หน้า 1 จากทั้งหมด 3

ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 09:12
โดย nextstep
ถ้าพูดกันเฉพาะวัสดุที่ใช้ทำเฟรม
ต่อไปอลูมิเนียมจะใช้ผลิตจักรยานน้อยลงและถูกแย่งส่วนแบ่งโดยคารบอนหรือยังครับ

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 09:23
โดย ชิน
มันน้อยลงจริงๆล่ะครับ แต่เห็นแต่ละยี่ห้อดังๆส่วนมาก อลู ก็เหลือแค่ 1-2 รุ่นเท่านั้นแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็มาเป็นคาร์บอนกันหมด :D

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 09:59
โดย mix_ch
ที่สำคัญราคามันสูงขึ้นด้วยครับ

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:06
โดย แมวทอง
สำหรับผม
อยากเห็นเฟรมโลหะ CNC ทั้งคันไร้รอยเชื่อม จะถือว่าสุดครับ

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:28
โดย Fisherman41
nextstep เขียน:ถ้าพูดกันเฉพาะวัสดุที่ใช้ทำเฟรม
ต่อไปอลูมิเนียมจะใช้ผลิตจักรยานน้อยลงและถูกแย่งส่วนแบ่งโดยคารบอนหรือยังครับ
น่าจะเป็นอย่างนั้น

เหมือนกับเหล็กที่ค่อยๆถูกแทนที่ด้วยอะลูฯ และท้ายที่สุดอะลูฯก็ถูกแทนที่ด้วยคาร์บอน

ต้นทุนการทำคาร์บอนก็ถูกลงมากครับ อย่างไรก็ตามชิ้นส่วนบางชิ้นก็ยังจำเป็นต้องเป็นโลหะเท่าที่จำเป็นครับ เช่น จุดที่เป็นเกลียวทั้งหมด และส่วนของอะไหล่จักรยานบางส่วน :D

ชอบเฟรมอะลูฯดีๆ หาเก็บไว้ตอนนี้ก็เกือบจะไม่ทันแล้วครับ หาของเก่าอย่างเดียวเลย :mrgreen:

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:32
โดย อมยิ้ม
เป็นเทคนิคทางการตลาดเมื่อต้นทุนวัสดุถูกลง ความคงทนลดลง ทำให้การซื้อมีบ่อยมากขึ้นบริษัทก็ขายของได้มากขึ้น

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:36
โดย nikom959
อลูก็ยังอยู่ต่อไป แต่จะพัฒนาไปเรื่อยๆข้อดีของอลูมีมากมาย คงยังไม่เลิกผลิตง่ายๆครับ

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:38
โดย nextstep
แมวทอง เขียน:สำหรับผม
อยากเห็นเฟรมโลหะ CNC ทั้งคันไร้รอยเชื่อม จะถือว่าสุดครับ
cnc ทั้งคันน่าจะยากครับเพราะนึกไม่ออกว่าจะจับเฟรมกับหมุนแกนจับหรือแกนเจียร์ยังไง
ชิน เขียน:มันน้อยลงจริงๆล่ะครับ แต่เห็นแต่ละยี่ห้อดังๆส่วนมาก อลู ก็เหลือแค่ 1-2 รุ่นเท่านั้นแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็มาเป็นคาร์บอนกันหมด :D
ผมยังไม่กล้าใช้คารบอนครับเพราะส่วนใหญ่อยู่บนเทรนเนอร์
จะได้ออกไปแรดแค่หนึ่งวันต่ออาทิตย์ครับ :lol: :lol:

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:45
โดย ชิน
nextstep เขียน:
แมวทอง เขียน:สำหรับผม
อยากเห็นเฟรมโลหะ CNC ทั้งคันไร้รอยเชื่อม จะถือว่าสุดครับ
cnc ทั้งคันน่าจะยากครับเพราะนึกไม่ออกว่าจะจับเฟรมกับหมุนแกนจับหรือแกนเจียร์ยังไง
ชิน เขียน:มันน้อยลงจริงๆล่ะครับ แต่เห็นแต่ละยี่ห้อดังๆส่วนมาก อลู ก็เหลือแค่ 1-2 รุ่นเท่านั้นแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็มาเป็นคาร์บอนกันหมด :D
ผมยังไม่กล้าใช้คารบอนครับเพราะส่วนใหญ่อยู่บนเทรนเนอร์
จะได้ออกไปแรดแค่หนึ่งวันต่ออาทิตย์ครับ :lol: :lol:
อูลคัน คาร์บอนคัน :mrgreen:

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 10:58
โดย StoneRoses
CNC มันจะทำกลวงยังไง?

