อยากให้ดูกันอ่ะครับ(ซึ้งมากๆ)
โพสต์: 14 ก.พ. 2011, 19:02
ดูให้จบนะจ๊ะ ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ตอนจบ ซึ้ก มาก ครับ
ดูเส็รจแล้วอ่านก่อนซักนิด แล้วกลับไปดูใหม่ๆ จะรู้ว่าซึ้ง มาก กับความรักของคนและสัตว์
สิงโตตัวนี้ชื่อคริสเตียนค่ะ เป็นสิงโตที่คุณจอห์น เร็นดัลและคุณแอนโทนี่ (เอส) เบิร์ค สองหนุ่มออสเตรเลีย ที่ตอนนั้นอาศัยอยู่ในลอนดอน และซื้อคริสเตียนมาจากห้างแฮร์รอดในปี 1969 เพราะรับไม่ได้ที่ลูกสิงโตต้องถูกขังอยู่ในกรงแคบๆ
หลังจากซื้อมาก็ นำมาเลี้ยงไว้ที่แฟลตเหมือนเป็นแมวน่ะค่ะ เลี้ยงดูแบบให้ความรัก ไม่เคยตีเลย แต่ใช้หลักการเลี้ยงแบบ the horse whisperer คือ ใช้น้ำเสียงสื่อความหมาย เวลาจะบอกให้อยู่นิ่งๆ ให้ใจเย็นๆ ชอบหรือไม่ชอบ ก็ใช้น้ำเสียงต่างๆกัน ซึ่งคริสเตียนก็เข้าใจได้ดี . . แฟลตที่คุณสองคนนี้เค้าอยู่กับคริสเตียน ก็คือชั้นล่างของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เค้าทำงานอยู่น่ะค่ะ ต้องชักแม่น้ำทั้งห้ากับเจ้าของร้านน่าดูเลย กว่าเค้าจะยอมให้เลี้ยงได้ เวลานอนคริสเตียนก็จะนอนที่ชั้นbasement เวลาไปไหนมาไหน ก็นั่งหลังรถไปด้วยกัน
เลี้ยงไปเลี้ยงมา หนึ่งปีผ่านไปคริสเตียนก็ตัวใหญ่เกินกว่าจะเลี้ยงไว้ที่แฟลตได้ คุณเจ้าของบอกว่า ไม่ได้กลัวเลยว่าคริสเตียนจะไปทำร้ายใคร แต่เพราะว่าร่างกายอันใหญ่โตขนาดที่ว่า แค่นั่งพิงหน้าต่าง กระจกก็แตกแล้วเนี่ย ทำให้กลัวว่าคริสเตียนอาจจะทำให้คนอื่นเจ็บ หรือทำลายข้าวของโดยไม่ได้ตั้งใจ สุดท้ายก็เห็นว่า น่าจะพาคริสเตียนกลับบ้านที่อัฟริกา . .
พอดีช่วงนั้นเนี่ย มีภาพยนตร์ที่กำลังโด่งดังมากเรื่อง Born Free ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของสิงโตตัวเมียที่ได้กลับคืนสู่ป่าชื่อว่า Elsa แล้วดารานำของเรื่อง คือบิล ทราเวอร์สและเวอร์จิเนีย แมคเคนนา ได้มาที่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่คุณจอห์นกับคุณแอนโทนี่ทำงานอยู่ ก็เลยให้คำแนะนำว่าควรติดต่อกับ คุณจอร์จ และคุณจอย อดัมสันที่เป็นคนเขียนหนังสือเกี่ยวกับเอลซ่า และทำงานเป็น naturalists คอยดูแลสิงโตและสัตว์ป่าอื่นๆที่กลับคืนมาอยู่ป่า
หลังจากนั้นไม่นาน คุณจอห์นและคุณแอนโทนี่ก็ไปส่งคริสเตียนที่เคนยา โดยมีคุณอดัมสันเป็นผู้ดูแลและส่งข่าวของคริสเตียนให้ทราบเป็นระยะ
ตอนจบ
ใน คลิปวีดีโอที่เห็น จะเป็นตอนที่ทั้งสองคนกลับไปเยี่ยมคริสเตียนในปี1972ค่ะ ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนก็ได้กลับไปเยี่ยมคริสเตียน2-3ครั้งนะคะ แต่ไปแบบแอบดู แอบสังเกตุอยู่ห่างๆ ไม่ได้เจอกันแบบในคลิปครับ
