ผู้ดูแล: อ้วน สุ1000, tuke
กฏการใช้บอร์ด
เสือเมืองสุพรรณ
ที่อยู่ - 249/14 หมู่ 5 ต.ท่าระหัด อ. เมือง จ.สุพรรณบุรี 72000
โทรศัพท์ - 081-2089199
ผู้ดูแลบอร์ท - tuke และ อ้วน สุ1000
-
สกินเฮด สุ1000
- ขาประจำ

- โพสต์: 102
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 07:21
โพสต์
โดย สกินเฮด สุ1000 »
*การปั่นเป็นกลุ่มจำนวนมากๆ..ต้องระวังเรื่องอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น
มีรูปวิธีการปั่นที่สามารถป้องกันได้ระดับหนึ่ง
ลองชม..

-
ไฟล์แนบ
-

- 250007-1.gif (27.44 KiB) เข้าดูแล้ว 1171 ครั้ง
พัฒน์-เสือเหน่อ
-
vara-indy
- ขาประจำ

- โพสต์: 401
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 พ.ย. 2008, 19:14
- Bike: เดินเท้า ร่ายมนต์ ย่นระยะทาง
โพสต์
โดย vara-indy »

เปิด หูเปิดตาสุดๆ ขอบคุณครับ

-
POM คอฟฟี่
- ขาประจำ

- โพสต์: 1713
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ก.ย. 2008, 22:39
- Tel: 081-8512478
- Bike: คันเดิมๆ
- ตำแหน่ง: สุ1000
โพสต์
โดย POM คอฟฟี่ »
เข้าไปดูที่กระทู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยซิครับ ของดีๆทั้งนั้น อิอิอิ
อ่านดูให้หมดให้ครบ ถ้าทำได้
เก่ง ฮ่าๆ
กินอิ่ม นอนหลับ มีกำลัง สู้ สู้
-
สกินเฮด สุ1000
- ขาประจำ