เฟรมอะลูปัจจุบัน ผมว่ามาเกือบสุดแล้วนะ นน. เบามาก ใช้ความหนาท่อน้อยมาก ใช้ heat treatment และการรีดเพื่อความแข็งของเฟรมได้ดี
และเดี๋ยวนี้เฟรมอะลูขึ้นรูปทรงได้ไม่แพ้เฟรมคาร์บอน เมื่อก่อนเอาท่อมาต่อๆ กัน เดี๋ยวนี้ขึ้นรูปทรง 3D สวยงาม รอยเชื่อมก็เนี๊ยบ

แต่สุดท้ายมันก็ไปคาร์บอนแหละ เดี๋ยวนี้เทคนิคการผลิตมันถูกลงกว่าแต่ก่อนเยอะแล้ว เฟรมคาร์บอนราคาไม่แรงจากแบรนด์ดังก็เริ่มจะมีแล้ว

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 11:19
โดย giro
อีกสิบปีมาดูกันครับว่าคาร์บอนที่ออกมาปีสองปีนี้จะอายุสั้นไปไม่ถึงนั่นหรือเปล่าครับ
แล้วใครว่าคาร์บอนอายุสั้นอย่าเลิกปั่นไปก่อนแล้วกันครับ :mrgreen:
ผมทันยุคเฟรมคาร์บอนแพงโคตรๆ เฟรมอลูฯแพงไม่ใช้น้อยไม่มีเงินซื้อ มีปัญญาแค่โครโมลี่ เฟรมคาร์บอนสมัยนั้นบางตัวยังวิ่งฉิวเคยเห็นคนขี่เลยครับ อย่าพูดถึงคาร์บอนสมัยนี้เลย
สมัยนั้นก็พูดกันแบบนี้แหละครับว่ามันเปราะบางแตกง่ายพังง่ายใช้แล้วค่อยๆพัง ถึงขั้นมีคำพูดว่าใช้แล้วเหมือนพวกใยหินมีละอองร่อนออกเรื่อยๆวันหนึ่งก็จะทะลุ

ความจริงดังที่หลายท่านว่ามาครับเมื่อต้นทุนคาร์บอนถูก และมีคุณำาพสูงขึ้นแทนที่อลูฯได้อย่างไม่น่าเป็นห่วง ผู้หลิตก็ทำมาขายสิครับท่านจะทำอลูมาทำไมในเมื่อมันอยู่ในรถรุ่นต่ำกว่า มีส่วนต่างกำไรน้อยกว่า แถมต้นทุนสูงกว่า ยกเว้นพวกรถรุ่นควรค่าแก่การเก็บ
อ๊ะ ซึ่งอย่าคิดว่ารถควรค่าการเก็บรุ่นที่ผลิตใหม่ๆมันจะเหมือนเดิมนะครับ มีหลายตัวที่ก็ผลิตมาให้สะสมกันแต่มีรายละเอียดไม่เหมือนเดิมนะครับ

ยุคของคอมโพสิทกำลังจะมาถึง แต่แน่นอนว่าโลหะยังต้องคงอยู่ครับ และการทรีทเมนท์อัลลัยจะยิ่งพัฒนาต่อๆไปเรื่อยๆด้วยครับ เชื่อว่าชิ้นส่วนอลูฯจะยังไม่หยุดเทคโนโลยี