สิงโต ตัวเมียอีกสองตัวที่เห็น (อาจจะเห็นตัวเดียว) ชื่อ Mona กับ Lisa เป็นสิงโตเลี้ยงแบบคริสเตียน แล้วก็กลับมาอยู่ป่าเหมือนกัน ทั้งสองตัวนี้ไม่เคยเจอกับจอห์นและแอนโทนี่มาก่อน แต่เพราะเห็นว่าจ่าฝูงอย่างคริสเตียนยังไว้เนื้อเชื่อใจก็เลยวางใจว่าไม่น่า จะเป็นไร ถึงเดินมาเล่นด้วย
ในปี 1973 อดัมสันบอกกับจอห์นและแอนโทนี่ว่า เค้าไม่เห็นคริสเตียนมาสามเดือนแล้ว ทั้งสองคนก็ตัดสินใจว่าจะไปหาคริสเตียนอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งอดัมสันก็เตือนไว้ล่วงหน้าว่า อาจจะผิดหวัง ไม่เจอคริสเตียน เพราะคริสเตียนหายไปสามเดือนแล้ว แต่ปาฏิหารย์มีจริงนะคะ เพราะคืนก่อนที่จอห์นจะมาถึง (ครั้งนี้แอนโทนี่ไม่ได้ไปด้วยค่ะ) คริสเตียนก็มานั่งอยู่บนโขดหินใกล้ๆกับแคมป์ของอดัมสัน เหมือนกับรู้ว่าจอห์นและแอนโทนี่จะมา ก็เลยมานั่งรอ
กลับไปคราวนี้ คริสเตียนตัวใหญ่ขึ้นกว่าครั้งก่อนมากเลยค่ะ แถมยังมีคุณภรรยาและลูกเล็กๆด้วย และหลังจากเจอกันครั้งสุดท้ายนี้ ก็ไม่มีใครเจอคริสเตียนอีกเลยครับ
เล่าคร่าวๆนะคะ พอดีเราผ่านมาเห็น แล้วก็เคยได้อ่านเรื่องของคริสเตียนอยู่บ้าง ก็เลยอยากแชร์อ่ะครับ
http://wildlifenow.com/
http://www.facebook.com/pages/Christian ... 8738663022
ดูเส็รจแล้วอ่านก่อนซักนิด แล้วกลับไปดูใหม่ๆ จะรู้ว่าซึ้ง มาก กับความรักของคนและสัตว์
สิงโตตัวนี้ชื่อคริสเตียนค่ะ เป็นสิงโตที่คุณจอห์น เร็นดัลและคุณแอนโทนี่ (เอส) เบิร์ค สองหนุ่มออสเตรเลีย ที่ตอนนั้นอาศัยอยู่ในลอนดอน และซื้อคริสเตียนมาจากห้างแฮร์รอดในปี 1969 เพราะรับไม่ได้ที่ลูกสิงโตต้องถูกขังอยู่ในกรงแคบๆ
หลังจากซื้อมาก็ นำมาเลี้ยงไว้ที่แฟลตเหมือนเป็นแมวน่ะค่ะ เลี้ยงดูแบบให้ความรัก ไม่เคยตีเลย แต่ใช้หลักการเลี้ยงแบบ the horse whisperer คือ ใช้น้ำเสียงสื่อความหมาย เวลาจะบอกให้อยู่นิ่งๆ ให้ใจเย็นๆ ชอบหรือไม่ชอบ ก็ใช้น้ำเสียงต่างๆกัน ซึ่งคริสเตียนก็เข้าใจได้ดี . . แฟลตที่คุณสองคนนี้เค้าอยู่กับคริสเตียน ก็คือชั้นล่างของร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เค้าทำงานอยู่น่ะค่ะ ต้องชักแม่น้ำทั้งห้ากับเจ้าของร้านน่าดูเลย กว่าเค้าจะยอมให้เลี้ยงได้ เวลานอนคริสเตียนก็จะนอนที่ชั้นbasement เวลาไปไหนมาไหน ก็นั่งหลังรถไปด้วยกัน
เลี้ยงไปเลี้ยงมา หนึ่งปีผ่านไปคริสเตียนก็ตัวใหญ่เกินกว่าจะเลี้ยงไว้ที่แฟลตได้ คุณเจ้าของบอกว่า ไม่ได้กลัวเลยว่าคริสเตียนจะไปทำร้ายใคร แต่เพราะว่าร่างกายอันใหญ่โตขนาดที่ว่า แค่นั่งพิงหน้าต่าง กระจกก็แตกแล้วเนี่ย ทำให้กลัวว่าคริสเตียนอาจจะทำให้คนอื่นเจ็บ หรือทำลายข้าวของโดยไม่ได้ตั้งใจ สุดท้ายก็เห็นว่า น่าจะพาคริสเตียนกลับบ้านที่อัฟริกา . .
