คราวนี้เป้าหมายที่ล๊อคออนไว้ก็ยังเป็นแหล่งเที่ยวใกล้บ้านเช่นกัน...ตลาดร้อยปีคลองสวน จังหวัดฉะเชิงเทรา
ทริปนี้เกิดในวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2554 วันฟ้าหม่น
บ้านหมาป่าอยู่แถวสวนหลวง ร.9 ซอยสุขุมวิท 103
เก้าโมงครึ่ง ออกสายกว่าที่ควรจะเป็นหากว่าเป็นวันที่แดดจัด แต่อย่างที่เรียนไว้ว่าวันนี้วันฟ้าหม่นแดดไม่น่าจะมีผล
เริ่มด้วยข้าวหน้าเป็ดในซอยเฉลิมพระเกียรติฯ 28 เพื่อเรียกแรงครับ
กินอิ่ม ตบท้ายด้วยน้ำมะตูม ฝนตกลงมานิดหน่อย หมาป่านั่งรอสักสิบห้านาทีให้ฝนหยุด
จากนั้นก็เริ่มขี่ออกจากซอย 28 เลี้ยวขวาขึ้นไปทางถนนเฉลิมพระเกียรติฯมุ่งไปแยกประเวศ
ขี่ไปสักสองสามกิโลฯก็นึกได้ถึงทริปก่อนว่ากระเป๋าหน้าท้องนั้นอาจจะสร้างปัญหาได้ระหว่างขี่ทางไกล...เจ็บน้องชาย เลยหยุดรถจัดตำแหน่งกระเป๋าบิดมันไปข้างหลังเสีย งานนี้สบายครับกลับถึงบ้านน้องชายสบายดี
จากแยกประเวศ หมาป่าขี่ขึ้นไปทางลาดกระบัง หัวตะเข้
หมาป่าเป็นเด็กอ่อนนุชครับ อยู่มาตั้งแต่สามขวบ เรียนจบทำงานก็อยู่ที่นี่ จนแต่งงานถึงได้ย้ายออกไปแต่ก็อยู่แค่อุดมสุขใกล้ๆบ้านพ่อแม่ที่อ่อนนุช
สมัยเด็กซอยอ่อนนุชมีถนนลาดยางมะตอยสายแคบๆ วิ่งไปหนึ่งเลน สวนกลับมาหนึ่งเลน
หมาป่าหัดขับรถยนต์ในซอยอ่อนนุชช่วงจากประเวศไปลาดกระบัง ถนนสายสงบ เขตลาดกระบังจะปลูกดอกดาวกระจายเอาไว้ข้างทาง
แต่สามสิบกว่าปีผ่านไป ทุกอย่างเปลี่ยนหมด มีสนามบินมาเปิดใกล้ๆ มีนิคมอุตสาหกรรมฯ มีถนนสายกว้างใหญ่ สะพานรถข้ามไขว้กันไปมาเหมือนก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่
บ้านหมาป่าอยู่ใกล้หมู่บ้านเสรีอ่อนนุช
สุดทางไกลที่สุดที่หมาป่าเคยไปคือหัวตะเข้ จุดที่รถเมล์ขาวประจำซอยสาย 1013 วิ่งจากปากซอยอ่อนนุชไปสุดสายที่นั่น
ตรงนั้นมีสะพานข้ามคลองตรงหัวตะเข้ สะพานที่หมาป่าไม่เคยผ่านข้ามเลย แต่พ่อบอกว่าเลยสะพานไปจะมีถนนวิ่งต่อไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา....ซอยอ่อนนุชมันช่างยาวเหลือเกินในความคิดของเด็กประถม
หมาป่ามาถึงสะพานแห่งนี้ก็ต้องถ่ายภาพเป็นที่ระลึกไว้หน่อยครับ
จากเมื่อข้ามสะพานแล้วหมาป่าก็ขี่ยาวไปเรื่อย ตามองมิเตอร์วัดไมล์แคทอายเพื่อจะหยุดพักที่จุดยี่สิบกิโลเมตร
แปลกครับ พอถึงยี่สิบกม.จากบ้านหมาป่า ก็มาถึงสถานีบริการน้ำมันซัสโก้พอดีเป๊ะ