พวกเฟรมอลูฯเทพๆระดับสะสมนั้นมันทั้งใช้อลูฯเกรดดีมากๆ ขึ้นรูปยากมากๆ รูปทรงเป็นโครงสร้างแข็งแกร่งส่งแรงได้ดี ฝช้วัสดุน้อยและเบา ซึ่งนั่นหมายถึงต้นทุนที่สูงลิ่ว อย่างของเบียงคี่ใช้ระบบขึ้นรูปไฮโดรฟอร์มมิ่งเป็นการขึ้นรูปท่อด้วยแรงดันของเหลวอัดให้ท่อมีรายละเอียดในตัวมันทำให้ดป็นโครงสร้างที่อยู่ได้ด้วยเนื้อวัสดุน้อยลงกว่าเคย สร้างการส่งแรงที่ดีไม่สูญเสียแรง ได้ผลเป็นเฟรมอลูฯที่น้ำหนักหนึ่งกิโล แข็งแกร่งกระด้างสุดขีด ดุดันชนิดเวลาโปรแข่งต้องใส่หางคาร์บอนไม่งั้นล้าง่ายๆ ต้นทุนการผลิตสูงมากต่อหนึ่งเฟรม ส่วนต่างราคาเทียบแล้วไม่เยอะ ลองมองเฟรมคาร์บอนสิครับ เอาเฉพาะค่าผลิตล้วนๆหน้าโรงงานคิดว่าออกมาตัวละกี่บาท?? ส่วนต่างราคาเป็นเท่าใหร่ และเมื่อการวิจัยพัฒนาถึงจุดหนึ่ง ดันดทคโนโลยีเก่าลงไปเป็นรุ่นกลางๆ สามารถทำตลาดได้ราคาดีกว่าจะทู่ซี้ทำเฟรมอลูมินั่มขายรุ่นกลางๆด้วยซ้ำไป

ผมเชื่อว่าทุกแบรนด์พร้อมแล้วสำหรับรถรุ่นล่างๆที่เป็นคาร์บอนแต่เนื่องจากตคลาดยังไม่เปิดรับ จึงยังไม่สามรารถแทนที่รถรุ่นล่างด้วยคาร์บอนได้ ยังคงเป็นอลูมินั่มต่อไปอีก
ขอยืมตัวอย่างจากสหายท่านหนึ่งครับ เป็นการเทียบที่ชัดเจนมากๆ เทปคาสเส็ทกับแผ่นซีดี ถามว่าอะไรดูแล้วเป็นของดีกว่ากัน แน่นอนครับว่าแผ่นซีดีด้วยคุณภาพเสียงและรูปลักษณ์ ถามต่อว่าอะไรต้นทุนสูงกว่ากัน และอะไรราคาขายแพงกว่ากัน?? ตามตลาดนัดแนวหมู่ดฮาเมื่อไม่กี่ปีทีผ่านมาผมยังเจอเทปคาสเส็ทวางขายอยู่เลยครับ ตลับละไม่กี่สิบบาท มันยังถูกกว่าแผ่นซีดีแผ่นแท้ ผมก็"ม่เข้าใจว่าทำไมยังมีการผลิตอยู่ เชื่อว่าเพราะเครื่องเล่นเทปยังมี(และราคาถูก) ซึ่งก็ยังมีจริงๆนะครับพวกวิทยุโนเนมวางขาย(ในตคลาดนัดนั้นแผละ) ฟังวิทยุได้เล่นเทปได้เล่นซีดีไม่ได้ราคาไม่กี่ร้อยบาท เทปก็เลยยังมีคนซื้อ ทั้งๆที่ทุนต่อตลับแพงกว่าแผ่นซีดีไม่น้อยราคาขายก็ต้องถูกแสนถูก และมันก็จะค่อยๆตายหายไปเองล่ะครับ เหมือนกับม้วนวิดีโอ ....

