลงจากอานคร่อมรถเท่านั้น
ท่อลางของคนขี่นี่ คือไอ้นั้นหรือเปล่าครับ ก็ไม่กะแทกนะครับ ก็สัมผัสนิดหน่อย แต่ช่วงไฟแดงไม่มีอะไรทำ ก็เอาท่อไปฟาด ท่อนอนรถเล่นเป้นบ้างเวลาช่วงรอ

ส่วนสเต็มที่ว่าให้ผลกับรถว่อกแว่ก
ดูแต่ล้อหน้า ก็ไม่เห็นว่ามันจะว่อกแว่กอะไรนัก
แต่สังเกตุได้จากเมื่อก้มมองลอดใต้จั๊กกะแร้ ดูล้อหลังขณะกำลังหมอบ
ถ้าเห็นว่าเชนสเตย์หรือล้อหลังส่ายไปส่ายมามาก ๆ
ขณะที่เรากำลังออกแรงควงลูกบันได และใช้ความเร็วเกินสามสิบ
ถือว่ารถว่อกแว่กแล้ว
ไม่ได้มีผลเลวร้ายอะไรกับผู้ขี่ นอกจากเสียแรงฟรี ๆ นิดหน่อย
แต่จะมีกับเพื่อนร่วมทางที่หวั่น ๆ ว่ารถเราจะไปเกี่ยวเขาเมื่อไรเท่านั้น
แล้ว ไม่ควรต่ำกว่าเท่าไหร่ดีครับ สเตม ที่มันจะอัตตรายเกิน (ปกตืผมก็ขี่แบบไม่ประหมาดเพราะขี้กลัวจะเกิดอุบัตติเหตุและขับไม่เร็ว ถึงแม้ทางโล่งก็ตาม ส่วนใหญ่ ก็ท่างโลงมากเพราะ มีเลนของจักรยานบนถนน ตรงยาวๆเลย (จริงๆนี่ที่ม่เร็วเพราะเร่งแรงไม่ได้เพราะ เดียวขากลับจะไม่ถึงบ้าน))

เพื่อนสมาชิกในบอร์ดชื่อคุณจิโร เขียนว่า Giro de... ต่อด้วยอะไรก็จำไม่ได้เสียแล้ว
เคยแนะนำเว็บวัดตัวไว้ให้
ถ้ามั่นใจก็วัดรอบเดียว
ถ้าไม่มั่นใจ เป็นคนย้ำคิดย้ำทำ ก็วัดสักสามรอบ
แล้วดูความยาวของ Effective Top Tube ที่เว็บคำนวณไว้ให้เป็นสำคัญ
เขาแม่นอยู่พอใช้
ผมเคยวัด เวปThe Competitive Fit ครังเดียว ให้แฟนวัดให้ด้วยตาม รูปเลยครับ
แต่ผมรู้สึกว่า 52.5 top tube effective นี้มัน ยาวไปหน่อย ตอนนี้ผมปั่น มาไม่น่าต่ำว่า100ไมลแล้วนะครับ ก็ปั่นได้แต่รู้สึกแบบมือผมจับบาร์ ด้านบนตรงเบรคนานๆไม่ได้เลยครับ รุ้สึกเอือมเกินไป เลย ตรงสลับกับจับท่าเสือภุเขา

ขอบพระคุณที่ทนอ่านมา
กระผมก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนร่วมทางบ้างขอรับ
อ่านด้วยความดีใจเลยครับไม่ได้ทนเลย ไอดีผม Enter จำนวนโพสส่วนใหญ่ ก็มีแต่ขอคำปรึกษาทั้งนั้น แล้วก็มีแต่คนช่วยเหลือตลอด ไม่เคยได้แชความรู้ เรืองจักรยานของตัวเองกับใครเลย แต่เพราะไม่รุ้อะไรเลย เลยไม่ได้แช เลย
บุโรทั่ง เขียน:เขียนมายาวแล้วยังลืมอีก

สรีระของผู้ขี่ก็สำคัญ
ขนาด EFT ที่ได้มา ก็ยังต้องไปลอง
เนื่องจากแต่ละคน ก้มไม่เหมือนกัน
บางคนก้มแล้วตัวงอ
บางคนก้มแล้วหลังตรง
บางคนก้มแล้วบอกว่าตูไม่เอาแล้ว หม่งหมอบ
เมื่อยจัง

ท่อนอนก็ปรับไปตามการก้ม

ดรอป และรีช ก็เลือกได้
บางคนหมอบเตี้ย
บางคนหมอบนิดเดียว
บางคนหมอบราบ โดยเฉพาะต่อหน้าแม่บ้าน หูจะลู่ด้วย... (กระผมเอง)

ก็เลือกได้
เอาแบบที่ชอบ ๆ ได้เลย

พูดถึงก็เรียกไปจัดสำรับมื้อเช้าพอดี
กระผมขอตัวไปหมอบราบกราบท่านก่อน เดี๋ยวจะเคืองขอรับ
น่ากลัวจังครั

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 10:27
โดย Enter
tossapon56 เขียน:ความรู้ยาวๆ :D คนตัวสูงก็หายากเหมือนกันนะครับ :lol:
มาเมกา น่าจะหาเลือกได้เยอะนะครับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 10:32
โดย ก้อย
ก็ตอบสั้นๆนะครับ

Re: ทำไมเฟรม top tube ต่ำกว่า 52cm มันหายากจังเลยครับ

โพสต์: 15 พ.ค. 2011, 11:30
โดย Enter
ก้อย เขียน:ก็ตอบสั้นๆนะครับ
เมือกี้ผม ใช้อานอานอันเดิม ที่มันเยื่องไปด้านหลัง แล้วเหมุ่นให้เยื่องไปด้านหน้า แล้วพยามเซ้ตเบาะให้ขนานพื้น (ได้แค่95% ใช้เลเวลวัด)
ลองปั่นบนเทรนเนอร์นิดเดียว(เพราะดึกแล้วไม่มีแรงปั่น พึงกลับจากทำงาน) ก็ยังไม่รู้ผลอะไร ต้องไปปั่นยาวๆดู

โชคดีที่ผมซื้อจักยานแล้วแถมจานมา2 อัน เพราะผมใช้หลักอานอันไดอันนึงไม่ได้ เพราะเบาะมันหงายหน้าขึ้นตลอด ต้อง เอาตัวอานอีกตัว กับ ตัวล๊อคเบาะอีกอัน มา mix กัน ถึงทำขนานพื้นได้
ส่งสัยคนของสั้นอย่างผมจะมีดวงขึ้นมาบ้างแล้ว (แขนกับลำตัวช่วงบนนะครับที่สั้น)