พอดีช่วงนั้นเนี่ย มีภาพยนตร์ที่กำลังโด่งดังมากเรื่อง Born Free ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงของสิงโตตัวเมียที่ได้กลับคืนสู่ป่าชื่อว่า Elsa แล้วดารานำของเรื่อง คือบิล ทราเวอร์สและเวอร์จิเนีย แมคเคนนา ได้มาที่ร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่คุณจอห์นกับคุณแอนโทนี่ทำงานอยู่ ก็เลยให้คำแนะนำว่าควรติดต่อกับ คุณจอร์จ และคุณจอย อดัมสันที่เป็นคนเขียนหนังสือเกี่ยวกับเอลซ่า และทำงานเป็น naturalists คอยดูแลสิงโตและสัตว์ป่าอื่นๆที่กลับคืนมาอยู่ป่า
หลังจากนั้นไม่นาน คุณจอห์นและคุณแอนโทนี่ก็ไปส่งคริสเตียนที่เคนยา โดยมีคุณอดัมสันเป็นผู้ดูแลและส่งข่าวของคริสเตียนให้ทราบเป็นระยะ
ตอนจบ
ใน คลิปวีดีโอที่เห็น จะเป็นตอนที่ทั้งสองคนกลับไปเยี่ยมคริสเตียนในปี1972ค่ะ ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนก็ได้กลับไปเยี่ยมคริสเตียน2-3ครั้งนะคะ แต่ไปแบบแอบดู แอบสังเกตุอยู่ห่างๆ ไม่ได้เจอกันแบบในคลิปครับ
สิงโต ตัวเมียอีกสองตัวที่เห็น (อาจจะเห็นตัวเดียว) ชื่อ Mona กับ Lisa เป็นสิงโตเลี้ยงแบบคริสเตียน แล้วก็กลับมาอยู่ป่าเหมือนกัน ทั้งสองตัวนี้ไม่เคยเจอกับจอห์นและแอนโทนี่มาก่อน แต่เพราะเห็นว่าจ่าฝูงอย่างคริสเตียนยังไว้เนื้อเชื่อใจก็เลยวางใจว่าไม่น่า จะเป็นไร ถึงเดินมาเล่นด้วย
ในปี 1973 อดัมสันบอกกับจอห์นและแอนโทนี่ว่า เค้าไม่เห็นคริสเตียนมาสามเดือนแล้ว ทั้งสองคนก็ตัดสินใจว่าจะไปหาคริสเตียนอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งอดัมสันก็เตือนไว้ล่วงหน้าว่า อาจจะผิดหวัง ไม่เจอคริสเตียน เพราะคริสเตียนหายไปสามเดือนแล้ว แต่ปาฏิหารย์มีจริงนะคะ เพราะคืนก่อนที่จอห์นจะมาถึง (ครั้งนี้แอนโทนี่ไม่ได้ไปด้วยค่ะ) คริสเตียนก็มานั่งอยู่บนโขดหินใกล้ๆกับแคมป์ของอดัมสัน เหมือนกับรู้ว่าจอห์นและแอนโทนี่จะมา ก็เลยมานั่งรอ
กลับไปคราวนี้ คริสเตียนตัวใหญ่ขึ้นกว่าครั้งก่อนมากเลยค่ะ แถมยังมีคุณภรรยาและลูกเล็กๆด้วย และหลังจากเจอกันครั้งสุดท้ายนี้ ก็ไม่มีใครเจอคริสเตียนอีกเลยครับ
เล่าคร่าวๆนะคะ พอดีเราผ่านมาเห็น แล้วก็เคยได้อ่านเรื่องของคริสเตียนอยู่บ้าง ก็เลยอยากแชร์อ่ะครับ
http://wildlifenow.com/
http://www.facebook.com/pages/Christian ... 8738663022