สมัยสิบกว่าปีก่อน เพื่อนผมนั่งเถียงกันว่าอะไรเสียงดีกว่าระหว่างซีดีกับเทป ตอนนั้นสาวกเทปเชื่อว่าเทปหากไม่นับเรื่องยืดเสียงย่อมดีกว่าซีดีแน่นอนเพราะเป็นระบบอะนาล็อก ซีดีเป็นดิจิตอลต้องผ่านการถอดรหัสออกมาอีกทีย่อมมีการตกหล่นขอข้อมูล นึกย้อนไปก็ฮาๆดี ไม่มีใครเชื่อครับว่าเทปจะตายไปจากตลาดถูกแทนที่ด้วยแผ่นซีดีเพราะคิดว่ามันต้องแพง แพงมากๆ สมัยนั้นขายอัลบั้มละค่อนพันกันเลยทีเดียว เพลงไทยก็เกือบครึ่งพัน ใครจะซื้อฟังกันได้

ปล ผมก็เอาคาร์บอนขึ้นเทรนดนอร์นะแต่ไม่ป่าเถื่อนกับมัน ใช้มาทุกคันไม่เคยประสบปัญหาใดๆครับ

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 11:25
โดย แมวทอง
ผมกำลังจินตนาการถึง
เฟรมแม็กนีเซี่ยมตัน CNCตรงนั้นCNCตรงนี้ จนเว้าตรงนั้น แบนตรงนี้
เกิดเป็เฟรมโครตแข็งและเบาแถมแอร์โร่
นี้ถ้าไม่อยู่ที่ รพ คงวาดรูปให้ดูไปแล้ว :lol:

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 12:22
โดย StoneRoses
มองจากมุมของวิศวกร (ผมเรียนโยธา เน้นมาทางโครงสร้าง)

โครงสร้างที่แข็งแรง stiff และเบา จะต้องเป็นโครงสร้างที่ีกระจายแรงไป ในหลายๆ ทิศทาง โดยใช้วัสดุที่รับแรงชนิดนั้นได้ดีอยู่ในจุดที่เหมาะสม

ตัวอย่างเช่นจะทำเสาส่งวิทยุ สูง 30 เมตร

ถ้าเลือกใช้เสาเหล็กต้นเดียว ตั้งขึ้นไปเหมือนเสาธง เหล็กต้องหนา และเสาต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่พอสมควรและความหนาของท่อต้องมากพอที่จะรับนน. ของตัวเอง และแรงลมได้

แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นโครงเหล็กถัก (truss) ลักษณะคล้ายๆ หอไอเฟล จะใช้เนื้อเหล็กน้อยกว่าเยอะมากอาจจะแค่ 1 ใน 3 โดยโครงสร้างยังแข็งแรงเหมือนเดิม (เปลืองที่ติดตั้งมากขึ้น)

ถ้าจะให้เบาลงอีก อาจทำเป็นโครงเหล็กถัก แบบบางๆ เบาๆ ฐานเล็กๆ ซึ่งจะต้านทานแรงลมไม่ได้ แต่มีเคเบิ้ลขึงดึง 3 ด้านเพื่อรับแรงลมแทน นน.โครงสร้างรวมทั้งหมดอาจจะลงไปได้อีกครึ่งหนึ่ง (แต่เปลืองที่ติดตั้งมากขึ้นอีก)

จักรยานก็เช่นกันครับ ถ้านน. เท่ากัน ท่อใหญ่ แต่บาง จะแข็งแรง (ในแง่ความ stiff ของเฟรม แต่อาจบุบง่ายกว่าถ้าโดนทุบ) กว่าท่อเล็กแต่หนา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูเรื่องอากาศพลศาสตร์ด้วย และท่อใหญ่แต่บาง อาจไม่ทนทานต่อแรงกระแทกที่ตัวท่อโดยตรง

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 12:31
โดย แมวทอง
อย่างนี้ถ้าทำสำเร็จได้คงต้องแพงระยับ
หรือ
ต้องวานให้มนุษย์ต่างดาวช่วยซะแล้ว :P

Re: ตอนนี้ถือว่าเป็นจุดสูงสุดของเทคโนฯอลูมิเนียมหรือยังครับ

โพสต์: 17 ก.พ. 2011, 12:36
โดย มาดมะขาม
อลูคงไม่ตาายง่ายๆหรอกครับ เฟรมโครโมฯยังอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้เลย :)