- โพสต์: 102
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 07:21
โพสต์
โดย สกินเฮด สุ1000 »
นักปั่นหน้าเก่า หน้าใหม่ หน้าไม่คุ้น หน้าน่าเบื่อ หน้าเดิม หน้าใส หน้าสด หน้าน่าเกาะ หน้าน่าหลุด สารพัดหน้า คงได้ไปประลองและวัดใจกันมาแล้วบนเส้นทางยาวไกล กรุงเทพ-หัวหิน ฝ่าลมแรงบนเส้นทางนาเกลือ จากเริ่มสตาร์ทจนถึงปลายทาง นักปั่นหลายๆคนคงได้สัมผัสกับการขี่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ หรือที่เรียกกันในศัพท์จักรยานว่า "เปโลตอง" มาแล้วว่าเป็นอย่างไร คงมีคนตั้งคำถามในใจว่า "จะอยู่ตรงใหนดี??" จะไปซุกอยู่ตรงใหน จะไปซ่อนอยู่ตรงใหนจึงจะไม่โดนลม ตรงใหนปลอดภัย ตรงใหนอันตราย ตรงใหนเป็นจุดอับ ตรงใหนเป็นจุดเหมาะสำหรับการเล่นเกมส์ ................. ก่อนอื่นคงต้องพูดถึงพื้นฐานการขี่เป็นกลุ่มแบบง่ายที่สุดกันก่อนล่ะครับ
บนถนน การทำงานเป็นทีมคือหัวใจหลักที่จะทำให้ทุกคนสำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมายปลายทางที่ต้องการได้ คนหนีก็จะหนีได้ถ้าทำงานเป็นทีม คนไล่ก็ไล่ได้ถ้าช่วยกัน คนร่อแร่(แบบผม)ก็ไปรอดได้ถ้าทำงานกันเป็นทีม พื้นฐานแรกสุดของการขี่เป็นทีมเริ่มจากคนน้อยๆเพียง 3-4 คนก็ทำได้แล้ว มี 2 รูปแบบง่ายๆที่คงคุ้นตากันดีดังนี้ครับ
1) single line
เป็นการตั้งแถวเดี่ยวๆแถวเดียวฝ่าลมไปด้านหน้า คนนำหน้าจะเป็นคนรับงานหนักที่สุด คนรองลงมาและคนด้านหลังแทบจะไม่มีผลกระทบใดๆเลย กระบวนแถวแบบนี้อาจทำงานกันแบบ "หัวลาก" หรือคนเดียววันแมนโชว์แข็งแรงลากเพื่อนๆไปตลอดทางยาวๆก็ได้ หรือ จะเวียนเทียนเปลี่ยนกันขึ้นมานำหน้าตามลำดับ คนละนิดละหน่อย พึงจำใว้แค่ ยิ่งไปเร็วเท่าใหร่ เวลาในการเวียนจะน้อยลง คนนึงทำงานสั้นลง มารยาทที่สำคัญมากๆอีกประการก็คือ ห้ามกระชากเมื่อถึงตาเราขึ้นนำขบวน... เพราะอะไร?? นั่นก็เพราะ ลองนึกถึงใจคนที่กำลังจะลงไปพักสิครับ เหนื่อยมาแทบตาย ยังไม่ทันหาย น้าเล่นกระชากเปรี้ยง ผลก็คือ ตามไม่ได้ หลุด หรือไม่ก็หมดแรงไปโดยเร็ว ผลเสียตกอยู่กับกลุ่มที่กำลังเดินทางไปด้วยกัน .....ยกเว้นเสียว่า จะหนี จะกระชาก จะเอาให้มันน่วมซะ อันนั้นเป็นเกมส์กีฬา เป็นอีกเรื่องครับ
ข้อพึงระวัง
๐รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยรู้ใจกัน ถ้าไม่คุ้นเคย ห่างใว้หน่อยจะดีกว่า
๐ความเร็วคงที่ ถ้าจะเพิ่ม ก็เพิ่มด้วยอัตราคงที่ อย่ากระชากกระชั้น เพราะคงทราบกันดีว่าพลังงานเสียไปเยอะที่สุดตอนเราเร่งความเร็ว
๐คนที่นำอย่าลืมบอกภูมิประเทศเบื้องหน้าและส่งต่อๆกันไปด้วยครับ เพราะบางทีคนหลังอาจมองไม่เห็นทางด่านหน้าเลย