ที่นั่นมีร้านกาแฟสดยี่ห้อ คอฟฟี่เรด
ถึงหมาป่าจะคิดว่าร้านนี้ชื่อแปลกๆแต่ก็ดีใจครับ หยุดพักกินอเมริกาโน่ร้อนสักถ้วย
กินกาแฟเสร็จ ดื่มน้ำล้างปาก ก็ออกเดินทางต่อ
สภาพการจราจรโล่งโปร่งหมาป่าใช้จาน 3 เฟือง 6 เป็นหลักในการเดินทาง
ระหว่างทางมีสะพานข้ามคลองเป็นระยะๆก็มักคงใช้ 3-6 ไปเรื่อยๆ ยกเว้นสะพานไหนที่เล็กๆซึ่งจะมีองศาชันกว่าสะพานที่ใหญ่กว่าจึงจะเลือกสับจานหน้าเป็นจาน 2 พยายามใช้แรงปั่นคงที่ตามเทคนิคของพี่เมธาแห่งร้านเอ็มเจไบค์นครปฐม ไม่รักษารอบขา แต่รักษารอบการเต้นหัวใจมากกว่าครับ
ระยะทางไม่ไกลเหมือนที่คิดไว้ตอนแรก
หลุดจากเขตกรุงเทพก็เข้าเขตจังหวัดสมุทรปราการ อีกไม่นานก็เข้าเขตฉะเชิงเทรา
ช่วงเข้าเขตสมุทรปราการถนนเริ่มบีบเล็กและเป็นเลนสวน ไหล่ทางแคบ พยายามขี่ตรงไหล่ทางนอกเส้นขาว
แต่บางทีก็มีเศษดินเศษกรวดอยู่ข้างทางเยอะกลัวเจอเศษแก้วก็มีแอบวิ่งเข้ามาในทางบ้าง
หน้านี้นาข้าวถูกเก็บเกี่ยวเกือบหมดแล้ว เลยไม่ค่อยเห็นสีเขียวสักเท่าไหร่ เห็นแต่ทุ่งนาที่กำลังถูกเตรียมดินลงข้าวฤดูใหม่
จนมาถึงนาแห่งนี้เห็นมีสีเขียว ก็เลยต้องแวะถ่ายรูปกันหน่อย สีเข้ากับ Kona Sutra สี Jolly Green ของหมาป่าดีจริงเชียว
เข้าถึงบริเวณตลาด ผู้คนนักท่องเที่ยวอุ่นหนาฝาคั่ง
พ่อค้าขายปลาสลิดและปลาดุก(ที่อ้างว่า)ท้องนาร้องตะโกนเชิญชวนซื้อสินค้า
หมาป่ายังไม่เข้าตลาดแต่ขี่ไปแถวที่จอดรถข้างโรงสีเก่า
ที่เดาว่าเป็นโรงสีเก่าเพราะว่ามีปล่องไฟ และมีเครื่องจักรเก่าๆทิ้งร้างไว้
เชื่อว่าสมัยก่อนน่าจะมีหลังคาคลุมเครื่องจักร แต่คงถูกรื้อโครงไม้ไปหมดแล้วครับ
โรงสีตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือติดคลอง เพราะสมัยก่อนต้องมีการนำข้าวมาขายหรือขนส่งกันทางเรือ
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศตลาดร้อยปี
ต่อไปนี้จะสับโหมดเข้าหาอดีตโดยการถ่ายเป็นรูปขาวดำแล้วกันนะครับ
ร่ายยาวไปเรื่อยจนกว่าเราจะออกจากตลาดและขี่กลับบ้านกัน
อันนี้เครื่องอะไรใครรู้บ้างครับ
ดูโรงสีแล้วก็เดินเข้าตลาดกันนะครับ
ว๊า หมาป่าไปไม่ทันงานประจำปีศาลเจ้า
รางวัลจากสมเด็จพระเทพฯครับ
ครอบครัวเทวดายืนพินิจเต่าที่ขายให้คนปล่อยทำบุญ
สะพานข้ามคลอง
ร้านนี้ขายแต่ของมหัศจรรย์
ร้านทองในตลาดหมาป่าเห็นร้านนี้ร้านเดียว
ใครพอจะทราบว่าไม้ที่ทำจากหวายนี่เขาใช้ทำอะไรน่ะครับ ...ตีพรม?
