ลูกสุริยะ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
โพสต์: 25 ธ.ค. 2008, 10:37
ประวัติการสร้างของที่ระลึกในการจัดสร้างอนุสาวรีย์องค์สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ชาติภูมิ
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ มีนามเดิมว่า “ช่วง” ตระกูล “บุนนาค” เป็นบุตรชายคนโตของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) กับท่านผู้หญิงจัน ธิดาท่านเจ้าพระยาพลเทพทองอิน
สมเด็จเจ้าพระยาฯ เกิดเมื่อปีมะโรง วันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๕๑
ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๙ คน ต่างมารดาอีก ๓๕ คน
อาทิ พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม) เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ) เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม) เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร) เป็นต้น
การศึกษา
การศึกษาของสมเด็จเจ้าพระยาฯ เมื่อครั้งยังเยาว์วัยนั้น นอกจากจะศึกษาจากครูอาจารย์เด่นๆ ในสมัยนั้นแล้วคงจะได้รับการศึกษาจากท่านบิดาซึ่งเป็นพระยาพระคลังเสนาบดีว่าการต่างประเทศ และว่าการปกครองหัวเมืองชายทะเลฝ่ายตะวันออกมาตั้งแต่สมัยรัชการที่ ๒
นอกจากสมเด็จเจ้าพระยาฯ จะได้รับการศึกษาจากครูอาจารย์และบิดาแล้ว ท่านยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและอ่านตำราภาษาอังกฤษที่แพร่หลายอยู่ในขณะนั้นได้ เช่นตำราต่อเรือแบบฝรั่ง จนกระทั่งต่อเรือกำปั่นได้
ชีวิตราชการ
เมื่ออายุได้ ๑๖ ปี บิดาได้นำตัวสมเด็จเจ้าพระยาฯ ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และตำแหน่งราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ มาเป็นลำดับ ดังนี้
นายชัยขรรค์ หุ้มแพรมหาดเล็ก
หลวงสิทธิ นายเวรมหาดเล็ก
จมื่นไวยวรนาถ หัวหมื่นมหาดเล็ก
เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ อัครมหาเสนาบดีที่สมุหพระกลาโหม
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินจนถึงแก่พิราลัย
ชีวิตครอบครัว
ภริยาของสมเด็จเจ้าพระยาฯ เท่าที่ปรากฏหลักฐาน มี ๓ คน คือ
๑.ท่านผู้หญิงกลิ่น เป็นบุตรหลวงอาณัติกับท่านลิ้มได้สมรสเมื่อครั้งสมเด็จเจ้าพระยาฯ ยังเป็นหลวงนายสิทธิ
๒.ท่านพัน บุตรีพระยาวิชัยยาธิบดี (เมือง บุนนาค) กับท่านบัว
๓.ท่านหยาด บุตรีพระยาวิชัยยาธิบดี เช่นเดียวกับท่านพัน
บุตรธิดา
เท่าที่ปรากฏหลักฐาน สมเด็จเจ้าพระยาฯ มีบุตรธิดากับท่านผู้หญิงกลิ่น เพียง ๔ คน เป็นชาย ๑ คน หญิง ๓ คน
๑.คุณชายวรต่อมาเป็นเจ้าพระยาสุริยวงศ์ไวยวัฒน์ที่สมุหกลาโหม
๒.ท่านหญิงกลางเป็นคุณหญิงภริยาพระยาสีหราชฤทธิไกร (แย้ม บุณยรัตนพันธุ์)
๓.คุณหญิงเล็ก
๔.คุณหญิงปิ๋ว
ด้านเศรษฐกิจ
สมเด็จเจ้าเพระยาฯ ได้วางรากฐานทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องการเปลี่ยนแปลง
ระบบเศรษฐกิจจากแบบผูกขาดมาเป็นระบบเสรี ผลงานเด่นๆ ของท่านในด้านนี้ ได้แก่
สนับสนุนการทำสนธิสัญญาบาวริง พ.ศ. ๒๓๙๘ เป็นผลให้การผูกขาดทางการค้าของไทยสิ้นสุดลงเปลี่ยนเป็นระบบเสรี ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของไทยเนื่องจากมีพ่อค้าชาวต่างประเทศเข้ามาซื้อขายสิ้นค้าในไทยเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพราะข้าวกลายเป็นสิ้นค้าออกที่สำคัญ
บำรุงการเกษตรและการพาณิชย์ ในสมัยรัชการที่ ๔ ชาวนาไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องภาษีหางข้าว สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้กรคาบทูลรัชกาลที่ ๔ ลดภาษีด่านลงทำให้ชาวนาขยายพื้นที่ทำเกษตรเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่กองชำระโจรผู้ร้ายที่ลักโคกระบือของชาวนาตามหัวเมืองทำให้เกิดความสงบสุขขึ้น
การคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัชกาลที่ ๔ ให้ดำเนินการตัดถนนและขุนคลองใช้ในการสัญจรของราษฎรเช่น
ถนนเจริญกรุง ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร ส่วนคลองที่ขุดขึ้นมีคลองผดุงกรุงเกษม คลองภาษีเจริญ
ถึงแก่พิราลัย
ภายหลังที่สมเด็จเจ้าพระยาฯ พ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ท่านได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่เมื่องราชบุรี
หากมีราชการแผ่นดินสิ่งใด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็มิได้ละเว้นที่จะนำเรื่องนั้นหารือสมเด็จเจ้าพระยาฯ
ดังเช่นกรณีวังหน้า พ.ศ. ๒๔๑๗ ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างรัชกาลที่ ๕ กับกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญฯ ถึงกับต้องเชิญท่านมาจากเมืองราชบุรี ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยมิให้เหตุการณ์บานปลายจนประเทศมหาอำนาจ อาจเข้ามาแทรกแซงได้
เหตุการณ์นั้นสงบไปได้ด้วยดี
สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้ถึงแก่พิราลัย เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย จัตวาศก จุลศักราช ๑๒๔๔ ตรงกับวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๕ เวลา ๕ ทุ่มเศษ บนเรือที่ปากคลองกระทุ่มแบน ขณะเดินทางกลับจากราชบุรี
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ รัฐบุรุษอันยิ่งใหญ่ของไทย ผู้มีมหันตเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ไม่มีผู้ใดเสมอ
ได้จากโลกนี้ไปเมื่ออายุได้ ๗๔ ปี ๒๗ วัน
เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ทุกปี บรรดาลูกสุริยะทั้งหลายต่างก็บำเพ็ญกุศล รำลึกถึงพระคุณของสมเด็จเจ้าพระยาฯ
มิได้ขาด
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ มีนามเดิมว่า “ช่วง” ตระกูล “บุนนาค” เป็นบุตรชายคนโตของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) กับท่านผู้หญิงจัน ธิดาท่านเจ้าพระยาพลเทพทองอิน
สมเด็จเจ้าพระยาฯ เกิดเมื่อปีมะโรง วันศุกร์ เดือนยี่ ขึ้น ๗ ค่ำ ตรงกับวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๕๑
ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๙ คน ต่างมารดาอีก ๓๕ คน
อาทิ พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม) เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ) เจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม) เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร) เป็นต้น
การศึกษา
การศึกษาของสมเด็จเจ้าพระยาฯ เมื่อครั้งยังเยาว์วัยนั้น นอกจากจะศึกษาจากครูอาจารย์เด่นๆ ในสมัยนั้นแล้วคงจะได้รับการศึกษาจากท่านบิดาซึ่งเป็นพระยาพระคลังเสนาบดีว่าการต่างประเทศ และว่าการปกครองหัวเมืองชายทะเลฝ่ายตะวันออกมาตั้งแต่สมัยรัชการที่ ๒
นอกจากสมเด็จเจ้าพระยาฯ จะได้รับการศึกษาจากครูอาจารย์และบิดาแล้ว ท่านยังได้ศึกษาภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วและอ่านตำราภาษาอังกฤษที่แพร่หลายอยู่ในขณะนั้นได้ เช่นตำราต่อเรือแบบฝรั่ง จนกระทั่งต่อเรือกำปั่นได้
ชีวิตราชการ
เมื่ออายุได้ ๑๖ ปี บิดาได้นำตัวสมเด็จเจ้าพระยาฯ ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์และตำแหน่งราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ ถึงรัชกาลที่ ๕ มาเป็นลำดับ ดังนี้
นายชัยขรรค์ หุ้มแพรมหาดเล็ก
หลวงสิทธิ นายเวรมหาดเล็ก
จมื่นไวยวรนาถ หัวหมื่นมหาดเล็ก
เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ อัครมหาเสนาบดีที่สมุหพระกลาโหม