๐คนหลังเองก็อย่ามัวแต่จ้องก้นคนหน้าปานจะกินถั่วดำ มองเลยไปด้านหน้าซักสองสามคน เผื่อมีอะไรจะได้หลบทัน
๐พยายามทำทุกอย่งาให้เป็นระบบ ขึ้นด้านเดียวกัน ลงด้านเดียวกัน เพราะตอนปั่นเหนื่อยๆ เราคิดช้าลงครับ ถ้าคนหน้าออกด้านซ้าย เราก็ออกด้านซ้ายเวลาเปลี่ยน ทำแบบนี้จะดำเนินการจัดขบวนได้ราบลื่นต่อเนื่อง
2) Circular line
แบบนี้อาจไม่คุ้นตาและทำได้ยากกว่า แต่ถ้าเรียนรู้กันเสียหนึ่งครั้ง เจอกันก็เล่นกันได้เลยครับ ระบบนี้ ทุกคนในแถวจะทำงานหนักใกล้เคียงกันกว่าแบบแรก เหมาะสำหรับสถานการณ์ไม่เอาเปรียบกัน คนหน้าสุดจะทำงานสองครั้ง คนตามหลังต้องมีสมาธิพร้อมเวียนเปลี่ยนตำแหน่งเสมอๆ แม้ว่าจะดูแล้วยุ่งยาก แต่ด้วยแรงดึงของอากาศพลศาสตร์ คนหลังๆจะประหยัดแรงมากๆครับ พักฟื้นตัวได้ดีมาก สังเกตุว่าพวกที่หนีกลุ่มออกมาชอบใช้วิธีนี้เพราะทำความเร็วได้มาก และถูกเอาเปรียบได้ยากกว่าแบบแรก ขบวนแบบนี้จะพังทันทีเมื่อมีหนึ่งคนหลุดจากหน้าที่ของตนเองไม่เหมือนแบบแรกที่สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายกว่า ดังนั้นในการเล่นรูปแบบนี้ ต้องรู้จักการรับผิดชอบด้วยระดับความหนักที่เหมาะสมทั้งกลุ่มครับ
ข้อพึงระวัง
๐ต้องส่งเสียงบอกกันเสมอเวลาคนหน้าจะลง คนหน้าจะไม่สามารถเห็นได้ว่าล้อพ้นจากระยะเกยกันแล้วหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคนหลัง(คนที่นำก่อนหน้านั้น)ต้องบอกคนนำอยู่ครับ ส่งเสียงว่า"เคลียร์" หรือ "โล่ง" หรืออะไรก็ได้ที่รู้กันว่าล้อหน้าผมพ้นจากล้อหลังคุณแล้วนะ คนหน้าก็ต้องเปลี่ยนแนวออกมาเพื่อรักษาการวนเอาใว้ ถ้ายังคงพลังฮึดฮีโร่กะลากยาว สุดท้ายขบวนนี้จะพังครับ
๐คนหลังสุดก็เช่นกัน เมื่อเราพ้นแนวล้อหลังคนข้างๆไปแล้ว ก็ตองย้ายไปต่ออีกแถวทันที เพื่อให้การหมุนเวียนวนกลับมาได้ต่อเนื่อง ถ้าไม่ทำแบบนี้ ระบบหมุนจะพังลงทันทีเช่นกัน
๐ฝึกจนชำนาญ ทีมที่รู้ใจจะทำงานได้อย่างราบลื่นรวดเร็วทำความเร็วได้มาก และ เมื่อชำนาญแล้วแม้จะเจอกับทีมอื่นที่เล่นแบบนี้เป็นก็สามารถหยิบมาใช้ได้เช่นกัน
ข้อดีมากๆของการทำ pacing line แบบนี้ที่แบบแรกทำไม่ได้ก็คือ .... เราสามารถหลบลมด้านข้างได้ด้วยครับ แถวที่ทำหน้าที่ลากอยู่ด้านที่ลมพัดมาบังลมให้แถวข้างๆ คนที่พักจะหลบลมได้เยอะและฟื้นตัวได้เร็วครับ
เมื่อสำเร็จพื้นฐานลมด้านหน้าไปแล้ว ก็คงได้เวลามามองดูการตั้งแถวหลบลมด้านข้างกันบ้าง ในตัวอย่างนั้นลมมาทางด้านซ้ายนะครับ
1)แบบ single line