สถานที่จัดแสดงประวัติของตลาด
เริ่มหิวนิดๆครับ
ร้านอยู่หัวมุมตรงสี่แยกคลองนี่ได้เปรียบเรื่องวิวครับ กว้างกว่าร้านอื่น
ไม่รู้ใครทันยุคอาจารย์ไพบูลย์ ศุภวารีบ้างครับ ท่านชอบจัดรายการเพลงออกอากาศในระบบสเตอริโอโดยมีสปอนเซอร์หลักเป็น ธานินทร์
ห้องน้ำท้ายตลาด
ตั้งแต่เดินเข้าตลาดจะได้ยินเสียงเพลงยุคบุษยา รังษี ให้เข้ากับสถาปัตยกรรม
แต่ร้านซีดีที่ท้ายตลาดเปิดแดน โฟเกลเบิร์ก Sutther's Mill เพราะไปอีกแบบครับ
ไหงฝรั่งคนนี้มานั่งปิ้งไส้กรอกขายก็มิรู้
หมาป่าหิวแล้วครับ เลยกินกะเตี๋ยวหมูเจ๊ดานี่แหละ
รสออกหวานๆเหมือนกะเตี๊ยวที่กินตอนเด็กครับ
แกเชิญชวนตลอดเวลาว่า ร้านนี้ถั่วคั่วเอง พริกก็ป่นเองคร่า
ภาพนี้ถ่ายกะเตี๋ยวชามที่สองเพราะชามแรกลืมถ่ายครับ
ขอเป็นภาพสี (ภาพขาวดำคงดูไม่ค่อยอร่อย)
ถ้าดูในรายละเอียด แต่ละแผ่นไม่เหมือนกัน เด็กๆคงอยากได้มากกว่าหนึ่งแผ่น
รถสุขาเคลื่อนที่คอยให้บริการหน้าตลาดครับ
หมาป่าได้ความเพลิดเพลินตามสมควรครับ
เดินเที่ยว กินกะเตี๋ยว แล้วก็ขี่กลับ
วันนี้มีลมทั้งขาไปขามา แสงแดดแทบไม่มี สบายดีครับ
จุดนี้แวะพักถ่ายตรงหน้าวัดเปร็ง เขตสมุทรปราการ
ถ่ายคลองสักหน่อย คลองพระยาเพ็ชร
ถนน...ถนนนี้กลับบ้าน...หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา
และแล้วก็มาถึงบ้านในที่สุดครับ

ทริปนี้ได้ 74 กม. ไม่เหนื่อยมาก คงเพราะไม่มีแดด ไม่เหมือนทริปแรกที่ไปป้อมพระจุลฯ วันนี้กลับจากทริปหมาป่ายังมีแรงถูบ้านได้อีกแน่ะ (เมียใช้)

ภาพปิดท้าย
แวะเข้าห้องน้ำที่สถานีตำรวจลาดกระบัง นึกได้ว่าควรถ่ายภาพตัวเองในทริปนี้ด้วย
ทริปหน้ายังนึกไม่ออกว่าจะไปไหน แต่จะสู้ต่อไปครับ แล้วจะมารายงานทริปต่อไปครับ

