หน้า 1 จากทั้งหมด 2
เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 19:04
โดย GT ดำ
ในความเร็วที่เท่ากัน การใช้เกียร์เบารอบขาเร็ว กับเกียร์หนักแต่รอบขาช้ากว่า อย่างไหนจะอึดกว่า และไปได้ไกลกว่า และเมื่อถึงปลายทางสภาพร่างกายใครจะยังสดกว่าครับ
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 19:43
โดย nikom959
เรื่องแบบนี้เท่าที่เจอ มีทั้งตำราไทย ตำราฝรั่ง การค้นพบส่วนตัวแล้วสร้างกฏใหม่
ส่วนตัวผมจึงคิดว่าถนัดใครถนัดมันดีกว่าครับ เคยคุยกันถ้าไม่เปิดใจชวนทะเลาะกันเปล่าๆ
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 20:19
โดย Legend
ใช้รอบขาพอดีๆ ดีกว่าไหมครับ ไม่มากไป ไม่น้อยไป
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 20:39
โดย สุธิดา1
สงสัยเหมือนกันค่ะ, แต่ปั่นขึ้นเนิน ขึ้นสะพานเกียร์อะไรก็หนักหมดค่ะ.
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 21:02
โดย Legend
สุธิดา1 เขียน:สงสัยเหมือนกันค่ะ, แต่ปั่นขึ้นเนิน ขึ้นสะพานเกียร์อะไรก็หนักหมดค่ะ.
ถ้าใช้เกียร์เหมาะสม ไม่หนักหรอกครับ
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 21:09
โดย เสืออ้วน 129
เกียร์เบา เน้นรอบขา เหมาะสำหรับคนที่ปอดและหัวใจแข็งแรง
เกียร์หนัก เหมาะสำหรับคนที่กล้ามเนื้อขาเยอะ
โดยส่วนตัวผมคิดว่า เกียร์เบา เน้นรอบขาดีกว่า
อาจจะคงเปรียบได้กับการยกเวท
เกียร์เบา = ยกเวท 10กิโลกรัม 10 ครั้ง น.น.รวมอยู่ที่ 100 กิโล
เกียร์หนัก = ยกเวท 100กิโลกรัม 1 ครั้ง น.น.รวมอยู่ที่ 100 กิโล เช่นกัน
ตามความคิดผม การยกเวท 100 กิโลกรัม 1ครั้ง อาจจะทำให้คุณหมดแรงไปเลยก็ได้
แค่ถ้าคุณยกเวท 10กิโลกรัม 10 ครั้ง ค่าที่ได้ก็ออกมาเท่ากัน กล้ามเนื้อใช้พลังงานน้อยกว่า
จากที่ถามว่า อย่างไหนอึดกว่าไปได้ไกลกว่า ขอตอบว่า เกียร์เบา เน้นรอบขาครับ
ความอึด ก็เปรียบได้กับ จำนวนเซท ของการยกเวทข้างต้น
สภาพร่างกายใครจะสดกว่า อันนี้ต้องลองยกเวทตามตัวอย่างดูนะครับ

Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 21:15
โดย monkizka
ผมใช้สูตรหนักลด เบาเพิ่ม ครับ
ถ้าไม่มีแรงก็ลดเกียร์ลงมาให้เบาแรง เล่นรอบขา
ถ้ารู้สึกว่ามันเบาจนเกินไปเหมือนปั่นอยู่แต่รถไม่เคลื่อนเลย ก็จะเพิ่มเกียร์ขึ้นครับ
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 21:28
โดย น้องหนึ่ง
ประเด็นคือ "ในความเร็วที่เท่ากัน" ที่ว่านั่นเร็วเท่าไหร่ครับ
ถ้าขี่ช้าๆ แนวทัวร์ริ่ง ใช้เกียร์หนักรอบขาต่ำ จะขี่ได้ทั้งวัน
แต่ถ้าขี่เร็วแนวแข่งขันต ใช้เกียร์เบารอบขาหนัก จะเหนื่อยน้อยกว่า เมื่อยน้อยกว่าครับ
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 21:41
โดย จั๊ว
ที่ความเร็วเท่ากัน เกียร์เบารอบขา90-110รอบ/นาที จะใช้แรงน้อยกว่าเกียร์ที่หนักกว่าปรกติ ถ้าขี่ทางไกล-ทวนลม-ขึ้นเนินจะได้เปรียบกว่าเยอะ
แต่ต้องมีพื้นฐานซอยรอบขามาก่อน ถ้าไม่เคยทั้งหนักทั้งเบาก็ไปไม่รอด
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 21:59
โดย GT ดำ
"ในความเร็วที่เท่ากัน" ความหมายในที่นี้คือ โซนแอร์โรบิคครับ
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 17 เม.ย. 2011, 22:45
โดย เอ หมวกฟาง
GT ดำ เขียน:ในความเร็วที่เท่ากัน การใช้เกียร์เบารอบขาเร็ว กับเกียร์หนักแต่รอบขาช้ากว่า อย่างไหนจะอึดกว่า และไปได้ไกลกว่า และเมื่อถึงปลายทางสภาพร่างกายใครจะยังสดกว่าครับ
...ไม่ได้กวนนะครับ แต่ผมใช้ทั้งสองอย่าง สลับๆกัน
หนักก็เล่นรอบ เหนื่อยก็ย่ำไป จะเร็วจะช้า จะสดจะหมด
มาตามความฟิตและสิ่งแวดล้อมครับ

Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 18 เม.ย. 2011, 01:28
โดย vespa_08
Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 18 เม.ย. 2011, 07:27
โดย trk93

หนักเอา...เบาสุ้...

Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 18 เม.ย. 2011, 07:51
โดย ZIGGA FISHER
สำหรับชอบขี่ใช้เกียร์เบา ซอยรอบขาจะดีกว่า ร่างกายจะไม่ค่อยล้า คือเมื่อขี่ด้วยความเร็วที่เท่าๆกัน จะเซพแรงได้เยอะ (แต่ต้องฝึกรอบขามาก่อนฝึกขี่ซอยขาบ่อยๆ) ฝึกขี่ซอยขาจะได้ใช้จริงๆเมื่อขี่ทวนลมแรงๆ และการขี่ระยะทางที่ไกล จะช่วยเซพแรงเราได้เยอะ กว่าพวกขี่เกียร์หนักๆ ถ้าไม่ฝึกขี่ซอยขาและฝืนใช้เกียร์หนักและไม่เหมาะกับสภาพทางที่ปั่น ร่างกายจะล้าไวกว่า ถ้าไม่แข้งแรงพออาจจะขี่ไม่ไหวหรือเป็นตะคริวไปเลยก็มี ฝึกขี่รอบขาถี่ตอนแรกๆจะเหนื่อยหน่อย ข้อดีของการฝึกขี่รอบขา ถ้าฝึกบ่อยๆร่างกายจะเริ่มปรับค่อยๆชินกับความเหนื่อยและการหายใจจะดีขึ้น แต่ก็อย่าลืมฝึกใช้เกียร์หนักเพื่อเพิ่มเติ่ม ความแข็งแรงของกำลังขาด้วยจะยิ่งดีเข้าไปอีก...

Re: เกียร์หนักกับเกียร์เบา
โพสต์: 18 เม.ย. 2011, 08:54
โดย nir009
monkizka เขียน:ผมใช้สูตรหนักลด เบาเพิ่ม ครับ
ถ้าไม่มีแรงก็ลดเกียร์ลงมาให้เบาแรง เล่นรอบขา
ถ้ารู้สึกว่ามันเบาจนเกินไปเหมือนปั่นอยู่แต่รถไม่เคลื่อนเลย ก็จะเพิ่มเกียร์ขึ้นครับ
ผมก็ใช้สูตรนี้ครับ