คงไม่ยากที่จะเรียนรู้ว่าตำแหน่งใดหลบลมได้ เพราะเป็นสิ่งที่นักปั่นคงเรียนรู้ได้จากประสบการณ์กันอยู่แล้ว แต่ ความยากมันอยู่ที่การรักษาแนวนั้นเอาใว้ เพราะลมยิ่งมาด้านข้างมากเท่าใหร่ ลำพังแรงดูดจากคนหน้าเรานั้นย่อมไม่พอเสียแล้ว ต้องซ้อนอยู่ข้างๆ แต่ยิ่งซ้อนเหลื่อมมากเท่าใหร่ อันตรายก็ยิ่งตามมา คงไม่ต้องบอกนะครับว่าขณะที่ล้อหน้าเราซ้อนเกยกับล้อหลังเพื่อน แ้วเพื่อนตัวดีดันเปลี่ยนแนวฟับเข้าให้มาเกี่ยวกันกับเรา ใครจะเป็นคนกลิ้ง........... สิ่งสำคัญที่สุดของการหลับลมแบบนี้คงอยู่ที่ทั้งคนตามและคนนำเลยครับ
คนนำต้องไม่เปลี่ยนแนวการขี่แบบสุ่มห้าสุ่มหก ต้องไปแบบตรงนิ่ง ถ้าจะย้ายแนวหลบหลุมต้องยิ่งส่งเสียงบอกกันให้ชัดเจนกว่าเดิม คนตามก็เช่นกัน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าไปเกยล้อกันครับ อันตรายมากๆ อย่าลืมว่ากลุ่มยิ่งใหญ่ อุบัติเหตุยิ่งหนัก ดีไม่ดี โดนจานหน้าเจาะหัวเอาได้ง่ายๆนะครับ
2) แบบ circular line
แบบนี้ในสถานการณ์นี้เรียกว่าสุดยอดเคล็ดวิชาเลยครับ ลองดูใน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ เวลาที่ทำใหนขึ้นมาทำหน้าที่ลากฝูงคุมเกมส์แล้วลมแรงมาด้านข้าง เค้าจะหยิบเอาแถวแบบนี้มาใช้กันบ่อยๆ ทว่ามันยิ่งอันตรายหนักกว่าเดิมเสียอีกหากไม่รู้ใจกัน ดังนั้น ถ้าอยากเล่นแบบนี้ ต้องซ้อมกันเยอะๆจนเข้าทางกันครับ จากหนึ่งทีมเล่นเป็น ไม่นานเมื่อทุกทีมเล่นเป็นจนคล่อง ก็สามารถใช้กันได้ทุกคน
ทว่า น้อยครั้งนักที่จะเห็นว่าเปโลตองในตูร์ฯ ถูกนำขบวนด้วยสปรินท์เตอร์หลายๆทีมร่วมมือกันทำงานระบบนี้ มันคงยากที่จะเวียนกันได้ลื่นหากไม่รู้คิวกันล่ะมั้งครับ
เอาล่ะ มาดูสาภในเปโลตองกันบ้างนะครับว่าตรงใหนมันเป็นอย่างไร ในภาพตัวอย่างแรกเป็นลมด้านหน้า มีทีมใจดีขึ้นไปลากทั้งกลุ่มอยู่หนึ่งทีม คนจะเวียนเปลี่ยนกันเฉพาะเจ้าคนแรกๆเท่านั้น ที่เหลือเป็นชาวเกาะชาวดูดทั้งสิ้นครับ
แน่นอนว่าคนหน้าสุดจะเหนื่อยที่สุด ลากจนตัวแดงแจ๋ คนต่อๆมาก็ทำงานเบาลงมาหน่อยแต่ยังคงต้องออกแรงจนหน้าเหลือง ให้ลองสังเกตุพวกตัวฟ้าครับ พวกนี้นอกจากแทบจะไม่โดนลมเลยแล้วยังได้รับผลจากแรงดูดจากคนหน้าไปด้วย นี่คือตำแหน่งที่สบายไม่ต้องออกแรง สังเกตุดูพวกตัวกัปตันของโปรฯในตูร์ฯ จะอยู่แถวๆนี้แหละครับเห็นหน้ากันแว้บๆแพลมๆอยู่แถวสองแถวสาม แล้วตำแหน่งสีดำล่ะ?? มันคือจุดบอดในเปโลตอง เป็นที่หมกหลบพักฟื้นที่ดีก็จริง แต่คุณจะไม่สามารถกระดิกไปใหนได้เลยหากคนรอบข้างคุณไม่เปิดทางให้ ถ้าเอากัปตันไปวางใว้ตรงนี้โดยไม่มีทีมเมทอยู่ด้วยล่ะก็ โดนปิดทางออกมาก็เสร็จครับ อีกอย่างที่น่ากลัวมากๆก็คือในกรณีที่เราอยู่ในมุมอับกลางเปโลตองที่เร็วมากๆ แล้วเกิดล้มข้างๆน้า ....... ไม่มีทางออกครับ มีแค่เจ็บน้อยกับเจ็บมาก ออกซ้ายก็ไม่ได้ ขวามก็ไม่รอด พั่งเปรี้ยงเข้าไปแถมโดนคนหลังตามมาทับอีก ดังนั้นตำแหน่งนี้พวกกัปตันทีมก็จะไม่อยุ่โดยเฉพาะ 15-20 กม. หน้าเส้นที่เปโลตองจะเร่งเร็วมากๆเช่นกัน หลายครั้งที่เกิดล้มทั้งแผงแล้วรอดออกมาไม่ได้ พวกแถวหน้าๆเข้าเส้นชัยไปกินเรียบร้อยครับ ยิ่งสปรินท์เตอร์กะตีหัวหน้าเส้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง ออกมาไม่ได้ ก็ยิงไม่ได้ ดังนั้นตำแหน่งที่เหมาะสำหรับคนอยากยิงก็คือ ริมซ้ายหรือขวามสุดของเปโลตองครับ
ต่อมาเรามาดูแบบลมตีด้านข้างกันบ้าง ภาพนี้ไม่เห้นกันบ่อยนัก ที่ทริปหัวหินก็แทบไม่เห็นเลย(ลำพังตามไปให้ได้ก็จะแย่แล้ว ให้มาจัดเวียนหาที่อยู่ก็คงไม่รอด) ต้องอาศัยประสบการณ์ บรรดาขาแรงเก๋าเกมส์ทั้งหลายเค้าสามารถโลดโผนได้เพราะเค้ามองเปโลตองกันออกนี่แหละครับ
สถานการณ์คล้ายๆกันครับ มีทีมนึงทำงานอยู่ด้านหน้า ที่เหลือเป้นชาวเกาะตามมา สังเกตุว่าแถวมันจะเบ้ไปข้างหนึ่งอย่งชัดเจนเพราะทุกคนหนีไปหลบลมกันด้านนั้นหมด คำถามคงอยู่ที่ทำไมไม่ตั้งเป็นก้อนหนาๆบังลมที่มาจากด้านซ้ายไปเลยล่ะ?? คำตอบง่ายๆก็คือ ใคร หรือ ทีมใหน มันจะฉลาดน้อยมาฆ่าตัวตายแบบนั้นล่ะครับ?? ทำแบบนั้นก็หมดแรงให้คนอื่นสบายไปเปล่าๆสิ ในสถานการณ์นี้ พวกสีฟ้าอาจเป็นตัวสำคัญๆของทีมที่ทำงานหนักอยู่ ป้องกันกัปตันตัวเองในตำแหน่งที่เหมาะสม หลบลมได้ ไม่เป็นจุดบอด บรรดาทีมอื่นๆก็อาจส่งพวกตัวเหลืองมาขยายแนวอับลมออกมาให้ตัววางของตนได้สบายกันบ้าง นี่คือรูปเกมส์ที่ต้องวางมาสู้กันให้ได้ครับ
ในการขี่ของเราๆชาวสมัครเล่น ก็คงไม่มีอะไรมากนอกจากระวังและระวัง คงไม่มีใครเถียงว่าถึงช้าแต่ไม่ล้ม ดีกว่าถึงเร็วแต่อาจไม่ถึงเพราะกลิ้งเสียก่อน เจ็บรักษาหายมายังไม่เท่าใหร่ต้องเจ็บใจอีกรอบที่ต้องเปลี่ยนรถที่พัง .....
ขอฝากความคิดส่วนตัวบ้าง ส่วนรวมบ้างใว้ ณ ที่นี้เลยนะครับ
๐มือใหม่ อย่าเข้าไปอยู่แถวหน้าๆ บ่อยครั้งที่ความเร็วเปโลตองลดลง ชลอขบวนลง มือใหม่อย่าเพิ่งหาโอกาสเข้าไปเกยเสยอยู่หน้ากลุ่ม เพราะเมื่อใหร่ก็ตามที่มีคนเล่นขึ้นมาอีก พวกแถวหน้า(ขาแรง) จะยกเล่นกันไปหมด เมื่อนั้นจะวุ่นวายร้อนแรงมาก มือใหม่ที่ยังไม่แข็งแรงนักอาจเป๋ซ้ายเป๋ขวาไปเกี่ยวชาวบ้านกลิ้งได้ครับ อย่าว่าแต่มือใหม่เลย นักแข่งเองก็กลิ้งกันเยอะแยะหน้าเส้นชัยเพราะความโกลาหลนี่แหละครับ