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน
เป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินจนถึงแก่พิราลัย
ชีวิตครอบครัว
ภริยาของสมเด็จเจ้าพระยาฯ เท่าที่ปรากฏหลักฐาน มี ๓ คน คือ
๑.ท่านผู้หญิงกลิ่น เป็นบุตรหลวงอาณัติกับท่านลิ้มได้สมรสเมื่อครั้งสมเด็จเจ้าพระยาฯ ยังเป็นหลวงนายสิทธิ
๒.ท่านพัน บุตรีพระยาวิชัยยาธิบดี (เมือง บุนนาค) กับท่านบัว
๓.ท่านหยาด บุตรีพระยาวิชัยยาธิบดี เช่นเดียวกับท่านพัน
บุตรธิดา
เท่าที่ปรากฏหลักฐาน สมเด็จเจ้าพระยาฯ มีบุตรธิดากับท่านผู้หญิงกลิ่น เพียง ๔ คน เป็นชาย ๑ คน หญิง ๓ คน
๑.คุณชายวรต่อมาเป็นเจ้าพระยาสุริยวงศ์ไวยวัฒน์ที่สมุหกลาโหม
๒.ท่านหญิงกลางเป็นคุณหญิงภริยาพระยาสีหราชฤทธิไกร (แย้ม บุณยรัตนพันธุ์)
๓.คุณหญิงเล็ก
๔.คุณหญิงปิ๋ว
ด้านเศรษฐกิจ
สมเด็จเจ้าเพระยาฯ ได้วางรากฐานทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะในเรื่องการเปลี่ยนแปลง
ระบบเศรษฐกิจจากแบบผูกขาดมาเป็นระบบเสรี ผลงานเด่นๆ ของท่านในด้านนี้ ได้แก่
สนับสนุนการทำสนธิสัญญาบาวริง พ.ศ. ๒๓๙๘ เป็นผลให้การผูกขาดทางการค้าของไทยสิ้นสุดลงเปลี่ยนเป็นระบบเสรี ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของไทยเนื่องจากมีพ่อค้าชาวต่างประเทศเข้ามาซื้อขายสิ้นค้าในไทยเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมประกอบอาชีพเกษตรกรรม เพราะข้าวกลายเป็นสิ้นค้าออกที่สำคัญ
บำรุงการเกษตรและการพาณิชย์ ในสมัยรัชการที่ ๔ ชาวนาไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องภาษีหางข้าว สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้กรคาบทูลรัชกาลที่ ๔ ลดภาษีด่านลงทำให้ชาวนาขยายพื้นที่ทำเกษตรเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่กองชำระโจรผู้ร้ายที่ลักโคกระบือของชาวนาตามหัวเมืองทำให้เกิดความสงบสุขขึ้น
การคมนาคม ได้รับมอบหมายจากรัชกาลที่ ๔ ให้ดำเนินการตัดถนนและขุนคลองใช้ในการสัญจรของราษฎรเช่น
ถนนเจริญกรุง ถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนคร ส่วนคลองที่ขุดขึ้นมีคลองผดุงกรุงเกษม คลองภาษีเจริญ
ถึงแก่พิราลัย
ภายหลังที่สมเด็จเจ้าพระยาฯ พ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ท่านได้ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่เมื่องราชบุรี
หากมีราชการแผ่นดินสิ่งใด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯก็มิได้ละเว้นที่จะนำเรื่องนั้นหารือสมเด็จเจ้าพระยาฯ
ดังเช่นกรณีวังหน้า พ.ศ. ๒๔๑๗ ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างรัชกาลที่ ๕ กับกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญฯ ถึงกับต้องเชิญท่านมาจากเมืองราชบุรี ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยมิให้เหตุการณ์บานปลายจนประเทศมหาอำนาจ อาจเข้ามาแทรกแซงได้
เหตุการณ์นั้นสงบไปได้ด้วยดี
สมเด็จเจ้าพระยาฯ ได้ถึงแก่พิราลัย เมื่อวันศุกร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือนยี่ ปีมะเมีย จัตวาศก จุลศักราช ๑๒๔๔ ตรงกับวันที่ ๑๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๕ เวลา ๕ ทุ่มเศษ บนเรือที่ปากคลองกระทุ่มแบน ขณะเดินทางกลับจากราชบุรี
สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ รัฐบุรุษอันยิ่งใหญ่ของไทย ผู้มีมหันตเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ไม่มีผู้ใดเสมอ
ได้จากโลกนี้ไปเมื่ออายุได้ ๗๔ ปี ๒๗ วัน
เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ทุกปี บรรดาลูกสุริยะทั้งหลายต่างก็บำเพ็ญกุศล รำลึกถึงพระคุณของสมเด็จเจ้าพระยาฯ
มิได้ขาด