๐รักษาแนวของตนเอาใว้ มองหน้าหลังซ้ายชวาให้ดีก่อนเปลี่ยนเส้นทาง อย่าเป็นเครื่องร่อน ซ้าย ขวา โดยไม่จำเป็น มองเปโลตองให้นิ่งแล้วจึงขยับครับ ผมเห็นกับตาเลยว่ามีน้าคนนึงแกคงอยากหาตำแหน่งเหมาะ แกโฉบไปทางซ้ายแป้บ แล้วก็โฉบกลับมาขวา แล้วก็ไปซุกตรงกลาง แล้วก็ออกขวาอีก แล้วกลับไปซุกใหม่ บอกตรงๆว่าผมเห็นแบบนั้น ผมรีบอยู่ห่างๆแกเลย ...... เดี๋ยวโดนกวาด
๐ข้อนี้คงทำยาก ....ไปด้วยความเร็วที่คงที่ให้ได้มากที่สุด อันที่จริงถ้าไม่นับการยิงกระชากแล้ว ตำแหน่งที่ความเร็วคงที่ของเปโลตองคือช่วง 5-6 แถวแรกเท่านั้นครับ ข้อนี้ผู้บรรยายของตูร์ฯยนยันมาเอง เนื่องจากจะไม่มีการชลอหรือเร่งขากการยืดหดของเปโลตองมากระทบมากนัก ทำให้รักษาความเร็วและแรงได้ต่อเนื่องกว่า ในทางกลับกันพวกท้ายๆกลุ่มจะอยู่ในสภาพเร่งบ้างช้าบ้าง ทำให้เปลืองแรงมากกว่า แต่อ่างไรก็ดี เป็นมารยาทของทุกคนควรหารอบชาและเกียร์ที่เหมาะที่เราสามารถเติมไปเรื่อยๆได้ ปล่อยฟรีเพื่อชลอบ้าง และ แตะเบรคเบาๆมากๆเมื่อจำเป็น
๐ข้อสุดท้าย อาจฟังดูทำร้ายใจคนบ้าง แต่เป็นคำพูดจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมฝากใว้แล้วกันครับ ......... เสือภูเขาทางเรียบ ถ้าไม่จำเป็น อย่ามาอยู่กลางกลุ่มเสือหมอบเลยครับ แฮนด์มันกว้างกว่า ปลายแฮนด์มันเกี่ยวกันได้ง่าย รอกลุ่มแตกแล้วค่อยอยู่ดีกว่าครับ เพราะในกลุ่มหนาแน่นมากๆ มันอันตรายหากปลายแฮนด์มันเกี่ยวเข้ากับแฮนด์เสือหมอบ มันไม่แค่เสียหลักครับ มันกลิ้งกันได้เลย
สุดท้ายนี้ หวังว่าคงเป็นประโยชน์กันบ้างไม่มากก็น้อย อย่างน้อย คนที่สงสัยว่าไอ้สภาพก้อนๆหนาแน่นนั้นเป็นอย่างไรก็คงถึงบางอ้อกันล่ะครับ เมื่อรู้จักเปโลตองมากขึ้น รู้จักการวางแผนมากขึ้น ไม่เพียงกลุ่มหน้าจะสนกขึ้น กลุ่มหลังก็จะสนุกขึ้นไปด้วยแน่นอนครับ
_________________
"ปราชญ์ใดเป็นดั่งสายน้ำ ย่อมเป็นปราชญ์เหนือปราชญ์".... หานเฟย :
น้ำนั้นเป็นได้ทุกรูปร่างแม้จะมีแรงถาโถมโค้นภูผา สะท้อนภาพสรรพสิ่งทั่วหล้าแต่กลับใสไม่มีซ่อนเร้นตนเอง
พัฒน์-เสือเหน่อ
-
สกินเฮด สุ1000
- ขาประจำ

- โพสต์: 102
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 07:21
โพสต์
โดย สกินเฮด สุ1000 »

รูปแบบการปั่นเป็นกลุ่มใหญ่ 1
2
3
4
5

พัฒน์-เสือเหน่อ
-
สกินเฮด สุ1000
- ขาประจำ

- โพสต์: 102
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2008, 07:21
โพสต์
โดย สกินเฮด สุ1000 »
* ขออนุญาติและขอบคุณ
บทความและภาพจากคุณ..Giro
พัฒน์-เสือเหน่อ
-
gate
- ขาประจำ

- โพสต์: 209
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 10:00
-
ติดต่อ:
โพสต์
โดย gate »
หาย............หน้าไปเลยนะ....ไม่ยอมไปพบกันเลย....ทุกๆๆๆๆๆๆๆ....อย่างเขาให้อภัยกันหมดแล้ว.....อย่าปั่นแต่ในCOM......